Share

ตอนที่ 7 มหกรรมบีบน้ำตา

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-25 00:51:18

สายลมยามบ่ายพัดโชยเอื่อยๆ หอบเอากลิ่นหอมฉุนจัดของดอกมู่ตันที่ปลูกเรียงรายอยู่หน้าเรือนฝั่งตะวันออกเข้ามาภายในห้องโถงอันโอ่อ่า บรรยากาศภายในเรือนของอนุหมินนั้นช่างแตกต่างจากเรือนหลักของฮูหยินเอกราวกับสรวงสวรรค์กับขุมนรกชั้นล่างสุด ผนังห้องตกแต่งด้วยภาพวาดวิจิตรบรรจง พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีแดงสด โต๊ะไม้และเก้าอี้ทุกตัวล้วนสลักเสลาลวดลายอย่างประณีตและขัดเงาจนมันปลาบ อนุหมินในชุดกระโปรงผ้าแพรสีชมพูสดใสกำลังนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนตั่งบุนวม มือหนึ่งถือพัดขนนกยูงโบกไปมาเบาๆ อีกมือหนึ่งหยิบผลองุ่นสดฉ่ำที่สาวใช้ปอกเปลือกเตรียมไว้ให้เข้าปากด้วยท่วงท่าที่คิดเอาเองว่างดงามประดุจนางสวรรค์

ข้างกายของนางคืออนุเจียวที่กำลังนั่งลูบคลำพับผ้าไหมทอทองที่เพิ่งจะสั่งซื้อมาเมื่อช่วงเช้าด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับคนละโมบที่เพิ่งค้นพบขุมทรัพย์ ทั้งสองกำลังสนทนากันถึงเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อใส่ไปประชันโฉมในงานเลี้ยงของจวนขุนนางข้างเคียง ทว่าความสุนทรีย์อันแสนจะจอมปลอมของสตรีทั้งสองก็มีอันต้องสะดุดหยุดลง เมื่อบานประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างอ้วนฉุของพ่อบ้านหวังพุ่งพรวดเข้ามาภายในห้องด้วยสภาพที่ดูไม่จืด ใบหน้ากลมแป้นที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดราวกับไก่ต้มสุก เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผากและไหลย้อยลงมาตามคางที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ เสื้อผ้าแพรพรรณที่สวมใส่หลุดลุ่ยไม่เป็นระเบียบ เขาสะดุดชายเสื้อของตนเองจนล้มกลิ้งโค่โล่ไปกับพื้นพรมขนสัตว์ ร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันกระดอนขึ้นลงราวกับลูกลูกหนังที่ถูกเตะอย่างแรง

"อนุหมิน อนุเจียว ช่วยข้าน้อยด้วยขอรับ แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ"

พ่อบ้านหวังตะกายลุกขึ้นมาอยู่ในท่าคุกเข่า เขาส่งเสียงร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน สองมือทุบตีหน้าอกตัวเองปาวๆ ราวกับเพิ่งสูญเสียบิดามารดาบังเกิดเกล้าไปก็ไม่ปาน

อนุหมินสะดุ้งสุดตัวจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง นางถลึงตาใส่พ่อบ้านหวังด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะการเสวยสุข นางกระแทกพัดขนนกยูงลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะตวาดแหวออกมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดบาดแก้วหู

"เกิดเรื่องบ้าบออันใดขึ้นพ่อบ้านหวัง เหตุใดเจ้าถึงได้วิ่งหน้าตื่นเข้ามาทำลายความสงบในเรือนของข้าเช่นนี้ เป็นถึงพ่อบ้านใหญ่แต่กลับทำตัวไร้มารยาทเยี่ยงบ่าวไพร่ไร้การศึกษา มีเรื่องอันใดก็รีบว่ามา หากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ข้าจะสั่งให้คนโบยเจ้าเสียให้เข็ด"

พ่อบ้านหวังกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เขารีบคลานเข่าเข้าไปใกล้อนุหมิน ใบหน้าอ้วนฉุบิดเบี้ยวไปด้วยความคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส น้ำตาหยดโตร่วงเผาะลงบนพรมขนสัตว์ราคาแพง

"คอขาดบาดตายแน่นอนขอรับอนุหมิน เมื่อครู่นี้คุณหนูสามบุกไปหาข้าน้อยที่ห้องบัญชี นางทำตัวก้าวร้าวราวกับนางมารร้ายหลุดจากขุมนรก นางตบโต๊ะชี้หน้าด่าทอข้าน้อยด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซ้ำยังข่มขู่ว่าจะนำเรื่องบัญชีของจวนไปแจ้งต่อทางการ หากข้าน้อยไม่ยอมจ่ายเงินเบี้ยหวัดที่ค้างอยู่ของเรือนหลักจำนวนสามสิบตำลึงเงิน นางขู่ว่าจะลากเอาพวกเราทุกคนไปเข้าคุกหลวงให้หมด ข้าน้อยหวาดกลัวว่านางจะทำจริงจึงจำใจต้องมอบเงินจำนวนนั้นให้นางไปขอรับ คุณหนูสามผู้นี้เปลี่ยนไปแล้ว นางไม่ใช่คนขี้ขลาดคนเดิมอีกต่อไป แต่นางกลายเป็นปีศาจที่พร้อมจะฉีกทึ้งทุกคนที่ขวางหน้านะขอรับ"

ทันทีที่ได้ยินคำรายงานจบ อนุหมินและอนุเจียวก็เบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบกริบลงชั่วขณะราวกับมีใครมาสูบเอาอากาศออกไปจนหมด ก่อนที่อนุหมินจะกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธแค้นและไม่ยอมรับความจริง

"เป็นไปไม่ได้ นังเด็กขี้ขลาดตาขาวที่วันๆ เอาแต่ซุกหัวร้องไห้อยู่หลังกระโปรงมารดานั่นน่ะหรือ จะกล้าบุกไปทวงเงินถึงห้องบัญชี ซ้ำยังกล้าข่มขู่เจ้าที่เป็นถึงพ่อบ้านใหญ่ เจ้าตาฝาดหรือเสียสติไปแล้วพ่อบ้านหวัง นังเด็กนั่นมันเพิ่งจะผูกคอตายจนสมองเสื่อมไปแล้วแน่ๆ มันจะเอาความกล้าหาญเยี่ยงนี้มาจากที่ใด"

อนุหมินผุดลุกขึ้นยืน กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ ใบหน้าที่พอกแป้งจนขาววอกบัดนี้แดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด สามสิบตำลึงเงินเชียวนะ นั่นมันเงินจำนวนมหาศาลที่นางสามารถนำไปซื้อเครื่องประดับหยกเนื้อดีได้อีกตั้งหลายชิ้น การที่เงินก้อนนั้นตกไปอยู่ในมือของเรือนหลักที่นางแสนจะเกลียดชัง ถือเป็นการหยามหน้าและปล้นทรัพย์สมบัติที่ควรจะเป็นของนางไปอย่างหน้าด้านๆ

อนุเจียวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็รีบผสมโรงเสริมทัพทันที นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฉูดฉาดขึ้นมาซับเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผม พลางทำหน้าตาตื่นตระหนกตกใจอย่างโอเวอร์

"พี่หมิน ข้าว่าเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ นังเด็กนี่มันกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว เมื่อเช้าก็ด่าทอพวกเราจนแทบจะหาทางกลับเรือนไม่ถูก พอตกบ่ายก็ไปอาละวาดปล้นเงินจากห้องบัญชีอีก หากเรายอมให้มันทำตามอำเภอใจเช่นนี้ ต่อไปมันคงมายึดเรือนของพวกเราและจับพวกเราไปขายเป็นทาสแน่ๆ เราต้องรีบไปแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านโหวทราบนะเจ้าคะ ต้องให้ท่านโหวลงโทษทัณฑ์มันให้หลาบจำ เอาให้มันไม่กล้าผงกหัวขึ้นมามองหน้าพวกเราได้อีกเลย"

อนุหมินหรี่ตาแคบลง แววตาเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายทอประกายวาบขึ้นในดวงตา นางพยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของอนุเจียวอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากที่ทาชาดสีแดงสดแสยะยิ้มอำมหิตออกมา

"เจ้าพูดถูกน้องเจียว นังเด็กนี่มันไม่เห็นหัวผู้อาวุโส ไม่เคารพกฎระเบียบของจวน เราจะปล่อยให้มันทำตัวเป็นกบฏในจวนโหวไม่ได้ พ่อบ้านหวัง เจ้าจงทำหน้าให้ดูน่าสงสารที่สุด บีบน้ำตาออกมาให้เยอะๆ แล้วตามพวกข้ามา เราจะไปฟ้องท่านโหวด้วยกัน ข้าอยากจะรู้นักว่า ถ้านังเด็กนั่นเจอท่านโหวตวาดใส่ มันจะยังกล้าปากดีอยู่อีกหรือไม่"

พูดจบ อนุหมินก็สะบัดชายกระโปรงอย่างแรง แล้วเดินนำหน้าขบวนแห่ความตอแหลมุ่งหน้าตรงไปยังห้องหนังสือของเผิงกวงโหวอย่างรวดเร็ว อนุเจียวและพ่อบ้านหวังรีบเดินจ้ำอ้าวตามไปติดๆ ทุกย่างก้าวของพวกเขาสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะทำลายล้างเป้าหมายให้ย่อยยับ

ณ ห้องหนังสืออันเงียบสงบ เผิงกวงโหว ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความอ่อนแอและขี้ขลาด กำลังนั่งหลับตาพริ้ม เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้มะฮอกกานีอย่างสบายอารมณ์ ในมือของเขาถือพู่กันขนหมาป่าด้ามงาม ทำทีเป็นกำลังครุ่นคิดแต่งบทกวีชมความงามของนกกระเรียนที่วาดค้างไว้บนกระดาษสา บนโต๊ะมีกาน้ำชาดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาชั้นเลิศลอยอบอวลไปทั่วห้อง เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดการต้องตัดสินปัญหาครอบครัว และมักจะใช้ห้องหนังสือแห่งนี้เป็นหลุมหลบภัยส่วนตัวเสมอ

ทว่าความสงบสุขของเขาก็มีอันต้องพังทลายลงอย่างราบคาบ เมื่อบานประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญแหลมปรี๊ดที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงภูตผีปีศาจมาทวงบุญคุณ

"ท่านพี่เจ้าขา ท่านโหวผู้ประเสริฐของข้า ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะเจ้าคะ ฮือๆๆ"

อนุหมินพุ่งพรวดเข้ามาภายในห้อง นางทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาโต๊ะทำงานของเผิงกวงโหวเอาไว้แน่น น้ำตาที่เค้นออกมาจากความพยายามระดับเทพไหลอาบแก้มจนเครื่องสำอางละลายเป็นคราบสีดำน่าเกลียด นางสะอื้นไห้จนตัวโยน ทำเอาเผิงกวงโหวถึงกับสะดุ้งเฮือก ทำพู่กันในมือร่วงหล่นลงไปเปื้อนกระดาษสาจนภาพนกกระเรียนกลายเป็นรอยด่างดำเลอะเทอะ

"นี่มันเรื่องอันใดกันอีก หมินเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าถึงได้มาร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายทำลายบรรยากาศการแต่งกวีของข้าเช่นนี้ ข้าเพิ่งจะนึกคำคล้องจองออกแท้ๆ เจ้าทำให้จินตนาการของข้าแตกกระเจิงไปหมดแล้ว"

เผิงกวงโหวขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิด เขาพยายามดึงขาโต๊ะออกจากอ้อมกอดของอนุหมิน แต่สตรีผู้นี้กลับกอดรัดเอาไว้แน่นราวกับปลิงดูดเลือด

อนุเจียวที่เดินตามเข้ามาพร้อมกับพ่อบ้านหวังก็รีบทิ้งตัวลงคุกเข่าเคียงข้างอนุหมิน นางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง พลางทำเสียงสั่นเครือราวกับกำลังหวาดกลัวอย่างหนัก

"ท่านโหวเจ้าขา ท่านต้องรีบจัดการเรื่องนี้นะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นจวนของเราต้องพินาศย่อยยับเป็นแน่ คุณหนูสาม... คุณหนูสามนางเสียสติไปแล้วเจ้าค่ะ เมื่อครู่นี้นางบุกไปที่ห้องบัญชี อาละวาดทำลายข้าวของ ซ้ำยังทุบตีและข่มขู่พ่อบ้านหวังอย่างโหดเหี้ยม นางบังคับปล้นเอาเงินกองกลางของจวนไปถึงสามสิบตำลึงเงิน นางบอกว่าหากพ่อบ้านหวังไม่ให้ นางจะฆ่าเขาทิ้งแล้วเผาจวนให้วอดวายเลยนะเจ้าคะ"

พ่อบ้านหวังเมื่อได้รับสัญญาณจากอนุเจียว ก็รีบประสานมือโขลกศีรษะลงกับพื้นกระดานดังโป๊กๆ พร้อมกับส่งเสียงร้องไห้ครวญครางอย่างน่าเวทนา

"เป็นความจริงขอรับท่านโหว คุณหนูสามก้าวร้าวป่าเถื่อนยิ่งนัก ข้าน้อยพยายามอธิบายเหตุผลว่าคลังจวนว่างเปล่า แต่นางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังคว้าลูกคิดจะมาฟาดหัวข้าน้อย ข้าน้อยกลัวตายจึงจำต้องมอบเงินก้อนสุดท้ายที่เตรียมไว้ซื้อเสบียงให้จวนไปจนหมดสิ้น ตอนนี้จวนของเราไม่มีเงินเหลือแม้แต่แดงเดียวแล้วนะขอรับ ท่านโหวต้องทวงคืนความยุติธรรมให้บ่าวชราผู้นี้ด้วยเถิดขอรับ"

เรื่องราวที่ถูกปรุงแต่งและใส่สีตีไข่จนกลายเป็นนิยายสยองขวัญ ทำเอาเผิงกวงโหวถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ความขี้ขลาดและหูเบาที่ฝังรากลึกอยู่ในกมลสันดานทำให้เขาเชื่อคำโกหกพกตลมเหล่านั้นอย่างสนิทใจโดยไม่คิดจะสืบสวนหาความจริงให้ถ่องแท้เลยแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาไม่สนใจว่าบุตรสาวจะเอาเงินไปทำอะไร เขาสนใจเพียงแค่ว่าบุตรสาวคนนี้กำลังสร้างความวุ่นวายทำลายความสงบสุขของเขา และยังกล้าทำตัวเหนืออำนาจของเขาในฐานะผู้นำตระกูล

"บังอาจนัก นังลูกทรพีผู้นี้มันจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ข้าอุตส่าห์เมตตาปล่อยให้นางพักผ่อนรักษาตัว แต่นางกลับแว้งกัดทำร้ายบ่าวไพร่และปล้นเงินจวนเยี่ยงโจรป่า สตรีที่ก้าวร้าวไร้ยางอายเช่นนี้ หากข้าไม่สั่งสอนให้หลาบจำ วันหน้าข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในหมู่ขุนนางด้วยกัน"

เผิงกวงโหวผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์เดือดดาล เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เดินกระทืบเท้าตึงตังออกจากห้องหนังสือไปอย่างเกรี้ยวกราด เป้าหมายคือเรือนหลักของฮูหยินเอก อนุหมิน อนุเจียว และพ่อบ้านหวัง ลอบหันมามองหน้ากันแล้วแสยะยิ้มเยาะเย้ยอย่างสมใจ พวกเขารีบลุกขึ้นปัดฝุ่นที่หัวเข่า แล้วเดินตามหลังท่านโหวไปติดๆ เพื่อรอดูฉากเด็ดที่คุณหนูสามจะถูกลงโทษทัณฑ์อย่างสาสม

ในขณะเดียวกัน ณ เรือนหลักอันแสนจะซอมซ่อ บรรยากาศกลับแตกต่างจากพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกอย่างสิ้นเชิง ไป๋ลี่ถิงในกระโปรงตัวเดิมกำลังนั่งขัดสมาธิอย่างไม่แคร์สื่ออยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ในมือของนางถือไม้จิ้มฟันที่เหลาจากซี่โครงไผ่ กำลังแคะเศษเนื้อเป็ดย่างที่ติดอยู่ตามซอกฟันอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ ฮูหยินไป๋ผู้เป็นมารดากำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงหลังจากได้รับประทานอาหารดีๆ จนอิ่มท้อง ส่วนอาชิงก็กำลังง่วนอยู่กับการเก็บกวาดจานชามบนโต๊ะ

"แหม เป็ดย่างร้านนี้รสชาติไม่เลวเลยจริงๆ หนังกรอบเนื้อนุ่ม น้ำจิ้มก็กลมกล่อม วันหลังต้องไปอุดหนุนใหม่เสียแล้ว การมีเงินนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง รู้สึกเหมือนมีอำนาจล้นฟ้าชี้หมากเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้เลยทีเดียว"

ไป๋ลี่ถิงพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อล้างคอ ทว่าความสุขหลังมื้ออาหารของนางก็มีอันต้องสิ้นสุดลงกะทันหัน เมื่อเสียงตวาดดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่าดังกังวานมาจากหน้าประตูเรือน

"ไป๋ลี่ถิง นังลูกอกตัญญู ไร้ยางอาย ออกมาเดี๋ยวนี้"

เผิงกวงโหวเดินกระทืบเท้าเข้ามาในเรือนหลักด้วยใบหน้าที่แดงก่ำไปด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาชี้หน้าด่าทอบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ อนุหมิน อนุเจียว และพ่อบ้านหวังที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังต่างแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อยหวาดกลัว แต่ในดวงตากลับเปล่งประกายความสะใจอย่างปิดไม่มิด

ฮูหยินไป๋ที่กำลังนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจกลัว นางรีบวิ่งออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่ยังไม่เรียบร้อยนัก เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกำลังชี้หน้าด่าทอลูกสาว นางก็รีบถลันตัวเข้าไปขวางหน้าไป๋ลี่ถิงเอาไว้ สองมือยกขึ้นไหว้ปลกๆ อย่างน่าเวทนา

"ท่านพี่ใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ มีเรื่องอันใดค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันเถิด ถิงเอ๋อร์นางเพิ่งจะหายป่วย ท่านอย่าดุด่านางแรงนักเลยนะเจ้าคะ"

"เจ้าหลบไปฮูหยิน เจ้ามันก็เป็นมารดาที่ไม่ได้เรื่อง เลี้ยงลูกอย่างไรถึงได้กลายเป็นโจรปล้นบ้านตัวเองเช่นนี้"

เผิงกวงโหวตวาดใส่ภรรยาเอกอย่างไม่ไว้หน้า เขาพยายามจะปัดร่างของฮูหยินไป๋ให้พ้นทาง แต่ทันใดนั้นเอง มือเรียวยาวของไป๋ลี่ถิงก็เอื้อมมาจับแขนของมารดาเอาไว้แน่น แล้วค่อยๆ ดึงฮูหยินไป๋ให้หลบไปอยู่ด้านหลังของตนเองอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่น

ไป๋ลี่ถิงไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือลนลานเลยแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างเชื่องช้า ลุกขึ้นยืนยืดแผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม ริมฝีปากบางเฉียบคลี่รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทอย่างถึงที่สุด นางกวาดสายตามองบิดาที่กำลังเดือดพล่าน และมองเลยไปยังเหล่าตัวตลกด้านหลังที่กำลังรอชมงิ้วฉากเด็ด

"แหมๆ ท่านพ่อผู้ทรงธรรม อุตส่าห์ดั้นด้นมาเยือนเรือนหลักอันซอมซ่อแห่งนี้ด้วยตนเอง ช่างเป็นเกียรติแก่ลูกและท่านแม่อย่างหาที่สุดไม่ได้ ไม่ทราบว่าลมพายุลูกไหนหอบท่านมาถึงที่นี่ หรือว่าบทกวีชมดอกไม้ของท่านมันตันจนแต่งไม่ออก ถึงได้มาระบายอารมณ์ใส่คนในเรือนเช่นนี้เจ้าคะ"

น้ำเสียงของไป๋ลี่ถิงราบเรียบแต่คมกริบประดุจใบมีดโกนอาบยาพิษ ท่าทางที่ดูผ่อนคลายเกินเหตุของนางทำเอาเผิงกวงโหวถึงกับชะงักงันไปชั่วครู่ เขาไม่คุ้นชินกับการที่บุตรสาวกล้าต่อล้อต่อเถียงและมองเขาด้วยสายตาที่ท้าทายเช่นนี้

"เจ้าอย่ามาเล่นลิ้นกับข้า ไป๋ลี่ถิง เจ้ารู้ตัวดีว่าเจ้าทำความผิดอันใดลงไป เจ้ากล้าบุกไปอาละวาดที่ห้องบัญชี ทุบตีพ่อบ้านหวัง และปล้นเงินเบี้ยหวัดไปถึงสามสิบตำลึง การกระทำเยี่ยงโจรป่าเช่นนี้ เจ้ายังมีหน้ามายืนยิ้มเยาะอยู่อีกหรือ คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ ข้าจะสั่งโบยเจ้าให้หลังลาย โทษฐานที่ทำตัวก้าวร้าวทำลายกฎระเบียบของจวน"

เผิงกวงโหวตวาดลั่น ชี้นิ้วสั่นระริกไปที่ใบหน้าของบุตรสาว

ไป๋ลี่ถิงเลิกคิ้วสูงจนแทบจะกลืนหายเข้าไปในไรผม นางแค่นเสียงหัวเราะ หึ ออกมาทางจมูกอย่างแรง ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกจังก้า เปลี่ยนโหมดจากหญิงสาวธรรมดาเป็นยอดนักขายมือทองผู้พร้อมจะฟาดฟันลูกค้าที่อ่านสัญญาไม่แตกฉาน

"ทุบตีงั้นหรือ ปล้นเงินงั้นหรือ ช่างเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่แต่งแต้มสีสันได้วิจิตรพิสดารเสียยิ่งกว่าบทกวีของท่านพ่อเสียอีกนะเจ้าคะ ข้าขอถามท่านพ่อสักคำเถิดเจ้าค่ะ ท่านพ่อเคยเรียนวิชาคำนวณพื้นฐานหรือไม่เจ้าคะ หรือว่าวันๆ เอาแต่ท่องจำตัวอักษรจนสมองส่วนตรรกะมันฝ่อไปหมดแล้ว"

คำพูดที่ดูหมิ่นสติปัญญาอย่างรุนแรงทำเอาเผิงกวงโหวหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม เขาอ้าปากจะด่าทอ แต่นางไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แทรกแม้แต่ครึ่งคำ

"ท่านพ่อบอกว่าข้าปล้นเงินจวน ถ้างั้นข้าขอแจกแจงบัญชีให้ท่านฟังอย่างละเอียดก็แล้วกัน กฎระเบียบดั้งเดิมของจวนโหวที่ท่านปู่ตั้งเอาไว้ระบุชัดเจนว่า ฮูหยินเอกและบุตรสายตรงแห่งเรือนหลัก มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยหวัดรายเดือน เดือนละห้าตำลึงเงิน นี่คือสวัสดิการพื้นฐานที่บริษัท... เอ้อ จวนแห่งนี้ต้องจ่ายให้ผู้บริหารระดับสูงอย่างท่านแม่ แต่ความจริงก็คือ พ่อบ้านหน้าเลือดของท่านงดจ่ายเบี้ยหวัดให้พวกเรามาหกเดือนเต็ม หกคูณห้าเท่ากับสามสิบ ข้าแค่ไปทวงหนี้ที่ค้างชำระอย่างถูกต้องตามกฎหมายและกฎของจวน การทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของตนเองเรียกว่าการปล้นงั้นหรือเจ้าคะ หากตรรกะวิบัติเช่นนี้ถูกนำไปใช้ที่ศาลว่าการเมืองหลวง ใต้เท้าผู้ว่าการคงได้หัวเราะจนฟันร่วงหมดปากเป็นแน่"

เผิงกวงโหวอ้าปากค้าง สมองของเขาพยายามประมวลผลตัวเลขและเหตุผลที่พรั่งพรูออกมาจากปากบุตรสาว เขาหันไปมองหน้าพ่อบ้านหวังด้วยความสงสัย พ่อบ้านหวังรีบหลบสายตาก้มหน้างุด เหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง

"ส่วนเรื่องที่หาว่าข้าทุบตีพ่อบ้านหวัง ท่านพ่อจงแหกตาดูไขมันที่ย้วยอยู่บนหน้าของเขาสิเจ้าคะ มีรอยฟกช้ำดำเขียวตรงไหนบ้าง หรือว่าแค่ข้าขยับตัวแรงหน่อย คลื่นอากาศก็ไปกระแทกหน้าเขาจนเจ็บปวดเจียนตายแล้ว ข้าแค่ตบโต๊ะเพื่อเรียกสติคนแก่ที่ความจำเสื่อมให้จำได้ว่าต้องจ่ายเงินเท่านั้น ไม่ได้แตะต้องตัวเขาสักปลายก้อย"

ไป๋ลี่ถิงก้าวประชิดตัวบิดา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มมีแววสับสนและหวาดหวั่นของอีกฝ่าย น้ำเสียงของนางดุดันและทรงพลังประดุจฟ้าผ่าลงกลางลานเรือน

"ท่านพ่อบอกว่าข้าก้าวร้าวทำลายกฎระเบียบ ถ้างั้นข้าขอถามกลับบ้าง การที่อนุภรรยาชั้นต่ำเบิกเงินกงสีของจวนไปเป็นร้อยตำลึงเพื่อซื้อผ้าแพรพรรณและเครื่องประดับราคาแพงมาใส่เล่นอวดชาวบ้าน ในขณะที่ฮูหยินเอกต้องใส่เสื้อผ้าปะชุนและกินข้าวต้มใส่น้ำล้างบ่อปลา แบบนี้เรียกว่าประหยัดมัธยัสถ์และเคารพกฎเกณฑ์งั้นหรือเจ้าคะ การที่บ่าวไพร่กล้านั่งเชิดหน้าในห้องทำงาน ปล่อยให้เจ้านายยืนค้ำหัว แบบนี้เรียกว่ารู้จักที่ต่ำที่สูงงั้นหรือเจ้าคะ หากท่านพ่อมองว่าการกระทำของอนุหมินและพ่อบ้านหวังคือความถูกต้อง ถ้างั้นจวนโหวแห่งนี้ก็คงไม่มีความจำเป็นต้องมีกฎระเบียบอันใดอีกแล้ว ยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้นางโลม... เอ้อ ให้อนุหมินไปเลยไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป"

คำพูดที่แทงทะลุกลางปล้องและแหกหน้ากากแห่งความดีงามของบรรดาตัวร้ายจนย่อยยับ ทำเอาเผิงกวงโหวถึงกับเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงอันโหดร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตรรกะและเหตุผลของบุตรสาวมันแน่นหนาและไร้ช่องโหว่จนเขาไม่สามารถหาคำใดมาโต้แย้งได้เลย เขารู้ดีว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปนอกจวน เขาจะต้องกลายเป็นตัวตลกของชาวเมืองหลวงที่ปล่อยให้บ้านเมืองเน่าเฟะจนเมียน้อยขี่หัวเมียหลวง

เผิงกวงโหวหน้าซีดสลับแดง สลับเขียว ริมฝีปากสั่นระริก เขาหันไปถมึงตาใส่อนุหมินและพ่อบ้านหวังด้วยความโกรธที่ถูกหลอกให้มาหน้าแตกถึงที่นี่ อนุหมินก้มหน้าหลบสายตา มือจิกผ้าเช็ดหน้าแน่นจนแทบขาด ส่วนพ่อบ้านหวังก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นตัวสั่นเป็นลูกนก

ความขี้ขลาดที่เป็นสันดานเดิมของเผิงกวงโหวเริ่มทำงานอีกครั้ง เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา ไม่กล้ายอมรับความผิดพลาด และไม่อยากรับมือกับบุตรสาวที่ดูเหมือนจะถูกวิญญาณนักปราชญ์ฝีปากกล้าเข้าสิงผู้นี้ เขาจึงเลือกใช้วิธีเดิมๆ คือการวิ่งหนีปัญหาอย่างหน้าไม่อาย

"นี่... นี่พวกเจ้า... บังอาจหลอกลวงข้า ข้า... ข้าปวดหัวยิ่งนัก อาการโรคเก่าของข้ากำเริบ ข้าต้องรีบกลับไปพักผ่อน แต่งบทกวีที่ค้างไว้ให้จบ เรื่องพรรค์นี้พวกเจ้าจัดการกันเองก็แล้วกัน ข้าไม่ยุ่งแล้ว ฮูหยิน เจ้าดูแลบุตรสาวของเจ้าให้ดีด้วย อย่าให้มาสร้างความวุ่นวายอีก"

เผิงกวงโหวละล่ำละลักอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นอย่างที่สุด เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงเพื่อรักษาหน้าอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ก่อนจะรีบหมุนตัวหันหลังเดินจ้ำอ้าวหนีออกจากเรือนหลักไปอย่างรวดเร็วราวกับมีสุนัขบ้าวิ่งไล่ตาม ทิ้งให้อนุหมิน อนุเจียว และพ่อบ้านหวังยืนเคว้งคว้างอ้าปากค้างอยู่กลางลานเรือนอย่างคนเสียสติ

ไป๋ลี่ถิงมองตามแผ่นหลังของบิดาที่หายลับไปอย่างรวดเร็ว นางกอดอกยืนจังก้า เชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะอันงดงาม รอยยิ้มเย้ยหยันและกวนประสาทที่สุดในโลกปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางหันมามองบรรดาตัวร้ายที่เหลืออยู่ด้วยสายตาที่พร้อมจะเชือดเฉือนให้ตายคาที่

"อ้าว ท่านพ่อผู้ทรงธรรมกลับไปเสียแล้ว พวกท่านยังจะยืนเป็นสัมภเวสีรอส่วนบุญอยู่อีกทำไมล่ะเจ้าคะ หรือว่าอยากจะให้ข้าแจกแจงบัญชีค่าปรับที่พวกท่านติดค้างเรือนหลักเอาไว้อีกสักรอบดีไหมเจ้าคะ รับรองว่ารอบนี้ข้าจะคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอก เอาให้ขายกางเกงในมาจ่ายก็ไม่พอเลยทีเดียว"

อนุหมินและพรรคพวกสะดุ้งสุดตัว พวกเขารีบหันหลังกลับ วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกจากเรือนหลักไปอย่างไม่คิดชีวิต ท่าทางการวิ่งที่สะเปะสะปะและลื่นไถลไปกับฝุ่นดินช่างเป็นภาพที่น่าขบขันยิ่งนัก

ไป๋ลี่ถิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นลานเรือน เสียงหัวเราะแห่งความสะใจของผู้ชนะดังกังวานไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า การปะทะคารมในยกนี้ ยอดนักขายมือทองเป็นฝ่ายน็อกเอาต์คู่ต่อสู้ด้วยตรรกะและเหตุผลขั้นเทพ นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการล้างบางจวนโหวอันเน่าเฟะแห่งนี้เท่านั้น เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากแผนการตลาดสุดแสบของนางในตอนต่อไปได้เลย!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 457 ทวงหนี้ข้ามแคว้น

    บานประตูศิลาบานยักษ์ของท้องพระโรงแห่งแคว้นซีหยางที่เคยปิดสนิทและเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอันเกรียงไกรของกษัตริย์นักรบ บัดนี้ถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานประตูทั้งสองข้างกระแทกเข้ากับผนังหินด้านในเกิดเสียงดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งพระราชวัง เสียงนั้นดังก้องกังวานประดุจเสียงระฆังมรณะที่กำลังตีบอกเวลาอวสานของราชวงศ์ที่เคยหยิ่งผยอง ฝุ่นผงที่เกาะอยู่ตามบานพิงประตูร่วงหล่นลงมาเป็นสาย ท่ามกลางช่องว่างของประตูที่เปิดอ้า แสงตะวันยามเย็นสาดส่องเข้ามาทาบทับกับเงาร่างของกลุ่มคนผู้มาเยือน นำทัพโดยสตรีผู้มีกลิ่นอายแห่งความมั่งคั่งและอำนาจที่กดทับจนอากาศภายในท้องพระโรงแทบจะหยุดนิ่งไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาแห่งแคว้นต้าจงและประธานหอการค้าบุปผาสวรรค์โอสถ ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเย่อหยิ่งประดุจนางพญาหงส์ที่กำลังเดินตรวจตรากรงขังของนกกระจอก พระนางสวมชุดคลุมตัวยาวสีแดงสดที่ปักลายนกยูงรำแพนหางด้วยดิ้นทองคำแท้บริสุทธิ์ ทุกย่างก้าวของพระนางทำให้ชายเสื้อสะบัดพลิ้วไหวอย่างงดงาม ส่งเสียงสวบสาบที่แสนจะบาดหูผู้พ่ายแพ้ รองเท้าไหมปักมุกเหยียบย่างลงบนพรมขนสัตว์ที่ปูลาดอยู่บนพื้นหิ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 456 กษัตริย์ตกอับ

    บรรยากาศภายในพระราชวังหลวงแห่งแคว้นซีหยางในยามตะวันคล้อยต่ำนั้น ช่างอึมครึมและหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าถ้ำน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ สถาปัตยกรรมศิลาสีดำทะมึนที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อข่มขวัญผู้มาเยือน บัดนี้กลับดูอ้างว้างและเงียบเหงาประดุจสุสานร้างที่ไร้ผู้คนเหลียวแล กษัตริย์ซีหยาง บุรุษร่างยักษ์ผู้มีใบหน้าดุดันประดุจหมีป่าที่กำลังหิวโหย ประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลาที่ปูทับด้วยขนสัตว์ประหลาด พระวรกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากการกรำศึก ขยับไปมาอย่างกระสับกระส่าย นัยน์ตาสีขุ่นขวางเบิกกว้างจ้องมองไปยังบานประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ที่ปิดสนิท เขากำลังรอคอย รอคอยให้แม่ทัพหูเปียวนำกองทัพม้าเหล็กนับหมื่นนาย ลากคอสตรีชุดแดงผู้โอหังแห่งแคว้นต้าจงมาหมอบกราบแทบเท้า เพื่อที่เขาจะได้ใช้ดาบเล่มใหญ่บากหน้าและสั่งสอนให้นางรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของชายชาตินักรบทว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนธูปในกระถางมอดดับไปแล้วถึงสามก้าน กลับไม่มีวี่แววของกองทัพ หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าของม้าเร็วส่งข่าวเลยแม้แต่น้อย ความเงียบสงัดที่ผิดปกติเริ่มกัดกินหัวใจอันหยาบกระด้างของกษัตริย์ผู้หยิ่งผยอง ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาเป็น

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 455 กลืนกินแผ่นดิน

    สายลมยามสายพัดหอบเอาฝุ่นทรายสีเหลืองทองปลิวว่อนไปทั่วบริเวณตลาดใจกลางเมืองหน้าด่านของแคว้นซีหยาง ทว่าบรรยากาศความตึงเครียดอันแสนจะน่าสะพรึงกลัวที่เคยปกคลุมเมืองแห่งนี้ได้มลายหายไปจนสิ้นหยด ทิ้งไว้เพียงความชื่นมื่นอันแสนจะกวนประสาทที่ลอยอวลอยู่แทบทุกอณูอากาศ กองทัพม้าเหล็กนับหมื่นนายที่เคยมุ่งหมายจะมาเด็ดหัวฮองเฮาแห่งต้าจง บัดนี้กลับยืนเรียงแถวหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ละคนมีรอยยิ้มกว้างขวางประดับบนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น มือที่เคยกำด้ามหอกและหน้าไม้เปลี่ยนมากำโฉนดที่ดินและตั๋วเงินปึกใหญ่เอาไว้แนบอกประดุจของล้ำค่าที่สุดในชีวิต อดีตแม่ทัพหูเปียวผู้เคยเกรียงไกร บัดนี้กำลังยืนถือร่มคันใหญ่กางบังแดดให้แก่สตรีชุดแดงผู้เป็นนายจ้างคนใหม่อย่างขะมักเขม้น ท่าทางของเขานอบน้อมเสียจนแทบจะกลืนกินศักดิ์ศรีของชายชาตินักรบลงกระเพาะไปจนหมดสิ้นเมื่อปราศจากกองทหารคอยขัดขวางและมุ่งร้าย ไป๋ลี่ถิงก็สะบัดชายแขนเสื้อคลุมสีแดงสดปักลายนกยูงรำแพนหางของตนเองเบาๆ พระนางขยับแว่นตากรอบทองคำให้เข้าที่ ก่อนจะแย้มยิ้มที่มุมปากอย่างผู้มีชัยเหนือทุกสรรพสิ่ง รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 454 ซื้อกองทัพ

    บรรยากาศภายในตลาดศูนย์กลางเมืองหน้าด่านของแคว้นซีหยางที่เพิ่งจะคึกคักและตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความมั่งคั่งจากการหว่านทรัพย์ของฮองเฮาไป๋ลี่ถิง พลันต้องชะงักงันลงอย่างกะทันหัน เสียงฝีเท้าของม้าศึกนับพันตัวที่ควบตะบึงบดขยี้ผืนดินแห้งแล้งดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นทรายสีเหลืองขุ่นมัวถูกตีรวนลอยคลุ้งขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังแสงอาทิตย์ยามสายจนมืดครึ้ม บรรดาแม่ทัพนายกองของซีหยางที่เพิ่งได้รับราชโองการสายฟ้าแลบจากกษัตริย์ให้มาตระเตรียมกำลังพลเพื่อก่อศึกสงครามรอบใหม่ ได้นำทัพหน้าควบม้าฝ่ากำแพงเมืองเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราดทว่าสิ่งที่เหล่าแม่ทัพคาดหวังว่าจะได้เห็นคือภาพทหารยามที่กำลังฝึกซ้อมรบอย่างแข็งขัน หรือภาพชาวเมืองที่กำลังหวาดผวาเตรียมตัวหลบภัย กลับกลายเป็นภาพของชาวเมืองที่กำลังกอดก้อนทองคำร้องไห้ด้วยความปีติยินดี และทหารยามหน้าประตูเมืองที่กำลังนั่งนับตั๋วเงินกันอย่างเบิกบานใจ แม่ทัพใหญ่ผู้นำทัพหน้ามีนามว่าหูเปียว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการกรำศึกของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนหนวดเคราสั่นระริก เขากระชากบังเหียนม้าอย่างแรงจนม้าศึกชูขาหน้าส่งเสียงร้องแหลมสูง น

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 453 หว่านทรัพย์ทะลวงด่าน

    แสงตะวันยามเช้าเพิ่งจะสาดส่องพ้นทิวเขาอันสลับซับซ้อนของชายแดนทิศอุดร ทว่าบนเส้นทางสายหลักที่ทอดยาวมุ่งหน้าสู่เมืองหน้าด่านของแคว้นซีหยาง กลับปรากฏภาพที่ขัดแย้งกับสภาวะเตรียมทำศึกอย่างสิ้นเชิง ขบวนเดินทางที่กำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้านั้นไม่ได้มีกองทัพทหารม้านับแสน ไม่ได้มีธงรบโบกสะบัด หรือแม้แต่เสียงย่ำเท้าของทหารราบ ทว่ามันคือรถม้าไม้หอมแกะสลักขนาดใหญ่โตมโหฬารที่ถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงสดและพู่ระย้าทองคำบริสุทธิ์ ส่องประกายวิบวับท้าทายแสงแดดประดุจก้อนทองคำที่เคลื่อนที่ได้ไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาผู้กุมชะตาเศรษฐกิจของแผ่นดินต้าจง ประทับนั่งอยู่ภายในรถม้าอย่างเกียจคร้าน พระนางสวมชุดคลุมตัวยาวพลิ้วไหวปักลายนกยูงรำแพนหางด้วยเส้นด้ายสีทองคำขาว มือเรียวขาวผ่องกำลังปอกผลองุ่นส่งเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นต่อการเดินทางเข้าสู่ถิ่นพำนักของศัตรู เบื้องนอกรถม้ามีเพียงองครักษ์เงาจำนวนไม่ถึงสิบนายควบม้าตามมาห่างๆ นำทัพโดยไคเซอร์ องครักษ์หนุ่มผู้มีเรือนผมสีดำสนิทประดุจรัตติกาลและมีนัยน์ตาสีแดงฉานดั่งโลหิต เขากระชับบังเหียนม้าด้วยท่าทีระแวดระวัง แม้ในใจจะแอบเหงื่อตกกับค

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 452 แผ่นป้ายดำวงเงินอนันต์

    บรรยากาศภายในห้องทรงพระอักษรส่วนพระองค์ของฮองเฮาไป๋ลี่ถิงในยามบ่ายคล้อยนั้น ช่างแตกต่างจากความตึงเครียดในท้องพระโรงมังกรทองเมื่อช่วงเช้าอย่างสิ้นเชิง กลิ่นหอมกำจายของกำยานไม้กฤษณาชั้นเลิศที่สั่งทำพิเศษจากร้านกิจการบุปผาสวรรค์โอสถลอยอวลไปทั่วทุกซอกมุมของห้อง ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษสาและกลิ่นหมึกหอมที่คุ้นเคย มันคือกลิ่นแห่งความมั่งคั่งที่ช่วยชโลมจิตใจของสตรีผู้รักเงินทองยิ่งชีพให้สงบลงได้อย่างน่าประหลาด แสงแดดสีทองอ่อนจางสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ทาบทับลงบนกองสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่วางเรียงรายเป็นระเบียบประดุจกำแพงป้อมปราการขนาดย่อมไป๋ลี่ถิงประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หอมบุนวมผ้าไหมสีแดงเพลิง ท่วงท่าของพระนางในยามนี้เต็มไปด้วยความผ่อนคลายทว่าแฝงความหยิ่งผยองและกวนประสาทอยู่ในทุกอณู ขาทั้งสองข้างไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าปักดิ้นทองกระดิกไปมาเป็นจังหวะเพลงรื่นเริงในหัว เบื้องหลังของพระนางคือไคเซอร์ องครักษ์เงาหนุ่มผู้มีเรือนผมสีดำขลับประดุจปีกกาและนัยน์ตาสีแดงฉานดั่งโลหิต เขายืนกอดอกพิทักษ์ความปลอดภัยอยู่อย่างเงียบเชียบและซื่อสัตย์ประดุจรูปสลักหินที่ไร้ลม

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 8 เสียงสวรรค์

    ไป๋ลี่ถิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว สองมือของนางกุมขมับแน่น ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เมื่อวานนี้ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน สมองอันปราดเปรื่องของยอดนักขายมือทองระดับพระกาฬกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงประดุจกงล้อ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 6 ทวงหนี้พ่อบ้านหน้าเลือด

    แสงแดดอุ่นยามสายสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของเรือนฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นที่พำนักของบรรดาอนุภรรยาคนโปรดแห่งจวนเผิงกวงโหว บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะต่อกระซิกราวกับกำลังมีงานเฉลิมฉลอง ไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาซีดเซียวที่ดูคล้ายกับผ้าขี้ริ้วมากกว่าอาภรณ์ของสตรีชั

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 5 รื้อค้นสมบัติเรือนหลัก

    แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกร้าว ทอดตัวเป็นลำแสงสีทองอาบไล้ฝุ่นละอองที่ล่องลอยคว้างอยู่กลางอากาศภายในห้องนอนของฮูหยินเอกแห่งจวนเผิงกวงโหว ไป๋ลี่ถิงยืนท้าวสะเอวอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมงผิดวิสัยสตรีในห้องหอ นางเพิ่งจะส่งมารดาเข้านอนพักผ่อนหลังจากเหตุการณ์ปะ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 4 บิดาผู้รักสงบจนขี้ขลาด

    ฝุ่นควันจากการวิ่งหนีหางจุกตูดของบรรดาอนุภรรยายังไม่ทันจะจางหายไปจากลานหน้าเรือนหลัก บรรยากาศที่เพิ่งจะกลับมาเงียบสงบได้เพียงแค่ชั่วอึดใจก็มีอันต้องถูกทำลายลงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ทว่าลากยาวอย่างเกียจคร้านดังสะท้อนมาตามระเบียงทางเดินไม้ที่ผุพัง ไป๋ลี่ถิงซึ่งกำลังยืนกอดประคองร่างอันสั่นเทาของมาร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status