Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-11-01 19:44:34

จางม่านอวี้ สูดหายใจลึกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่รถม้าจะหยุดลงตรงหน้าโรงรับแลกเงินที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ใกล้กับประตูเมืองฝั่งตะวันตก ตึกรามโออ่านี้ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับบ้านตระกูลจางที่กำลังพังพาบลง แม้แต่บานประตูไม้ก็ดูหนาและหนักแน่นมั่นคงจนน่าขนลุก

ประตูไม้มะค่าสีแดงสวยแกะสลักรูปพยัคฆ์ขี่เมฆาเป็นสัญลักษณ์ประจำของโรงรับแลกเงินตระกูลเฉิน ที่ทั้งดุดันและเหนือชั้นกว่าผู้ใดในเมืองฉางเหอ จนดวงตาใสแป๋วที่หอบความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าเริ่มฝ่อนิด ๆ

‘ข้ารู้สึกก้าวขาไม่ออกเสียอย่างนั้น’

นางคิดว่าไม่มีสิ่งใดน่ากลัวกว่าความจนอีกแล้วในโลกใบนี้ แต่ว่านางกลับกลัวที่จะก้าวเข้าไปด้านในเสียอย่างนั้น รู้สึกว่าด้านในมีไอเย็นแปลก ๆ ชอบกลทั้งที่เดือนแปดนี้ร้อนตับแทบแตก

“คุณหนูเจ้าคะ...ท่าน” ซูซินกระซิบเรียกคุณหนูเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของผู้เป็นนายสาว พลันสงสารจับใจ

จางม่านอวี้หันมองบ่าวรับใช้แล้วก็ถอนหายใจ นางสมควรจะเป็นผู้นำตระกูลในเวลานี้ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดจะเสียแล้ว เพื่ออีกยี่สิบชีวิตที่รอคอยนางอยู่ นางไม่กล้าทำให้พวกเขาผิดหวัง

“ข้าจะเข้าไปในร้านรับแลกเงินเอง”

“ให้พวกเราติดตามไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ซูซินที่เป็นห่วงนายสาวไม่อยากให้เข้าไปเพียงผู้เดียวเอ่ยขึ้น และนั่นทำให้จางม่านอวี้พยักหน้าทันที นางหรือจะเก่งกาจอะไร คุณชายเฉินก็ไม่เคยพบสักครั้ง เขามีนิสัยใจคออย่างไรนางก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ จะให้นางเข้าไปคนเดียวไม่มีทางหรอก

ร่างอรชรเดินเข้าไปในโรงรับแลกเงิน ด้านหน้ามีคนของร้านรับแลกเงินยิ้มแย้มต้อนรับพวกนางอย่างดี ทำให้นางเลิกคิ้วขึ้น

“ไม่ทราบว่าคุณหนูมีธุระอันใดหรือ”

“เถ้าแก่...ข้าอยากพบคุณชายของพวกท่าน ไม่ทราบว่าคุณชายสะดวกพบหรือไม่” จางม่านอวี้เปล่งเสียงเข้มแข็ง อย่างไรก็มาถึงนี่แล้ว แม้ว่าต้องทำตัวให้ใบหน้าหนาสักนิดก็ช่างมันเถอะ ดีกว่าปล่อยให้ทุกคนอดตาย

“คุณหนู...” เถ้าแก่เห็นท่าทางขึงขังแล้วผงะ

“พวกเราจะมากู้เงิน” ซูหมิงไม่อยากให้เวลายืดเยื้อ เขาหิวไส้จะกิ่วอยู่แล้ว หากได้เงินกลับไปแบ่งส่วนใช้หนี้หมดและที่เหลือซื้อข้าวสารกลับไปต้มโจ๊กเนื้อขาวข้นกินสักมื้อเถอะ

เขาไม่มีอาหารดี ๆ ตกถึงท้องมาสองเดือนแล้ว

จางม่านอวี้ยิ้มเขิน ๆ แล้วนางส่งสายตาแป๋วแหววซุกซน ไปให้เถ้าแก่ร้านแลกเงิน พยายามทำท่าทางออดอ้อนตามที่เคยฝึกมากับกระจก เพื่อให้เถ้าแก่ใจอ่อนและนำความไปบอกต่อคุณชายของเขา จากนั้นเมื่อเห็นแววตาอ่อนโยนของเถ้าแก่พลันรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อย

“สำเร็จไปครึ่งทางแล้ว!” นางคิดในใจอย่างร่าเริง

จากนั้นพวกนางถูกเชิญให้เข้าไปยังห้องรับรอง ก่อนจะมีบ่าวรับใช้ชายยกน้ำชากับขนมจานโตมาวางให้พวกเรา

“เชิญพวกท่านกินขนมสักครู่ นายท่านของพวกเรากำลังจัดการธุระส่วนตัวอยู่เล็กน้อย” เถ้าแก่บอกด้วยรอยยิ้ม

จางม่านอวี้และบ่าวรับใช้ทั้งสามคนคล้ายหูดับไปแล้ว! เมื่อได้กลิ่นหอมของชาดอกไม้ที่คล้ายจะผสมน้ำผึ้งลงไปด้วยกับขนมตรงหน้า ส่งกลิ่นหอมหวานอบอวลจนลืมไปชั่วขณะว่ากำลังนั่งอยู่ในโรงรับแลกเงินที่น่าเกรงขาม และด้านข้างกันนั้นมีผลไม้เชื่อมหลากสี และขนมไหว้พระจันทร์ไส้เม็ดบัวกับไส้ถั่วแดงอีกอย่างละสี่ชิ้นวางเรียงกันอย่างสวยงาม

ซูหมิงตัวน้อยทำตาโตเท่าไข่ห่าน เขาทำท่าจะคว้าขนมไส้ถั่วแดงชิ้นใหญ่ที่สุดแต่ถูกซูซินตีมือเบา ๆ ทำให้เจ้าเด็กน้อยต้องมองคุณหนูของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหิวระคนขอร้องให้คุณหนูหยิบกินเร็ว ๆ

อึก!

จางม่านอวี้กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นางพยายามทำตัวเป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อมด้วยการหยิบขนมไส้เม็ดบัวขึ้นมาช้า ๆ อย่างมีจริตจะก้าน แต่สุดท้ายก็ทนความหิวไม่ไหว นางคว้าขนมขึ้นกัดหนึ่งชิ้นเต็มคำ พร้อมกับพริ้มตาหลับลิ้มรสชาติหอมหวานของมันอย่างไม่สนใจใคร

‘อร่อยที่สุดตั้งแต่ข้ามีชีวิตในโลกนี้มาเลย!’

ความรู้สึกนี้ทำให้นางเกือบลืมไปแล้วว่ากำลังจะถูกเรียกตัวไปพบกับผู้ที่กำลังจะเป็นเจ้าหนี้ผู้ที่น่าเกรงขามที่สุดในเมือง

เมื่อซูหมิงเห็นนายสาวจัดการขนมอย่างมีความสุข เขาก็ไม่รอช้า คว้าขนมไส้ถั่วแดงยัดใส่ปากทันที เคี้ยวแก้มตุ้ยจนตาหยีด้วยความอร่อย ทั้งสี่คนในห้องรับรองต่างตกอยู่ในภวังค์ของน้ำชาและขนมหวาน ราวกับพวกเขากำลังหนีจากความเป็นจริงอันโหดร้ายเข้าสู่โลกแห่งความสุขชั่วคราว

... ซึ่งเป็นสิ่งที่หรูหราที่สุดในชีวิตติดบั๊กของม่านอวี้

จนกระทั่งทุกอย่างบนโต๊ะหมดลงอย่างรวดเร็ว แต่พวกเรายังรู้สึกว่าไม่อิ่มและราวกับมีคนอ่านใจพวกนางออก เมื่อถ้วยน้ำแกงเนื้อกับเนื้อตุ๋นชิ้นใหญ่ ๆ เต็มชามสี่ถ้วยพร้อมกับข้าวสวยหุงสุกร้อน ๆ ถูกนำมาวางตรงหน้าของพวกเขาอีกครั้ง

จางม่านอวี้มองภาพตรงหน้าอย่างระแวงเล็กน้อย คล้ายกับพวกนางมานั่งกินข้าวในร้านเหลาอาหารชื่อดังของเมืองฉางเหอแต่ความหิวหรือจะเข้าใครออกใคร ทั้งสี่คนจัดการอาหารตรงหน้าหมดเกลี้ยงภายในเวลาหนึ่งเค่อ!

และนั่นนำมาซึ่งสติในการฉุกคิดของสมองน้อย ๆ ของจางม่านอวี้ เมื่อมีอาหารเต็มท้อง

‘เจ้าหนี้ผู้นี้จะเลี้ยงดูปูเสื่อพวกนางดีเกินไปหรือไม่?’

ใจดีแปลก ๆ แฮะ!

เมื่อท้องอิ่มสีหน้าก็อิ่มเอิบขึ้น ใบหน้าที่เคยเศร้าหมองซับสีเลือดจนทำให้ยิ่งกระจ่างใสเสียจนคนมองถึงกับเคลิ้ม แต่คนถูกมองรู้สึกขวยเขินพิกล ยิ่งบ่าวรับใช้ทั้งร้านแลกเงินมีแต่บุรุษ ทำให้นางคือจุดวางสายตาเพียงจุดเดียวของร้านในตอนนี้ กระทั่งต้องหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจ

“เถ้าแก่...ไม่ทราบว่ามีห้องน้ำหรือไม่ ข้าอยากล้างหน้าผัดแป้งใหม่เล็กน้อย”

ใช่นางจะให้ตัวเองที่ปากมันแผลบไปพบเจ้าหนี้สภาพนี้ได้ที่ไหนกัน อย่างน้อย ๆ นางควรรักษาภาพลักษณ์คุณหนูตระกูลพ่อค้าเอาไว้เล็กน้อย

“เชิญคุณหนูด้านนี้ เดี๋ยวข้าน้อยจะให้บ่าวรับใช้หญิงพาไป”

บ่าวรับใช้หญิงหรือ...ที่นี่มีด้วยหรือ นางเห็นแต่บุรุษเต็มไปหมดจนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวทะมัดทะแมงเหมือนบุรุษ หากบอกว่าเป็นนักฆ่านางยังจะเชื่อมากกว่า แต่นางดูใบหน้างดงามอยู่ไม่น้อยริมฝีปากแดงเรื่อด้วยสีชาด คาดว่านางก็รักสวยรักงามในแบบสตรี ติดก็แต่นางพกกระบี่สั้นด้วย!

จางม่านอวี้ทำเป็นมองไม่เห็นอาวุธร้ายนั้น ยิ้มให้นางส่งสายตาน่าเอ็นดูที่สุดเปิดทางก่อน จากนั้นเดินตามนางไปผ่านห้องหลายห้องจนกระทั่งผ่านไปยังเรือนหลัง มีน้ำตกจำลองไหลจ๊อก ๆ ทำให้บรรยากาศแสนร่มรื่นจนอดชื่นชมเจ้าของไม่ได้ แต่ทว่าเสียงที่นางเผลอได้ยินนี่สิ

“ซี๊ด...อ่าห์...อื้อ...”

จางม่านอวี้เบิ่งตากว้าง“O.O” นั่นเสียงอะไร...ไม่ใช่ว่า...

“กดมาแรง ๆ เจ้าค่ะ...อื้อ...ซี๊ด...แรงอีกเจ้าค่ะ ข้ายังรับไหว”

นางยกมือขึ้นทาบอกทันทีและคิดว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดใช่หรือไม่ ทั้งจินตนาการไปถึงคำว่า กดมาแรง ๆ คืออะไรเหรอ

‘ไม่ใช่หรอก...ข้าคงคิดไปเอง ไม่น่าจะมีสิ่งใด’

นั่นคือสิ่งที่ปลอบใจตัวเองได้ดีที่สุดในยามนี้ และนางก็รีบเดินไปให้ทันสาวใช้และจัดการล้างหน้าและทาแป้งบาง ๆ กับแต้มชาดให้ปากสวยงามพลางยิ้มกับกระจกอันเล็กที่พกติดตัวมาด้วย

แค่นี้ก็สวยแล้ว...นางพร้อมจะพบเจ้าหนี้คนใหม่ และจะทำตัวน่ารักว่าง่ายให้เจ้าหนี้สงสารนางแหละ

แต่เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำผ่านไปยังเส้นทางเดิมจนกระทั่งถึงห้องหนึ่ง นางสบเข้ากับคนที่เพิ่งเดินออกมาที่เห็นแต่แผ่นหลังก็ทำให้นางชะงักค้าง จนเกือบลืมหายใจ แต่ทว่าคนที่ตามออกมานี่สิทำให้นางรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว

“ขอตัวลาเจ้าค่ะคุณชาย โอกาสหน้าข้าจะมารับใช้ท่านใหม่”

สตรีในชุดสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยงามเกลี้ยงเกลาริมฝีปากทาชาดสีสวย ยิ่งมีไฝจุดเล็ก ๆ ที่มุมปากล่างด้านซ้ายยิ่งเสริมเสน่ห์ให้นางยิ่งนัก จนทำให้รู้สึกว่าสตรีผู้นี้งดงามน่ามอง ทั้งยังดูน่าดึงดูดเสียจนละสายตาไม่ได้

แต่ว่า...ห้องที่พวกเขาออกมา ใช่ห้องที่นางเดินผ่านมาได้ยินเสียงแปลก ๆ เมื่อครู่หรือเปล่านะ นางยกมือจิ้มแก้มตัวเองเอียงคอคิดอย่างสงสัย จนไม่รู้เลยว่าบุรุษผู้นั้นกำลังมองนางด้วยสายตาแบบใด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 73

    ทุกคนส่ายหน้าให้กับเด็กน้อยที่พยายามป้ายความผิดให้คนอื่น ทั้งที่นางชอบดูผีเสื้อบินในสวนแต่ผีเสื้อดันบินหนีไปต่อหน้าต่อตาเท่านั้น “เช่นนั้นต้องขอโทษพี่ใหญ่ก่อนนะ วันนี้พี่ใหญ่ไปหาท่านอาลี่เจินมาด้วยล่ะ มีขนมใหม่ ๆ ที่ท่านอาคิดสูตรด้วยตนเอง” จางม่านอวี้ไม่รู้จะห้ามปรามเฟยเทียนอย่างไ

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 72

    หลังจากแต่งงานได้เก้าเดือน ลูกหงส์และมังกรก็ มาเกิดในตำหนักหานอ๋องสร้างความปีติยินดีมากมายให้ กับเหล่าประชาชนในแคว้น รวมทั้งเสด็จลุงอย่างฮ่องเต้ เยว่อันคังประทานของรับขวัญหลานจนต้องสร้างห้องเก็บสมบัติเพิ่ม จางม่านอวี้ท้องลูกแฝดแต่เป็นแฝดชายหญิง โดยคนเป็นบิดาอย่างหานอ๋องก็ตั้งชื่อให

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 71

    “ท่านอ๋องแก่ที่ไหนกันเพคะ แค่อวี้เอ๋อร์อายุสิบเจ็ดปี ท่านอ๋องอายุยี่สิบเจ็ดปีห่างกันแค่สิบปีถือว่าไม่มากกำลังพอดีเพคะ” นางกดข่มอมยิ้มในใจ ที่จริงหากนับกันก็หลายปีอยู่นะ “เจ้าเล่ห์นักหลอกด่าข้า นับจากนี้ชั่วชีวิตเจ้าข้าจะลงโทษเจ้าให้ต้องทรมานอยู่ใต้ร่างกายของข้า ถูกข้าเคี่ยวกรำทุกค

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 70

    คืนนี้เยว่เค่อไท่ไม่ได้รังแกหานเฟยของเขาหนักมาก เพียงแค่ตั้งใจจะมีลูกกับนางในค่ำคืนนี้ให้จงได้ ฤกษ์หยิน หยางบรรจบกันไม่ใช่จะมีได้ในทุกปี เขาจึงไม่ปล่อยให้ความพิเศษนี้ผ่านไปเพียงเปล่าประโยชน์ ด้านนอกแขกที่เชิญมาล้วนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนัก ขุนนางสำคัญในเมือง ไร้ขุนนางสอพลอในเมืองหลวงม

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 69

    หานอ๋องเห็นเช่นนั้นยกยิ้มให้นาง แล้วรีบไปจูงนางออกมาจากเรือนจากนั้นเมื่อถึงหน้าเรือน เสียงประกาศจากขันทีที่นำพระราชโองการมาประกาศยังเมืองฉางเหอดังขึ้น “พระราชโองการจากฝ่าบาท...หานอ๋องและคุณหนูจางม่านอวี้รับราชโองการ” จางม่านอวี้ถูกท่านอ๋องประคองให้นั่งคุกเข่าคู่กัน ในวันที

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 68

    เมื่อตัวประกอบหลุดจากบั๊กสู่ตำแหน่งชายาเอกหนึ่งเดียวของหานอ๋องจากแคว้นเยว่หาน... วันมงคลสมรสของจางม่านอวี้และหานอ๋องเยว่เค่อไท่ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่สิบสองเดือนสิบสองรัชศกเยว่คังที่สิบสอง ซึ่งเป็นวันมงคลที่สิบสองปีจะมีครั้ง คือวันที่หยินหยางสมดุลพร้อมให้พลังแด่คู่รักชายหญิง ถือว่าวันนี

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 61

    “กลัวเหลือเกินเพคะว่าจะหาสามีดี ๆ แบบท่านอ๋องไม่ได้ หากท่านอ๋องไม่กลับมาอวี้เอ๋อร์คงเป็นหม้าย” เยว่เค่อไท่ดีดหน้าผากนางหนึ่งที นี่เท่ากับแช่งเขา ชัด ๆ “ข้าอยากพาเจ้าไป” จางม่านอวี้อมยิ้มเขินที่สามีห่างจากนางไม่ได้ ก็คนอย่างนางมีคนเดียวนี่นา แต่ทว่าคำพูดต่อมาทำให้นางทำหน้

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 60

    หลังจากหานอ๋องพาจางม่านอวี้เที่ยวจนคนที่ขี่หลังอยู่หลับไปเขาก็พานางกลับไปนอนพักที่ตำหนัก เมื่อจัดการห่มผ้าให้นางอย่างดีกำลังจะเดินไปสะสางงานที่ทิ้งมาเมื่อตอนกลางวันก็เห็นเสด็จพี่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “มีอะไรหรือเสด็จพี่” “ข้าคิดว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเท่าไหร่” คำ

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 56

    จางม่านอวี้ชะงักเท้ากึก...แต่ทว่าสามีคนดีของนางกลับไม่ยอมหยุดทั้งกึ่งลากกึ่งจูงนางเข้าไป จนนางต้องรีบเอ่ยท้วง “เอ่อ...ท่านอ๋อง...เอ้ย...คุณชายเฉิน” จางม่านอวี้ หลุดเรียกเขาเพราะชินปาก แต่ทว่าเขากลับไม่ดุนาง ซ้ำยังยิ้มให้กับนางอย่างเอ็นดูอีกด้วย “ไม่เข้าไปหรือ” “ซูหมิง

  • คุณหนูอวี้ข้ามาเก็บดอกท่านแล้ว   บทที่ 55

    กว่าซูหมิงจะมาถึงตำหนักอ๋องก็เที่ยงพอดี ดังนั้นเขาจึงเร่งรีบวิ่งไป แต่เมื่อจะเลี้ยวไปทางห้องบรรทมท่านอ๋องเสียงน่ากลัวพลันดังขึ้น “กงกงไปจับเด็กสามหาวผู้นั้นมาตัดขา” ซูหมิงไม่คิดว่าจะพบกับไทเฮากำลังนั่งจิบชาที่สวน แค่เขาเดินเร่งรีบไปหน่อยถึงขนาดตัดขาเลยหรือ ไม่ได้เขาต้องสู้ตาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status