Share

บทที่2

Author: บัวลอยเศรษฐี
จูบที่หลินชิงเป็นฝ่ายริเริ่มจูบนี้ เหมือนหนามที่ทิ่มแทงลงบนหัวใจของฉัน

ทั้งที่ตอนแรกเธอเคยสาบานต่อฟ้าต่อดินและรับรองกับฉันแล้วแท้ ๆ

จะพยายามเว้นระยะห่างกับโจวจ้านไว้

ต่อหน้าฉัน เธอก็พยายามอยู่ห่างจากโจวจ้านเท่าที่จะทำได้

แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่

เธอกลับสามารถสนิทสนมกับโจวจ้านได้อย่างเป็นธรรมชาติและกล้าแสดงออกเช่นนี้แล้ว

"ฉันรู้ว่าคุณเอ็นดูฉัน"

"เรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้บ้านที่ข้างนอกก็ไม่ได้หาง่ายขนาดนั้น"

โจวจ้านเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว และพูดขึ้นทันทีว่า

"เมื่อไม่กี่วันก่อนผมขอให้เพื่อนช่วยดูบ้านไปสองหลัง"

"อยู่ใกล้เรา และที่ทำงานของเธอด้วย"

หลินชิงจึงได้แต่ตอบตกลง

"งั้นรอนั่วนั่วกลับมาฉันค่อยบอกเธอละกัน"

ฉันน้ำตาคลอเบ้า ต้องฝืนกลั้นน้ำตาไว้แล้วหันมองไปรอบ ๆ

กวาดตามองห้องแต่งงานที่ฉันลงมือจัดแต่งขึ้นมาด้วยตัวเองทีละน้อยอย่างละเอียดถี่ถ้วน

หลังจากโจวจ้านสูญเสียความทรงจำไป บทบาทของฉันในบ้านก็เปลี่ยนจากเจ้าของบ้านมาเป็นแขก

ข้าวของทั้งหมดของฉันถูกย้ายเข้าไปอยู่ในห้องนอนเล็กห้องนั้น

เพียงแค่เวลาครึ่งปี

หลินชิงได้ลบเลือนร่องรอยการใช้ชีวิตที่ฉันเคยทิ้งไว้จนหมดสิ้น

ตอนนี้ โจวจ้านก็ยังจะให้ฉันเก็บข้าวของแล้วย้ายออกไปโดยตรงเลย

เสียงหัวเราะที่ดังมาจากในครัวเหมือนหนามแหลมทิ่มแทงจนหูของฉันปวดยิ่งนัก

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ

หันหลังและออกไปนอกประตูอย่างเบาไม้เบามือ

ฉันไม่ได้ไปที่บริษัท

ด้วยความหวังสุดท้ายฉันหันหลังและไปที่โรงพยาบาล

เผื่อว่าโพสต์นั้นไม่ใช่โจวจ้านเป็นคนโพสต์ล่ะ

เผื่อว่าแท้จริงแล้วเขายังไม่ได้ฟื้นความทรงจำ

เผื่อว่าความดีที่เขาทำกับหลินชิงนั้นแค่เป็นเพราะเขาคิดว่าหลินชิงเป็นฉัน

“โจวจ้าน?”

คุณหมอเฉิงค้นหาจากกองประวัติการรักษาที่หนาเตอะจนเจอชื่อของเขา

“เมื่อสามเดือนก่อนหมอโทรติดต่อให้เขามาตรวจซ้ำที่โรงพยาบาล เขาบอกว่าตัวเองฟื้นความทรงจำแล้ว”

“หมอจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันไหว้พระจันทร์”

“ตอนนั้นหมอยังยินดีกับเขาที่ฟื้นความทรงจำได้ตรงกับวันดีแห่งที่ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันพอดีเลย”

ฉันชะงักนิ่งไปทันที

ในวันไหว้พระจันทร์ พ่อแม่ของหลินชิงมามอบขนมไหว้พระจันทร์โฮมเมดให้เธอ

โจวจ้านขับรถไปสถานีรถไฟความเร็วสูงด้วยตัวเอง แล้วต้อนรับทั้งสองท่านอย่างสุภาพและพากลับมาที่บ้าน

ในวันเดียวกันนั้น พ่อแม่ของฉันก็หอบหิ้วสัมภาระมากมายมาถึงเมืองปักกิ่งเช่นกัน

แต่เขากลับบอกว่าไม่รู้จัก และให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่พ่อแม่ของฉันออกจากชุมชนโดยตรง

จนถึงตอนนี้ความจริงก็ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป

ฉันจึงจำเป็นต้องบอกเรื่องที่โจวจ้านประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วความจำเสื่อม

แม่ของฉันถอนหายใจ และปลอบโยนฉันเบาๆ

“ขอแค่คนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คุณหมอก็พูดเหมือนกันว่าการฟื้นตัวของเสี่ยวโจวเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น”

ที่แท้ตอนนั้น โจวจ้านก็ฟื้นความทรงจำคืนแล้ว

เขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ใช่แฟนของหลินชิง

และรู้ว่าฉันต่างหากที่เป็นแฟนที่คบรักกับเขามาสี่ปี และเตรียมจะแต่งงาน

แต่เขาก็ยังเลือกที่จะไปรับพ่อแม่ของหลินชิง

และยังให้คนไล่พ่อแม่ของฉันออกไป

และยังเตรียมพร้อมที่จะสูญเสีย “ความจำ” ไปตลอดชีวิต

คุณหมอเฉิงเห็นฉันเหม่อลอย จึงถามฉันด้วยความสงสัย

“เป็นอะไรไป สุขภาพของเขามีปัญหาอีกแล้วเหรอ?”

ฉันส่ายหัว น้ำเสียงขมขื่น

“ฉันก็แค่ถามดู กลัวว่าเลือดคั่งในสมองของเขาจะสลายไม่หมด”

คุณหมอเฉิงยิ้ม แล้วหยอกล้อฉัน

“ไม่ต้องห่วง เขาเคยมาตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลแล้วครั้งหนึ่ง”

“หายดีแล้ว ไม่กระทบงานแต่งงานของพวกคุณแน่นอน”

“และไม่กระทบต่อชีวิตคู่ที่มีความสุขของพวกคุณ”

ตอนนั้นโจวจ้านนอนหมดสติอยู่ในโรงพยาบาลไปหนึ่งสัปดาห์

ฉันลางานเฝ้าอยู่ข้างเตียงเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจนไม่ได้นอนหลับพักผ่อนดีๆ เป็นเวลาเจ็ดวันเต็ม

แต่ตอนที่ฉันลงไปชำระเงินที่ด้านล่าง

แล้วฝากให้หลินชิงช่วยฉันดูแลเขาเพียงช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเอง

โจวจ้านก็ฟื้นขึ้นมา

ไม่ว่าฉันจะอธิบายยังไง เขาก็ยืนยันว่าหลินชิงเป็นแฟนของเขา

คุณหมอเฉิงบอกว่าเขาเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ร้ายแรงมา สมองไม่สามารถถูกกระตุ้นได้

ตอนนั้นเขาก็พูดกับฉันแบบนี้เหมือนกัน

“หมอรู้ว่าคุณรักเขา และรู้ว่าพวกคุณกำลังจะแต่งงานกันในเร็วๆ นี้แล้ว”

"ไม่ต้องห่วงหรอก ช้าที่สุดอย่างน้อยสามเดือนเขาจะต้องฟื้นแน่นอน และจะไม่มีทางทำให้พิธีแต่งงานของพวกคุณล่าช้าแน่นอน”

แต่ใครจะไปคิดว่าโชคชะตากลับเล่นตลกแบบนี้

งานแต่งงานของเรา ไม่มีวันมีอีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณอินบทบาทจนคิดจริง ส่วนฉันขอถอนตัว   บทที่10

    “ซวยจริงๆ”สีหน้าของแม่ฉันมืดครึ้มลงทันที เอื้อมมือไปปิดประตูโจวจ้านยกเท้าขึ้นยันกรอบประตูไว้ เพื่อบังคับขัดขวางการกระทำของแม่ฉัน“วันแต่งงานของผมนั้นป้าก็มาเข้าร่วมเหมือนกัน ซวี่นั่วเป็นคนให้ป้ามาใช่ไหม?”“ตอนนี้เธออยู่ไหน?ผมอยากเจอเธอ”แม่ฉันเยาะเย้ย มือเท้าสะเอว“การ์ดแต่งงานคุณก็ส่งมาถึงบ้านแล้ว ฉันก็ต้องไปดูสักหน่อยแล้ว”“ลูกสาวฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่คุณจะเรียกหรือไล่ไปได้ตามใจชอบได้”“เอาเวลาว่างไปดู ลูกนอกคอกที่หลินชิงกำลังตั้งท้องให้คุณอยู่เถอะ ยังไงคุณก็ยังต้องหวังพึ่งให้เขามาเลี้ยงดูยามชราและจัดการวาระสุดท้ายอยู่ดี”แม่ฉันใจกว้างและอ่อนโยนกับเขามาโดยตลอด เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้สักที่ไหนกันโจวจ้านยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานานจนยังไม่ทันได้สติกลับคืนมาแม่ของฉันหัวเราะเยาะ"ทำไม ตอนนี้คุณคงไม่ได้อยากจะมาบอกกับฉันว่า?""เมื่อก่อนคุณแค่เป็นคนที่ความจำเสื่อมแล้วจำคนผิด แท้จริงแล้วคนที่คุณรักมาโดยตลอดนั้นคือนั่วนั่ว""โจวจ้าน คุณคิดว่าเราทั้งบ้านเป็นคนโง่เง่าที่ให้คุณหลอกได้ตามใจชอบงั้นเหรอ!"สีหน้าร้อนตัวที่ถูกคนอื่นจับไต๋ได้ของเขานั้น เผยให้เห็นทุกสิ่งจนหมด

  • คุณอินบทบาทจนคิดจริง ส่วนฉันขอถอนตัว   บทที่9

    คุณแม่ของฉันยอมนั่งรถไฟความเร็วสูงเพื่อไปดูเรื่องสนุกแถมยังอัดวิดีโอส่งมาให้ฉันดูด้วยพอพิธีแต่งงานดำเนินไปได้ครึ่งทางอยู่ๆ ก็มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งวิ่งขึ้นไปบนเวทีแล้วแย่งไมโครโฟนจากพิธีกรไป“ผมไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานนี้”ไม่มีใครรู้จักเขา ทุกคนต่างแสดงสีหน้าสับสนมีเพียงหลินชิงเท่านั้นที่หน้าซีดเผือด ปิดหน้าตัวเองและหลบอยู่หลังโจวจ้านอย่างเงียบๆสีหน้าเขาดูไม่พอใจ คิดว่าคนคนนั้นเป็นคนที่ฉันจงใจเรียกมาหาเรื่องกำลังจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยลากตัวเขาออกไปแต่ใครจะไปนึกว่าประโยคถัดไปที่เขาพูดออกมานั้น ยิ่งทำให้ทุกคนตกตะลึงยิ่นัก“หลินชิง คุณอย่าคิดว่าหาผู้ชายที่ยอมรับลูกไม่มีหัวนอนปลายเท้าในท้องเธอมาแต่งงานด้วย แล้วผมก็จะทำอะไรคุณไม่ได้!”“ผมเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก ต่อให้เขาโตขึ้นมาก็ต้องเรียกผมว่าพ่ออยู่ดี”“คุณพูดอะไรนะ?” โจวจ้านโกรธจนเบิกตากว้างเสียงเยาะเย้ยของอีกฝ่ายยิ่งทวีความรุนแรงและหยิ่งยโสมากขึ้น“ทำไม คุณยังไม่รู้อะไรก็ตอบตกลงจะแต่งงานกับเธอแล้วเหรอ?”“คุณมีรสนิยมที่ชอบถูกคนอื่นสวมเขาหรือไง อยากเป็นพ่อของลูกคนอื่นขนาดนี้!” หลินชิงรีบดึงแขนของโจวจ้านไ

  • คุณอินบทบาทจนคิดจริง ส่วนฉันขอถอนตัว   บทที่8

    “คุณยึดครองบ้านของฉันมานานขนาดนี้ ที่ไม่ยึดบ้านเป็นเพราะฉันใจกว้าง”“คุณก็สามารถเลือกที่จะไม่ย้ายออกได้”“ฉันจะให้คนเอาของของพวกคุณไปทิ้งเหมือนขยะเลย”“ส่วนบ้านที่คุณเช่า ก็เก็บไว้ให้คุณกับหลินชิงสองคนค่อยๆ ไปเสพสุขกันให้เต็มที่เถอะ”เขาตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เสียงแหบเล็กน้อย“คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าผมฟื้นคืนความจำแล้ว?”"มันไม่สำคัญ"“ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมและเลือกหลินชิง เราก็จบลงแล้ว”พูดจบฉันก็วางสายทันที และลากเขาเข้าบัญชีดำโจวจ้านยืนอยู่บนระเบียงเป็นเวลานานเมื่อเข้าไปในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง หลังก็ก้มงุ้มลงมาทันที เดิมทีแผนการของเขาคือทั้งรุกก็ได้ ทั้งถอยก็ได้ ตอนนี้กลายเป็นว่าทำได้เพียงดันทุรังเดินหน้าต่อกับหลินชิงไปจนสุดทางหลินชิงรู้ว่าเขากำลังโทรหาฉันอยู่ก็รีบวิ่งมาอย่างตื่นเต้น“เป็นไงบ้าง นั่วนั่วตอบตกลงที่จะไม่ขายบ้านใช่ไหม”โจวจ้านเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยเสียงที่เบาว่า"ไปเก็บของเถอะ"แม้ว่าหลินชิงจะโกรธ แต่ก็ต้องเริ่มเก็บข้าวของอย่างทำอะไรไม่ได้อยู่ดีเมื่อเห็นท่าทางที่โกรธของเธอ โจวจ้านก็ทำได้เพียงสัญญากับเธอว่า“คุณไม่

  • คุณอินบทบาทจนคิดจริง ส่วนฉันขอถอนตัว   บทที่7

    เนื่องจากตอนเที่ยงร้อนเกินไปลูกค้าจึงเสนอว่าจะไปดูห้องตอนเช้าแน่นอนว่านายหน้าก็ต้องพาไปด้วยอยู่แล้วดังนั้นตั้งแต่เช้าในขณะที่โจวจ้านกับหลินชิงยังนอนหลับอยู่บนเตียงอยู่นั้นพวกเขาก็ใช้กุญแจหน้าประตูที่ฉันให้ไปเปิดประตูแล้วและเริ่มสำรวจรอบๆ บ้านเสียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่ปลุกโจวจ้านให้ตื่นเขาลืมตาขึ้น มองดูสถานการณ์ตรงหน้า แล้วรีบใช้ผ้าห่มห่มตัวของหลินชิงให้มิดชิดทันที“ตั้งแต่เช้าก็บุกรุกเข้าบ้านคนอื่น ผมจะแจ้งตำรวจมาจับพวกคุณ”นายหน้าได้รับคำสั่งจากฉันแล้ว ไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย“คุณหนูซวี่มอบหมายให้บริษัทของเราช่วยขายบ้านหลังนี้ บ้านหลังนี้มีผู้ซื้อถูกใจแล้ว” โจวจ้านหัวเราะเยาะ หยิบโทรศัพท์จากโต๊ะข้างเตียง แล้วกดโทร191ทันที“ตอนนี้ พวกคุณรีบออกไปให้หมด! ภรรยาของผมจะแต่งตัว” นายหน้าทำสเียงเชอะ ไม่สะทกสะท้านใดๆหันหลังและพาผู้ซื้อไปดูที่อื่นแต่คู่สามีภรรยาที่ตั้งใจจะซื้อบ้านหลังนี้นั้น พอมาพบเจอเหตุการณ์ตรงหน้านี้เข้า ก็เริ่มลังเลขึ้นมานายหน้ารีบตบหน้าอกและรับประกันว่า“นี่คือบ้านที่ตกแต่งดีที่สุดในงบประมาณของพวกคุณ สามารถย้ายเข้าอยู่ได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าตก

  • คุณอินบทบาทจนคิดจริง ส่วนฉันขอถอนตัว   บทที่6

    ขณะที่กำลังจะบล็อกไลน์ของหลินชิงทิ้งเหมือนกันจู่ๆ เธอก็ส่งข้อความมาหาฉัน"แหวนที่โพสต์ในไลน์นั้นโจวจ้านบังคับให้ฉันใส่เอง""แต่ฉันสัญญากับเธอว่า รอโจวจ้านฟื้นคืนความทรงจำแล้ว ฉันจะรีบหายไปในทันทีเลย""และจะไม่ปรากฏตัวมารบกวนชีวิตพวกเธออีก""ฉันขอแค่เธอปล่อยเด็กไป เขาเป็นผู้บริสุทธิ์"ฉันชะงักไปความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว และความสูญเสียก็ไม่อาจกอบกู้กลับคืนมาได้ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้เธอมาพูดสิ่งเหล่านี้กับฉันมันมีความหมายอะไรถ้าเธอไม่ยื่นมือ แหวนก็คงไม่วิ่งไปอยู่บนนิ้วเธอหรอกถ้าเธอใส่กางเกงดีๆ ก็ไม่มีทางที่เด็กจะวิ่งเข้าไปในท้องของเธอได้เองโดยไม่มีเหตุผล "เรื่องของพวกคุณทั้งสองไม่เกี่ยวกับฉัน""ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป""ต่างคนต่างลบกันเถอะ""โจวจ้านจะได้ไม่ส่งข้อความมาต่อว่าฉันรังแกเธออีก"หลังจากส่งข้อความส่งออกไปแล้ว ไม่รอเธอตอบกลับมาฉันก็ลบช่องทางติดต่อของเธอทิ้งไปทันทีฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกตั้งใจทำการส่งต่องานครั้งสุดท้ายกับเพื่อนร่วมงานใหม่ ตอนกินข้าวเย็น จู่ๆ แม่ฉันก็โทรมาถามฉันอย่างร้อนรนว่า "หนูกับเสี่ยวโจวทะเลาะกัน

  • คุณอินบทบาทจนคิดจริง ส่วนฉันขอถอนตัว   บทที่5

    โจวจ้านเหมือนคิดไม่ถึงว่าฉันจะไปอย่างง่ายดายแบบนี้มองดูแผ่นหลังที่จากไปของฉัน ก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไปหลายนาทียกเท้าจะวิ่งออกมาตามโดยสัญชาตญาณแต่หลินชิงที่นั่งอยู่บนโซฟากลับพูดขึ้นมาทันทีว่า“เราให้นั่วนั่วเก็บข้าวของออกไปในเวลาดึกๆ แบบนี้ ไม่ค่อยดีนัก”“เขากลัวความมืดที่สุดแล้ว ตอนนี้ด้านนอกก็มืดสนิทอีกด้วย”“คุณไปเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับมา หรือส่งเธอไปที่ห้องเช่าที่คุณหาไว้ก่อนหน้านี้ก็ได้”“จริงสิ ก่อนจะไปอย่าลืมหยิบยาน้ำมันที่บ้านออกมาให้ฉันด้วยนะ”“เข่าฉันเจ็บจนรู้สึกไม่สบาย อาจต้องทายาสักหน่อย”หลินชิงดึงกางเกงขึ้นเผยให้เห็นเข่าที่กระแทกจนเขียวช้ำและบอบช้ำของตัวเอง โจวจ้านหยุดชะงักทันที และรีบเดินมาที่ข้างกายเธอ“เข่าบวมขนาดนี้แล้ว ก็ไม่พูดอะไรสักคำฝืนทนอยู่คนเดียว”“เขารังแกคุณขนาดนี้แล้ว แต่คุณยังคิดแทนเขาอยู่”เขาโมโหจนใช้นิ้วดีดหน้าผากของหลินชิง ราวกับว่าคนที่ริเริ่มวิ่งตามออกไปในเมื่อครู่นั้นไม่ใช่เขาเลยหลินชิงอธิบายเบาๆ“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ระวังแล้วลื่นล้มเอง”“แผลแค่นี้ ฉันชิ้นแล้วแหละ”โจวจ้านหยุดไปครู่หนึ่ง“ชินแล้ว?”“ก่อนหน้านี้ลับหลังเขาก็ทำกับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status