Mag-log inวันที่เจียงอีอีกลับถึงประเทศ กู้จื่อโม่ไม่ได้กลับมาทั้งคืน วันต่อมา ฉันเห็นรูปมือสองข้างจับแน่นกันในไทม์ไลน์ของเจียงอีอี และยังมีรูปกู้จื่อโม่ที่นอนหลับเหมือนกับเด็ก เมื่อเขากลับมาบ้านก็โยนหนังสือหย่าร้างออกมา ให้ฉันสละตำแหน่งคุณผู้หญิงกู้ และพูดว่า: "เดิมทีคุณก็ยึดครองตำแหน่งของอีอีอยู่ ตอนนี้อีอีกลับมาแล้ว คุณก็ควรจะสละตำแหน่งได้แล้ว!" ไม่เป็นไร อย่างไรฉันก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว! ตำแหน่งคุณผู้หญิงกู้ ใครอยากได้ก็เอาไปเลย! ภายหลัง ฉันเสียชีวิตไป กู้จื่อโม่กลับร้องไห้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าหลุมศพของฉันและพูดว่าเขาจะไม่จับมือกับคนอื่นอีกแล้ว!
view moreYou will never truly understand heartbreak until it comes from the same man who once adored you—who protected you, who loved you without hesitation.
“What’s the number?” My husband’s voice came from the doorway. I flinched and looked up. That’s how sad my life had become—the usual routine of stepping on the scale. Mitch, my husband, stood there glaring at me, his arms crossed, his jaw tight. That familiar crease sat between his brows—the one that used to mean he cared. Now, it only looked like irritation. I swallowed. “I don’t have time, Lena. What’s the number?” He asked again, impatience creeping into his tone. My gaze dropped to the scale beneath my bare feet. The digits glowed up at me like a verdict. 304.4 lbs. My heart skipped, and tears spilled before I could stop them. I had gained again? When I was supposed to be losing? After all the skipped meals and morning walks that left my knees aching… this is what I got? “I am waiting.” Mitch’s voice made me flinch. I looked up at him, fighting back tears. “It’s… three… three hundred and—” He stepped closer, leaning just enough to see. When he confirmed the number, a humorless laugh slipped from his lips. “Three hundred and four. Wonderful.” He dragged a hand down his face. After that, he didn’t say anything else. His eyes just moved slowly over my body. That silence hurt more than words. Those eyes once looked at me with so much love and admiration. Now, it felt like they were burning me with hate. My fingers curled into my palms. “I tried,” I whispered. “I really did. I’ve been walking every morning, barely eating… I don’t know why it’s not working.” “Don’t,” he cut in flatly. “Just… don’t give me that silly excuse.” The sharpness in his tone made me shrink. He continued, “I married a girl whose waist I could circle with my hands.” His gaze flicked back to me, colder now. “Now… I come home to you waddling around the house like a damn whale, Lena. How long am I supposed to put up with this?!” I swallowed hard, tears clouding my eyes. “Mitch, that’s not fair—” “It’s not fair to me either!” he snapped. “Because I don’t even recognize the wife I married anymore.” That broke something in me. “I’m still me,” I said, my voice trembling. “I’m still the woman you married. I just… need you to be patient with me. I’ll get back in shape soon.” I sucked in a breath before continuing. “I’m not happy like this either. You think I don’t see it? I do. I’m gaining every day, and it’s killing me. I just… I want us back. The way we were. Please, baby.” I expected something—anything. Instead, Mitch turned without a word and walked out of the bathroom. Seconds later, the front door slammed. I stayed there, tears sliding silently down my cheeks. I thought I had married my forever. I was wrong. But the worst part? Mitch wasn’t always like this. For years, he had been the most caring man I knew. And I wasn’t this big when we said “I do.” Back then, I was effortlessly slender—the kind that made strangers suggest I try modeling. Then came the first miscarriage. My weight started to change after that. I tried to manage it, but most of my focus was on medications and trying to conceive again. Then the second and third miscarriages hollowed me out completely. I stopped leaving the house. I spent hours crying beside the empty crib, staring at the tiny bed that never held our baby. Worse, Mitch grew distant. And since I had nowhere to go and no job, food became my only comfort. By the time I realized it, everything had changed. My body… and my life. I tried to fix it. Starved myself. Pushed my body until it ached all over. The scale would drop, then climb higher—like it was punishing me for trying. I kept waiting for Mitch to pull me close and say, I love you no matter what. You can do this. He never did. You know the cruelest part of a dying love? Your memories turn into weapons. They show you everything you had… everything you were… and force you to measure it against everything you’ve become. I wasn’t sure I could survive the comparison. I stared at the dark screen of the scale, tears filling my eyes. This would’ve been easier to endure if it had always been this way. But it wasn’t. And that’s what makes it unbearable.ภายหลัง กู้จื่อโม่ไปหาหมอประจำเคสของฉันที่โรงพยาบาล และรับรู้จากปากของหมอว่าฉันเป็นมะเร็งกระเพาะ อีกทั้งยืนหยัดที่จะไม่แอดมิดรับการรักษาหลังจากกลับบ้าน ก็กอดขวดเหล้าเมามายอีกยกหนึ่ง ในปากก็บ่นพึมพำ 'ผมไม่รู้ว่าคุณเหลืออีกแค่สามเดือนจริงๆ ถ้าหากผมรู้ ผมจะต้อง...' พูดไม่ทันจบ เขาก็หลับไปถ้าหากเขารู้ เขาจะทำอะไร? ทิ้งเจียงอีอีแล้วมาอยู่กับฉันเหรอ?วันต่อมา เขาเริ่มเรียนทำอาหารที่ฉันชอบทานจากวิดีโอ นิ้วมือถูกบาด เขาติดพลาสเตอร์แล้วทำต่อ อาหารไหม้แล้ว เขาก็เททิ้งในถังขยะและเริ่มตั้งกระทะตั้งน้ำมันอีกครั้งเขาหั่นผักไปด้วยพูดพึมพำไปด้วย 'ตอนนั้น คุณก็ไปเรียนทำอาหารเหล่านั้นเพื่อผมครั้งแล้วครั้งแบบนี้ใช่ไหม'อ่อ เขายังเรียนนวด เรียนทำเค้ก ถึงขั้นยังไปสมัครเรียนการปักแจกันดอกไม้ บอกว่าต่อไปจะจัดดอกทานตะวันที่ฉันชอบมากที่สุดภายในบ้านทุกวันฉันไม่เข้าใจการกระทำของเขาจริงๆ และก็ไม่อยากเข้าใจการกระทำของเขาเขาทำสิ่งเหล่านี้เพื่อคนตายจะมีประโยชน์อะไรเหรอ? แสดงความรักสุดซึ้งของเขา หรือว่าสารภาพบาปต่อใคร?อย่างไรฉันก็ตายไปแล้ว และก็ไม่สามารถเสพสุขได้แล้ว!เขาอยากโอ้อวดก็ให้เขาทำไปเถอะ!คุ
ต้องเป็นเพราะฉันไม่ได้ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ ถูกพระอาทิตย์ส่องจนแสบตาฉันกลับเห็นน้ำตาของกู้จื่อโม่ไหลลงบนพื้น หรือว่าเขาร้องไห้เพื่อฉันงั้นเหรอ? แต่ทั้งๆ ที่เขาไม่รักฉันนะ!จากนั้น ฉันก็เห็นเขาเข่าอ่อน คุกเข่าลงตรงหน้าหลุมศพของฉัน ทำให้ฉันตกใจจนแทบจะกระโดดเด้งออกมาจากในหลุมศพเขาลูบป้ายหลุมศพของฉัน ร้องไห้และพูดว่า: 'เจียงจิงจิง คุณอย่าตายได้ไหม? ผมคิดถึงคุณแล้ว!''ผมสำนึกผิด ผมไม่ควรทำคุณหายไปเพราะเจียงอีอี''เพียงแค่คุณกลับมา ผมสาบานว่าต่อไปผมจะไม่มองผู้หญิงคนอื่นอีกแม้แต่นิด ไม่จับมือกับผู้หญิงคนอื่นอีก อยู่ด้วยกันกับคุณคนเดียวไปนานๆ''คุณกลับมาสิ!'……เขาร้องไห้ไปด้วยตะโกนไปด้วย ท่าทางรักใคร่ น้ำเสียงที่ดุดัน ทำให้คนได้ยินแล้วอยากจะร้องไห้!แต่เขาเป็นคนโง่หรือไง?คนตายไปแล้ว ศพก็เริ่มเน่าเฟะแล้ว เขาตะโกนเรียกสองสามประโยคแล้วจะสามารถกลับมาได้เหรอไง?เพียงแต่ฉันก็ไม่สนแล้ว ตอนที่มีชีวิตอยู่มองฉันไร้ค่า รอฉันตายไป ก็เริ่มทำเสแสร้งว่ารักอย่างสุดซึ้งที่ตรงหน้าหลุมศพของฉัน ผู้ชายแบบนี้ ใครอยากได้เอาไปเลย ฉันรับไว้ไม่ไหวเขานั่งอยู่ที่หน้าหลุมศพของฉันเป็นเวลานาน หลังจากกลับไปก็เริ่
ในตอนที่คุณแม่กู้มาหาอีกครั้ง เธอพาบอดี้การ์ดมาสองคน จากนั้นเก็บกวาดเหล้าภายในบ้านที่กู้จื่อโม่ซื้อมาทิ้งไปจนหมดควบคุมเขาไปที่ห้องน้ำ อาบน้ำ โกนหนวด แต่งตัวให้เขาและก็จับเขาล็อกบนโซฟาคุณแม่กู้ด่าเขาที่ไม่เอาไหน 'ก่อนหน้านี้ พวกเรากีดกันลูกขนาดนั้น ลูกก็จะหย่าร้างและแต่งงานกับเจียงอีอีให้ได้ ตอนนี้ เจียงอีอีเฉดหัวลูกทิ้งอีกครั้ง ลูกก็คิดถึงความดีที่จิงจิงมีต่อลูกแล้ว? ลูกว่าลูกไม่ชั่วช้าแล้วมันคืออะไร?'ฉันพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของคุณแม่กู้ กู้จื่อโม่ชั่วช้าจริงๆเห็นเขาไม่พูดจา คุณแม่กู้ก็ถอนหายใจ 'ถ้าลูกอยากจะคืนดีกับจิงจิง ลูกก็ไปตามหาเธอกลับมา นับแต่นี้ไปก็ใช้ชีวิตกับเธออย่างซื่อสัตย์'กู้จื่อโม่กลอกตาไปมา และเงยหน้าขึ้น ถามคุณแม่กู้ด้วยความโง่เขลา 'แม่ว่าจิงจิงยังจะยอมให้อภัยผม แลใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับผมไหม?'ฉันส่ายหน้า ไม่ยอมอยู่แล้ว ในเมื่อของมือสองที่เจียงอีอีเคยใช้ฉันไม่ชอบเลยสักนิดคุณแม่กู้โมโหจนตบไปที่หลังของเขา 'ลูกไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอยอมหรือไม่?'ฉันพยักหน้า ถูกต้องแล้ว คุณไม่ลองจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอยอมหรือไม่ยอม!กู้จื่อโม่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก
ฉันรอเจียงอีอีส่งรูปภาพงานแต่งงานของเธอกับกู้จื่อโม่มาโดยตลอด แต่จนถึงลมหายใจสุดท้ายของฉัน วิญญาณลอยอยู่กึ่งกลางอากาศ ก็ยังไม่ได้รับข้อความจากเธอฉันมองดูพวกชาวบ้านและเด็กๆ ล้อมรอบโรงศพของฉันแล้วร้องไห้เสียใจ อยากจะเข้าไปบอกพวกเขามากว่า 'อย่าร้องไห้ เดิมทีฉันก็มีชีวิตได้ไม่นานอยู่แล้ว'แต่กลับเหมือนว่ามีสองมือที่กำลังดึงฉันไว้ พาฉันกลับไปที่ข้างกายของกู้จื่อโม่หรือว่าเป็นเพราะฉันยึดติดกับกู้จื่อโม่จนลึกซึ้งเกินไป? แม้แต่ตายไป ก็ยังกลับมาอยู่ที่ข้างกายเขา?แต่ก่อนฉันตาย เห็นได้ชัดว่าฉันไม่รักเขาแล้วนี่นา! ฉันคืนเขาให้กับเจียงอีอีแล้วในตอนที่เห็นเขา ฉันตกตะลึงอย่างมากจริงๆคนที่ใบหน้าเสื่อมโทรม หนวดเครารุงรังที่อยู่ตรงหน้าใช่กู้จื่อโม่ที่ฉันรู้จักจริงๆ เหรอ? เขาเป็นคนที่แม้แต่ผมเส้นเดียวก็ยังต้องเนี๊ยบสุดๆ เชียวนะ!เขานั่งอยู่ในกองกระป๋องเบียร์ ดื่มเหล้าไปด้วยบ่นพึมพำไปด้วย ฉันลอยเข้าไปข้างหน้า ถึงได้ยินฉันเจน เขากลับเรียกชื่อ 'เจียงจิงจิง'หรือว่าหลังจากที่ฉันส่งใบหย่าให้เขา เขาก็รู้ตัวขึ้นมาว่าคนที่ตัวเองรักไม่ใช่เจียงอีอี แต่เป็นฉัน?ถ้าหากเป็นแบบนี้จริงๆ งั้นฉันอยากจะตบหน้
ฉันจ้องมองกู้จื่อโม่ตาไม่กระพริบ 'กู้จื่อโม่ จะต้องให้ฉันเอาใบรังรองอสังหาริมทรัพย์มาให้คุณดูไหมว่าที่นี่เป็นบ้านของใครกันแน่?'ได้ยินแบบนี้ เขาก็นึกถึงเรื่องที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านในตอนนั้นขึ้นมาได้ สีหน้าจึงไม่เป็นธรรมชาติในทันที'แล้วจะยังไง? ผมเป็นสามีของคุณ ของของคุณก็เป็นของผมอยู่แล้ว!'ฉันหัว
ฉันกับเจียงอีอีเป็นพี่น้องฝาแฝด เป็นเพราะเกิดเร็วกว่าเธอสองนาที จึงรับชื่อเป็นพี่สาวฝาแฝดของครอบครัวอื่นต่างรักใคร่กลมเกลียวกัน แต่งตัวเหมือนกัน มัดผมเหมือนกัน สะพายกระเป๋าเหมือนกันแต่เมื่อมาถึงพวกเรา ตั้งแต่ที่เจียงอีอีรู้ความขึ้นมา เธอก็โวยวายไม่ให้พ่อแม่จับเธอแต่งตัวเหมือนกับฉันอีกเธอบอกว่า
กู้จื่อโม่บาดเจ็บหนักที่สุด เห็นได้ชัดว่าคุณพ่อกู้ลงมืออย่างหนักจริงๆ จึงให้เขาอยู่รักษาบาดแผลที่คฤหาสน์เก่าคุณแม่กู้รั้งฉันเอาไว้ ให้ฉันอยู่ดูแลกู้จื่อโม่ให้ดีฉันรู้ว่าเธออยากจะจับคู่พวกเรา เพียงแต่ ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือว่ากู้จื่อโม่ ต่างก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ต่อไปอีกแล้วกู้จื่อโม่แค่เห็นฉันก็พูดจ
ฉันเพิ่งนั่งลง กู้จื่อโม่ก็หยิบเอกสารชุดหนึ่งจากในกระเป๋าโยนมาทางฉันฉันจ้องมองดู 'หนังสือหย่าร้าง'นึกถึงหนังสือที่อยู่ในลิ้นชักของฉัน หึ หาได้ยากมากที่พวกเราจะมีความคิดเหมือนกันสักครั้งกู้จื่อโม่นั่งตัวตรงอยู่บนโซฟา และเอ่ยปากด้วยท่าทางจริงจัง 'เปิดดูเถอะ ถ้าไม่มีปัญหาก็เซ็นชื่อซะ'ฉันมองดูคว






Rebyu