INICIAR SESIÓNเข้าสู่การแต่งงานปีที่ห้า ลู่อวี่เซินหลงรักนักศึกษาหญิงคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง เด็กสาวคนนั้นฐานะยากจน แต่กลับดูเย็นชาและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี เธอปฏิเสธแบล็กการ์ดที่ลู่อวี่เซินยื่นให้ พร้อมกับเอ่ยว่า “ฉันไม่เป็นนกน้อยในกรงทองของใครทั้งนั้นค่ะ” เพียงประโยคเดียวนี้ก็ทำให้ลู่อวี่เซินหลงใหลราวกับโดนมนตร์สะกด เขาตามจีบนักศึกษาหญิงคนนั้นจนกลายเป็นข่าวไปทั่วเมือง แต่กลับลืมไปว่าที่บ้านยังมีภรรยา ซึ่งในอดีตเขาต้องใช้จดหมายรักถึง 99 ฉบับเพื่อกล่อมให้เธอมาแต่งงานด้วย เฉียวชิงซุ่ยไม่ร้องไห้ฟูมฟายหรือโวยวาย เธอเพียงแค่เผาจดหมายรักทิ้งหนึ่งฉบับ ทุกครั้งที่เขาทำร้ายจิตใจเธอเพราะเด็กสาวคนนั้น กระทั่งจดหมายทั้ง 99 ฉบับถูกเผาจนหมดเกลี้ยง วันนั้นจะเป็นวันที่เธอจากเขาไป วันที่จดหมายรักฉบับแรกถูกเผา คือวันที่เขาผิดนัดเธอในวันครบรอบแต่งงาน แล้วรีบไปที่ร้านชานมซึ่งเด็กสาวทำงานพาร์ตไทม์อยู่ เขาไปนั่งรออยู่ทั้งวันเพียงเพื่อรอให้เธอเลิกงาน วันที่จดหมายรักฉบับที่ 36 ถูกเผา คือวันที่เขาทิ้งเธอซึ่งกำลังมีไข้สูง 40 องศาไว้บนทางด่วนในคืนที่ฝนตกหนัก เพียงเพราะรีบร้อนไปอยู่เป็นเพื่อนเด็กสาวที่กลัวเสียงฟ้าร้อง วันที่จดหมายรักฉบับที่ 72 ถูกเผา คือวันที่เขาถอดรูปแต่งงานของพวกเขาออกจากห้องนั่งเล่น แล้วแทนที่ด้วยภาพวาดเล่นของเด็กสาวคนนั้น เพียงเพื่อเอาใจให้เธอมีความสุข
Ver másวันนั้นซูเหนี่ยนหนิงเบลอ ๆ แทงเข็มพลาดติดกันหลายครั้ง จนหลังมือของเขาเขียวช้ำบวมเป่งไปหมดคราวก่อน เขาทำยังไงไปนะเขาดันไปคิดว่าท่าทางซุ่มซ่ามแบบนั้นมันดูน่ารักดี ถึงขนาดตอนที่ซูเหนี่ยนหนิงร้องไห้ขอโทษ เขากลับยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ ทำไปก็ได้นับแต่นั้นมา เขาก็จมดิ่งลงสู่วังวนของเธอ ถลำลึกจนกู่ไม่กลับแต่คราวนี้ เขากลับมองซูเหนี่ยนหนิงที่กำลังขอโทษด้วยสายตาเย็นชา แล้วตวาดลั่น “ไปเรียกหัวหน้าของคุณมา!”หลังจากนั้น โรงพยาบาลก็จ่ายเงินชดเชยให้ซูเหนี่ยนหนิงก้อนหนึ่งแล้วไล่เธอออก ซูเหนี่ยนหนิงจึงหายออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและเมื่อเขาให้น้ำเกลือเสร็จ เงาร่างคุ้นตาก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับยื่นมือให้“อวี่เซิน กลับบ้านกันเถอะ”ลู่อวี่เซินเงยหน้ามองเฉียวชิงซุ่ยที่มีแววตาเปี่ยมรักและรอยยิ้มประดับอยู่บนมุมปาก เขาก็ยิ้มตามออกมาเขายื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน “อืม กลับบ้านกัน...”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงคู่กันไปสู่แสงสว่างเบื้องหน้า จนกระทั่งร่างเลือนหายไป...ในขณะที่โลกแห่งความเป็นจริง ลู่อวี่เซินที่นอนจมกองเลือดอยู่ก็ค่อย ๆ หมดลมหายใจเสียงกรีดร้อ
เสียงหอบหายใจจากปลายสายเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเสียงเจือความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดทว่าเฉียวชิงซุ่ยกลับทำเป็นไม่ได้ยิน“ตลอดเวลาที่เราคบกัน นายชอบถามหาเหตุผลจากฉันเสมอ ต่อให้ฉันจะเอาคำตอบไปวางไว้ตรงหน้านาย นายก็มองไม่เห็นอยู่ดี เพราะงั้นต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะนายไม่ได้ใส่ใจฉันไงล่ะ”เพราะไม่ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ถึงได้กล้านอกใจอย่างหน้าไม่อาย ปล่อยให้ซูเหนี่ยนหนิงมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย“ทีนี้นายรู้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าทำไมเราถึงหย่ากัน”“ลู่อวี่เซิน ในเมื่อเราหย่ากันแล้ว เราก็ไม่ควรจะติดต่อกันอีก”พูดจบ เฉียวชิงซุ่ยก็เตรียมจะวางสาย แต่ลู่อวี่เซินกลับร้องขอความเมตตาอย่างลนลาน“ไม่ ไม่นะซุ่ยซุ่ย เธอจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เรามาเจอกันหน่อยเถอะ ได้ไหม”ในความทรงจำของเฉียวชิงซุ่ย ลู่อวี่เซินแทบจะไม่เคยก้มหัวขนาดนี้มาก่อน มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เธอหย่ากับเขา“ไม่ละ ยกเว้นว่าใครตาย ไม่งั้นเราอย่าเจอกันอีกเลย”“ตู๊ด ๆ ๆ —”ลู่อวี่เซินมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง จู่ ๆ ความเจ็
ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คุณหลินก็ตื้นตันใจมากแล้ว หากเทียบกับท่าทีห่างเหินและเย็นชาของเฉียวชิงซุ่ยก่อนหน้านี้ นี่นับว่าเป็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเลยทีเดียวทางฝั่งต่างประเทศ หลังจากเฉียวชิงซุ่ยอ่านข้อความจากคุณหลินที่ส่งมาขอบคุณและบอกว่าชอบของขวัญของเธอ เธอก็นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกอันซับซ้อนกลืนกินตัวเองไปทีละนิดความจริงแล้ว เธอให้อภัยคุณหลินมาตั้งนานแล้วท้ายที่สุดแล้วในเรื่องตอนนั้นคุณหลินเป็นเพียงเหยื่อ แต่เพราะเธอเอาแต่ยืนอยู่ในมุมของแม่ คิดว่าเขาทรยศแม่ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างเด็ดเดี่ยวจนกระทั่งได้เผชิญกับความล้มเหลวในชีวิตแต่งงานด้วยตัวเอง ได้พบเจอผู้คนและเรื่องราวมากมาย เธอถึงเริ่มเข้าใจความยากลำบากของคุณหลินขึ้นมาบ้างเพียงแต่ความเจ็บปวดได้ถูกสร้างขึ้นไปแล้ว ต่อให้เฉียวชิงซุ่ยอยากจะชดเชยให้ ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดีเธอจึงทำได้เพียงค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เหมือนที่พ่อบ้านบอก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังขณะนั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืด ทำเอาเฉียวชิงซุ่ยสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ทันทีที่เห็นชื่อ "พ่อ" ปรากฏบนหน้าจอเฉียวชิงซุ่ยลั
ณ ตระกูลลู่ ลู่อวี่เซินไม่รู้เรื่องที่คุณหลินตั้งใจจะทำกับเขาเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงความคิดเดียว นั่นคือตามหาเฉียวชิงซุ่ยให้พบเขาคอยส่งคนนำของขวัญชดเชยสารพัดไปให้คุณหลิน ถึงขั้นสั่งให้คนไปบูรณะป้ายหลุมศพของแม่เฉียวชิงซุ่ยใหม่แต่สุดท้ายของทุกชิ้นก็ถูกโยนกลับออกมาในสภาพเดิมทั้งหมดลู่อวี่เซินไม่สนใจ ยังคงให้คนส่งของขวัญต่อไปในขณะเดียวกัน คนที่เขาส่งไปตามหาเธอที่ตระกูลหลินในต่างประเทศก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมา ซ้ำยังออกนอกประเทศไม่ได้แล้วอีกด้วย“แกพูดว่าไงนะ”เมื่อลู่อวี่เซินได้ยินว่าคนของตัวเองถูกจำกัดไม่ให้ออกนอกประเทศอีกครั้ง เขาก็นั่งไม่ติดเก้าอี้อีกต่อไปตอนที่เขาถูกคุณหลินไล่ออกมา จู่ ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้แม้เขาจะไม่รู้ว่าเฉียวชิงซุ่ยยกโทษให้หรือยัง แต่การที่คุณหลินบินกลับประเทศจะต้องได้รับการยินยอมจากเธออย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเฉียวชิงซุ่ยคงโวยวายไปนานแล้ว นั่นก็แสดงว่าเฉียวชิงซุ่ยยังอยู่ต่างประเทศ และมีเพียงสถานที่เดียวในต่างประเทศที่เขายังไม่ได้ไปตามหา เพราะคิดว่าเธอจะไม่มีวันกลับไป นั่นก็คือบ้านตระกูลหลินนั่นเองทีแรกลู่อวี่เซินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่พอ





