LOGINวันงานเลี้ยงฉลองครบเดือนลูกของเพื่อนสนิท ฟู่จิ่งเซินผู้เป็นสามีมอบคฤหาสน์ให้เธอหนึ่งหลัง ฉันนึกว่าเขาหยิบของขวัญมาผิด ทว่าเขากลับมีสีหน้าเรียบเฉย “ลูกของหนิงหนิงเป็นลูกของผม คฤหาสน์นั่นคือรางวัลของเธอ” ฉันรู้สึกหนาวเยือกราวกับร่วงหล่นลงในธารน้ำแข็ง เอ่ยถามออกไปอย่างไม่ยินยอม “เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ “มันสำคัญด้วยเหรอ” “ต่อไปคุณก็ยังเป็นคุณนายฟู่ มีเงินมีเวลาว่าง ได้เป็นแม่คนแบบไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ดีหรือไง” แต่เขาไม่รู้เลยว่า เขามีภาวะไม่มีตัวอสุจิขั้นรุนแรง คนที่มีลูกไม่ได้ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเขาต่างหาก
View Moreส่วนเสิ่นหนิงก็ถูกเขากักบริเวณไว้ในคฤหาสน์ทางเหนือมาตลอดและเด็กคนนั้นที่เมื่อก่อนเขาเคยรักดั่งแก้วตาดวงใจ ก็ถูกเขาส่งตัวไปอยู่ต่างประเทศแล้วเช่นกันเด็กนั้นไร้เดียงสา แต่เสิ่นหนิงไม่ได้เป็นแบบนั้นเขาคอยทรมานเสิ่นหนิงอยู่ในคฤหาสน์ทุกวัน แถมยังหลอกเธอว่าลูกตายไปแล้วทีแรกเสิ่นหนิงยังคงคาดหวังว่าผู้ช่วยหนุ่มจะกลับมาช่วยเธอ แต่เมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนชื่อแซ่และหนีหายเข้ากลีบเมฆไปตั้งนานแล้ว เธอก็หมดหวังอย่างสมบูรณ์การถูกทรมานอย่างหนักทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เสิ่นหนิงเริ่มมีอาการทางประสาทตอนที่ฉันได้เจอเธออีกครั้ง เธอก็ซูบผอมจนแทบจำไม่ได้ ฟู่จิ่งเซินเพียงแค่ทำถ้วยชาหก เธอก็รีบคลานเข้าไปเลียน้ำชาบนพื้นจนสะอาดเอี่ยมทันทีจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฟู่จิ่งเซิน“จิ่งเซิน ดูสิคะ ฉันเช็ดพื้นซะสะอาดเอี่ยมเลย”“ให้ฉันได้เจอลูกสักครั้งได้ไหมคะ ฉันจะยอมเชื่อฟังทุกอย่างเลย”ในชั่วอึดใจนั้น ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ยากที่จะจินตนาการได้เลยว่าเธอต้องเผชิญกับการทรมานที่ไร้มนุษยธรรมขนาดไหนสัปดาห์ต่อมา คุณน้าก็เริ่มลงมือโจมตีฟู่ซื่ออย่างเต็มกำลัง ฟู่จิ่งเซินจึงกลายสภาพเป็
เมื่อสามเดือนก่อน เขาทำร้ายจิตใจฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเกือบจะฆ่าฉันให้ตาย แล้วฉันจะยอมยกโทษให้เขาง่าย ๆ ได้อย่างไรดังนั้นฉันจึงปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล ไม่ยอมพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียวส่วนฟู่จิ่งเซินก็เอาแต่เฝ้าอยู่หน้าประตูแบบนั้น กระทั่งคุณน้าที่เพิ่งเลิกงานกลับมาเห็นเข้าวินาทีที่เห็นหน้าฟู่จิ่งเซินชัดเจน คุณน้าก็พุ่งเข้าไปซัดหน้าเขาหนึ่งหมัดฟู่จิ่งเซินถูกต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้น มีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก ทว่าเขาก็ยังปากแข็ง“คุณน้าครับ! ขอแค่รั่วรั่วยอมยกโทษให้ผม ต่อให้คุณน้าจะซ้อมผมจนตายผมก็ยอม!”“ช่วงเวลาที่ไม่มีรั่วรั่ว ผมเหมือนตายทั้งเป็นจริง ๆ ...”“ได้โปรดเชื่อผมเถอะนะครับ ผมรักรั่วรั่วจริง ๆ ”คุณน้าไม่อยากฟัง จึงสั่งให้คนไล่เขาตะเพิดออกไปทันทีหลังจากนั้นอีกหลายวัน ฟู่จิ่งเซินก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง หนำซ้ำยังพยายามใช้ความทรงจำในอดีตมาทำให้ฉันใจอ่อนขอแค่ฉันเดินออกจากบ้าน เขาก็จะพุ่งเข้ามาเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง กระทั่งยกเอาเหตุการณ์ริมทะเลในวันแต่งงานขึ้นมาพูดฉันที่กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้าพลันชะงักฝีเท้าลงทันทีฟู่จิ่งเซินหลงคิ
เขาอยากกินน้ำซุปมาก และก็คิดถึงเธอมากเช่นกันในบ้านยังคงเหมือนเมื่อสามเดือนก่อน แม้กระทั่งเกี๊ยวกล่องที่กินไม่หมดก็ยังวางอยู่ที่เดิมเวลาผ่านไปสามเดือน ผิวหน้าของเกี๊ยวดูไม่ออกแล้วว่าเป็นรูปทรงอะไร ทว่าก็ยังคงป่องตุงอยู่ราวกับมีอะไรดลใจ เขาเดินเข้าไปหยิบเกี๊ยวขึ้นมาหนึ่งตัวปลายนิ้วพลันรู้สึกเจ็บแปลบ เขาถึงเพิ่งเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ปะปนอยู่กับเศษอาหารเน่าเสียคือกองเศษแก้วที่แท้ตอนนั้นซูรั่วไม่ได้โกหกเขา ในไส้เกี๊ยวมีเศษแก้วอยู่จริง ๆแต่ตัวเขาเองกลับทำอะไรลงไปท่ามกลางความเหม่อลอยนั้น เขาคล้ายกับเห็นซูรั่วยืนอยู่ไม่ไกล กำลังส่งยิ้มแล้วพูดกับเขาว่า“จิ่งเซิน กินน้ำซุปสิคะ...”เขาเดินเข้าไปหา แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกคันยุบยิบที่ใบหน้า พอเอื้อมมือไปแตะกลับสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น ที่แท้เขาก็ร้องไห้น้ำตาอาบหน้าไปตั้งนานแล้วเขาไปหาหมอที่เคยตรวจร่างกายให้เขาในตอนนั้น อีกฝ่ายดูเหมือนจะคาดเดาไว้แต่แรกแล้วว่าเขาต้องมา“ตอนที่ผลตรวจออกมา ภรรยาของคุณกลัวว่าคุณจะทำใจไม่ได้ ก็เลยขอให้ผมบอกว่าเป็นปัญหาของเธอเองครับ”“โรคของคุณมีโอกาสรักษาหายได้น้อยมาก โอกาสท
ตลอดทางเขาเอาแต่คิดว่าจะเผชิญหน้ากับซูรั่วอย่างไรดีแต่ในชั่วอึดใจที่ผลักประตูคฤหาสน์เข้าไป เขาก็ต้องตกตะลึงสิ่งที่ปะทะเข้าหน้าคือกลิ่นฝุ่นคละคลุ้ง ภายในคฤหาสน์ว่างเปล่าไร้ผู้คน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งอยู่ในสภาพเดียวกับเมื่อสามเดือนก่อน บนพื้นถึงขั้นยังมีคราบเลือดหลงเหลืออยู่ซูรั่วไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอแล้วเธอไปไหนล่ะมิน่าล่ะ ถึงแม้ผู้ช่วยจะคอยรายงานความเคลื่อนไหวของซูรั่วให้เขาฟังอยู่บ่อย ๆ แต่กลับไม่เคยส่งรูปถ่ายมาให้ดูเลยสักครั้งฟู่จิ่งเซินรู้สึกราวกับตัวเองกำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางม่านหมอกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาผู้ช่วย“มาที่คฤหาสน์ทางใต้ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ทันทีเลย”ปลายสายตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ฟู่จิ่งเซินรออยู่ในคฤหาสน์ตั้งแต่เที่ยงวันยันฟ้ามืด ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ช่วยพอโทรไปอีกครั้ง ก็มีเพียงเสียงสายไม่ว่างเขารีบสั่งให้คนไปตรวจสอบกำหนดการเดินทางของผู้ช่วยทันที แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายได้ขึ้นเครื่องบินหนีไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองเหมือนจะถูกปั่นหัวเข้าให้แล้ว เขาจึงรีบนัดหมายตรวจร่างกายรอบที่เร็วที่