LOGIN[“เธอนั่นแหละรีบวิ่งเอามาให้ฉัน! อย่าช้าเกินยี่สิบนาทีล่ะ ถ้าฉันรอนานเกินเวลานี้ ฉันจะหักเงินเดือนเธอ นาทีละร้อย!”]
“ห๊ะ! บอส! เดี๋ยวสิคะ...”
ติ๊ด!
สั่งเสร็จก็ชิงกดตัดสายไปดื้อๆ ทิ้งให้ใบเฟิร์นยืนอ้าปากค้าง ยี่สิบนาทีในเวลาเร่งด่วนช่วงเย็นของถนนสุขุมวิทเนี่ยนะ!? ขับรถยนต์ไปมีหวังติดแหง็กอยู่หน้าตึกนั่นแหละ งานนี้คงต้องพึ่งพาสกิล ‘แว้นสก๊อย’ สวมวิญญาณซ้อนพี่วินมอเตอร์ไซค์ปากซอยเสียแล้วล่ะ!
ใบเฟิร์นวิ่งวุ่นไปทั่วห้องแต่งตัว ฉวยชุดกีฬาแบรนด์เนมและนาฬิกาเรือนหรูใส่ถุงผ้าดิบลดโลกร้อนที่ถือติดมือมา ส่วนพวกถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ เธอเดาว่าคงมีสำรองอยู่ในรถตู้ประจำตำแหน่งของเขาอยู่แล้ว หญิงสาวใส่เกียร์หมาโกยแน่บลงลิฟต์ วิ่งหน้าตั้งออกไปหน้าคอนโด แล้วกระโดดซ้อนท้ายพี่วินมอเตอร์ไซค์ บิดฝ่าดงรถติดมุ่งหน้าไปยังปั๊มน้ำมันเป้าหมายทันที
ณ ปั๊มน้ำมันหน้าปากซอย รถตู้หรูคันสีดำสนิทจอดติดเครื่องรออยู่ตรงจุดนัดพบ
ใบเฟิร์นกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง วิ่งกระหืดกระหอบไปเคาะกระจกรถรัวๆ สภาพของเลขาสาวในตอนนี้เรียกได้ว่า ‘ย่ำแย่ที่สุด’ เท่าที่แทนไทเคยเห็นมาผมที่เคยดัดลอนสวยงามบัดนี้ยุ่งเหยิงเป็นรังนกกระจอกเทศเพราะลมพัดตีแสกหน้า เสื้อยืดตัวโคร่งยับยู่ยี่ กางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาว และรองเท้าแตะฟองน้ำช้างดาวสีน้ำเงิน กระเป๋าสะพายก็ไม่มี มีแต่ถุงผ้าดิบลายป้าแว่นที่ใส่ของเจ้านายมา
กระจกติดฟิล์มดำสนิทค่อยๆ เลื่อนลงมา แทนไทมองสภาพลูกหมาตกน้ำของเลขาตัวเองแล้วพยายามเม้มปากแน่น กลั้นขำจนแก้มแทบปริ
“มีอะไรอีก ยัยเฉิ่ม?” เขากดเสียงให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่แววตาพราวระยับไปด้วยความขบขัน
“หึ่ม! บอสเรียกฉันว่าไงนะคะ!?” ใบเฟิร์นถลึงตาใส่ ยื่นถุงผ้าดิบส่งให้เขาผ่านหน้าต่างรถอย่างกระแทกกระทั้น
“ผมถามว่ามีอะไรอีก ส่งของเสร็จแล้วก็กลับไปพักผ่อนสิ”
“คือว่า... เลขารีบจัดจนลืมหยิบกระเป๋าสตางค์มาด้วยค่ะ! บอสให้ฉันยืมเงินจ่าย
ค่าวินมอเตอร์ไซค์ก่อนสักสองร้อยสิคะ พี่วินเขารออยู่เนี่ย!” เธอแบมือตรงหน้าเจ้านายหน้าตาเฉย แทนไทส่ายหน้าอย่างระอาใจ ล้วงมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้แบรนด์เนมออกมาจากด้านหลัง แต่ก็ไม่วายเอ่ยปากบ่นเป็นคนแก่
“เนี่ย! ถ้าไม่มีฉันสักคนแล้วคุณจะทำยังไงฮะใบเฟิร์น? จะไปยืมใครกิน? วันหลังทำอะไรหัดมีสติรอบคอบให้มากกว่านี้หน่อยสิคุณเลขา”
ชายหนุ่มดึงธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทส่งให้หญิงสาวหนึ่งใบ เพราะในกระเป๋าไม่มีแบงก์ย่อยเลย ใบเฟิร์นรับแบงก์พันมาถือไว้ ก่อนจะลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ฉันก็ไม่มีทอนให้บอสหรอกนะคะ! อ้อ... แล้วที่บอสถามว่าถ้าไม่มีบอสแล้วฉันจะยืมใคร ฉันก็ไม่ต้องยืมใครหรอกค่ะบอส! เพราะถ้าไม่มีบอส... ฉันก็คงไม่ต้องลืมกระเป๋าตังค์หน้ามืดตาลายวิ่งมาที่นี่ให้เหนื่อยหอบแบบนี้หรอกค่าาา!”
“นี่คุณยอกย้อนผมเหรอฮะ ยัยเลขา!”
“เปล๊าาา! ขอบคุณสำหรับแบงก์พันนะคะคุณเจ้านายทาส!”
พูดจบเธอก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่เจ้านายหนึ่งที แล้วหมุนตัววิ่งปรู๊ดกลับไปจ่ายเงินให้พี่วินมอเตอร์ไซค์ทันที ทำเอาบอดี้การ์ดอย่างแมคและอลันที่นั่งอยู่เบาะหน้าถึงกับหลุด
ขำก๊ากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เพราะไม่เคยมีใครกล้าต่อล้อต่อเถียงกับบอสแทนไทแบบนี้มาก่อน เมื่อจ่ายค่าวินเสร็จเรียบร้อย ใบเฟิร์นก็มองแบงก์ร้อยที่ได้รับทอนมาปึกใหญ่ในมือ พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“หึๆ จ่ายค่าวินไปแค่สี่สิบบาท เหลือเงินทอนอีกตั้งเก้าร้อยหกสิบ... ถือซะว่าเป็นค่าทิปเยียวยาจิตใจและค่าเสี่ยงภัยของเลขาแล้วกันนะคะบอส!”
ด้านหน้าปั๊มน้ำมันมีร้านสตรีตฟู้ดตั้งเรียงรายส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ใบเฟิร์นจัดการพุ่งตัวไปซื้อปลาเผาตัวโต ส้มตำรสแซ่บ ผลไม้สด และสมูทตี้ปั่นแก้วใหญ่ ได้ของกินครบถ้วนหิ้วพะรุงพะรังเต็มสองมือ เงินก็ยังเหลืออีกสี่ร้อยกว่าบาทเอาไว้เป็นค่าขนมพรุ่งนี้ หญิงสาวเดินดูดสมูทตี้กลับเข้าคอนโดไปอย่างสบายอารมณ์สุดๆ
เมื่อกลับมาถึงห้องและจัดการสวาปามมื้อเย็นจนเกลี้ยง ใบเฟิร์นก็เริ่มปฏิบัติการปัดกวาดเช็ดถูห้องตัวเอง รีดผ้า ล้างจาน จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ถุงผ้าซิปรูดใบใหญ่ที่ใส่เสื้อผ้าของเจ้านายเตรียมส่งซักในวันพรุ่งนี้
หญิงสาวเม้มปากแน่น ตัดสินใจหยิบกะละมังใบเล็กออกมา ใส่น้ำ ผสมน้ำยาซักผ้าสูตรถนอมใยผ้ากลิ่นหอมฟุ้ง แล้วค่อยๆ ใช้สองนิ้วคีบ ‘กางเกงในทรงทรังก์สีม่วงเข้ม’ ของบอสหนุ่มลงไปแช่ในกะละมังอย่างระมัดระวัง
“เป็นเลขา 24 ชั่วโมง... หรือว่าซ้อมเป็นเมียวะเนี่ยยัยใบเฟิร์น!”
เธอพึมพำกับตัวเอง แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าว แดงลามไปถึงลำคอ เพราะในชีวิตสาวโสดวัยเบญจเพส ไม่เคยต้องมานั่งซักกางเกงในให้ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต! (ยกเว้นของเตี่ยตอนเด็กๆ น่ะนะ)
“หน้าไม่อายจริงๆ ผู้ชายอะไร เอาของแบบนี้ไปส่งซักร้านได้ยังไงเนี่ย ขืนป้าที่ร้านซักรีดเห็นเข้า มีหวังเอาไปเมาท์ยันลูกบวชแน่ๆ บอสบ้าเอ๊ย ลำบากเลขาต้องมานั่งขยี้ให้เนี่ย!” ปากก็บ่นกระปอดกระแปด แต่มือน้อยๆ ก็ขยี้ทำความสะอาดกางเกงในตัวหรูของเจ้านายอย่างทะนุถนอมที่สุด ก่อนจะนำไปล้างน้ำสะอาด แช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม และนำไปตากไว้ที่ระเบียงห้องของตัวเอง โดยมีลมเย็นๆ ยามค่ำคืนพัดโชยมา
“เฮ้อ... จบสิ้นภารกิจเลขาทาสสำหรับวันนี้เสียที ต่อไปนี้... เราต้องไปอาบน้ำปะแป้งเย็นๆ แล้วไปเยือนจวนท่านโห (พระเอกซีรีส์จีน) ซะหน่อยแล้ว! ท่านโหเจ้าขา โปรดรอใบเฟิร์นอาบน้ำสักครู่นะเจ้าคะ คืนนี้เราจะดูรวดเดียวห้าตอนไปเลย!”
เธอกระโดดโลดเต้นเข้าห้องน้ำไปอย่างเริงร่า โดยไม่รู้ตัวเลยว่า... การดูซีรีส์ดราม่าตับพังในคืนนี้ จะนำพาหายนะ (หรือความฟิน?) มาเคาะประตูห้องเธอในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า! หลังจากอาบน้ำปะแป้งเย็นจนหอมฉุย สลัดคราบเลขาทาสทิ้งไป ใบเฟิร์นก็เข้าสู่โหมดสาวโสดสายติ่งอย่างเต็มรูปแบบ
“บอสก็หล่อที่สุดในโลกเหมือนกันค่ะ... คุณสามี” เธอกระซิบตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาแห่งการกล่าวคำปฏิญาณและแลกแหวนดำเนินไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และลึกซึ้งกินใจ เมื่อถึงคิวที่เจ้าบ่าวต้องกล่าวความในใจ แทนไทรับไมโครโฟนมาถือไว้ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองแขกผู้มีเกียรติ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานของภรรยา“หลายคนอาจจะแปลกใจ ที่ผู้ชายบ้างานและเจ้าระเบียบอย่างผม ตัดสินใจสละโสดอย่างกะทันหัน...” แทนไทเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน “แต่ถ้าทุกคนได้รู้ว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ เธอเข้ามาเปลี่ยนโลกที่เคยเงียบเหงาและเย็นชาของผมให้มีแต่เสียงหัวเราะ (และเสียงเถียงคำไม่ตกฟาก) ได้อย่างไร ทุกคนก็คงจะเข้าใจ... ใบเฟิร์นไม่ได้เป็นแค่เลขาที่รู้ใจผมที่สุด แต่เธอคือครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ผมตามหามาตลอด ขอบคุณนะครับที่ยอมให้อภัยผู้ชายทึ่มๆ คนนี้ ขอบคุณที่เข้มแข็งเพื่อลูกแฝดของเรา ต่อจากนี้ไป... ผมขอปฏิญาณว่า จะเป็น ‘สามี 24 ชั่วโมง’ ที่คอยดูแล ปกป้อง และรักคุณเพียงคนเดียว ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิตครับ”สมาคมหอยขมอย่างพี่มณี พี่สายใจ และรัตนา ที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้า พากันกอดคอร้องไห้กระซิ
กำแพงน้ำแข็งถูกหลอมละลายลงด้วยอานุภาพของความรักและความจริงใจ ทั้งสองตระกองกอดกันร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความเจ็บปวดทั้งหมดทิ้งไป ความเข้าใจที่กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ทำให้ช่องว่างที่เคยห่างเหินถูกเติมเต็มจนสนิทช่วงสายของวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยกลับมาสดใสและอบอวลไปด้วยความรักอีกครั้ง ใบเฟิร์นสามารถทานอาหารได้มากขึ้นโดยมีสามีสุดที่รักคอยเอาอกเอาใจป้อนข้าวป้อนน้ำไม่ห่าง จนกระทั่งคุณหมอสูตินารีแพทย์เจ้าของไข้ เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพยาบาลและเครื่องอัลตราซาวนด์แบบเคลื่อนที่“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ วันนี้สีหน้าดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะครับ” คุณหมอยิ้มทักทาย “วันนี้เราจะมาตรวจอัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์กันอีกครั้งนะครับ เพื่อเช็กว่าภาวะแท้งคุกคามสงบลงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง” แทนไทจับมือภรรยาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล ในขณะที่คุณหมอเริ่มทาเจลเย็นๆ ลงบนหน้าท้องแบนราบของใบเฟิร์น แล้วใช้หัวตรวจถูวนไปมาเบาๆ ภาพจากคลื่นความถี่สูงปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขาวดำ“อืม... ยอดเยี่ยมมากครับ ร่องรอยเลือดออกที่ปากมดลูกสมานตัวดีแล้ว ภาวะแท้งคุกคามหายไปแล้วครับ ทารกเกาะตัวแน่นหนาปล
ใบเฟิร์นเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความหวาดระแวงทำให้เธอพยายามจะขยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บแปลบที่หน้าท้องก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า“อย่าเพิ่งขยับตัวแรงสิคะคุณใบเฟิร์น!” ไอริณร้องห้ามด้วยความตกใจ รีบปรี่เข้าไปช่วยประคองอย่างลืมตัว แต่ใบเฟิร์นกลับปัดมือของเธอออกอย่างเย็นชา“คุณมาทำไมคะคุณไอริณ? มาดูผลงานของตัวเองหรือคะ ว่าทำให้ฉันเกือบแท้งลูกได้สำเร็จแล้วหรือยัง?” น้ำเสียงของคนบนเตียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและต่อต้าน ไอริณชะงัก ชักมือกลับมาประสานไว้ที่หน้าตัก ดวงตาที่เคยแต่งแต้มอย่างสวยงามบัดนี้บวมช้ำและแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง หญิงสาวผู้เพียบพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ใบเฟิร์นไม่คาดคิด... ไอริณทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องข้างเตียงผู้ป่วยทันที!“คุณไอริณ! คุณทำอะไรคะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ!” ใบเฟิร์นตกใจกับภาพที่เห็น“อย่าเพิ่งห้ามฉันเลยค่ะคุณใบเฟิร์น ให้ฉันได้พูดความจริงทั้งหมดเถอะนะคะ” ไอริณสะอื้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมา“ฉันมาที่นี่เพื่อขอโทษ... ขอโทษสำหรับความเห็นแก่ตัวและความขี้ขลาดของฉัน ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณกับลูกต้องมาเจอเรื่
“ญาติใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” คุณหมอถอนหายใจยาว“สำหรับตัวคนไข้ ปลอดภัยแล้วครับ มีรอยแตกที่ศีรษะเย็บไปห้าเข็ม และมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยทำงานสมบูรณ์”หมอเว้นจังหวะ สีหน้าหนักใจขึ้น“แต่สำหรับทารกในครรภ์... คนไข้มีภาวะ ‘แท้งคุกคาม’ (Threatened Abortion) ครับ ปากมดลูกมีเลือดออกเนื่องจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง ตอนนี้ทางเราได้ฉีดยากันแท้งและให้น้ำเกลือเพื่อระงับการบีบตัวของมดลูกแล้ว...”“หมอหมายความว่ายังไงครับ! ลูกผมยังอยู่ใช่ไหม!” แทนไทเสียงสั่น“ตอนนี้เด็กยังปลอดภัยครับ อัตราการเต้นของหัวใจยังปกติ แต่... หมอต้องขอเตือนอย่างจริงจังนะครับ ภาวะแท้งคุกคามในช่วงไตรมาสแรกอันตรายมาก หลังจากนี้คนไข้ต้องนอนพักฟื้นนิ่งๆ ห้ามขยับตัวแรง ห้ามเดินขึ้นลงบันได และที่สำคัญที่สุด...‘ห้ามมีความเครียดหรือกระทบกระเทือนทางจิตใจโดยเด็ดขาด’ ไม่อย่างนั้น ธรรมชาติอาจจะขับทารกออกมา และคุณจะเสียเด็กไปจริงๆ ครับ”คำวินิจฉัยของแพทย์เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจของแทนไท ชายหนุ่มพิงผนังโรงพยาบาลอย่างหมดแรง ความโล่งใจที่ลูกและภรรยายังมีชีวิตอยู่ ถูกกลบด้วยความกลัวที่จะสูญเสียพวกเขาไปในอ
ทำไมเธอถึงโง่แบบนี้นะ? นิทานซินเดอเรลล่ามันไม่มีอยู่จริงหรอก มหาเศรษฐีอย่างเขาก็ต้องคู่กับผู้หญิงที่คู่ควรสิ เขาคงแค่เห่อลูกในท้อง แต่ลึกๆ แล้วเขาก็คงยังตัดสายสัมพันธ์กับผู้หญิงระดับเดียวกันไม่ขาด เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ใบเฟิร์นวิ่งกึ่งเดินตรงไปยังรถอีโคคาร์คันเก่าของตัวเองที่จอดหลบมุมอยู่ แทนไทสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เธอขับรถคันนี้ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์เพราะระบบความปลอดภัยมันไม่เทียบเท่ารถยุโรปของเขา แต่ในเวลานี้ เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว เธอต้องการแค่หนี... หนีไปให้ไกลจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น!มือเล็กรีบล้วงกุญแจออกมากดปลดล็อก กระชากประตูรถเปิดออกแล้วขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ เธอสตาร์ทเครื่องยนต์ เหยียบคันเร่งกระชากรถคันเล็กพุ่งทะยานออกจากช่องจอดด้วยความเร็วที่เกินกว่าปกติ เป็นจังหวะเดียวกับที่แทนไทวิ่งกระหืดกระหอบลงมาถึงลานจอดรถพอดี!“ใบเฟิร์น!! อย่าขับรถตอนที่กำลังอารมณ์เสียนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มตะโกนสุดเสียง วิ่งตามท้ายรถของเธอไปอย่างไม่คิดชีวิต แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ไฟท้ายรถอีโคคาร์ลับหายไปทางทางออกสู่ถนนใหญ่ แทนไทสบถลั่น หันไปตวาดสั่งบอดี้การ์ดคู่ใจที่เพิ่งวิ่งตามลงมา“แมค! อลัน! เอารถ
ผมขอบใจในความหวังดีของคุณนะไอริณ แต่เครื่องประดับทุกชิ้นในงาน ผมสั่งทำพิเศษเตรียมไว้ให้ใบเฟิร์นเรียบร้อยแล้ว คงไม่ต้องรบกวนคุณหรอก” เขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย“ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมขอตัวทำงานต่อ คุณกลับไปเถอะ แล้ววันหลังถ้าไม่มีนัดก็อย่าบุกเข้ามาในห้องทำงานของผมแบบนี้อีก ภรรยาผมกำลังท้อง เธอต้องการความสงบผมไม่อยากให้มีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจเธอ” คำว่า ‘ภรรยาผม’ กระแทกใจไอริณจนหน้าชา แต่เสียงของมารดาที่ดังก้องอยู่ในหัวทำให้เธอต้องกัดฟันสู้ต่อ หญิงสาวแสร้งทำหน้าสลด น้ำตาคลอเบ้า“พี่แทนรังเกียจไอริณขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ไอริณแค่อยากจะทำดีด้วย อยากจะชดเชยที่เคยทำให้พี่แทนอึดอัดใจ... โอ๊ย!”ทันใดนั้น ไอริณก็แกล้งทำเป็นข้อเท้าพลิก ร่างระหงเสียหลักเซถลาพุ่งเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สัญชาตญาณของมนุษย์ทำให้แทนไทต้องรีบผุดลุกขึ้นแล้วยื่นมือออกไปรับร่างของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มหัวฟาดขอบโต๊ะ สองแขนของแทนไทรวบประคองเอวของไอริณเอาไว้ ในขณะที่สองมือของไอริณก็เกาะเกี่ยวอยู่ที่คอเสื้อสูทของเขา ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ลมหายใจรินรดกันในท่าทางที่ล่อแหลมและแนบชิดที่สุด!“ป







