LOGIN"ถ้าไม่มีที่ไปก็มาอยู่กับพวกเราสิ รับรองว่าพวกเราจะดูแลเธออย่างดี" เมื่อ ‘อิงดาว’ ลูกแกะใสซื่อตัวคนเดียวต้องหนีตายจากแก๊งหนี้นอกระบบ แต่ชะตากรรมกลับเล่นตลกส่งซาตานในคราบเทพบุตรอย่าง ‘เรย์’ และ ‘รอยส์’ ฝาแฝดทายาทมาเฟียผู้กุมอิทธิพลมืดทั้งเมืองเข้ามาหยิบยื่นที่ซุกหัวนอนให้ เธอคิดว่าตัวเองโชคดีที่รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกา... แต่กวางน้อยตาใสหารู้ไม่เลยว่า หน้าที่ ‘แม่บ้าน’ ที่สองแฝดบ้าอำนาจหยิบยื่นให้ในคอนโดหรูชั้นสี่สิบแห่งนั้น มันไม่ได้มีแค่การปัดกวาดเช็ดถูห้องพัก คนพี่อย่าง ‘เรย์’ เคร่งขรึม ดุดัน ชอบออกคำสั่ง แต่อยู่บนเตียงกลับทะนุถนอมจนน่าใจหาย คนน้องอย่าง ‘รอยส์’ ขี้เล่น ทะเล้น ช่างอ้อน แต่บทจะรุกขึ้นมาก็ร้ายกาจจนเธอรับมือไม่ทัน จากหญิงสาวโดดเดี่ยวสู่การตกอยู่ ‘ใต้อาณัติ’ ของสองแฝดมาเฟียจอมเผด็จการ... ยิ่งดิ้นรน ยิ่งรัดแน่น และเธอไม่มีวันหนีรอดจากกรงขังทองคำนี้ไปได้ตลอดกาล!
View MoreChapter 1
เด็กเอ็นฯ
“แม่งน่าเบื่อฉิบหาย ไอ้เหี้ยเซนกลายเป็นคนหลงเมียไปแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดดังมาจาก เรย์ แฝดคนพี่ที่นั่งกอดอกอยู่กลางโซฟาตัวยาว ดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ที่ดูเฉลียวฉลาดฉายแววรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
“เออ แล้วแม่งไปเดินตามเมียต๊อย ๆ ทิ้งเพื่อนทิ้งฝูงแบบนี้ ไอ้เวรเอ๊ย”
น้ำเสียงโทนเดียวกันทว่าฟังดูขี้เล่นและยียวนกว่าดังเสริมขึ้นจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกัน ใบหน้าของทั้งคู่เหมือนกันราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวเพราะสถานะฝาแฝด
รอยส์ ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระพลางหมุนแก้วเหล้าในมือเล่น สายตาของเขาอาจจะดูซอฟต์กว่าพี่ชาย แต่มันกลับแฝงไปด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้
“จริง เห็นแล้วรำคาญตา”
หลิว หนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทเอ่ยสมทบ กลีบปากหนาของหนุ่มมาดเข้มยังคงคาบบุหรี่เอาไว้ ก่อนจะสูดควันสีขาวเข้าปอดอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าคมคายสไตล์แบดกายของเขานิ่งสนิทไร้ความรู้สึก ซึ่งทุกคนในกลุ่มต่างรู้ดีว่าภายใต้หน้ากากนิ่ง ๆ นี้ หลิวคือคนที่นิสัยเลวร้ายที่สุด... เผลอ ๆ อาจจะเลวที่สุดในบรรดาเพื่อนทั้งหมดเลยก็ว่าได้
"แทนที่พวกมึงจะนั่งบ่นกันแบบนี้ กูว่าเอาเวลาไปหาเมียไหม?"
เฉิน ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลที่ขนาดตัวดูหนาและกำยำกว่าใครในกลุ่มโพล่งขึ้นอย่างกลัดกลุ้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมั่นใจแปรเปลี่ยนเป็นความลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถูกทวงถามเรื่องอนาคตจากทางบ้าน
"แต่กูไม่มีเวลาเลยช่วงนี้ ที่บ้านแม่งบังคับให้กูเรียนรู้งาน ยังกับว่าจะมีใครตายแล้วกูต้องขึ้นบริหารต่อยังไงอย่างนั้น เฮ้อ" เฉินถอนหายใจทิ้งอย่างเซ็งจิต เพราะมันหมายความว่าเวลาเที่ยวเตร่ล่าเหยื่อของเขาต้องลดน้อยลงไปโดยปริยาย
“พวกเรามาทำอะไรแก้เบื่อมั้ย?”
เรย์ไม่รอให้เพื่อนตอบรับหรือปฏิเสธ ตามนิสัยเผด็จการที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด มือหนาหยิบสมาร์ตโฟนราคาแพงขึ้นมาปลายนิ้วเรียวยาวกดเบอร์โทรออกทันที สายตาคมกริบจ้องมองหน้าจอด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้รอยส์ถึงกับกระตุกยิ้มที่มุมปาก
[สนามแข่งรถชานเมือง]
สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียวคือการประลองความเร็ว ลู่สนามรูปวงรีโค้งหักศอกตัดกับทางตรงยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ที่ติดตั้งแผงกั้นกำแพงรั้วหนาแน่นเพื่อความปลอดภัย
บรรยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่เร่งเร้าแข่งขันกัน กลิ่นน้ำมันเบนซินและยางไหม้ที่ลอยเตะจมูกปลุกสัญชาตญาณดิบของ ‘นักแข่ง’ ให้พลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที
มือหนาของเรย์รับหมวกกันน็อกใบแพงจากมือน้องชาย ดวงตาคมกริบจ้องประสานกับแฝดน้องครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะพยักหน้าให้กันเชิงรับรู้...
ร่างสูงใหญ่ในชุดแข่งที่ดูดีจนน่าใจหายเตรียมก้าวเข้าไปยังรถแข่งคันหรูที่เพิ่งสั่งซื้อมาสด ๆ ร้อน ๆ โดยมีแก๊งเพื่อนอย่างหลิวและเฉินส่งเสียงเชียร์ตามหลังมา
ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับฟังดูไม่ค่อยเต็มใจราวกับถูกบังคับมาเสียมากกว่า
ใช่... เรื่องตื่นเต้นที่เรย์เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นก็คือเรื่องนี้นี่แหละ
สำหรับการเดิมพันที่ไม่มีขีดจำกัด การพนันมันไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของสองแฝดมาเฟียอย่างเข้มข้น ความเร็วและความตื่นเต้นเร้าใจระดับนี้เท่านั้นที่จะช่วยให้หัวใจวัยรุ่นที่แสนน่าเบื่อของพวกเขากลับมากระชุ่มกระชวยได้อีกครั้ง
คืนนี้อนาคินเพื่อนสมัยมัธยมของเขาลงทุนปิดสนามแข่งรถชานเมืองเพื่อให้เหล่าแขก VIP ได้มาประชันความเร็วกันอย่างเป็นส่วนตัว ทางนั้นเดินเข้ามากระซิบข้างหูเรย์ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า
"คู่แข่งวันนี้คือ 'ดีน' ตัวเต็งจากหลายสนาม แถมยังถูกวางตัวให้เป็นนักแข่งอาชีพเชียวนะมึง"
แต่ใครสนล่ะ? ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และ 'ขาด 58' ที่ใครได้ลองเป็นต้องร้องขอชีวิต เขาสามารถเนรมิตทุกอย่างให้เป็นไปตามใจต้องการได้เสมอ เช่นเดียวกับรถแข่งคันละหลายสิบล้านคันนี้
แต่ถึงรถจะแพงแค่ไหน... ถ้าคนขับมันห่วย ก็คงไม่มีวันคว้าชัยชนะมาได้จริงไหม?
ทว่าสำหรับเรย์ ฝีมือของเขามันอยู่ในระดับที่หาตัวจับยาก ผลลัพธ์จึงออกมาตามคาด เขาชนะขาดลอยและคว้ารางวัลมาได้ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง รางวัลเป็นเงินสดก้อนหนึ่ง ซึ่งมันไม่ได้ดูเยอะแยะมากมายอะไรเลยสำหรับทายาทมาเฟียอย่างเขา
ที่เขายอมลงมาคลุกฝุ่นในสนาม ก็แค่ต้องการหาอะไรตื่นเต้นทำฆ่าเวลาแก้เบื่อเท่านั้น นอกจากเงินก้อนนั้น เขายังได้ถ้วยรางวัลหน้าตาพิลึกมาอีกใบหนึ่ง... ซึ่งเขาถือมันไว้ในมืออย่างไม่ไยดีนัก
หลังจบงานแข่งรถ พวกแฝดก็พากันไปฉลองถ้วยรางวัล (ที่แสนจะไร้ค่า) กันต่อ จริง ๆ แล้วมันก็แค่ข้ออ้างโง่ ๆ ในการจัดปาร์ตี้ครั้งนี้ขึ้นมาเพื่อสนองตัณหาตัวเองก็เท่านั้น พวกเขาแค่อยากสนุก อยากดื่ม และอยากคั่วเด็กแจ่ม ๆ ที่ถูกเรียกมาเอนเตอร์เทนไม่ขาดสาย ตั้งแต่เน็ตไอดอลไปจนถึงดาราดัง
“ไอ้คิน... เด็กที่เดินถือถ้วยรางวัลมาให้กูเมื่อกี้ ดูเข้าท่าว่ะ มึงไปหามาจากไหนวะ”
เรย์ถามเพื่อนเจ้าของงานแข่งรถขึ้นมาอย่างนึกสนุก ดวงตาคมกริบจ้างมองไปยังร่างบอบบางของหญิงสาวหน้าหวานเกินความจำเป็นคนหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านไป ดวงตาสีดำขลับของเธอตัดกับเรือนผมสีน้ำตาลนุ่มสลวย ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อดูสุขภาพดีในชุดวาบหวิวที่ขับเน้นความสะดุดตาได้เป็นอย่างดี
“ไม่รู้สิ มีคนจ้างมามั้ง ถ้ามึงชอบ... เดี๋ยวคูบอกให้มาเอนฯ มึงเอง” อนาคินตอบปัดๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก
“อืม ก็นะ แต่ว่า...”
เรย์หยุดคำพูดไว้แค่นั้นพลางปรายตามองร่างบอบบางอีกร่างที่กำลังเดินตรงมาหาเขา... 'หมวย' ดาราสาวสวยที่เคยมีความสัมพันธ์กับเขาอยู่ช่วงหนึ่ง และใช่... เธอกำลังตามหาเขาอย่างกับปลิงที่สลัดไม่หลุด
ด้วยนิสัยขี้เบื่อเป็นทุนเดิม เรย์ไม่ชอบขึ้นเตียงซ้ำกับใครเกินสองครั้ง เรื่องนี้คนทั้งวงการรู้ดี แต่ดูเหมือนหมวยจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ เธอพยายามตามติดชีวิตเขาจนน่ารำคาญ ทำให้มาเฟียอย่างเรย์ถึงกับต้องพยายามหาทางหนีตายจากผู้หญิงคนนี้สุดชีวิต!
อีกด้านหนึ่งของงานปาร์ตี้อันครึกครื้น ‘อิงดาว’ สาวน้อยผู้ถูกจ้างมาเป็นคนถือถ้วยรางวัลในสนามแข่งรถกำลังยืนกุมมือตัวเองไว้แน่นด้วยความประหม่า หน้าที่หลักของเธอคือการเดินนำถ้วยรางวัลออกไปส่งให้แก่ผู้ชนะ
เรือนร่างบอบบางที่เจ้าของมีความสูงเพียง 158 เซนติเมตร แม้จะดูตัวเล็กกะทัดรัด ทว่ามันกลับรับเข้ากับใบหน้าหวานสวยหมดจดได้อย่างไร้ที่ติ และที่สำคัญ... ส่วนเว้าส่วนโค้งหน้าอกหน้าใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดวาบหวิวระยิบระยับนั้น มันดูอวบใหญ่เกินตัว จนสามารถสะกดและดึงดูดสายตาของหนุ่ม ๆ ทุกคนที่เดินผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี
“จะดีเหรอคะพี่ ขะ...คือ อิงไม่เคยทำงานเป็นเด็กเอ็นฯ เลยนะคะ”
กลีบปากอิ่มพึมพำตอบกลับรุ่นพี่คนสนิท น้ำเสียงหวานสั่นพร่าขณะแววตาคู่สวยฉายแววกังวลใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อจู่ ๆ รุ่นพี่ที่หางานถือถ้วยรางวัลให้ในตอนแรก เดินมาเอ่ยชวนแกมบังคับให้เธอไปช่วยดูแลเอนเตอร์เทนกลุ่มลูกค้า VVIP ในห้องกระจกด้านบน
“ไม่เป็นไรหรอกน่าอิง แค่นั่งกินนั่งคุยเป็นเพื่อนพวกเขาก็พอ ไม่ได้มีอะไรเสียหายเลย ไหนอิงบอกพี่เองไม่ใช่เหรอว่าช่วงนี้ต้องการใช้เงินเยอะน่ะ เพราะงั้นอย่าเพิ่งเลือกงานสิจ๊ะ” หญิงสาวรุ่นพี่คะยั้นคะยอพลางจับจูงข้อมือเล็กให้เดินตาม
คำว่า ‘เงิน’ คำเดียวทำให้อิงดาวที่กำลังจะก้าวขาถอยหลังถึงกับชะงักนิ่ง ภายในใจของสาวน้อยคิดเพียงแค่ว่าในเวลานี้เธอต้องหาเงินมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากเลือกได้ในชีวิตนี้ เธอคงอยากจะขอแต่งงานกับเงินไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อได้รับรู้ว่าค่าตอบแทนในการดูแลพวกกลุ่มลูกคนรวยและทายาทมหาเศรษฐีมันสูงลิ่วขนาดไหน หญิงสาวผู้กำลังร้อนเงินมีหรือจะปฏิเสธได้ลง หนี้สินก้อนโตที่มีอยู่มันค้ำคอจนมากเกินกว่าจะมานั่งเลือกงานในฝัน สุดท้ายอิงดาวจึงจำใจพยักหน้ารับและเดินตามแรงดึงของรุ่นพี่ไปอย่างว่าง่าย
หลังจากที่ก้าวเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกินดื่มอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ ‘เรย์’ ทายาทมาเฟียคนพี่ที่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้คนตัวเล็กในระยะประชิด ก็ไม่สามารถละสายตาไปจากสาวน้อยเรือนผมสีน้ำตาลคนนี้ได้เลย
ดวงตาคมกริบจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของร่างบางที่นั่งเกร็งอยู่ไม่ไกล อิงดาวกลายเป็นจุดสนใจของคนในโต๊ะอย่างรวดเร็ว เธอถูกคนนั้นคนนี้ส่งแก้วเหล้าดีกรีแรงให้ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า ซึ่งคนหน้าหวานก็ทำได้เพียงรับมันมายกขึ้นจิบอย่างขัดไม่ได้
หยาดน้ำสีอำพันถูกส่งเข้าปากบางครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์ ทั่วทั้งใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ
‘เชี่ยเอ้ย... น่ารำคาญชะมัด อยากกลับบ้านแล้วว่ะ’
ในเวลากลางดึกนั้นเอง ฝาแฝดผู้พี่สบถในใจพลางถอนหายใจออกมาอย่างสุดจะทน เนื่องจากเขายังคงถูกดาราสาวสวยอย่างหมวยคอยเดินตามเกาะแขนเกาะขาไม่ยอมปล่อย ความพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนั้นสร้างความรำคาญใจให้มาเฟียหนุ่มเป็นอย่างมาก
เอางี้ดีกว่า...
มุมปากหยักเหยียดยิ้มร้ายเมื่อคิดแผนการดี ๆ ออก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แกล้งอ้างกับกลุ่มเพื่อนสนิท โดยที่มือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเด็กเอ็นฯ หน้าใหม่ ลากติดมือมาพร้อมกันในทีเดียว
“เดี๋ยวกูขอตัวพาเด็กคนนี้กลับก่อนนะ... จะเอาไปนอนเป็นเพื่อนสักหน่อย”
สิ้นคำพูด เรย์ก็ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เอ่ยปากคัดค้าน ทายาทมาเฟียคนพี่ก้าวเท้าฉับ ๆ ลากกวางน้อยตาใสให้ออกมาจากสมรภูมิปาร์ตี้อันน่าอึดอัดทันที
“จะ...จะพาอิงไปไหนคะ?”
อิงดาวพยายามรวบรวมสติแล้วเอ่ยถามชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ลากแขนเธอออกมาจากงาน โดยไม่ได้หันมาถามไถ่ความสมัครใจของเธอเลยสักคำ ในขณะเดียวกัน หมวย ดาราสาวสวยก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาติด ๆ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางหนาจัดฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรงกับภาพตรงหน้า
“อย่าถามมากน่า เธอเป็นเด็กเอ็นฯ ไม่ใช่หรือไง? ไปเอนฯฉันต่อที่คอนโด เดี๋ยวฉันจ่ายให้งาม ๆ”
ทายาทมาเฟียคนพี่เอ่ยเสียงตามนิสัยเอาแต่ใจ ก่อนจะจัดการเปิดประตูแล้วยัดร่างบอบบางขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองทันที
ทางด้านอิงดาว... แม้ว่าสติจะเริ่มเลอะเลือนและมึนเบลอจากแอลกอฮอล์ ทว่าหูได้ยินคำว่า ‘จ่ายให้อย่างงาม’
ประกอบกับคำพูดของเขาที่บอกว่าแค่ให้ไป ‘เอ็นฯ’ คนตัวเล็กที่ใสซื่อและไร้เดียงสาต่อโลกจึงเข้าใจว่าแค่ต้องไปนั่งชงเหล้า ผสมเครื่องดื่มให้เขาดื่มต่อเหมือนกับที่ทำในงานปาร์ตี้เมื่อสักครู่แน่ ๆเมื่อคิดได้ว่างานสบายแถมรายได้ก้อนโตลอยมาตรงหน้า หญิงสาวผู้กำลังกระหายเงินจึงยอมตามเขาไปอย่างง่ายดาย
“ค่ะ...”
TBC...
บทส่งท้ายวันเวลาผันผ่านไปพร้อมกับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสามคนที่นับวันยิ่งแน่นแฟ้นและเปิดเผยมากขึ้น แคนดี้เพื่อนสนิทของอิงดาวกลายมาเป็นแขกประจำของเพนต์เฮาส์หรู คอยทำหน้าที่เป็นทั้งไม้กันหมาและผู้สังเกตการณ์ความคลั่งรักของสองแฝดมาเฟียอย่างนึกหมั่นไส้ โดยมีข้อตกลงลับ ๆ เรื่องการเฟ้นหาหนุ่มหล่อโปรไฟล์เลิศที่สองแฝดต้องคอยส่งมาบรรณาการให้อยู่เนือง ๆ เพื่อเป็นค่าปิดปากและค่าความดีความชอบณ ระเบียงกว้างของเพนต์เฮาส์หรูที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพแสงสีของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนได้อย่างสุดลูกหูลูกตา อิงดาวในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งยืนทอดสายตามองท้องฟ้าอย่างมีความสุข ก่อนที่อ้อมแขนแกร่งอันคุ้นเคยสองคู่จะขยับเข้ามากอดประสานซ้อนทับจากทางด้านหลังเรย์กดจูบลงบนลาดไหล่บางแผ่วเบา ขณะที่รอยส์เกยคางลงกับบ่ามนพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่ากวางน้อยตัวนี้จะอันตรธานหายไป"คิดอะไรอยู่ครับอิงดาว?" เรย์เอ่ยถามเสียงทุ้มพร่า"คิดเรื่องเก่า ๆ น่ะค่ะ... ไม่คิดเลยว่าจากผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จะต้องมาติดกับดักพันธนาการของมาเฟียเจ้าอารมณ์พร้อมกันทีเดียวถึงสองคน" อิงดาวหัวเราะคิกคักพลางเอียงหน้าหลบไรหนวดของรอยส
Chapter 32เปิดตัวกับคุณแม่ค่ำคืนอันแสนสงบสุขภายในเพนต์เฮาส์หรู อิงดาวนั่งพิงแผ่นอกกว้างของเรย์อยู่บนโซฟาตัวยาว โดยมีรอยส์นอนหนุนตักเล็กลากไล้ปลายนิ้ววนเวียนอยู่แถวสะโพกมนอย่างออเซาะ สายตาของทั้งสามจับจ้องไปยังหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ที่กำลังฉายซีรีส์เกาหลีแนวครอบครัวอบอุ่นหัวใจจู่ ๆ อิงดาวก็เปรยขึ้นมาลอย ๆ ท่ามกลางความเงียบ “จริงด้วยสิคะ พวกคุณว่าอิงควรจะบอกเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราให้คุณแม่ที่อยู่เกาหลีรับรู้ได้หรือยังคะ?”ขวับ!ราวกับมีปุ่มสั่งการอัตโนมัติ ฝาแฝดมาเฟียสะดุ้งพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เรย์ที่กำลังเคลิ้ม ๆ ถึงกับเบิกตากว้าง ส่วนรอยส์ก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงในพริบตา“เธอว่าไงนะอิงดาว? จะบอกเรื่องพวกฉันให้คุณแม่ยายฟังงั้นเหรอครับ?” รอยส์ถามเสียงหลง นัยน์ตาคู่คมวูบไหวด้วยความตื่นตระหนกแกมตื่นเต้น“ค่ะ ก็เราคบกันจริงจังแล้วนี่นา อิงเลยคิดว่าจะขอโทรไปบอกเรื่องนี้กับแม่เอง…”“ไม่ได้เด็ดขาด!” เรย์ขัดขึ้นมาเสียงเข้มทันควันจนอิงดาวสะดุ้ง ชายหนุ่มรีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงพลางกุมมือน้อยขึ้นมาบีบเบา ๆ “หมายถึง… จะบอกเรื่องสำคัญระดับนี้ทางโทรศัพท์มันไม่ดีหรอกครับอิงดาว มันดูไม่ให้เ
Chapter 31เรียกใครว่าที่รักแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนหนาเข้ามาด้านในเพนต์เฮาส์หรู อิงดาวขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเอื่อยเฉื่อย ร่างกายนุ่มนิ่มยังคงมีความอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่บ้างจากบทลงทัณฑ์อันยาวนานเมื่อคืนวาน หญิงสาวลุกขึ้นจัดการอาบน้ำแต่งตัวในชุดลำลองสบาย ๆ ก่อนจะก้าวขาเรียวเดินนวยนาดออกมายังโซนห้องครัวภาพตรงหน้าคือรอยส์ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีแก้วกาแฟอุ่น ๆ ชงเผื่อไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้วอย่างรู้ใจ“ตื่นแล้วเหรอครับคนดี มารับคาเฟอีนหน่อยเร็ว ฉันชงเผื่อไว้ให้แล้ว” แฝดน้องคลี่ยิ้มหวานเอ่ยทักทายเสียงใส“ขอบคุณค่ะ…” อิงดาวอมยิ้มรับแก้วกาแฟมาถือไว้พลางสอดส่ายสายตามองหาใครอีกคน “แล้ว… คุณเรย์ล่ะคะไปไหนแล้ว”“ไอ้เรย์มันออกไปซื้อของข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่แล้วครับ”ยังไม่ทันที่รอยส์จะบ่นจบประโยค เสียงสัญญาณบานประตูดิจิทัลประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแฝดผู้พี่ ร่างสูงแกร่งของเรย์สับเท้าฉับ ๆ เข้ามาในห้องครัว ทันทีที่เห็นร่างอรชรยืนอยู่ ชายหนุ่มก็ถลาเข้าไปสวมกอดหมับเข้าที่เอวบางจากทางด้านหลังพลางกดจูบหนัก ๆ ลงบ
Chapter 30ชดใช้ทั้งชีวิต“อ๊ะ! อย่ากัดสิคะ…”สองริมฝีปากร้อนผ่าวระดมไล้เลียไปตามเนื้อผิวขาวนวลด้วยความหวงแหนขั้นสุด รอยรักสีแดงจุดแล้วจุดเล่า ทั้งยังมีรอยฟันจาง ๆ ในบางแห่ง ปรากฏเด่นชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามลากผ่านของสองหนุ่มหน้าเหมือน ยอดปทุมถันชูชันถูกขบเม้มบดขยี้คนละข้างอย่างไม่มีใครยอมน้อยหน้า ผลเลยตกมาอยู่ที่คนงามที่ต้องนอนแอ่นกายรับความเสียวซ่านรุนแรงพร้อมกันสองฝั่ง“เรือนร่างตรงนี้เป็นสิทธิ์ขาดของพวกฉันสองคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ให้ใครหน้าไหนมาสัมผัส หรือแม้แต่จะได้เห็นทั้งนั้น”คนขี้โมโหอย่างเรย์เอ่ยเสียงพร่าชิดกกหู ก่อนจะเริ่มส่งปลายนิ้วร้ายสอดแทรกลึกเข้าไปในช่องทางหวานฉ่ำ และมันไม่ใช่แค่หนึ่งนิ้วเท่านั้น... เพราะรอยส์เองที่อยากร่วมลงทัณฑ์เด็กดื้อคนนี้ ก็จงใจสอดปลายนิ้วเข้าเบียดเสียดแทรกพิกัดเดียวกับพี่ชายด้วยเช่นกัน“ทำไมทั้งสองคนถึงได้… เอาแต่ใจกันนัก… อื้อออ” แม้ปากจะเอ่ยต่อว่าตัดพ้อ แต่ร่างกายของอิงดาวกลับตอบสนองคู่แฝดมาเฟียได้เป็นอย่างดี โพรงเนื้ออุ่นระอุขยับตอดรัดการรุกรานจากสองนิ้วแกร่งถี่รัว ทั้งสะโพกกลมกลึงน่าขย้ำยังขยับร่อนสู้ฝ่ามืออย่างรู้งาน ตามแรงอารมณ์





