登入แอบรักเจ้านายมาตั้งสามปี ยกตำแหน่ง ‘สามีทิพย์’ อันดับหนึ่งในดวงใจให้ครองแบบไร้ข้อกังขา แต่จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงกลางกบาล เมื่อมีข่าวว่าบอสสุดหล่อกำลังจะหมั้น แต่ฟ้าฝ่ารอบสองคือเธอต้องไปเป็นเลขาให้เขา
查看更多“นี่พวกแก... ฉันมีเรื่องจะเม้าส์!”
ทันทีที่สิ้นประโยคเด็ดหลุดออกจากปากของ ‘พี่มณี’ พนักงานบัญชีรุ่นเดอะประจำแผนก เก้าอี้ล้อเลื่อนของพนักงานรอบข้างต่างก็ไถลรวมตัวกันเข้าสู่จุดศูนย์กลางราวกับถูกผีผลัก แรงดึงดูดของคำว่า ‘เรื่องจะเม้าส์’ ในเช้าวันจันทร์ที่แสนน่าเบื่อนั้น ทรงพลังยิ่งกว่าหลุมดำในอวกาศเสียอีก
“ใบเฟิร์น! เขยิบเข้ามานั่งด้วยกันสิ เดี๋ยวจะพลาดข่าวเด็ดหรอก” พี่มณีกวักมือเรียกหญิงสาววัยเบญจเพสที่กำลังพิมพ์งานก๊อกแก๊กอยู่อีกฝั่งของพาร์ทิชัน
“อะ... เฮ้อ... ได้ๆ ค่ะพี่”
‘ใบเฟิร์น’ หญิงสาวผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และผมประบ่าดัดลอนคลายๆ กลั้นหายใจจนแก้มป่อง ก่อนจะระบายลมออกมาช้าๆ อย่างจำยอม เธอออกแรงยันเท้าลากเก้าอี้เข้าไปสมทบกับเหล่าสมาคมมนุษย์ ป้าข้างบ้านประจำออฟฟิศทันที ทั้งที่ในใจแอบบ่นอุบอิบ...
“เบื่อจริงพวกชอบนินทาในที่ทำงาน!คนขยันทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อหาเงินผ่อนคอนโดอย่างเธอเนี่ยนะ ที่อยากจะเอาหัวไปจุ่มกับวงป้าๆ พวกนี้? แต่ก็นั่นแหละ สังคมออฟฟิศมันโหดร้าย ขืนเธอทำตัวแปลกแยกเดี๋ยวก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่อินทิเกรต
ไม่ยอมเข้าพวก การเม้ามอยหอยขมถือเป็นกาแฟพักเบรกชั้นดีของคนที่ต้องนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์วันละแปดชั่วโมง
มันช่วยกระตุ้นให้สมองตื่น ตาสว่าง ปลุกเซลล์ทุกเซลล์ให้พร้อมรับข่าวสาร... เอ้ย! พร้อมทำงาน และนั่นมันคือหน้าที่ลับๆ ของทุกคนที่ต้องคอยสอดส่องความเป็นไปในบริษัท SYK พร็อพเพอร์ตี้แห่งนี้ แหม... แต่ละคนไวกันจังนะ น้องเล็กอย่างเธอขายังไม่ทันขยับ พวกมนุษย์ป้าก็หัวจุ่มกันพร้อมเพรียงแล้ว
“เรื่องนี้อาจจะทำให้ใครหลายคนน้ำตาร่วงเผาะเลยแหละ หุหุหุ”
พี่มณีเอามือป้องปากพร้อมกับหรี่เสียงลงให้ดูมีลับลมคมใน พอนางเกริ่นมาแบบนี้
ทำเอาทุกคนอกสั่นขวัญแขวนกันถ้วนหน้า ใบเฟิร์นเองก็เริ่มหูผึ่ง ข่าวลือในออฟฟิศที่ว่าคนเล่ายังลีลา ลากยาวจนคนฟังมวนท้องน้อยไปตามๆกัน ท่าทางจะเป็นเรื่องสำคัญจริง
“บอกมาสักทีเถอะน่า! รัตน์อดรนทนไม่ไหวแล้วนะ ลีลาอยู่นั่นแหละพี่มณี”
รัตนา สาวแผนกบุคคลบ่นอุบพร้อมกับเขย่าแขนคนเล่า
“คือเรื่อง... บอสอ่า!!”
“หือ!! บอสรึ!?” เพียงแค่ได้ยินคำว่า ‘บอส’ ใบเฟิร์นก็รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพยายามเก็บอาการสุดๆ นั่งหลังตรงแน่ว ใจจดจ่อรอฟังประโยคต่อไปแบบไม่ให้คลาดสายตา แต่ความผิดปกติของเธอก็ดันไปสะดุดตาทุกคนจนต้องหันขวับมามองเป็นตาเดียว
“อะไรกันเล่า... มองหน้าใบกันจัง ใบก็แค่... ปลื้มปริ่มในความหล่อและความเก่งของบอสแค่นั้นเอง” เธอแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หลบสายตาจับผิดของรุ่นพี่
“คือว่า... บอสมีคู่หมั้นแล้วน่ะสิ!”
“ห๊า!!! ว่าไงนะ!?” คราวนี้ใบเฟิร์นเก็บทรงไม่อยู่แล้วจริงๆ เธอเด้งตัวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนล้อเลื่อนไถลไปชนโต๊ะด้านหลัง เสียงอุทานของเธอดังลั่นจนเพื่อนร่วมวงต้องรีบจุ๊ปากให้เงียบ
“คะ... คู่หมั้นอย่างนั้นเหรอคะ?” เสียงของเธอสั่นเครือ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า
“ใช่แล้ว! คุณไอริณ ลูกสาวท่านรัฐมนตรีประสงค์กับคุณคริสตินไงล่ะแก”
พี่มณีเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดวงตาแพรวพราวเป็นประกาย
“เห็นว่าคุณแม่ของบอสสนิทกับคุณแม่ของคุณไอริณ แถมสองคนนั้นก็วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้คุณไอริณเธอก็นั่งแท่นบริหารธุรกิจจิวเวลรี่ สวย รวย เก่ง โปรไฟล์เริ่ด เหมาะสมกันกิ่งทองใบหยกสุดๆ ผู้ใหญ่เขาก็เลยหมายมั่นปั้นมือกันไว้แล้ว!”
เสียงดังแซ่ซ้องราวกับนกกระจอกแตกรังดังขึ้นมาอีกระลอก ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของทั้งคู่ แต่ใบเฟิร์นกลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว
หูของเธออื้ออึงไปหมด
บอสแทนไท... หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัยสามสิบปี รองประธานบริษัท SYK พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบทุกตารางนิ้ว... มีคู่หมั้นแล้ว!
ภาพใบหน้าหล่อเหลา คมเข้ม นัยน์ตาสีเทาอมฟ้าที่มักจะเรียบเฉยราวกับหุ่นยนต์
โรบอท แต่กลับกระชากใจสาวๆ ทั้งออฟฟิศ ลอยเข้ามาในหัวของใบเฟิร์น เขาคือ ‘สามีทิพย์’ ที่เธอแอบติ่ง แอบกรี๊ด แอบเซฟรูปตั้งเป็นวอลเปเปอร์โทรศัพท์ (ที่ต้องซ่อนไว้ในโฟลเดอร์ลับ) มาตลอดสามปีที่ทำงานที่นี่!
หรือว่าเธอจะช็อกจนหูดับไปแล้วจริงๆ? น้ำตาหยดเล็กๆ ร่วงเผาะลงมาในใจอย่างเงียบเชียบ อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มจีบ มันเจ็บจี๊ดแบบนี้นี่เอง
กริ๊งงงงงง! ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของ ‘พี่สายใจ’ พี่ใหญ่หัวหน้าฝ่ายขายของแผนกก็ดังกังวานขึ้น ทำเอาวงนินทาวงแตก ทุกคนสะดุ้งโหยงแล้วรีบสไลด์เก้าอี้กลับไปประจำที่ของตัวเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฮัลโหล ฝ่ายขายค่ะ... อ้อ ค่ะคุณวิกรณ์”
พี่สายใจรับสายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ก่อนที่คิ้วของเธอจะเริ่มขมวดเข้าหากัน
สายจาก ‘คุณวิกรณ์’ หัวหน้าแผนกบุคคลชาย! ร้อยวันพันปีแผนกบุคคลไม่เคยโทรมาที่ฝ่ายขายโดยตรงแบบนี้ถ้าไม่มีเรื่องด่วน
“คุณสายใจครับ ที่แผนกคุณพอจะมีใครสักคนมาทำหน้าที่เลขาชั่วคราวให้บอสได้บ้างไหม?” ปลายสายถามมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เอ๊ะ? เลขาบอส? แล้วคุณสันต์ล่ะคะ?”
พี่สายใจถามกลับด้วยความแปลกใจ เพราะปกติคุณสันต์คือเลขาคู่บุญที่รู้ใจบอสแทนไทที่สุด
“คุณสันต์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ ขาหักสองท่อน ต้องพักฟื้นอย่างน้อยสามเดือน! ตอนนี้บอสหัวเสียมาก งานก็ล้นมือ ผมต้องการคนที่ไหวพริบดี ขยัน
และที่สำคัญ... กลับบ้านผิดเวลาได้ หรือพูดง่ายๆ คือยังไม่มีครอบครัวหรือภาระผูกพันน่ะครับ เพราะต้องไปโน่นไปนี่กับเจ้านาย งานไม่ค่อยเป็นเวลา”
พี่สายใจกวาดสายตามองลูกน้องในแผนกทีละคน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หญิงสาวร่างเล็กที่กำลังนั่งทำหน้าเศร้าเหมือนคนอกหักอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
“มีค่ะ! ใบเฟิร์นเลยค่ะ! ใบเฟิร์นยังไม่มีครอบครัว ขยัน เก่ง หัวไว และตั้งใจทำงานมากด้วยค่ะ!” พี่สายใจเสนอชื่อลูกน้องคนเก่งออกไปทันที
“ดีครับ! ถ้าอย่างนั้นให้เธอมาพบผมที่ห้องทำงานแผนกบุคคลเดี๋ยวนี้เลยนะครับ”
“ได้ค่ะๆ!” ทันทีที่พี่สายใจวางสาย พนักงานทุกคนที่แอบเงี่ยหูฟังอยู่ก็กรูกันเข้ามาหาเธออีกครั้งทันที
“พี่สายใจ พูดถึงฉันมีอะไรหรือเปล่าคะ?” ใบเฟิร์นถามหน้าตื่น เธอเพิ่งหลุดจากภวังค์ความเศร้าเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง
“คืองี้เฟิร์น... คุณสันต์เลขาบอสประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขาหัก มาทำงานไม่ได้ตั้งสามเดือน บอสก็เลยต้องการเลขาชั่วคราวด่วนจี๋!”
“บอสก็หล่อที่สุดในโลกเหมือนกันค่ะ... คุณสามี” เธอกระซิบตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาแห่งการกล่าวคำปฏิญาณและแลกแหวนดำเนินไปอย่างศักดิ์สิทธิ์และลึกซึ้งกินใจ เมื่อถึงคิวที่เจ้าบ่าวต้องกล่าวความในใจ แทนไทรับไมโครโฟนมาถือไว้ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองแขกผู้มีเกียรติ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานของภรรยา“หลายคนอาจจะแปลกใจ ที่ผู้ชายบ้างานและเจ้าระเบียบอย่างผม ตัดสินใจสละโสดอย่างกะทันหัน...” แทนไทเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวาน “แต่ถ้าทุกคนได้รู้ว่า ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ เธอเข้ามาเปลี่ยนโลกที่เคยเงียบเหงาและเย็นชาของผมให้มีแต่เสียงหัวเราะ (และเสียงเถียงคำไม่ตกฟาก) ได้อย่างไร ทุกคนก็คงจะเข้าใจ... ใบเฟิร์นไม่ได้เป็นแค่เลขาที่รู้ใจผมที่สุด แต่เธอคือครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ผมตามหามาตลอด ขอบคุณนะครับที่ยอมให้อภัยผู้ชายทึ่มๆ คนนี้ ขอบคุณที่เข้มแข็งเพื่อลูกแฝดของเรา ต่อจากนี้ไป... ผมขอปฏิญาณว่า จะเป็น ‘สามี 24 ชั่วโมง’ ที่คอยดูแล ปกป้อง และรักคุณเพียงคนเดียว ตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิตครับ”สมาคมหอยขมอย่างพี่มณี พี่สายใจ และรัตนา ที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้า พากันกอดคอร้องไห้กระซิ
กำแพงน้ำแข็งถูกหลอมละลายลงด้วยอานุภาพของความรักและความจริงใจ ทั้งสองตระกองกอดกันร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความเจ็บปวดทั้งหมดทิ้งไป ความเข้าใจที่กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ทำให้ช่องว่างที่เคยห่างเหินถูกเติมเต็มจนสนิทช่วงสายของวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วยกลับมาสดใสและอบอวลไปด้วยความรักอีกครั้ง ใบเฟิร์นสามารถทานอาหารได้มากขึ้นโดยมีสามีสุดที่รักคอยเอาอกเอาใจป้อนข้าวป้อนน้ำไม่ห่าง จนกระทั่งคุณหมอสูตินารีแพทย์เจ้าของไข้ เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพยาบาลและเครื่องอัลตราซาวนด์แบบเคลื่อนที่“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ วันนี้สีหน้าดูสดใสขึ้นเยอะเลยนะครับ” คุณหมอยิ้มทักทาย “วันนี้เราจะมาตรวจอัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์กันอีกครั้งนะครับ เพื่อเช็กว่าภาวะแท้งคุกคามสงบลงร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยัง” แทนไทจับมือภรรยาไว้แน่นด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล ในขณะที่คุณหมอเริ่มทาเจลเย็นๆ ลงบนหน้าท้องแบนราบของใบเฟิร์น แล้วใช้หัวตรวจถูวนไปมาเบาๆ ภาพจากคลื่นความถี่สูงปรากฏขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ขาวดำ“อืม... ยอดเยี่ยมมากครับ ร่องรอยเลือดออกที่ปากมดลูกสมานตัวดีแล้ว ภาวะแท้งคุกคามหายไปแล้วครับ ทารกเกาะตัวแน่นหนาปล
ใบเฟิร์นเบิกตากว้าง สัญชาตญาณความหวาดระแวงทำให้เธอพยายามจะขยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บแปลบที่หน้าท้องก็แล่นริ้วขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า“อย่าเพิ่งขยับตัวแรงสิคะคุณใบเฟิร์น!” ไอริณร้องห้ามด้วยความตกใจ รีบปรี่เข้าไปช่วยประคองอย่างลืมตัว แต่ใบเฟิร์นกลับปัดมือของเธอออกอย่างเย็นชา“คุณมาทำไมคะคุณไอริณ? มาดูผลงานของตัวเองหรือคะ ว่าทำให้ฉันเกือบแท้งลูกได้สำเร็จแล้วหรือยัง?” น้ำเสียงของคนบนเตียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและต่อต้าน ไอริณชะงัก ชักมือกลับมาประสานไว้ที่หน้าตัก ดวงตาที่เคยแต่งแต้มอย่างสวยงามบัดนี้บวมช้ำและแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง หญิงสาวผู้เพียบพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ใบเฟิร์นไม่คาดคิด... ไอริณทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องข้างเตียงผู้ป่วยทันที!“คุณไอริณ! คุณทำอะไรคะ ลุกขึ้นเถอะค่ะ!” ใบเฟิร์นตกใจกับภาพที่เห็น“อย่าเพิ่งห้ามฉันเลยค่ะคุณใบเฟิร์น ให้ฉันได้พูดความจริงทั้งหมดเถอะนะคะ” ไอริณสะอื้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมา“ฉันมาที่นี่เพื่อขอโทษ... ขอโทษสำหรับความเห็นแก่ตัวและความขี้ขลาดของฉัน ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณกับลูกต้องมาเจอเรื่
“ญาติใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” คุณหมอถอนหายใจยาว“สำหรับตัวคนไข้ ปลอดภัยแล้วครับ มีรอยแตกที่ศีรษะเย็บไปห้าเข็ม และมีรอยฟกช้ำตามร่างกาย โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยทำงานสมบูรณ์”หมอเว้นจังหวะ สีหน้าหนักใจขึ้น“แต่สำหรับทารกในครรภ์... คนไข้มีภาวะ ‘แท้งคุกคาม’ (Threatened Abortion) ครับ ปากมดลูกมีเลือดออกเนื่องจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง ตอนนี้ทางเราได้ฉีดยากันแท้งและให้น้ำเกลือเพื่อระงับการบีบตัวของมดลูกแล้ว...”“หมอหมายความว่ายังไงครับ! ลูกผมยังอยู่ใช่ไหม!” แทนไทเสียงสั่น“ตอนนี้เด็กยังปลอดภัยครับ อัตราการเต้นของหัวใจยังปกติ แต่... หมอต้องขอเตือนอย่างจริงจังนะครับ ภาวะแท้งคุกคามในช่วงไตรมาสแรกอันตรายมาก หลังจากนี้คนไข้ต้องนอนพักฟื้นนิ่งๆ ห้ามขยับตัวแรง ห้ามเดินขึ้นลงบันได และที่สำคัญที่สุด...‘ห้ามมีความเครียดหรือกระทบกระเทือนทางจิตใจโดยเด็ดขาด’ ไม่อย่างนั้น ธรรมชาติอาจจะขับทารกออกมา และคุณจะเสียเด็กไปจริงๆ ครับ”คำวินิจฉัยของแพทย์เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจของแทนไท ชายหนุ่มพิงผนังโรงพยาบาลอย่างหมดแรง ความโล่งใจที่ลูกและภรรยายังมีชีวิตอยู่ ถูกกลบด้วยความกลัวที่จะสูญเสียพวกเขาไปในอ