Masuk
“เอาแม่งให้ตายเลยไหมวะไอ้วิน”
“นั่นดิ แฮ่กๆๆ แม่งอวดเก่งฉิบหาย!”
“จริง! อวดเก่งแบบนี้ต้องเอาให้เละ จริงไหมมึง?”
“…….”
เสียงทุ้มที่เอ่ยถามหัวหน้าแก๊งอันธพาลดังขึ้นเป็นวงกว้าง ทุกสายตาต่างจ้องมองไปยังหนุ่มหล่อที่ยืนพ่นควันบุหรี่สีขาว แววตาเลือดเย็นของเขาจ้องคู่อริบนพื้นเขม็ง ใบหน้าบอบช้ำพยายามร้องขอชีวิตทั้งที่ไม่มีเสียงพูดด้วยซ้ำ
“เหอะ..”
อัศวิน หรือ นายอัศวิน อัครเมธา เขายังไม่ได้ตอบกลับเพื่อนตัวเองแต่อย่างใด แต่เขากระตุกยิ้มเย้ยหยันออกมาด้วยสีหน้าโรคจิตขั้นสุด ก่อนจะขยับปลายเท้าเข้ามาใกล้กับเหยื่อที่ใกล้จะหมดลมหายใจ
ตึก.. ตึก..
ร่างหนายังคงเงียบเหมือนกับบรรยากาศในตอนนี้ ไม่นานนักเขาก็โน้มตัวลงไปยังด้านล่าง ก่อนจะเอาปลายบุหรี่ร้อนๆที่ยังมีไฟเข้าไปจี้บริเวณผิวหนังศัตรู
ซู่……
“อ..อ๊ากกกกกกก!!!! ฮึกๆๆ พอแล้ว! พอ! กูเจ็บ!!”
“พวกมึงเอามีดมาให้กูหน่อย”
กึก
คำสั่งนั้นเองที่ทำให้ทุกคนถึงกับหันขวับมาจ้องหน้ากันตาเหลือก เพราะไม่มีใครคาดคิดด้วยซ้ำว่าไอ้อัศวินมันจะเอาจริง แค่ซ้อมหนักๆอีกสักทีสองทีให้มันสลบก็พอ แต่นี่มันเกินกำลังกว่าที่เพื่อนทุกคนจะรับมือไหว
“มึงจะฆ่ามันเลยเหรอไอ้วิน อ..เอาจริงดิ?”
“นั่นดิมึง.. ถ้ามันตายห่านี่เรื่องใหญ่เลยนะเว้ย แล้วพวกอาจารย์ในมหาลัยจะว่าไง พ่อแม่กูอีก! กูไม่เอาด้วยอะ!!”
เพราะพวกเขารู้ว่าเพื่อนตัวเองเป็นโรคจิต เวลาที่อัศวินโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เขาไม่เคยปรานีใครทั้งนั้น..
“หึ.. กูไม่ปล่อยให้พวกมึงเดือดร้อนหรอก ลืมไปแล้วเหรอว่าครอบครัวกูใหญ่ เดี๋ยวกูหาเรื่องให้คนอื่นเป็นแพะเอง ก็แค่ไอ้เหี้ยนี่ไปทะเลาะกับเด็กมหาลัยอื่น พวกเราไม่เกี่ยว เพราะตอนเกิดเรื่อง.. กูกับพวกมึงคุมน้องปีหนึ่งอยู่”
“แฮ่กๆๆ ย..อย่า…”
ว่าแล้วอัศวินก็กระตุกยิ้มร้ายแล้วใช้มีดเลื่อนไปบริเวณคอ โดยมีศัตรูที่นอนหอบหายใจแรงๆด้วยความกลัว หยาดน้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร จากที่เพื่อนของเขาเห็นด้วยในตอนแรก ตอนนี้เริ่มถอนตัวออกไปทีละคนสองคน
“เฮ้อ.. แต่กูว่า”
“กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!”
แต่ทว่า..
เสียงร้องบางอย่างก็ดังขึ้นมาอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุเท่าไหร่ ถัดไปจากกำแพงสูงใหญ่ด้านหลังโรงยิมกลาง มันได้มีหญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังยืนตาค้างอยู่ สองขาเรียวของเธอก้าวไปไหนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ สีหน้าที่ทั้งกลัวและตกใจจ้องมองอัศวินกับพวกพ้องด้วยความช็อก
เพราะเธอเห็นว่าหัวหน้าแก๊งนี้กำลังถือมีดอยู่ในมือ..
“พ..พวกพี่..”
“…….”
“กำลังจะฆ่าคนในมหาลัยเหรอคะ!?”
หนูดี หรือ นางสาวนิลกานต์ จันทร์ไพศาล นักศึกษาสาวเอกแฟชั่นที่เพิ่งเรียนอยู่แค่เพียงปีหนึ่ง เธอเดินผ่านมาแถวนี้พอดีจนได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงเดินตามเสียงนี้มาเรื่อยๆจนเจอเข้ากับความจริงสุดช็อก
“อ..เอ่อ.. คือว่าพวกพี่..”
“อึ่ก…”
สถานการณ์ในตอนนี้ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะความเงียบงันเริ่มทำให้ทางหนูดีหวาดกลัว เธอค่อยๆก้าวถอยหลังหนีจากแก๊งผู้ชายหน้าหล่อทีละนิด แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาเหยี่ยวของอัศวินกับเพื่อนอยู่ดี
“เฮ้ยน้องจะไปไหน!!!”
“รีบไปจับตัวมาเร็ว!!”
“ว๊ายยย!! ป..ปล่อยนะคะ!! ปล่อยหนู!!!”
รู้ตัวอีกทีร่างบางอ้อนแอ้นก็ถูกรุ่นพี่คณะวิศวะคุมตัวเข้ามาติดกำแพง ใบหน้าสวยหวานไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองใครสักคน เพียงเห็นสายตาดุดันของหนึ่งในนั้น เธอก็แทบจะก้าวขาไปไหนไม่ได้แล้ว
ตาต่อตา..
“หึ.. นี่คิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆเหรอ? เธอเห็นทุกอย่างหมดแล้วนี่..”
ฟันต่อ.. ฟัน..
เสียงทุ้มใหญ่ที่แฝงไปด้วยความหล่อร้ายของอัศวิน รุ่นพี่ที่เธอเคยเห็นเขาในข่าวซุบซิบของมหาลัย เธอจำได้แม่นว่าเขาเป็นคนเถื่อนที่น่ากลัวที่สุดในคณะวิศวะ เขาทั้งซ้อมคน ทรมานคนเป็นชีวิตจิตใจ แต่.. อย่างเดียวที่เขาจะไม่มีวันทำร้ายก็คือผู้หญิงเท่านั้น
“น..หนูจะไม่บอกใครเลยค่ะพี่! หนูสัญญา..”
“…….”
“หนูจะไม่บอกใครเลยว่าพวกพี่ทุกคนทำอะไร ได้โปรด.. ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ น..หนูขอร้อง..”
หนูดีใช้น้ำเสียงหวานร้องขอรุ่นพี่หน้าหล่อทั้งน้ำตา ตอนนี้เธอหวาดกลัวผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ภายใต้ความกลัวนั้นกลับมีความคิดบางอย่างซ่อนอยู่
‘หล่อจัง.. พี่เขา.. หล่อมากเลย..’
‘สมแล้วที่ผู้หญิงทุกคนพูดถึงผู้ชายคนนี้ไม่หยุดปาก’
หนูดีแพ้เสียงในใจตัวเองเป็นร้อยครั้งในเสี้ยววินาที เมื่อเธอได้สบสายตากับเขาตรงๆพร้อมกับใจอันสั่นไหว อัศวินกระตุกยิ้มบางเมื่อรู้ว่าแมวน้อยตรงหน้ากลัว เขารู้ดีว่าจะเล่นงานเธอยังไงให้หลาบจำ ทีหลังจะได้ไม่ต้องโผล่เข้ามาเป็นเหยื่อล่อเสือแบบนี้อีก
“ถ้าอยากให้ฉันปล่อยเธอไป มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“ค..คะ?”
ข้อแลกเปลี่ยนเหรอ..
“เราสองคนต้องจูบกันก่อน หึ.. เดี๋ยวฉันจะแบล็กเมล์เธอไว้ เพราะถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปฉันจะได้ปล่อยรูป ถือว่าเจ๊ากันนะ”
“ว่าไงนะคะ!!!”
“ฮ่าๆๆ ไอ้วิน.. มึงอย่าแกล้งเด็กดิวะ”
แต่ใครจะไปรู้ว่าชีวิตมหาลัยที่เพิ่งเริ่มต้นของ หนูดี.. ลูกสาวคนเดียวของตระกูลผู้มีอิทธิพล เธอจะถูกรับน้องจากหนุ่มเถื่อนแห่งวิศวะโยธา อัศวิน เขาคนนี้เป็น ‘คู่หมั้นของเธอ’ คู่หมั้นแท้ๆที่ปู่ของทั้งสองตระกูลดองกันไว้
ไม่ใช่เพื่อความรักหรอก..
“ฮึก.. ป..ปล่อยหนูนะคะ ปล่อยหนู!!”
แต่มันก็เพื่อ..
ทำให้สองตระกูลกลับมาคืนดีกันต่างหาก
“จริงๆแล้วพี่ชายผมเขาไม่ใช่คนไม่ดีหรอกครับ แต่เขาแค่เป็นคนแปลกแล้วก็น่ากลัวไปหน่อย ยังไงอย่าถือสาพี่ชายผมเลยนะพี่คนสวย หึ.. ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะครับ พี่สะใภ้..”กึกคำทักทายจากลูกชายคนเล็กของบ้านเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ซึ่งมันก็เป็นรอยยิ้มโรคจิตที่คุ้นตาไม่น้อย ไม่รู้ว่าเธอจะตกใจเรื่องอะไรก่อนดี เพราะพวกผู้ใหญ่ต่างไม่ได้หันมาสนใจเธอกับเด็กผู้ชายคนนี้เลยพึ่บ!“เอ่อ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!”ก่อนที่หญิงสาวจะอดทนกับความรู้สึกประหลาดในใจไม่ไหว เธอก็รีบลุกออกจากเก้าอี้ในห้องอาหารทันที ร่างบางรีบหนีออกมาต่อหน้าทุกคน โดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มที่กระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นหนูดีเดินออกไปจากห้องตึกๆๆๆๆ“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย น่ากลัวชะมัด.. เด็กผู้ชายคนเมื่อกี๊คือใคร? แล้วพี่ชายของเขาเป็นใครกัน?”เสียงพึมพำดังขึ้นบริเวณโถงทางเดินที่ห่างจากห้องอาหารพอสมควร เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเดินออกไปที่ไหน แค่มองเห็นป้ายห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งเท่านั้น“เฮ้อ.. ถ้าไม่อยากหมั้นก็บอกกันตรงๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องเอาน้องชายมาแทนเลย ไอ้คนบ้า..”แม้เธอจะไม่รู้ว่าผู้ชายที่เธอต้องหมั้นหมายด้วยเป็นใคร แต่เธอก
ณ โรงแรมอลิซาเบธ กรุงเทพฯ(ห้องอาหารเฉพาะแขกวีไอพี)(ยังไงเราก็ขอโทษนะหนูดี คือว่าเราไม่ได้ตั้งใจปล่อยข่าวลือพวกนั้นเลย ตอนแรกก็แค่พูดขำๆกันในห้องเรียนอะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวมันหลุดออกไปได้ยังไง)(ใช่ๆ พวกเราไม่รู้เลยว่าจะทำให้แกต้องเดือดร้อน ขอโทษอีกครั้งจริงๆนะแก ยกโทษให้พวกเราเถอะ..)คำขอโทษจากปากของเพื่อนร่วมห้องผ่านสายโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นระยะ หลังจากที่หนูดีเป็นฝ่ายเงียบใส่พวกหล่อนมานานพอควร มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอจะเอ่ยปากพูดในสิ่งที่ตัวเองย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เฮ้อ.. ถ้ารู้แบบนี้เธอจะไม่เล่าเรื่องอัศวินแม้แต่คำเดียว“อื้ม ไม่เป็นไรหรอกพวกแก ตอนนี้ฉันโอเคแล้วล่ะ ยังไงพี่อัศวินเขาคงไม่มายุ่งกับฉันแล้ว พวกแกอย่าคิดมากเลย”(เอ่อ โอเคๆ แล้วนี่แกอยู่ไหนเนี่ยหนูดี)“ฉันมาดินเนอร์กับครอบครัวน่ะ พ่อแม่ฉันนัดคนรู้จักเอาไว้ ยังไงแค่นี้ก่อนนะ เจอกันที่มอพรุ่งนี้”(โอเคจ้า)ติ๊ดก่อนหญิงสาวในชุดเดรสลุคคุณหนูจะเป็นฝ่ายกดสายเพื่อนร่วมชั้นไป เธอก็ถอนหายใจแล้วเหลือบมองไปทางผู้ใหญ่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ โดยฝั่งของเธอก็มีพ่อแม่ที่นั่งประกบข้าง ส่วนอีกฝั่งนั่นก็คือ..“จริงครับคุณอาทิตย์ หึๆ
“กึ่ด.. เวรเอ๊ย..”ผลั่กกกกก!!!จนคนที่ไม่อยากจะรับฟังอะไรต้องยอมจำนน อัศวินผลักร่างของรุ่นพี่ใจดีอย่างยอร์ชให้ถอยห่าง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วจ้องมองไปยังตัวต้นเหตุอย่างหนูดี“ฮะฮึก…”“ยัยหนูดี ย..อย่าร้องไห้เลยนะ”“ชู่วววว ยัยหนูดี..”ตอนนี้แม่สาวน้อยคนนั้นได้ยืนตัวสั่นเทาอย่างน่าสงสาร แววตากลมแป๋วคู่นั้นมีแต่ความรู้สึกผิดเต็มไปหมด เธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ โดยมีเพื่อนกะเทยทั้งสองคอยปลอบใจอยู่ข้างๆ ซึ่งภาพนี้ก็ได้ทำให้หัวอกผู้ชายทั้งแท่งทำอะไรไม่ถูก“เฮ้อ…”อัศวินไม่ได้พูดอะไรนอกจากยกมือขึ้นมาเสยหน้าม้าอย่างเซ็งๆ เขาขบกรามแน่นโดยที่จ้องมองไปยังคู่อริคนใหม่ ซึ่งนั่นก็คือรุ่นพี่ปีสามของคณะศิลปกรรม“ไปเว้ยพวกมึง..”เพียงไม่นานแก๊งวิศวะที่ร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบ พวกเขาต่างก็ทยอยกันเดินออกไปจากคณะนี้ทันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนักศึกษาที่ยืนรายล้อม เสียงสะอื้นของหนูดีกำลังทำให้ใครบางคนใจเสียตามไปด้วย“น้องไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ โอเคใช่ไหม?”“อ..เอ่อ.. ค่ะ.. ฮึก.. หนูแค่กลัวค่ะ” หนูดีรีบตอบรับยอร์ชที่เดินเข้ามาใกล้“เพื่อนหนูไม่เป็นอะไรหรอกค่ะพี่ยอร์ช ยัยหนูดีน่ะเข้มแข็งจะตาย แกหยุดร้
ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อน..(ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยนอร์ทเอเชีย)ปึก!!!“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? มีใครตอบอาจารย์ได้ไหม?”ผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าโมโห แววตาผิดหวังคู่นั้นจ้องมองไปที่หัวหน้าแก๊งนักเลงอย่างอัศวิน ตอนนี้เขาได้แต่นั่งก้มหน้าพลางกัดกรามแน่น เพราะรู้อยู่แล้วว่าข่าวนั้นจะต้องหลุดไปถึงหูคนทั้งมหาลัย แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้..“ผมไม่ได้ตั้งใจครับท่านอธิการ”“ไม่ได้ตั้งใจแต่ถือมีดจะฆ่าจะแกงกันเนี่ยนะ”“…….”“ที่นี่มันรั้วมหาลัยนะอัศวิน! เธอเองก็เป็นถึงลูกชายของตระกูลดัง เฮ้อ.. ทำไมถึงได้ทำตัวแบบนี้ล่ะ”คำพูดที่ตอกย้ำถึงความผิดพลาดเริ่มทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ ด้านหลังแก๊งวิศวะที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย มันก็ได้มีเหล่าอาจารย์ยืนเรียงรายกันหนาแน่นทุกคนล้วนรู้จักอัศวินกับเพื่อนพ้องของเขาดี พวกเขาเกเรกันตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว คงเป็นเพราะฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย บางคนก็เป็นถึงลูกนักการเมือง และผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ ไม่ว่าจะทำความผิดก็มีพ่อแม่คอยให้ท้าย“แต่พวกผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าไอ้เวรนั่นเลยนะครับท่านอธิการ! ก็มันไปลวนลามรุ่นน้องผู้หญิงข
“ว..ว่าไงนะยัยหนูดี”“เชี้ยยยยย..”“เฮ้อ.. ฉันเพิ่งหนีรอดจากเพื่อนของเขามาได้อะ เพราะรุ่นพี่พวกนั้นกลัวว่าฉันจะปากโป้งก็เลยจับตัวฉันไว้ แต่โชคดีที่ฉันวิ่งหนีออกมาทัน ไม่งั้น.. ฉันต้องตายแน่ๆเลย”หนูดีอธิบายไปก็กลืนน้ำลายลงคอไป ความหวาดกลัวเริ่มทำให้เธอใจเต้นระรัวมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่ทางตุ้ยนุ้ยกับหนึ่ง พวกเขาทั้งสองต่างอ้าปากค้างกับความจริงนั้น ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับเบิกตาโพลงเหมือนเห็นผีพี่อัศวินสุดหล่อของพวกเขา.. จะฆ่าคนงั้นเหรอ?“ก..แกเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก่อนนะยัยหนูดี! อย่าเพิ่งบอกใครเด็ดขาดนะ อะอึ่ก..”“นั่นสิ.. นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะเว้ย..”“อืม ฉันก็คิดว่าจะไม่บอกนั่นแหละ เฮ้อ..”“กรี๊ดดดดดดดดดด!!!! พี่อัศวินวิศวะเป็นฆาตกรเหรอ!!! เขากำลังจะฆ่าคนในมหาลัยเนี่ยนะ!!!”ผ่าง!แต่แล้วความลับที่หนูดีตั้งใจจะปกปิดไว้ และอยากให้เพื่อนสนิทสองคนเท่านั้นที่รู้ มันก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง เพื่อนมากหน้าหลายตาต่างหยุดทุกอย่างแล้วมองมาที่ตัวต้นเหตุทันทีเพราะตอนที่เธอเล่าความจริงให้เพื่อนรักฟัง มันได้มีเพื่อนสาวที่กำลังนอนหลับอยู่ใต้โ
“เฮ้ย.. น..น้องแม่งร้องไห้แล้วว่ะ”“ไอ้วิน นี่มึงแกล้งน้องเขาแรงเกินไปหรือเปล่าวะ?”จากที่แก๊งคนเถื่อนพวกนี้จะดีใจที่ได้แกล้งรุ่นน้องสำเร็จ ทุกคนกลับยืนหน้าเสียเพราะเห็นน้ำตาจากใบหน้าสวย โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งที่เริ่มหรี่ตาลง อัศวินกัดฟันแน่นกับความเงียบงันภายในใจ เขาจ้องมองไปยังสาวน้อยเฟรชชี่ที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว“ก็แค่แกล้งเล่นเอง เธอจะร้องไห้ทำไม”“ฮะฮึก..”คำถามนั้นดังขึ้นในระยะที่ใกล้ขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อไร้ที่ติโน้มเข้ามาหาหนูดีทีละนิด ในขณะที่เธอถูกเขาบีบบังคับให้แผ่นหลังแนบชิดกับกำแพง มีสายตาของผู้ชายมากมายจ้องมองเธอ แต่น่าแปลกที่ร่างล่ำๆของอัศวินบังเธอจากทุกคนหมดเลยเธอจึงเห็นแค่เพียงสายตาของเขาคนเดียว..“ก..แกล้งเหรอคะ?”“เฮ้อ อืม”“พี่เอาเรื่องทะลึ่งแบบนี้มาแกล้งผู้หญิงเล่นๆเหรอคะ”หนูดีถามย้ำอีกครั้งด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ในใจเธอก็กลัวเขาจะตายอยู่แล้ว แต่ความโกรธที่มีมันทำให้เธอกล้าทำบางอย่าง เธอแค่ไม่อยากเป็นตัวตลกของใครผลั่กกกกกก!!!!ก่อนสองมืออันน้อยนิดจะจัดการผลักร่างหนาออกจากตัว ท่ามกลางสีหน้าตกใจของอัศวินกับพวกพ้อง เขาขมวดคิ้วจ้องมองสาวสวยผมลอนยาวที่ตาแดงก่







