Share

4

last update Tanggal publikasi: 2025-12-16 08:14:00

“หนูมิยืนได้แล้ว ดูสิ” อัสนีบอกโยธินกับพายุ ทั้งสองปรบมือหัวเราะชอบใจที่เห็นพัฒนาการของน้องสาวตัวน้อย

“ขนาดคลานยังคลานตามแทบไม่ทัน เดี๋ยวเดินได้คงวิ่งปร๋อ” พายุวิจารณ์น้อง

“แล้วแกจะคลานทำไมไอ้พัน เดินได้ก็วิ่งตามน้องที่คลานสิ” อัสนีตบหัวน้องเบา ๆ เป็นการหยอกล้อ พายุหัวเราะเก้อ ๆ ก่อนจะพยักหน้าว่าจริง เขาก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป แล้วเป็นจริงดังคาด พอมิรินเดินได้เท่านั้นแหละ เด็กน้อยก็เดินไม่หยุด ซุกซนจนพี่ ๆ จับตัวแทบไม่ทัน ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้งเสียอีก

กลับจากโรงเรียนคราใด พี่ ๆ ต้องแวะมาหาเด็กน้อยมิรินด้วยความคิดถึง ร่างเล็กของมิรินเดินเตาะแตะในชุดน่ารัก อัสนีตรงเข้าไปหอมแก้มน้อง อีกฝ่ายหัวเราะอย่างมีความสุข

ผู้ใหญ่ให้เด็ก ๆ เรียนแบบโฮมสคูล  เป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรง เรียกว่า experiential learning ซึ่งการเรียนแบบนี้ ไม่ได้เรียนจากการตั้งกรอบ ตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ขึ้นมา แล้วให้เด็กไปถึงกรอบนั้น แต่เป็นการเรียนที่ให้เด็กค้นพบตัวเอง แล้วก็ค่อย ๆ ให้เด็กพัฒนาไปถึงจุด ๆ หนึ่งด้วยตัวเอง โดยการเรียนของเด็ก ๆ นั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยกันจะช่วยกันสอน แบ่งเวลาหลังจากที่ทำแผนการสอนและทางเขตการศึกษาอนุมัติเรียบร้อยแล้วว่าผ่านเกณฑ์

บิดามารดาของเด็ก ๆ เน้นให้ลูก ๆ อ่านออก เขียนได้ บวกลบคูณหารเลขได้ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานให้เก่งเป็นพอ เพราะการอ่านออกเขียนได้จะปูทางไปสู่การเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เราน่ะไปกอดหอมน้องทั้งที่เหงื่อเต็มตัว ไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะจ้ะ กลับมาเหนื่อย ๆ จะได้สดชื่น น้าน่ะเพิ่งอาบน้ำให้น้องเองนะจ๊ะ” มัสลินดุเด็ก ๆ แต่ก็มองด้วยความเอ็นดู มิรินเองก็เหมือนจะเคยชิน เมื่อเห็นพี่ ๆ กลับจากโรงเรียน ก็รู้ว่าจะได้เล่นกับพี่ ๆ ตอนยังไม่มีใครกลับมาก็ชะเง้อคอรอคอยตามประสาเด็ก

“ก็น้องตัวหอมนี่ครับ” อัสนีตอบแล้ววิ่งกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านของตัวเอง ยังไม่ทันได้กินข้าวกินปลาก็รีบมาที่บ้านของคู่หมั้นตัวน้อยในทันที

ผู้ใหญ่ช่วยกันสร้างบ้านดินด้วยตัวเอง บ้านดินนั้นเป็นบ้านที่อยู่แล้วให้ความรู้สึกเย็นสบาย  เป็นที่พักอาศัยโดยใช้เทคนิดการก่อสร้างด้วยดินธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนผลิตทางอุตสาหกรรม ไม่ใช้สารเคมี ไม่เผา ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องเสียค่าแรง มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องผ่อน แถมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว คนในชุมชนและสังคม ด้วยว่าตอนสร้างนั้นได้ช่วยกันทำ เด็ก ๆ และคนแก่ก็สามารถทำได้เพราะมีวิธีการทำที่ง่ายกว่าบ้านที่ใช้อิฐหินดินทรายและการโบกปูน

อัสนีจะรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวและสมาชิกในไร่พันธุ์รักษ์แห่งนี้ และเล่นกับน้องไปพร้อม ๆ กับโยธินและพายุที่มักมีของเล่นแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาเล่นอยู่เสมอ เป็นของเล่นที่ประดิษฐ์เองโดยไม่ต้องหาซื้อ เด็ก ๆ ทุกคนนั้นชอบอ่านหนังสือ ผู้ใหญ่จึงสนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้อ่านหนังสือและได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยจะซื้อหนังสือดี ๆ มาเก็บเอาไว้ที่ห้องหนังสือให้เด็ก ๆ ได้นั่งอ่านกันในทุก ๆ วัน

ผู้ใหญ่จะปลูกฝังให้เด็ก ๆ รู้จักแบ่งปันและไม่หวงของเล่นดังนั้นไม่ว่าจะมีของเล่นใหม่ ๆ หรือของกินอร่อย ๆ ก็จะแบ่งปันกันอยู่เสมอ

อัสนีรู้สึกว่าแค่เห็นหน้าน้องก็มีความสุข หากวันไหนไม่ได้เห็นหน้าน้อง เขารู้สึกเหมือนกับว่าเหมือนชีวิตจะขาดอะไรไป

อัสนีไม่ได้คิดฝังใจเอาว่าโตขึ้นต้องแต่งงานกันเพราะมิรินเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันอยู่ แต่เขาเอ็นดูมิรินเหมือนน้องสาวคนหนึ่งที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกเสียมากกว่า

เป็นธรรมดาที่เขาจะนึกชอบเพศตรงข้ามตามประสาบุรุษเพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม แต่ทุกครั้งอัสนีมักนึกถึงใบหน้าใส ๆ ของเด็กน้อยมิริน เธอมีปากจิ้มลิ้มน่ารัก ผมหยักศกน้ำตาลอ่อน และแก้มเนียนใสหอมกรุ่น ทำให้เขาอมยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง นั่นทำให้ห้วงความรู้สึกยามคิดจะจีบผู้หญิงสักคนลดน้อยถอยลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ

อัสนีเลี้ยงน้องเหมือนพี่เลี้ยง เหมือนพ่อ เหมือนพี่ เหมือนเพื่อน จนมิรินเจริญวัยขึ้นเป็นเด็กน้อยน่ารักสมวัย เห็นอัสนีที่ไหนต้องเห็นมิรินที่นั่น ถ้าไม่ขี่หลังก็อุ้มอยู่กับอกจนทุกคนเห็นเป็นเรื่องชินตา

“หนูมิอ้วนไปไหมครับ” อัสนีเอ่ยถามขึ้นกลางวงรับประทานอาหาร มิรินพูดได้แล้ว คำแรกที่พูดได้คือคำว่าแม่ คำที่สองคือพ่อ แต่คำถัดมานี่สิ ทำทุกคนอมยิ้ม เอส!!!

“หนูมิอ้วนเหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามตาปริบ ๆ ในขณะที่กำลังนั่งอยู่บนตักของอัสนี

“ครับ” อัสนีรับคำแต่มือก็ยังตักอาหารป้อนน้องไม่ยอมหยุด

ผู้ใหญ่ฟังเด็กทั้งสองคุยกันก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปสนทนาเรื่องงานกันต่อ เป็นธรรมดาที่ทั้งสี่ครอบครัวจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือไอเดียใหม่ ๆ เรื่องการเกษตรในไร่ที่ทำอยู่ในทุกวัน เพราะต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเสมอมา หลังรับประทานอาหารเสร็จสิ้น อัสนีรับหน้าที่จัดการพาน้องน้อยเข้านอน ผู้ใหญ่ไหว้วานให้เขาพาน้องนุชสุดท้องไปกล่อมนอน เหมือนสิ่งที่เขาต้องทำเป็นประจำทุกวัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   169

    ดารินไม่ได้บอกใคร ๆ ว่าเธอแอบได้ยินบรรดาเฮีย ๆ คุยกัน เขาว่าความลับไม่มีในโลกนี่คือเรื่องจริง ในที่สุดเธอก็ได้รับรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของทรงสิทธิ์แต่เป็นแค่ลูกติดท้องของมารดาที่มาแอบอ้าง เธอไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขและไม่ใช่น้องสาวของมิรินด้วย เธอรู้สึกอายที่ไปทวงสมบัติที่ไม่ใช่ของตัว ดังนั้นในเวลานี้การเรียนจึงเป็นทางออกเดียวของชีวิตที่จะทำให้เธอมีงานมีการทำ ไม่ใช่คิดแต่จะหวังสมบัติของมิริน อนาคตหากเธอกับพายุไปกันไม่รอด เธอก็ยังมีงานมีเงิน และพึ่งตัวเองได้ในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นไปทั่ว เจ้ามูมู่ก็ได้เห็นแสงบางอย่างจากยอดเขาสาดส่องมายังตัวของมัน มันจึงเดินออกไปดูอัสนีกับมิรินและทุกคนตื่นขึ้นมาเพราะลำแสงที่สว่างไสวมากระทบกับบ้านของพวกเขาจนเจิดจ้าไปหมดบรรดาหมาป่าฝูงใหญ่เดินมาตามลำแสงนั่น ก่อนจะปรากฏกายอยู่ตรงหน้าของทุกคน“เจ้าชายไมยราชถึงเวลาแล้วที่ท่านจะต้องกลับไปที่เมืองเหมันต์” หมาป่าพวกนั้นพูดออกมา ต่างก็หมอบลงแทบเท้าของเจ้ามูมู่“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน” อัสนีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นงูยักษ์ตัวหนึ่งเลื้อยมานอนแทบเท้าของเจ้ามูมู่ มันหมอบลงข้าง ๆ ทำให้อ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   168

    “หรือว่าหนูมิจะท้องแล้ว”“เฮ้ย! จริงดิ”“จริงสิเฮีย ก็พี่สะใภ้ของเฮียก็มีอาการแบบนี้ตอนท้องนะ”“แกไม่มั่วแน่นะ” มิรินเห็นอัสนีพูดคุยกับเจ้ามูมู่เป็นตุเป็นตะก็หลุดขำออกมา“หนูมิอาบน้ำแต่งตัว แล้วไปหาหมอกัน” อัสนีจัดการเตรียมชุดให้ภรรยา ก่อนจะจับเธออาบน้ำเหมือนเธอเป็นเด็ก ๆ ตื่นเต้นเหลือเกินที่จะได้ฟังข่าวดี“อุ๊บแหวะ!” มิรินอาเจียนออกมาเมื่อได้กลิ่นกระเทียมเจียว“หนูมิเป็นอะไรครับ ข้าวต้มของเฮียไม่อร่อยเหรอ ทำไมกินเข้าไปถึงอาเจียนออกมาแบบนี้” อัสนีรีบวิ่งมาลูบหลังให้ภรรยาอีกครั้ง เมื่อเธอวิ่งมาอาเจียนในห้องน้ำอีกรอบ“อาการแบบนี้น่าพาไปหาหมอนะ” สมาชิกทุกคนในบ้านพูดคุยกันอย่างห่วงใย หัทยาบอกว่าอาการเหมือนตอนที่เธอแพ้ท้องไม่มีผิด“ท้องเหรอครับ” อัสนีเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น“แต่ถ้าจะให้แน่ใจต้องไปตรวจก่อนนะคะ” สิ้นประโยคนั้นของหัทยาอัสนีก็พามิรินไปหาหมอ มุ่งตรงไปยังแผนกสูตินารีเวช และก็จริงอย่างที่ทุกคนคิดเอาไว้ มิรินตั้งท้องแล้วจริง ๆอัสนีดีใจเป็นอันมาก เขารับยาบำรุงครรภ์และให้มิรินฝากท้องเสียเลย ข่าวดีนี้สร้างความยินดีให้สมาชิกในครอบครัวเป็นอันมากอัสนีดูแลมิรินอย่างดี แทบจะอุ้มกันเลยเวลาเ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   167

    “คราวนี้ก็ตาเฮียแล้วค่ะ” เธอยิ้มให้เขา“มะลิ มงกุฎ มะระ มะเฟือง มะตูม มะพร้าว”“สิบเอ็ดแล้วนะคะ ต้องตัดออกชื่อนึง”“งั้นตัดชื่อไหนออกดี” อัสนีเอ่ยถาม“มงกุฎนะคะเฮีย”“โอเคครับ”“โหย... ลูกผมมีชื่อแล้วขอบคุณนะคร้าบเจ้านายทั้งสอง” เจ้ามูมู่ดีใจใหญ่ที่เจ้านายตั้งชื่อให้ลูกของมัน ก่อนจะรีบไปบอกเมียอย่างตื่นเต้น“เจ้านายครับ” มันวิ่งกลับมาหาเจ้านายก่อนจะเอ่ยถามด้วยใบหน้ายู่ยี่“มีอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“ไข่หวานบอกว่าลูกผมที่ชื่อมะระมันเอ่อ... ชื่อน่าเกลียดไปไหมครับ”“ไม่หรอก เพราะฉันเป็นคนตั้งให้”“เปลี่ยนเป็นมงกุฎได้ไหมครับ” มันทำท่าโอครวญ“ก็ได้ เรื่องมากจริงเชียว” แม้จะทำเสียงในลำคอ แต่ก็ยินยอมให้เปลี่ยนชื่อตามขอ “เย้ เจ้านายใจดีที่สุด” เจ้ามูมู่รีบวิ่งไปบอกเมียรักอีกรอบ ก่อนจะเข้าไปเลียลูกน้อยทั้งสิบอย่างรักใคร่“ดูเจ้ามูมู่จะรักลูกของมันมากเลยนะคะ” มิรินเอ่ยกับอัสนี“ใช่ครับ เฮียเองก็อยากมีลูกแล้วนะ” อัสนีหันมาคุยกับสาวน้อยของเขา ก่อนจะตวัดอุ้มร่างของเธอขึ้น“อุ๊ย! เฮียน่ะ” มิรินหัวเราะคิกคัก แต่ก็ยอมให้เขาอุ้มเข้าห้องไปอัสนีขยับกายนอนแนบไปกับเรือนร่างหอมกรุ่น มือหนาปัดปอยผมให้เธอ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   166

    คืนนี้เป็นคืนวันเข้าหออันแสนหวานและวาบหวามหัวใจสำหรับมิรินยิ่งนัก เธอหลับไปอย่างเป็นสุขตลอดราตรีกาลตื่นเช้าขึ้นมาทุกคนก็มาทำบุญใส่บาตรที่วัดป่า การได้ทำบุญร่วมกันทำให้ทุกคนมีความสุขไม่น้อยหลังจากนั้นอัสนีก็พามิรินไปฮันนีมูนรอบโลกอย่างที่เธอต้องการ ในขณะที่ดารินสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกับที่มิรินเคยเรียนผ่านมาแรมเดือน อัสนีพาภรรยาสาวคนสวยกลับมา บ้านอันเป็นสถานที่ที่ให้ความอบอุ่นกับเขาและเธอเสมออัสนีมองเจ้าสุนัขตัวโตที่เดินตามเมียต้อย ๆ แถมยังจุ๊บปากกัน เลียปากกันอย่างกระหนุงกระหนิงกลับมาจากฮันนีมูนเขาก็ได้รับข่าวดี เจ้ามูมู่ทำเจ้าไข่หวานท้องแล้ว“เจ้านาย”“ว่าไง”“ผมน้ำยาดีหรือเปล่า”“ไอ้ขี้โม้เอ๊ย!” อัสนีทำท่าทีหมั่นไส้เจ้าหมาขี้โม้“แล้วเจ้านายล่ะ น้ำยาสู้ผมได้ไหม”“น้ำยาฉันดีกว่าแก แต่ที่หนูมิยังไม่ท้องเพราะรอเด็กดี ๆ มาเกิด”“งั้นผมคงต้องมีลูกนำหน้าเจ้านายไปก่อนสิครับ”“เอาที่แกสบายใจ” ผ่านไปอีกเดือนกว่า ๆ ไข่หวานก็ให้กำเนิดลูกสุนัขครอกใหญ่ทั้งหมดสิบตัว“เจ้านายดูน้ำยาผม”“สิบตัวเลยเหรอ เมียแกนมยานแน่ ๆ”“ถึงนมยานผมก็รักของผม”“คลอดออกมาได้ยังไงตั้งสิบตัว”“เจ้านายทึ่งใ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   165

    “นี่ของขวัญของฉันกับไอ้พัน สำหรับนายเลยนะเอส” โยธินยื่นกล่องของขวัญให้น้องชายที่รักด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณครับเฮีย ขอบคุณนะพัน”“หวังว่าเฮียจะถูกใจนะครับ” พายุหัวเราะเบา ๆ อัสนีมองกล่องของขวัญสีชมพูหวานแหววอย่างหวาดระแวง คิดไปว่าสองคนนี่จะเล่นอะไรพิเรนทร์รึเปล่า“นี่เป็นของขวัญของพี่สะใภ้นะคะ” หัทยาแทนตัวเองว่าพี่สะใภ้ก่อนจะยิ้มกว้าง เธอถักเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอให้ทั้งสองเพราะเห็นว่าจะเดินทางไปเที่ยวรอบโลก อาจจะได้ใช้เสื้อกันหนาวและผ้าพันคอของเธอบ้าง“ขอให้เราสองคนมีความสุขมากๆ นะ” โยธินอวยพรด้วยรอยยิ้ม ทุกคนทยอยกันออกไปจากห้องหอ หลังจากที่ต่างอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุข “เฮียจะให้ของขวัญอะไรเราคะ” มิรินเอ่ยถามเจ้าบ่าวหลังจากอยู่ในห้องหอกันสองคน อัสนีกะพริบตาปริบๆ มองหน้าเมียเด็กแล้วส่ายหน้าไปมา“เฮียไม่รู้เหรอคะ”“ไม่รู้ครับ แต่เฮียคิดว่ามันไม่น่าไว้วางใจ” มิรินหัวเราะร่วน มองกล่องของขวัญนิ่งเหมือนจะเพ่งกระแสจิตเข้าไปให้หยั่งรู้ว่าภายในมันคืออะไร“เฮียคะ แกะเลยดีกว่า”“อือ... ระวังด้วยนะ”“เฮียโยกับเฮียพันคงไม่เอาระเบิดมาให้เราหรอกค่ะ” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจัดการแกะกล่องของขวัญออก“เฮ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   164

    “ค่ะ” ดารินรับคำไปแบบนั้นเอง เธอคงไม่ไปทำงานกับพายุหรอก“แต่พูดก็พูดเถอะ หมู่นี้เราเรียบร้อยขึ้นนะ ไม่แผลงฤทธิ์อะไรอีก หรือว่าคิดได้แล้ว” โยธินตักอาหารให้ภรรยาก่อนจะเอ่ยถาม โยธินเป็นคนตรง ๆ ที่เขาถามออกมาเพราะว่าอยากรู้ว่าน้องสาวจะตอบว่าอย่างไร“ทำสวนผักก็ดีเหมือนกันค่ะ จะได้มีงานอะไรให้ทำ” ดารินตอบอย่างเสียไม่ได้อัสนีตักอาหารให้มิริน มิรินกล่าวขอบคุณก่อนจะตักอาหารให้น้องสาว ดารินกล่าวขอบคุณเช่นกัน ความมีน้ำใจของครอบทำให้ดารินค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกอบอุ่นเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวหรือเธอจะคิดไปเองว่าทุกคนไม่รักเธอ ดารินเฝ้าถามตัวเอง เพราะมิรินกับหัทยานั้นดีกับเธอมาก อาจเพราะเป็นผู้หญิงด้วยกัน เลยพูดคุยกันเรื่องผู้หญิงได้โดยไม่ต้องเกร็ง“คิดอะไรอยู่” ประโยคเอ่ยถามของพายุทำให้ดารินสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมอง ก่อนที่จะหลบสายตาของเขาเป็นพัลวัน“ไม่ได้คิดอะไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”“จะรีบไปไหนล่ะ” พายุรั้งแขนของดารินเอาไว้ แต่เธอพยายามฝืนเอาไว้อย่างเต็มที่“รินง่วงนอนแล้วค่ะ”“เห็นยืนอยู่ได้ตั้งนาน มาง่วงนอนอะไรตอนเห็นเฮีย” ดารินต้องเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะหลบสายตา หัวใจของเธอเต้นแรง มันแรงจนแทบจะโลดอ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   9

    “ไข่ หมู” คำตอบสั้น ๆ คือไข่เจียวหมูสับนั่นเอง เขาให้น้องขี่คอพาออกมานั่งดูทีวีกับพายุและเจ้ามูมู่ ก่อนจะเข้าครัวไปทำไข่เจียวหมูสับ ผัดพริกหมู และต้มจืดอีกหนึ่งอย่าง เขาชอบทำอาหารและศึกษาเรื่องการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ด้วยว่าเข้าครัวช่วยมารดาทำอาหารมาตลอด จึงสามารถทำอาหารได้แทบทุกชนิด“หิวจังเลยเฮีย

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   8

    “ผมไม่เคยเลี้ยงหมาป่าตัวเป็น ๆ มาก่อน ดูสิ นี่แค่ห้าเดือนตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ต่อไปคงจะตัวโตมาก”“เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อไปมันคงไม่ขย้ำพวกเราแล้วกลืนลงท้องหรอกนะ” พายุพูดขึ้น เขาเองก็ชอบเล่นกับเจ้ามูมู่ มันซุกซนและฉลาดเกินสุนัขทั่วไป เลยเหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่ชอบเล่นซนไม่ต่างกัน“เพิ่งรู้ว่าภูเขาแถบไร่เรา

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   7

    “ตรงเชิงเขาน่ะเฮีย แม่มันตายเลยเก็บมาเลี้ยง ผมก็ว่ามันขี้เหร่ แต่ก็คงน้อยกว่าเฮีย” คนตอบไม่ได้เงยหน้ามองผู้มาใหม่ แต่ป้อนนมให้เจ้าตัวเล็กที่หิวโหยต่อเรื่อย ๆ โยธินถึงกับสำลักเมื่อโดนสวนกลับมาแบบนั้น“ตั้งชื่อยังวะ” โยธินเท้าสะเอวเอ่ยถาม สีหน้าสนใจไม่น้อย“ให้ชื่อมูมู่ หน้าตามันมู่ทู้ดี” อัสนีตอบแล้

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   6

    ไร่ของอัสนีมีแนวเขตแดนติดกับภูเขาลูกใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เขาจึงชอบเดินป่า ปีนเขา หรือหาสมุนไพรในป่ามาตั้งแต่เด็ก ๆหากวันไหนมีเวลาว่างก็จะมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์และสำรวจสมุนไพรหลายชนิดที่เติบโตอยู่ในป่า เขาศึกษาเรื่องสมุนไพรซึ่งเป็นยารักษาโรค และมีความชำนาญในการเดินป่ามากกว่าเด็กวัยเดี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status