공유

5

การพัฒนาไร่เจริญรุดหน้าไปได้ด้วยดี ทำให้ครอบครัวทั้งสี่มีหลักฐานมั่นคง แต่กระนั้นก็ยังอาศัยการพึ่งพาตนเองเหมือนแรกเริ่มเดิมทีที่มาลงหลักปักฐานซื้อที่ดินอยู่ที่นี่ แต่ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ตามกำลังทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

เด็กน้อยตัวอ้วนกลมเหมือนลูกบอล แขนขาอวบอัดขาวผ่องถูกวางลงบนเตียง แต่มิรินยังไม่ยอมนอนหลับง่าย ๆ จนกว่าจะได้ฟังนิทาน คนที่ต้องรับอาสาเล่านิทานคืออัสนี

“หนูมิอ้วนเหรอคะ” มิรินเอ่ยถามอัสนีตาปริบ ๆ

“ต้องกินน้อยลงเหรอคะ” น้องน้อยเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจว่าต้องลดปริมาณอาหารลงอีกหรือไม่

“ไม่ต้องครับ” อัสนีตอบแล้วจุมพิตหน้าผากน้อย ๆ นั้นอย่างแสนรัก

“แต่หนูมิอ้วน”

“อ้วนก็รักครับ” ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ จากพี่ชายทำให้เด็กน้อยยิ้มแก้มปริ ก่อนจะหอมแก้มของอัสนีฟอดใหญ่

“หนูมิก็รักเฮียนะคะ” มิรินหอมแก้มพี่ชายฟอดใหญ่

“ฟังนิทานไหมครับ” คนเอ่ยถามมีแววตาแห่งความเอ็นดูเหลือล้น เด็กน้อยรีบพยักหน้าก่อนจะซุกเข้าที่อกกว้างอบอุ่นของพี่ชาย

อัสนีเปิดสมุดนิทาน ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง น้องที่ซุกตัวอยู่กับอกกว้าง เริ่มเหลือบมองภาพการ์ตูนในนิทาน แล้วใช้นิ้วอวบ ๆ ป้อม ๆ ชี้ไปตามภาพนั้นอย่างสนุกสนาน

ผ่านไปไม่นานเด็กน้อยก็เริ่มตาปรือ หลับคอพับคออ่อนซบอยู่กับอกกว้างของพี่ชายข้างบ้าน อัสนีปิดสมุดนิทาน ค่อย ๆ ขยับตัวอย่างเบาแสนเบา ก่อนจะจัดท่านอนให้น้องนอนสบายขึ้น เขาห่มผ้าให้น้อง จุ๊บหน้าผากนั้นเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยฝีเท้าเงียบกริบ

การนอนเฝ้าน้องน้อยเป็นหน้าที่ของอัสนีไปโดยปริยาย และทุกวันอัสนีก็ต้องหานิทานสนุก ๆ มาเล่าให้น้องฟัง นอกจากเล่านิทานแล้ว เขาก็ยังสอนน้องอ่านภาษาไทย ภาษาอังกฤษและสระทั้งไทยอังกฤษอีกด้วย

อัสนีหาของเล่นให้น้อง ส่วนใหญ่ของเล่นมิรินเป็นสิ่งที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาเองและเล็งเห็นถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ มิรินจึงเป็นเด็กที่มีของเล่นแปลก ๆ แหวกแนวกว่าเด็กวัยเดียวกันเป็นจำนวนมาก

ภาพเด็กน้อยแก้มใสปากแดงนอนหลับคาอกของเขาเป็นภาพคุ้นชินของเด็กหนุ่ม เขามักหลับไปพร้อม ๆ กันกับเธอ ร่างน้อยหอมกรุ่น ตัวนุ่มกอดอุ่นกว่าหมอนข้างใบโปรดของเขาเสียอีก

ตอนดึก ๆ มิรินมักงัวเงียมาเข้าห้องน้ำ เขาก็ปรือตาพาเด็กน้อยเข้าห้องน้ำด้วย

โป๊ก! เสียงอะไรสักอย่างทำให้เขารีบลืมตาอย่างตกใจ

แง... เสียงร้องไห้ดังขึ้น

มิรินเดินชนประตูเพราะง่วง ก่อนจะร้องไห้จ้า อัสนีหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง รีบยกมือขึ้นกุมหน้าผากน้อยแล้วเป่าให้เบา ๆ

“เพี้ยง ๆ ๆ หายนะครับ หายแล้ว” เด็กน้อยที่เบะปากร้องไห้หยุดกึก ยังสะอื้นเล็ก ๆ เพราะความเจ็บ

“เจ็บ” เสียงเล็ก ๆ เอ่ยบอก เขาก็เป่าเบา ๆ จนอีกฝ่ายหยุดร้องไห้

“เรามาทำโทษประตูกันดีไหมครับหนูมิ ดูสิไม่ยอมส่งเสียงบอกเราเลย ปล่อยให้เราเดินชน แถมยังไม่ยอมหลบอีก” อัสนีพูดเป็นตุเป็นตะเพื่อหันเหความสนใจของเด็กน้อย เขาอยู่กับเด็กวัยอย่างมิรินจึงรู้ดีว่าต้องพูดต้องทำอย่างไรและเล่นอะไรกับเด็กวัยนี้

“ทำโทษยังไงหรือคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามพลางหาวหวอด ๆ น้ำตายังเปียกชุ่มเพราะเจ็บ

“ทำโทษด้วยการตีไงครับ เพราะมันไม่ยอมหลบ ประตูผิดเต็ม ๆ เลยครับ หนูมิไม่ผิด นี่แน่ะ!” อัสนีตีประตูเบา ๆ เพื่อลงโทษประตู มิรินมองตาปริบ ๆ

“สงสารมันจังเลยค่ะ มันก็คงเจ็บน่าดู อย่าไปตีมันเลยนะคะ” มิรินรีบจับมือใหญ่เอาไว้เพื่อห้ามปราม

อัสนีร้องโธ่... ขึ้นมาในใจ คู่หมั้นตัวน้อยของเขาเป็นเด็กจิตใจอ่อนโยนเสมอ เขาพาเด็กน้อยเข้าห้องน้ำ ก่อนจะจัดการปลดกางเกงนอนลายลูกเป็ดออก แล้วจับร่างเล็กนั่งบนชักโครก มิรินจับบ่ากว้างของพี่ชายข้างบ้านเอาไว้ขณะปลดทุกข์ไปด้วย หาวไปด้วย

คนตัวโตกว่าจัดการล้างก้นให้น้องแล้วเช็ดจนแห้งสนิทแล้วพากลับไปนอนบนเตียง ยัยตัวอ้วนซุกเข้าที่อกกว้าง ก่อนจะกอดกันกลมหลับไปอีกครั้ง

หลังจากตื่นนอนอัสนีก็อุ้มน้องน้อยไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะเข้าครัวทำอาหารให้มิริน เสียงโยธินกับพายุซึ่งเป็นตัวป่วนประจำบ้านดังขึ้น มิรินดีใจที่เห็นพี่ ๆ ทั้งสองเพราะรู้ดีว่าจะมีเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน

มิรินไม่เหงาถึงแม้ว่าจะไม่มีเด็กวัยเดียวกันให้เล่นด้วยเพราะเล่นกับพี่ ๆ ทั้งสามก็สนุกสนานเอาการ

“ต่อไปยัยหนูมิคงเป็นลิงทะโมน เจ้าสามลิงนี่อยู่นิ่งเสียที่ไหน เล่นซนเหลือเกิน พาน้องเล่นเหมือนเด็กผู้ชาย” ศิริกานต์ผู้เป็นมารดาของอัสนีถึงกับส่ายหน้าไปมากับความแสบของบรรดาลูก ๆ

“แต่ก็ดีนะคะ โตขึ้นจะได้เข้มแข็งเหมือนเด็กผู้ชาย” มัสลินพูดขำ ๆ เพราะมิรินยังไม่ทันได้โตสามหนุ่มก็สอนมวยให้น้องเสียแล้ว

“ต่อไปไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าจีบหนูมิแน่ ๆ เลยค่ะ” พวกผู้ใหญ่แซวกันขำ ๆ

“ก็ดีสิคะ หนูมิน่ะหมั้นหมายกับอัสนีเอาไว้แล้ว ไม่มีผู้ชายมาจีบน่ะเหมาะแล้ว” แล้วผู้ใหญ่ก็หัวเราะประสานเสียงกันอีกครั้ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   5

    การพัฒนาไร่เจริญรุดหน้าไปได้ด้วยดี ทำให้ครอบครัวทั้งสี่มีหลักฐานมั่นคง แต่กระนั้นก็ยังอาศัยการพึ่งพาตนเองเหมือนแรกเริ่มเดิมทีที่มาลงหลักปักฐานซื้อที่ดินอยู่ที่นี่ แต่ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ตามกำลังทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกันเด็กน้อยตัวอ้วนกลมเหมือนลูกบอล แขนขาอวบอัดขาวผ่องถูกวางลงบนเตียง แต่มิรินยังไม่ยอมนอนหลับง่าย ๆ จนกว่าจะได้ฟังนิทาน คนที่ต้องรับอาสาเล่านิทานคืออัสนี“หนูมิอ้วนเหรอคะ” มิรินเอ่ยถามอัสนีตาปริบ ๆ“ต้องกินน้อยลงเหรอคะ” น้องน้อยเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจว่าต้องลดปริมาณอาหารลงอีกหรือไม่“ไม่ต้องครับ” อัสนีตอบแล้วจุมพิตหน้าผากน้อย ๆ นั้นอย่างแสนรัก“แต่หนูมิอ้วน”“อ้วนก็รักครับ” ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ จากพี่ชายทำให้เด็กน้อยยิ้มแก้มปริ ก่อนจะหอมแก้มของอัสนีฟอดใหญ่“หนูมิก็รักเฮียนะคะ” มิรินหอมแก้มพี่ชายฟอดใหญ่“ฟังนิทานไหมครับ” คนเอ่ยถามมีแววตาแห่งความเอ็นดูเหลือล้น เด็กน้อยรีบพยักหน้าก่อนจะซุกเข้าที่อกกว้างอบอุ่นของพี่ชายอัสนีเปิดสมุดนิทาน ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง น้องที่ซุกตัวอยู่กับอกกว้าง เริ่มเหลือบมองภาพการ์ตูนในนิ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   4

    “หนูมิยืนได้แล้ว ดูสิ” อัสนีบอกโยธินกับพายุ ทั้งสองปรบมือหัวเราะชอบใจที่เห็นพัฒนาการของน้องสาวตัวน้อย“ขนาดคลานยังคลานตามแทบไม่ทัน เดี๋ยวเดินได้คงวิ่งปร๋อ” พายุวิจารณ์น้อง“แล้วแกจะคลานทำไมไอ้พัน เดินได้ก็วิ่งตามน้องที่คลานสิ” อัสนีตบหัวน้องเบา ๆ เป็นการหยอกล้อ พายุหัวเราะเก้อ ๆ ก่อนจะพยักหน้าว่าจริง เขาก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป แล้วเป็นจริงดังคาด พอมิรินเดินได้เท่านั้นแหละ เด็กน้อยก็เดินไม่หยุด ซุกซนจนพี่ ๆ จับตัวแทบไม่ทัน ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้งเสียอีกกลับจากโรงเรียนคราใด พี่ ๆ ต้องแวะมาหาเด็กน้อยมิรินด้วยความคิดถึง ร่างเล็กของมิรินเดินเตาะแตะในชุดน่ารัก อัสนีตรงเข้าไปหอมแก้มน้อง อีกฝ่ายหัวเราะอย่างมีความสุขผู้ใหญ่ให้เด็ก ๆ เรียนแบบโฮมสคูล เป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรง เรียกว่า experiential learning ซึ่งการเรียนแบบนี้ ไม่ได้เรียนจากการตั้งกรอบ ตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ขึ้นมา แล้วให้เด็กไปถึงกรอบนั้น แต่เป็นการเรียนที่ให้เด็กค้นพบตัวเอง แล้วก็ค่อย ๆ ให้เด็กพัฒนาไปถึงจุด ๆ หนึ่งด้วยตัวเอง โดยการเรียนของเด็ก ๆ นั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยกันจะช่วยกันสอน แบ่งเวลาหลังจากที่ทำแผนการสอนและทางเขตการศึ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   3

    “ฝีมือแกไม่ใช่เหรอ ให้ทาแป้งน้องดี ๆ แกเล่นโปะแป้งจนหมดกระป๋อง” อัสนีอยากเขกกะโหลกพายุสักทีสองที แต่อีกฝ่ายรีบหลบเพราะรู้ทันอัสนีพาน้องนอนเล่นบนเบาะ มิรินก็มองพี่ ๆ แล้วยิ้ม จนสามหนุ่มต้องยิ้มตามอย่างอัตโนมัติ“หนูมินี่เป็นเด็กอารมณ์ดีจริง ๆ เลย ดูสิ ยิ้มอยู่ตลอดเวลา” โยธินลูบผมน้อย ๆ กลางกระหม่อมของน้อง พลางเอ่ยชมอัสนีทิ้งตัวลงนอนใกล้ ๆ กับมิริน ก่อนจะเริ่มเล่นกับเด็กน้อยอย่างมีความสุข ในขณะที่พายุหาของเล่นมานั่งเล่นกับน้องด้วย ส่วนโยธินนั้นเดินไปชงนมมาส่งให้เมื่อเห็นมิรินทำปากจุ๊บจั๊บเหมือนกำลังหิวนมพอส่งจุกนมเข้าปากเจ้าตัวเล็ก มิรินก็ดูดนมในทันที ทั้งสามหนุ่มน้อยนอนเท้าคางมองน้องกินนมอย่างมีความสุข ปากเล็กแดงบางดูดกินจุกนมอย่างเอร็ดอร่อยบิดามารดาของพวกเขายุ่งกับงานในไร่ กำลังบุกเบิกขยายไร่เพิ่ม จึงฝากน้องให้ทั้งสามช่วยกันเลี้ยงน้อง จริง ๆ มีพี่เลี้ยงอีกคน แต่พี่สร้อยนั้นชอบแอบไปจู๋จี๋กับคนงาน ทิ้งน้องเอาไว้ให้สามหนุ่มเลี้ยงดูกันเอาเองพายุกับโยธินหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย แต่อัสนียังนอนเท้าคางมองน้องตาไม่กะพริบ ไม่นานเด็กน้อยก็หลับปุ๋ยคาขวดนม เขาเอาจุกนมออกจากปากเล็ก ๆ ก่อนจะ

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   2

    “ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ” คนที่อ่อนวัยกว่าเอ่ยถามหน้ายุ่ง จะพูดกันตรง ๆ พายุเป็นลูกไล่ของพี่ ๆ จึงถูกใช้ให้ทำโน่นทำนี่อยู่บ่อยครั้ง“แกเด็กที่สุด อายุน้อยที่สุด ต้องทำตามคำสั่งเฮีย ๆ” อัสนีพูดเช่นนั้นก่อนจะหยิบหนังสติ๊กส่งให้โยธินและพายุคนละอัน“ว้าว... หนังสติ๊กอันใหม่แจ่มไปเลยเฮีย” พายุเห็นหนังสติ๊กอันใหม่แล้วนึกชอบใจอยู่ไม่น้อย เขายกมันขึ้นมาง้างแล้วก็ทำท่าเล็ง“เข้าไปในไร่แล้วเจอไม้สวย ๆ ขนาดเหมาะมือเลยทำมาเผื่อ” หนังสติ๊กคืออุปกรณ์ที่ใช้ไม้เป็นง่ามนำมาตัดไม่ให้ยาวหรือสั้นจนเกินไป ก่อนจะนำไปผูกกับยางเส้น ส่วนกระสุนคือดินเหนียวปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ตากแดดจนแห้งจนมีน้ำหนักเบา“ไหนดินเหนียวล่ะไอ้พัน” โยธินเอ่ยถาม พายุล้วงดินเหนียวออกมาจากย่ามที่สะพายเอาไว้ให้ทั้งสองรับไปกำมือใหญ่ พายุกับอัสนีรับมาใส่ย่ามของตัวเอง ก่อนจะเล็งไปยังนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้“แกว่าฉันจะยิงถูกไหมไอ้พัน” อัสนีเล็งแต่ยังไม่ยิง หันไปเอ่ยถามน้องเล็กสุดของก๊วน“เฮียยิงแม่น ต้องยิงถูกแน่ ๆ แต่สงสารมันเหมือนกันนะเฮีย” คนขี้สงสารเอ่ยบอก อัสนีชะงัก แต่ก็กลับไปเล็งใหม่“เดี๋ยวเฮียไปวางเบ็ดก่อน” โยธินวางเบ็ดตรงแม่น้ำด้านห

  • คู่หมั้นฟันน้ำนม   1

    อัสนี อัคราสุรเดช หรือหนุ่มน้อยนามว่าเอสเปรสโซ่ทอดสายตามองเด็กน้อยที่กำลังนอนดูดจุกนมอยู่ในเปลไม่วางตา เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่มีคู่หมั้นวัยเด็กเพียงไม่กี่เดือน เด็กหญิงมิริน ไพรพิทักษ์กุลหรือหนูมิ บุตรสาวของทรงสิทธิ์และมัสลิน ไพรพิทักษ์กุล เพื่อนรักของบิดามารดา เด็กน้อยคลอดออกมาเป็นสมาชิกใหม่ที่ใคร ๆ ต่างเห่อและรักใคร่ อาจเพราะเป็นน้องนุชสุดท้องของหลายครอบครัว เป็นลูกหลงที่ไม่มีใครคิดว่าจะมาเกิดเอาป่านนี้เด็กน้อยวัยแบเบาะปากแดง แก้มใส ดวงตากลมแป๋ว มีผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาหย่อมหนึ่งบนศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆอัสนีมองด้วยสายตาเอ็นดูระคนรักใคร่ มือน้อยบอบบางเล็กป้อม นิ้วเล็ก ๆ กำลังจับขวดนมดูดกินอย่างเอร็ดอร่อย ความทรงจำของเขาตั้งแต่แรกเห็นเด็กน้อยที่คลอดออกมาลืมตาดูโลกคือหน้าตาของเจ้าหล่อนที่ยับย่นตัวแดงเถือกและสถานะคู่หมั้นคู่หมายของเขาที่ต้องแต่งงานกันในอนาคตข้างหน้า เขาก็บอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าเขาอยากทะนุถนอมน้องน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนแห่งรักนี้ตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่“เป็นอะไรวะเอส เอาแต่จ้องมองหนูมินอนดูดนมตาไม่กะพริบ” โยธิน อัศวเมฆาโชติหรือ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status