Alle Kapitel von คู่หมั้นฟันน้ำนม: Kapitel 1 – Kapitel 10

169 Kapitel

1

อัสนี อัคราสุรเดช หรือหนุ่มน้อยนามว่าเอสเปรสโซ่ทอดสายตามองเด็กน้อยที่กำลังนอนดูดจุกนมอยู่ในเปลไม่วางตา เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่มีคู่หมั้นวัยเด็กเพียงไม่กี่เดือน เด็กหญิงมิริน ไพรพิทักษ์กุลหรือหนูมิ บุตรสาวของทรงสิทธิ์และมัสลิน ไพรพิทักษ์กุล เพื่อนรักของบิดามารดา เด็กน้อยคลอดออกมาเป็นสมาชิกใหม่ที่ใคร ๆ ต่างเห่อและรักใคร่ อาจเพราะเป็นน้องนุชสุดท้องของหลายครอบครัว เป็นลูกหลงที่ไม่มีใครคิดว่าจะมาเกิดเอาป่านนี้เด็กน้อยวัยแบเบาะปากแดง แก้มใส ดวงตากลมแป๋ว มีผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาหย่อมหนึ่งบนศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆอัสนีมองด้วยสายตาเอ็นดูระคนรักใคร่ มือน้อยบอบบางเล็กป้อม นิ้วเล็ก ๆ กำลังจับขวดนมดูดกินอย่างเอร็ดอร่อย ความทรงจำของเขาตั้งแต่แรกเห็นเด็กน้อยที่คลอดออกมาลืมตาดูโลกคือหน้าตาของเจ้าหล่อนที่ยับย่นตัวแดงเถือกและสถานะคู่หมั้นคู่หมายของเขาที่ต้องแต่งงานกันในอนาคตข้างหน้า เขาก็บอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าเขาอยากทะนุถนอมน้องน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนแห่งรักนี้ตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่“เป็นอะไรวะเอส เอาแต่จ้องมองหนูมินอนดูดนมตาไม่กะพริบ” โยธิน อัศวเมฆาโชติหรือ
Mehr lesen

2

“ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ” คนที่อ่อนวัยกว่าเอ่ยถามหน้ายุ่ง จะพูดกันตรง ๆ พายุเป็นลูกไล่ของพี่ ๆ จึงถูกใช้ให้ทำโน่นทำนี่อยู่บ่อยครั้ง“แกเด็กที่สุด อายุน้อยที่สุด ต้องทำตามคำสั่งเฮีย ๆ” อัสนีพูดเช่นนั้นก่อนจะหยิบหนังสติ๊กส่งให้โยธินและพายุคนละอัน“ว้าว... หนังสติ๊กอันใหม่แจ่มไปเลยเฮีย” พายุเห็นหนังสติ๊กอันใหม่แล้วนึกชอบใจอยู่ไม่น้อย เขายกมันขึ้นมาง้างแล้วก็ทำท่าเล็ง“เข้าไปในไร่แล้วเจอไม้สวย ๆ ขนาดเหมาะมือเลยทำมาเผื่อ” หนังสติ๊กคืออุปกรณ์ที่ใช้ไม้เป็นง่ามนำมาตัดไม่ให้ยาวหรือสั้นจนเกินไป ก่อนจะนำไปผูกกับยางเส้น ส่วนกระสุนคือดินเหนียวปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ตากแดดจนแห้งจนมีน้ำหนักเบา“ไหนดินเหนียวล่ะไอ้พัน” โยธินเอ่ยถาม พายุล้วงดินเหนียวออกมาจากย่ามที่สะพายเอาไว้ให้ทั้งสองรับไปกำมือใหญ่ พายุกับอัสนีรับมาใส่ย่ามของตัวเอง ก่อนจะเล็งไปยังนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้“แกว่าฉันจะยิงถูกไหมไอ้พัน” อัสนีเล็งแต่ยังไม่ยิง หันไปเอ่ยถามน้องเล็กสุดของก๊วน“เฮียยิงแม่น ต้องยิงถูกแน่ ๆ แต่สงสารมันเหมือนกันนะเฮีย” คนขี้สงสารเอ่ยบอก อัสนีชะงัก แต่ก็กลับไปเล็งใหม่“เดี๋ยวเฮียไปวางเบ็ดก่อน” โยธินวางเบ็ดตรงแม่น้ำด้านห
Mehr lesen

3

“ฝีมือแกไม่ใช่เหรอ ให้ทาแป้งน้องดี ๆ แกเล่นโปะแป้งจนหมดกระป๋อง” อัสนีอยากเขกกะโหลกพายุสักทีสองที แต่อีกฝ่ายรีบหลบเพราะรู้ทันอัสนีพาน้องนอนเล่นบนเบาะ มิรินก็มองพี่ ๆ แล้วยิ้ม จนสามหนุ่มต้องยิ้มตามอย่างอัตโนมัติ“หนูมินี่เป็นเด็กอารมณ์ดีจริง ๆ เลย ดูสิ ยิ้มอยู่ตลอดเวลา” โยธินลูบผมน้อย ๆ กลางกระหม่อมของน้อง พลางเอ่ยชมอัสนีทิ้งตัวลงนอนใกล้ ๆ กับมิริน ก่อนจะเริ่มเล่นกับเด็กน้อยอย่างมีความสุข ในขณะที่พายุหาของเล่นมานั่งเล่นกับน้องด้วย ส่วนโยธินนั้นเดินไปชงนมมาส่งให้เมื่อเห็นมิรินทำปากจุ๊บจั๊บเหมือนกำลังหิวนมพอส่งจุกนมเข้าปากเจ้าตัวเล็ก มิรินก็ดูดนมในทันที ทั้งสามหนุ่มน้อยนอนเท้าคางมองน้องกินนมอย่างมีความสุข ปากเล็กแดงบางดูดกินจุกนมอย่างเอร็ดอร่อยบิดามารดาของพวกเขายุ่งกับงานในไร่ กำลังบุกเบิกขยายไร่เพิ่ม จึงฝากน้องให้ทั้งสามช่วยกันเลี้ยงน้อง จริง ๆ มีพี่เลี้ยงอีกคน แต่พี่สร้อยนั้นชอบแอบไปจู๋จี๋กับคนงาน ทิ้งน้องเอาไว้ให้สามหนุ่มเลี้ยงดูกันเอาเองพายุกับโยธินหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย แต่อัสนียังนอนเท้าคางมองน้องตาไม่กะพริบ ไม่นานเด็กน้อยก็หลับปุ๋ยคาขวดนม เขาเอาจุกนมออกจากปากเล็ก ๆ ก่อนจะ
Mehr lesen

4

“หนูมิยืนได้แล้ว ดูสิ” อัสนีบอกโยธินกับพายุ ทั้งสองปรบมือหัวเราะชอบใจที่เห็นพัฒนาการของน้องสาวตัวน้อย“ขนาดคลานยังคลานตามแทบไม่ทัน เดี๋ยวเดินได้คงวิ่งปร๋อ” พายุวิจารณ์น้อง“แล้วแกจะคลานทำไมไอ้พัน เดินได้ก็วิ่งตามน้องที่คลานสิ” อัสนีตบหัวน้องเบา ๆ เป็นการหยอกล้อ พายุหัวเราะเก้อ ๆ ก่อนจะพยักหน้าว่าจริง เขาก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป แล้วเป็นจริงดังคาด พอมิรินเดินได้เท่านั้นแหละ เด็กน้อยก็เดินไม่หยุด ซุกซนจนพี่ ๆ จับตัวแทบไม่ทัน ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้งเสียอีกกลับจากโรงเรียนคราใด พี่ ๆ ต้องแวะมาหาเด็กน้อยมิรินด้วยความคิดถึง ร่างเล็กของมิรินเดินเตาะแตะในชุดน่ารัก อัสนีตรงเข้าไปหอมแก้มน้อง อีกฝ่ายหัวเราะอย่างมีความสุขผู้ใหญ่ให้เด็ก ๆ เรียนแบบโฮมสคูล เป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรง เรียกว่า experiential learning ซึ่งการเรียนแบบนี้ ไม่ได้เรียนจากการตั้งกรอบ ตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ขึ้นมา แล้วให้เด็กไปถึงกรอบนั้น แต่เป็นการเรียนที่ให้เด็กค้นพบตัวเอง แล้วก็ค่อย ๆ ให้เด็กพัฒนาไปถึงจุด ๆ หนึ่งด้วยตัวเอง โดยการเรียนของเด็ก ๆ นั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยกันจะช่วยกันสอน แบ่งเวลาหลังจากที่ทำแผนการสอนและทางเขตการศึ
Mehr lesen

5

การพัฒนาไร่เจริญรุดหน้าไปได้ด้วยดี ทำให้ครอบครัวทั้งสี่มีหลักฐานมั่นคง แต่กระนั้นก็ยังอาศัยการพึ่งพาตนเองเหมือนแรกเริ่มเดิมทีที่มาลงหลักปักฐานซื้อที่ดินอยู่ที่นี่ แต่ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ตามกำลังทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกันเด็กน้อยตัวอ้วนกลมเหมือนลูกบอล แขนขาอวบอัดขาวผ่องถูกวางลงบนเตียง แต่มิรินยังไม่ยอมนอนหลับง่าย ๆ จนกว่าจะได้ฟังนิทาน คนที่ต้องรับอาสาเล่านิทานคืออัสนี“หนูมิอ้วนเหรอคะ” มิรินเอ่ยถามอัสนีตาปริบ ๆ“ต้องกินน้อยลงเหรอคะ” น้องน้อยเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจว่าต้องลดปริมาณอาหารลงอีกหรือไม่“ไม่ต้องครับ” อัสนีตอบแล้วจุมพิตหน้าผากน้อย ๆ นั้นอย่างแสนรัก“แต่หนูมิอ้วน”“อ้วนก็รักครับ” ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ จากพี่ชายทำให้เด็กน้อยยิ้มแก้มปริ ก่อนจะหอมแก้มของอัสนีฟอดใหญ่“หนูมิก็รักเฮียนะคะ” มิรินหอมแก้มพี่ชายฟอดใหญ่“ฟังนิทานไหมครับ” คนเอ่ยถามมีแววตาแห่งความเอ็นดูเหลือล้น เด็กน้อยรีบพยักหน้าก่อนจะซุกเข้าที่อกกว้างอบอุ่นของพี่ชายอัสนีเปิดสมุดนิทาน ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง น้องที่ซุกตัวอยู่กับอกกว้าง เริ่มเหลือบมองภาพการ์ตูนในนิ
Mehr lesen

6

ไร่ของอัสนีมีแนวเขตแดนติดกับภูเขาลูกใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เขาจึงชอบเดินป่า ปีนเขา หรือหาสมุนไพรในป่ามาตั้งแต่เด็ก ๆหากวันไหนมีเวลาว่างก็จะมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์และสำรวจสมุนไพรหลายชนิดที่เติบโตอยู่ในป่า เขาศึกษาเรื่องสมุนไพรซึ่งเป็นยารักษาโรค และมีความชำนาญในการเดินป่ามากกว่าเด็กวัยเดียวกันป่าคือชีวิต อัสนีผูกพันกับผืนป่า ต้นไม้ใบหญ้า และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ตอนเด็ก ๆ เขาอาจจะยิงนกตกปลาอยู่บ้าง แต่พอโตขึ้นเขาไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอีกเลยอะไรบางอย่างที่นอนอยู่ตรงพุ่มไม้บริเวณเชิงเขาทำให้อัสนีต้องหรี่ตามอง มันอาจจะเป็นสัตว์ป่าหรือตัวอะไรสักอย่างที่อาจจะทำอันตรายแก่เขา ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังตัวพอสมควรสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้อัสนีวูบในอก หัวใจด้านซ้ายของเขาสะท้านยามเห็นลูกสุนัขตัวเล็ก ๆ กำลังนอนดูดนมจากศพของมารดา แม่ของมันสิ้นใจไปแล้ว เป็นแค่ร่างไร้วิญญาณที่ยังให้ลูกน้อยนอนซุกหาไออุ่นมันซุกอยู่ตรงอกของแม่มันเหมือนไม่รู้ว่าแม่ของมันตายแล้ว กลิ่นของมันเริ่มเหม็นเน่า อาจเพราะตายมาหลายวันแล้วอัสนีเดินเข้าหา เจ้าตัวเล็กมีท่าทีหวาดกลัวถอยไปยืนเบียดแม่ของมันในทันที ด
Mehr lesen

7

“ตรงเชิงเขาน่ะเฮีย แม่มันตายเลยเก็บมาเลี้ยง ผมก็ว่ามันขี้เหร่ แต่ก็คงน้อยกว่าเฮีย” คนตอบไม่ได้เงยหน้ามองผู้มาใหม่ แต่ป้อนนมให้เจ้าตัวเล็กที่หิวโหยต่อเรื่อย ๆ โยธินถึงกับสำลักเมื่อโดนสวนกลับมาแบบนั้น“ตั้งชื่อยังวะ” โยธินเท้าสะเอวเอ่ยถาม สีหน้าสนใจไม่น้อย“ให้ชื่อมูมู่ หน้าตามันมู่ทู้ดี” อัสนีตอบแล้วลูบศีรษะของมันอย่างเอ็นดู เมื่อมันกินนมอิ่มแล้ว“มันอิ่มแล้วเหรอเฮีย” พายุเอ่ยถาม สีหน้าสนใจหนักหนา เขาเท้าคางนอนมองมันอย่างเอ็นดูไม่ต่างจากอัสนี“น่าจะอิ่มแล้ว ดูท้องสิ” อัสนีตอบแล้วลูบท้องเจ้ามูมู่เบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปรากฏว่าท้องมันตึงไปหมด“สงสัยท้องจะอืดว่ะ มันยังเด็กให้กินนมมากไม่ได้” โยธินลูบพุงเจ้ามูมู่ไปมา ท่าทีมันอึดอัดนอนตัวกลมแน่นิ่งไปเลย“ตัวมันกลมเหมือนหัวมันเทศเลย” พายุพูดไปหัวเราะไปอย่างขบขัน“ทำไงดีเฮีย” อัสนีเอ่ยถามด้วยสีหน้าร้อนใจ เขากลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป“ไปเอายาหม่องมายาพุงให้มันสิ” โยธินรีบบอก“ฮะ! ยาหม่องนี่นะ” สองหนุ่มน้อยอุทานพร้อมกันด้วยสีหน้าแตกตื่น“เออ... เชื่อเฮียเถอะ เห็นไอ้วัฒน์มันก็ทำแบบนี้” วัฒน์คือวิทวัฒน์ เพื่อนของโยธินที่ชอบเก็บสุนัขมาเลี้ยงเช่นกันอัสนี
Mehr lesen

8

“ผมไม่เคยเลี้ยงหมาป่าตัวเป็น ๆ มาก่อน ดูสิ นี่แค่ห้าเดือนตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ต่อไปคงจะตัวโตมาก”“เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อไปมันคงไม่ขย้ำพวกเราแล้วกลืนลงท้องหรอกนะ” พายุพูดขึ้น เขาเองก็ชอบเล่นกับเจ้ามูมู่ มันซุกซนและฉลาดเกินสุนัขทั่วไป เลยเหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่ชอบเล่นซนไม่ต่างกัน“เพิ่งรู้ว่าภูเขาแถบไร่เรามีหมาป่าด้วย” โยธินเปรยขึ้นอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน“ผมเองก็เพิ่งรู้ตอนได้เจ้ามูมู่มาเลี้ยงนี่แหละ” อัสนีก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอหมาป่าในแถบนี้เหมือนกันเจ้ามูมู่ค่อนข้างจะดูแลปกป้องคนในบ้าน ใครที่เป็นคนแปลกหน้า เมื่อเข้าใกล้มิรินมันจะแยกเขี้ยวใส่ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว คนแปลกหน้าที่ไหนเข้าใกล้มิรินไม่ได้เลย อาจเป็นเพราะอัสนีเลี้ยงมันให้ดูแลน้อง รักน้องตั้งแต่เด็กนั่นเองในคราแรกบิดามารดาของอัสนีค่อนข้างกังวลเพราะหน้าตามันเป็นสัตว์ป่า กลัวว่าหากโตขึ้นมันจะดุร้ายกัดเจ้าของบ้านหรือทำร้ายคนอื่น แต่อัสนีคิดว่าเลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้านนั้นเป็นเรื่องดี ปกติในไร่ก็เลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว เลี้ยงเจ้ามูมู่อีกตัว เอาไว้เฝ้าเวรยามก็ไม่เสียหายอะไร เพราะเจ้ามูมู่เป็นมิตรกับสัตว์ทุกตัว มันขี้เล่นแถมยัง
Mehr lesen

9

“ไข่ หมู” คำตอบสั้น ๆ คือไข่เจียวหมูสับนั่นเอง เขาให้น้องขี่คอพาออกมานั่งดูทีวีกับพายุและเจ้ามูมู่ ก่อนจะเข้าครัวไปทำไข่เจียวหมูสับ ผัดพริกหมู และต้มจืดอีกหนึ่งอย่าง เขาชอบทำอาหารและศึกษาเรื่องการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ด้วยว่าเข้าครัวช่วยมารดาทำอาหารมาตลอด จึงสามารถทำอาหารได้แทบทุกชนิด“หิวจังเลยเฮีย” พายุน้ำลายสอเมื่อได้กลิ่นอาหาร“พอได้กลิ่นอาหาร วิ่งกระดิกหางเป็นหมามาเลยนะไอ้พัน”“เฮียนี่โคตรเก่ง”“เก่งอะไรของแกวะ”“ทำกับข้าวก็เก่ง แถมยังช่วยงานในไร่ไม่แพ้พวกผู้ใหญ่ด้วย ได้ยินลุงอัคชมเฮียไม่ขาดปาก”“ชมตอนไหนวะ ไม่เห็นรู้เรื่อง” ต่อหน้าเขา บิดาน่ะไม่เคยชมเลย หรือจะเป็นอย่างที่มารดาบอกว่าไม่อยากชมให้เหลิง แต่พอออกนอกบ้านละขี้โม้สุด ๆ ว่ามีลูกชายเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้“หิวแล้วเฮีย” พายุไม่ตอบแต่บอกว่าหิวข้าวแทน“ยกออกไปกินกันข้างนอก หนูมิก็คงหิวแล้ว” พายุไม่รีรอรีบยกกับข้าวกับปลาออกไปนั่งรับประทานหน้าทีวี ในขณะที่มิรินกำลังเล่นอยู่กับเจ้ามูมู่ มันเกลือกกลิ้งให้น้องดึงขนเล่นตามประสา มิรินดึงหูมันบ้าง ดึงหน้ามันเล่นบ้าง เจ้ามูมู่ก็เลียมือเลียหน้าน้อง ก่อนที่มิรินจะหัวเราะคิกคักอย่างมีค
Mehr lesen

10

เจ้ามูมู่กินอาหารจากชามจนหมดเกลี้ยง อัสนีนำจานไปล้างจนสะอาดแล้วใช้ให้มันคาบจานอาหารไปเก็บเอาไว้ที่เดิม ทุกคนที่นี่รู้ดีว่าอัสนีพาเจ้ามูมู่มาที่บ้านของทรงสิทธิ์กับมัสลินทุกวัน จึงพาจานอาหารส่วนตัวสำรองมาไว้ให้อีกหนึ่งอันมิรินติดพี่ชายข้างบ้านเป็นอันมาก ไปไหนมาไหนก็ต้องเจอว่ามิรินอยู่กับอัสนีแทบจะตลอดเวลา โดยมีเจ้ามูมู่วิ่งตามอยู่ไม่ห่าง ท่าประจำของมิรินคือการขี่คออัสนีแล้วหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข“หนูมินี่เป็นเด็กอารมณ์ดีจริง ๆ ยิ่งถ้าได้ขี่คอนายนี่ยิ่งอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่” โยธินมองเด็กน้อยแล้วอมยิ้มให้อีกฝ่าย ในขณะที่มิรินขี่คออัสนีและกอดคอของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างมีความสุข“โห... เฮีย นี่ม้าตัวใหม่ของเฮียเหรอ อย่างแจ่ม” พายุที่เดินมาสมทบร้องขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้นเมื่อเห็นม้าพันธุ์ดีตัวใหม่ของอัสนี“ชื่อเจ้ามังกร” อัสนีตอบยิ้ม ๆ เดินไปลูบม้าตัวโปรดที่เพิ่งได้มาใหม่อย่างรักใคร่ ครอบครัวของเขาทำฟาร์มม้าเป็นหลัก ด้วยว่าบิดานั้นหัดให้เขาได้เรียนรู้และขี่ม้าเป็นตั้งแต่เด็ก ๆ“อยากขี่จังเฮีย”“ขี่ได้แต่ระวังมันจะไม่ให้ขี่” อัสนีพูดปนขำเพราะว่าเจ้ามังกรพยศเหลือเกิน“โหย... ม้าของเฮียพยศห
Mehr lesen
ZURÜCK
123456
...
17
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status