คู่หมั้นฟันน้ำนม

คู่หมั้นฟันน้ำนม

last updateHuling Na-update : 2026-06-21
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
169Mga Kabanata
338views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

สำหรับอัสนีแล้ว มิรินคือคู่หมั้นตัวน้อยที่เขารักสุดหัวใจ อัสนีทอดสายตามองเด็กน้อยวัยแบเบาะปากแดง แก้มใส ดวงตากลมแป๋ว มีผมขึ้นมาหย่อมหนึ่งบนศีรษะนิ่งๆ ด้วยสายตารักใคร่ระคนเอ็นดู มือน้อยบอบบางเล็กป้อม นิ้วเล็ก ๆ กำลังจับขวดนมดูดกินอย่างเอร็ดอร่อย ความทรงจำของเขาตั้งแต่แรกเห็นเด็กน้อยที่ลืมตาดูโลกคือใบหน้าที่ยับย่น ตัวแดงเถือก แต่กลับน่ารักจับใจ

view more

Kabanata 1

1

อัสนี อัคราสุรเดช หรือหนุ่มน้อยนามว่าเอสเปรสโซ่ทอดสายตามองเด็กน้อยที่กำลังนอนดูดจุกนมอยู่ในเปลไม่วางตา เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่มีคู่หมั้นวัยเด็กเพียงไม่กี่เดือน เด็กหญิงมิริน ไพรพิทักษ์กุลหรือหนูมิ บุตรสาวของทรงสิทธิ์และมัสลิน ไพรพิทักษ์กุล เพื่อนรักของบิดามารดา

เด็กน้อยคลอดออกมาเป็นสมาชิกใหม่ที่ใคร ๆ ต่างเห่อและรักใคร่ อาจเพราะเป็นน้องนุชสุดท้องของหลายครอบครัว เป็นลูกหลงที่ไม่มีใครคิดว่าจะมาเกิดเอาป่านนี้

เด็กน้อยวัยแบเบาะปากแดง แก้มใส ดวงตากลมแป๋ว มีผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาหย่อมหนึ่งบนศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ

อัสนีมองด้วยสายตาเอ็นดูระคนรักใคร่ มือน้อยบอบบางเล็กป้อม นิ้วเล็ก ๆ กำลังจับขวดนมดูดกินอย่างเอร็ดอร่อย ความทรงจำของเขาตั้งแต่แรกเห็นเด็กน้อยที่คลอดออกมาลืมตาดูโลกคือหน้าตาของเจ้าหล่อนที่ยับย่นตัวแดงเถือกและสถานะคู่หมั้นคู่หมายของเขาที่ต้องแต่งงานกันในอนาคตข้างหน้า เขาก็บอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าเขาอยากทะนุถนอมน้องน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนแห่งรักนี้ตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

“เป็นอะไรวะเอส เอาแต่จ้องมองหนูมินอนดูดนมตาไม่กะพริบ” โยธิน อัศวเมฆาโชติหรือเฮียโยของน้อง ๆ เอ่ยถามน้องชายที่รัก

‘เอส’ เป็นชื่อเล่นของอัสนีที่มีชื่อเล่นยาว ๆ ว่าเอสเปรสโซ่ เป็นชื่อที่ได้มาจากการพบรักของบิดามารดาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง โดยทั้งสองชอบดื่มกาแฟเหมือนกัน

“น้าลินให้เฝ้าน้องเอาไว้ครับเฮีย” อัสนีตอบโยธิน ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ข้างบ้านวัยสิบเจ็ดปี ขณะเอ่ยตอบ สายตาของเขาก็ไม่ได้ละห่างไปจากน้องน้อยเลยแม้แต่น้อย

“หนูมิว่าที่เมียแกในอนาคตนี่หน้าตาน่ารัก โตขึ้นคงสวยน่าดู หนุ่ม ๆ น่าจะกันติดตรึม หัวกระไดบ้านแทบไม่แห้ง” โยธินพูดด้วยรอยยิ้ม มิรินนั้นถือว่าเป็นญาติผู้น้องของเขา เขาเอ็นดูมิรินอยู่มาก แต่ไม่ชอบเลี้ยงเด็กเท่าใดนัก  เวลาเด็กน้อยร้องไห้โยเยหรือกวนเขาก็ไม่รู้จะทำยังไงให้เด็กเงียบเสียงลง อุ้มก็แล้ว กอดก็แล้ว ชวนเล่นก็แล้ว แต่ยังร้องไห้ไม่หยุด โยธินจึงขยาดกับการเลี้ยงเด็กพอสมควร

ในขณะที่พี่ ๆ สนทนากันไปมา มิรินที่กำลังคาบจุกนมอยู่มองพี่ ๆ ตาปริบ ๆ พายุ นรากรเกริกเกียรติที่เพิ่งเดินมาสมทบ อยู่ในวัยสิบสามปี ชะโงกหน้าไปมองน้องน้อยในเปล แต่โดนอัสนีดึงเอาไว้ให้ออกไปห่าง ๆ

“ไอ้พันแกไปเล่นซนมาเหงื่อเต็มตัว อย่าเข้าไปใกล้น้อง เดี๋ยวเหงื่อเค็ม ๆ ของแกก็หยดใส่ปากน้องหรอก” อัสนีทำเสียงดุใส่

“น้องของเฮียตัวหอม ผมอยากดม” ที่พายุเรียก “น้องของเฮีย” เพราะใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าโตขึ้นอัสนีต้องแต่งงานกับมิริน อาจเพราะบิดามารดาทำธุรกิจร่วมกันเลยอยากให้ลูก ๆ ได้แต่งงานกัน เข้าตำรา ‘เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนเสีย’ พายุทำจมูกฟุดฟิดเพราะน้องน้อยตัวหอม จนทำให้เขาอยากจะเข้าไปหอมแก้มใส ๆ ของเด็กน้อยสักฟอดสองฟอด

“ไม่ให้ดม ไม่ให้หอม ถอยไปไกล ๆ เลย” คนขี้หวงทำสายตาดุวับ ดึงคอเสื้ออีกฝ่ายออกห่างในทันที

“ไอ้เอสมันหวงว่าที่เมียของมัน ถ้าแกอยากดมอยากหอมต้องทำตอนมันเผลอ” โยธินพูดแล้วหัวเราะเสียงดัง จึงได้รับสายตาไม่ค่อยพอใจนักของอัสนีตอบกลับมา

“เฮียล้อเล่น แกนี่ทำหน้าจริงจังเกินเหตุ”

“น้องยังพูดไม่ได้เหรอเฮีย” พายุเอ่ยถาม นั่งขัดสมาธิล้อมวงนั่งมองดูน้องน้อยนอนดูดนมตาแป๋วแหวว พายุสังเกตมาหลายวันแล้ว มิรินเอาแต่กินกับนอน พอตื่นขึ้นมาก็ยิ้ม ใครก็บอกว่าเป็นเด็กอารมณ์ดี พาไปอาบน้ำประแป้งหน้าขาวแล้วก็พามานอนต่ออีก

“น้องยังเด็ก ยังพูดไม่ได้ เดี๋ยวโตขึ้นก็พูดจ้อเหมือนแกนั่นแหละไอ้พัน” อัสนีหันไปตอบพายุ อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างเข้าใจ ยิ้มกว้างขณะหันไปมองน้องน้อยในเปล  

“เฮีย...” พายุเรียกอัสนีซึ่งเป็นพี่ชายที่นับถือ คนช่างซักช่างถามมีความสุขที่จะได้ถามโน่นถามนี่ที่ตนเองอยากรู้ พายุเห็นว่าอัสนีจริงจังกับการเลี้ยงดูเด็กน้อยเสียเหลือเกิน ซึ่งเขาเองก็รักและเอ็นดูเด็กน้อยมิรินเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นลูกคนเดียวเช่นกัน  

“น้องพูดได้ตอนไหนครับเฮีย”

“ไม่รู้ แต่ตอนนี้ยังพูดไม่ได้”

“ตอนเด็ก ๆ เราคงเป็นแบบนี้นะ”

“ใช่ ตอนเด็ก ๆ แกก็เป็นแบบนี้แหละ” โยธินพูดขึ้น เขาทันได้เห็นพายุเป็นเด็กตัวน้อยวัยเตาะแตะเพราะอายุห่างกันถึงสี่ปี

“เฮียครับ นั่นน้องทำท่าจะหลับแล้ว ตาปรือเชียว” พายุรีบบอกอย่างตื่นเต้น หากมิรินหลับ เขาจะชวนพี่ ๆ ออกไปเที่ยวเล่นเสียหน่อย

อัสนียกมือขึ้นจุ๊ปาก บอกให้พายุเงียบปากเสียบ้าง เด็กชายวัยสิบสามจึงหุบปากฉับ อัสนีไกวเปลเบาๆ ไม่นานเด็กน้อยก็หลับคาจุกนม

อัสนียื่นมือไปดึงขวดนมออกมาเบา ๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้โยธินและพายุ เพราะนัดกันว่าจะไปยิงนกตกปลาแถวนี้ด้วยกัน

“น้องจะตื่นกี่โมงครับเฮีย” พายุยังเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่ห่วงเที่ยวเล่นเหลือเกินในตอนนี้

“เห็นกินเสร็จแล้วนอนนานทุกทีกว่าจะตื่นคงอีกนาน ไม่เป็นไรเดี๋ยวให้นายวิ่งกลับมาดูแล้วกัน” อัสนีตอบพายุแต่สายตามองน้องน้อยไม่ยอมวาง ท่าทีดูก็รู้ว่าห่วงใยมิรินสุดหัวใจ

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
169 Kabanata
1
อัสนี อัคราสุรเดช หรือหนุ่มน้อยนามว่าเอสเปรสโซ่ทอดสายตามองเด็กน้อยที่กำลังนอนดูดจุกนมอยู่ในเปลไม่วางตา เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าที่มีคู่หมั้นวัยเด็กเพียงไม่กี่เดือน เด็กหญิงมิริน ไพรพิทักษ์กุลหรือหนูมิ บุตรสาวของทรงสิทธิ์และมัสลิน ไพรพิทักษ์กุล เพื่อนรักของบิดามารดา เด็กน้อยคลอดออกมาเป็นสมาชิกใหม่ที่ใคร ๆ ต่างเห่อและรักใคร่ อาจเพราะเป็นน้องนุชสุดท้องของหลายครอบครัว เป็นลูกหลงที่ไม่มีใครคิดว่าจะมาเกิดเอาป่านนี้เด็กน้อยวัยแบเบาะปากแดง แก้มใส ดวงตากลมแป๋ว มีผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาหย่อมหนึ่งบนศีรษะ ซึ่งแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆอัสนีมองด้วยสายตาเอ็นดูระคนรักใคร่ มือน้อยบอบบางเล็กป้อม นิ้วเล็ก ๆ กำลังจับขวดนมดูดกินอย่างเอร็ดอร่อย ความทรงจำของเขาตั้งแต่แรกเห็นเด็กน้อยที่คลอดออกมาลืมตาดูโลกคือหน้าตาของเจ้าหล่อนที่ยับย่นตัวแดงเถือกและสถานะคู่หมั้นคู่หมายของเขาที่ต้องแต่งงานกันในอนาคตข้างหน้า เขาก็บอกความรู้สึกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าเขาอยากทะนุถนอมน้องน้อยเอาไว้ในอ้อมแขนแห่งรักนี้ตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่“เป็นอะไรวะเอส เอาแต่จ้องมองหนูมินอนดูดนมตาไม่กะพริบ” โยธิน อัศวเมฆาโชติหรือ
Magbasa pa
2
“ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ” คนที่อ่อนวัยกว่าเอ่ยถามหน้ายุ่ง จะพูดกันตรง ๆ พายุเป็นลูกไล่ของพี่ ๆ จึงถูกใช้ให้ทำโน่นทำนี่อยู่บ่อยครั้ง“แกเด็กที่สุด อายุน้อยที่สุด ต้องทำตามคำสั่งเฮีย ๆ” อัสนีพูดเช่นนั้นก่อนจะหยิบหนังสติ๊กส่งให้โยธินและพายุคนละอัน“ว้าว... หนังสติ๊กอันใหม่แจ่มไปเลยเฮีย” พายุเห็นหนังสติ๊กอันใหม่แล้วนึกชอบใจอยู่ไม่น้อย เขายกมันขึ้นมาง้างแล้วก็ทำท่าเล็ง“เข้าไปในไร่แล้วเจอไม้สวย ๆ ขนาดเหมาะมือเลยทำมาเผื่อ” หนังสติ๊กคืออุปกรณ์ที่ใช้ไม้เป็นง่ามนำมาตัดไม่ให้ยาวหรือสั้นจนเกินไป ก่อนจะนำไปผูกกับยางเส้น ส่วนกระสุนคือดินเหนียวปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ตากแดดจนแห้งจนมีน้ำหนักเบา“ไหนดินเหนียวล่ะไอ้พัน” โยธินเอ่ยถาม พายุล้วงดินเหนียวออกมาจากย่ามที่สะพายเอาไว้ให้ทั้งสองรับไปกำมือใหญ่ พายุกับอัสนีรับมาใส่ย่ามของตัวเอง ก่อนจะเล็งไปยังนกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้“แกว่าฉันจะยิงถูกไหมไอ้พัน” อัสนีเล็งแต่ยังไม่ยิง หันไปเอ่ยถามน้องเล็กสุดของก๊วน“เฮียยิงแม่น ต้องยิงถูกแน่ ๆ แต่สงสารมันเหมือนกันนะเฮีย” คนขี้สงสารเอ่ยบอก อัสนีชะงัก แต่ก็กลับไปเล็งใหม่“เดี๋ยวเฮียไปวางเบ็ดก่อน” โยธินวางเบ็ดตรงแม่น้ำด้านห
Magbasa pa
3
“ฝีมือแกไม่ใช่เหรอ ให้ทาแป้งน้องดี ๆ แกเล่นโปะแป้งจนหมดกระป๋อง” อัสนีอยากเขกกะโหลกพายุสักทีสองที แต่อีกฝ่ายรีบหลบเพราะรู้ทันอัสนีพาน้องนอนเล่นบนเบาะ มิรินก็มองพี่ ๆ แล้วยิ้ม จนสามหนุ่มต้องยิ้มตามอย่างอัตโนมัติ“หนูมินี่เป็นเด็กอารมณ์ดีจริง ๆ เลย ดูสิ ยิ้มอยู่ตลอดเวลา” โยธินลูบผมน้อย ๆ กลางกระหม่อมของน้อง พลางเอ่ยชมอัสนีทิ้งตัวลงนอนใกล้ ๆ กับมิริน ก่อนจะเริ่มเล่นกับเด็กน้อยอย่างมีความสุข ในขณะที่พายุหาของเล่นมานั่งเล่นกับน้องด้วย ส่วนโยธินนั้นเดินไปชงนมมาส่งให้เมื่อเห็นมิรินทำปากจุ๊บจั๊บเหมือนกำลังหิวนมพอส่งจุกนมเข้าปากเจ้าตัวเล็ก มิรินก็ดูดนมในทันที ทั้งสามหนุ่มน้อยนอนเท้าคางมองน้องกินนมอย่างมีความสุข ปากเล็กแดงบางดูดกินจุกนมอย่างเอร็ดอร่อยบิดามารดาของพวกเขายุ่งกับงานในไร่ กำลังบุกเบิกขยายไร่เพิ่ม จึงฝากน้องให้ทั้งสามช่วยกันเลี้ยงน้อง จริง ๆ มีพี่เลี้ยงอีกคน แต่พี่สร้อยนั้นชอบแอบไปจู๋จี๋กับคนงาน ทิ้งน้องเอาไว้ให้สามหนุ่มเลี้ยงดูกันเอาเองพายุกับโยธินหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย แต่อัสนียังนอนเท้าคางมองน้องตาไม่กะพริบ ไม่นานเด็กน้อยก็หลับปุ๋ยคาขวดนม เขาเอาจุกนมออกจากปากเล็ก ๆ ก่อนจะ
Magbasa pa
4
“หนูมิยืนได้แล้ว ดูสิ” อัสนีบอกโยธินกับพายุ ทั้งสองปรบมือหัวเราะชอบใจที่เห็นพัฒนาการของน้องสาวตัวน้อย“ขนาดคลานยังคลานตามแทบไม่ทัน เดี๋ยวเดินได้คงวิ่งปร๋อ” พายุวิจารณ์น้อง“แล้วแกจะคลานทำไมไอ้พัน เดินได้ก็วิ่งตามน้องที่คลานสิ” อัสนีตบหัวน้องเบา ๆ เป็นการหยอกล้อ พายุหัวเราะเก้อ ๆ ก่อนจะพยักหน้าว่าจริง เขาก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป แล้วเป็นจริงดังคาด พอมิรินเดินได้เท่านั้นแหละ เด็กน้อยก็เดินไม่หยุด ซุกซนจนพี่ ๆ จับตัวแทบไม่ทัน ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้งเสียอีกกลับจากโรงเรียนคราใด พี่ ๆ ต้องแวะมาหาเด็กน้อยมิรินด้วยความคิดถึง ร่างเล็กของมิรินเดินเตาะแตะในชุดน่ารัก อัสนีตรงเข้าไปหอมแก้มน้อง อีกฝ่ายหัวเราะอย่างมีความสุขผู้ใหญ่ให้เด็ก ๆ เรียนแบบโฮมสคูล เป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรง เรียกว่า experiential learning ซึ่งการเรียนแบบนี้ ไม่ได้เรียนจากการตั้งกรอบ ตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ขึ้นมา แล้วให้เด็กไปถึงกรอบนั้น แต่เป็นการเรียนที่ให้เด็กค้นพบตัวเอง แล้วก็ค่อย ๆ ให้เด็กพัฒนาไปถึงจุด ๆ หนึ่งด้วยตัวเอง โดยการเรียนของเด็ก ๆ นั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยกันจะช่วยกันสอน แบ่งเวลาหลังจากที่ทำแผนการสอนและทางเขตการศึ
Magbasa pa
5
การพัฒนาไร่เจริญรุดหน้าไปได้ด้วยดี ทำให้ครอบครัวทั้งสี่มีหลักฐานมั่นคง แต่กระนั้นก็ยังอาศัยการพึ่งพาตนเองเหมือนแรกเริ่มเดิมทีที่มาลงหลักปักฐานซื้อที่ดินอยู่ที่นี่ แต่ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ตามกำลังทรัพย์ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกันเด็กน้อยตัวอ้วนกลมเหมือนลูกบอล แขนขาอวบอัดขาวผ่องถูกวางลงบนเตียง แต่มิรินยังไม่ยอมนอนหลับง่าย ๆ จนกว่าจะได้ฟังนิทาน คนที่ต้องรับอาสาเล่านิทานคืออัสนี“หนูมิอ้วนเหรอคะ” มิรินเอ่ยถามอัสนีตาปริบ ๆ“ต้องกินน้อยลงเหรอคะ” น้องน้อยเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจว่าต้องลดปริมาณอาหารลงอีกหรือไม่“ไม่ต้องครับ” อัสนีตอบแล้วจุมพิตหน้าผากน้อย ๆ นั้นอย่างแสนรัก“แต่หนูมิอ้วน”“อ้วนก็รักครับ” ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ จากพี่ชายทำให้เด็กน้อยยิ้มแก้มปริ ก่อนจะหอมแก้มของอัสนีฟอดใหญ่“หนูมิก็รักเฮียนะคะ” มิรินหอมแก้มพี่ชายฟอดใหญ่“ฟังนิทานไหมครับ” คนเอ่ยถามมีแววตาแห่งความเอ็นดูเหลือล้น เด็กน้อยรีบพยักหน้าก่อนจะซุกเข้าที่อกกว้างอบอุ่นของพี่ชายอัสนีเปิดสมุดนิทาน ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง น้องที่ซุกตัวอยู่กับอกกว้าง เริ่มเหลือบมองภาพการ์ตูนในนิ
Magbasa pa
6
ไร่ของอัสนีมีแนวเขตแดนติดกับภูเขาลูกใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปจนสุดลูกหูลูกตา เขาจึงชอบเดินป่า ปีนเขา หรือหาสมุนไพรในป่ามาตั้งแต่เด็ก ๆหากวันไหนมีเวลาว่างก็จะมาเดินสูดอากาศบริสุทธิ์และสำรวจสมุนไพรหลายชนิดที่เติบโตอยู่ในป่า เขาศึกษาเรื่องสมุนไพรซึ่งเป็นยารักษาโรค และมีความชำนาญในการเดินป่ามากกว่าเด็กวัยเดียวกันป่าคือชีวิต อัสนีผูกพันกับผืนป่า ต้นไม้ใบหญ้า และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ตอนเด็ก ๆ เขาอาจจะยิงนกตกปลาอยู่บ้าง แต่พอโตขึ้นเขาไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอีกเลยอะไรบางอย่างที่นอนอยู่ตรงพุ่มไม้บริเวณเชิงเขาทำให้อัสนีต้องหรี่ตามอง มันอาจจะเป็นสัตว์ป่าหรือตัวอะไรสักอย่างที่อาจจะทำอันตรายแก่เขา ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังตัวพอสมควรสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้อัสนีวูบในอก หัวใจด้านซ้ายของเขาสะท้านยามเห็นลูกสุนัขตัวเล็ก ๆ กำลังนอนดูดนมจากศพของมารดา แม่ของมันสิ้นใจไปแล้ว เป็นแค่ร่างไร้วิญญาณที่ยังให้ลูกน้อยนอนซุกหาไออุ่นมันซุกอยู่ตรงอกของแม่มันเหมือนไม่รู้ว่าแม่ของมันตายแล้ว กลิ่นของมันเริ่มเหม็นเน่า อาจเพราะตายมาหลายวันแล้วอัสนีเดินเข้าหา เจ้าตัวเล็กมีท่าทีหวาดกลัวถอยไปยืนเบียดแม่ของมันในทันที ด
Magbasa pa
7
“ตรงเชิงเขาน่ะเฮีย แม่มันตายเลยเก็บมาเลี้ยง ผมก็ว่ามันขี้เหร่ แต่ก็คงน้อยกว่าเฮีย” คนตอบไม่ได้เงยหน้ามองผู้มาใหม่ แต่ป้อนนมให้เจ้าตัวเล็กที่หิวโหยต่อเรื่อย ๆ โยธินถึงกับสำลักเมื่อโดนสวนกลับมาแบบนั้น“ตั้งชื่อยังวะ” โยธินเท้าสะเอวเอ่ยถาม สีหน้าสนใจไม่น้อย“ให้ชื่อมูมู่ หน้าตามันมู่ทู้ดี” อัสนีตอบแล้วลูบศีรษะของมันอย่างเอ็นดู เมื่อมันกินนมอิ่มแล้ว“มันอิ่มแล้วเหรอเฮีย” พายุเอ่ยถาม สีหน้าสนใจหนักหนา เขาเท้าคางนอนมองมันอย่างเอ็นดูไม่ต่างจากอัสนี“น่าจะอิ่มแล้ว ดูท้องสิ” อัสนีตอบแล้วลูบท้องเจ้ามูมู่เบาๆ ด้วยความเอ็นดู ปรากฏว่าท้องมันตึงไปหมด“สงสัยท้องจะอืดว่ะ มันยังเด็กให้กินนมมากไม่ได้” โยธินลูบพุงเจ้ามูมู่ไปมา ท่าทีมันอึดอัดนอนตัวกลมแน่นิ่งไปเลย“ตัวมันกลมเหมือนหัวมันเทศเลย” พายุพูดไปหัวเราะไปอย่างขบขัน“ทำไงดีเฮีย” อัสนีเอ่ยถามด้วยสีหน้าร้อนใจ เขากลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป“ไปเอายาหม่องมายาพุงให้มันสิ” โยธินรีบบอก“ฮะ! ยาหม่องนี่นะ” สองหนุ่มน้อยอุทานพร้อมกันด้วยสีหน้าแตกตื่น“เออ... เชื่อเฮียเถอะ เห็นไอ้วัฒน์มันก็ทำแบบนี้” วัฒน์คือวิทวัฒน์ เพื่อนของโยธินที่ชอบเก็บสุนัขมาเลี้ยงเช่นกันอัสนี
Magbasa pa
8
“ผมไม่เคยเลี้ยงหมาป่าตัวเป็น ๆ มาก่อน ดูสิ นี่แค่ห้าเดือนตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ต่อไปคงจะตัวโตมาก”“เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อไปมันคงไม่ขย้ำพวกเราแล้วกลืนลงท้องหรอกนะ” พายุพูดขึ้น เขาเองก็ชอบเล่นกับเจ้ามูมู่ มันซุกซนและฉลาดเกินสุนัขทั่วไป เลยเหมาะกับหนุ่ม ๆ ที่ชอบเล่นซนไม่ต่างกัน“เพิ่งรู้ว่าภูเขาแถบไร่เรามีหมาป่าด้วย” โยธินเปรยขึ้นอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน“ผมเองก็เพิ่งรู้ตอนได้เจ้ามูมู่มาเลี้ยงนี่แหละ” อัสนีก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอหมาป่าในแถบนี้เหมือนกันเจ้ามูมู่ค่อนข้างจะดูแลปกป้องคนในบ้าน ใครที่เป็นคนแปลกหน้า เมื่อเข้าใกล้มิรินมันจะแยกเขี้ยวใส่ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว คนแปลกหน้าที่ไหนเข้าใกล้มิรินไม่ได้เลย อาจเป็นเพราะอัสนีเลี้ยงมันให้ดูแลน้อง รักน้องตั้งแต่เด็กนั่นเองในคราแรกบิดามารดาของอัสนีค่อนข้างกังวลเพราะหน้าตามันเป็นสัตว์ป่า กลัวว่าหากโตขึ้นมันจะดุร้ายกัดเจ้าของบ้านหรือทำร้ายคนอื่น แต่อัสนีคิดว่าเลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้านนั้นเป็นเรื่องดี ปกติในไร่ก็เลี้ยงสุนัขอยู่แล้ว เลี้ยงเจ้ามูมู่อีกตัว เอาไว้เฝ้าเวรยามก็ไม่เสียหายอะไร เพราะเจ้ามูมู่เป็นมิตรกับสัตว์ทุกตัว มันขี้เล่นแถมยัง
Magbasa pa
9
“ไข่ หมู” คำตอบสั้น ๆ คือไข่เจียวหมูสับนั่นเอง เขาให้น้องขี่คอพาออกมานั่งดูทีวีกับพายุและเจ้ามูมู่ ก่อนจะเข้าครัวไปทำไข่เจียวหมูสับ ผัดพริกหมู และต้มจืดอีกหนึ่งอย่าง เขาชอบทำอาหารและศึกษาเรื่องการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ด้วยว่าเข้าครัวช่วยมารดาทำอาหารมาตลอด จึงสามารถทำอาหารได้แทบทุกชนิด“หิวจังเลยเฮีย” พายุน้ำลายสอเมื่อได้กลิ่นอาหาร“พอได้กลิ่นอาหาร วิ่งกระดิกหางเป็นหมามาเลยนะไอ้พัน”“เฮียนี่โคตรเก่ง”“เก่งอะไรของแกวะ”“ทำกับข้าวก็เก่ง แถมยังช่วยงานในไร่ไม่แพ้พวกผู้ใหญ่ด้วย ได้ยินลุงอัคชมเฮียไม่ขาดปาก”“ชมตอนไหนวะ ไม่เห็นรู้เรื่อง” ต่อหน้าเขา บิดาน่ะไม่เคยชมเลย หรือจะเป็นอย่างที่มารดาบอกว่าไม่อยากชมให้เหลิง แต่พอออกนอกบ้านละขี้โม้สุด ๆ ว่ามีลูกชายเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้“หิวแล้วเฮีย” พายุไม่ตอบแต่บอกว่าหิวข้าวแทน“ยกออกไปกินกันข้างนอก หนูมิก็คงหิวแล้ว” พายุไม่รีรอรีบยกกับข้าวกับปลาออกไปนั่งรับประทานหน้าทีวี ในขณะที่มิรินกำลังเล่นอยู่กับเจ้ามูมู่ มันเกลือกกลิ้งให้น้องดึงขนเล่นตามประสา มิรินดึงหูมันบ้าง ดึงหน้ามันเล่นบ้าง เจ้ามูมู่ก็เลียมือเลียหน้าน้อง ก่อนที่มิรินจะหัวเราะคิกคักอย่างมีค
Magbasa pa
10
เจ้ามูมู่กินอาหารจากชามจนหมดเกลี้ยง อัสนีนำจานไปล้างจนสะอาดแล้วใช้ให้มันคาบจานอาหารไปเก็บเอาไว้ที่เดิม ทุกคนที่นี่รู้ดีว่าอัสนีพาเจ้ามูมู่มาที่บ้านของทรงสิทธิ์กับมัสลินทุกวัน จึงพาจานอาหารส่วนตัวสำรองมาไว้ให้อีกหนึ่งอันมิรินติดพี่ชายข้างบ้านเป็นอันมาก ไปไหนมาไหนก็ต้องเจอว่ามิรินอยู่กับอัสนีแทบจะตลอดเวลา โดยมีเจ้ามูมู่วิ่งตามอยู่ไม่ห่าง ท่าประจำของมิรินคือการขี่คออัสนีแล้วหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข“หนูมินี่เป็นเด็กอารมณ์ดีจริง ๆ ยิ่งถ้าได้ขี่คอนายนี่ยิ่งอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่” โยธินมองเด็กน้อยแล้วอมยิ้มให้อีกฝ่าย ในขณะที่มิรินขี่คออัสนีและกอดคอของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างมีความสุข“โห... เฮีย นี่ม้าตัวใหม่ของเฮียเหรอ อย่างแจ่ม” พายุที่เดินมาสมทบร้องขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางตื่นเต้นเมื่อเห็นม้าพันธุ์ดีตัวใหม่ของอัสนี“ชื่อเจ้ามังกร” อัสนีตอบยิ้ม ๆ เดินไปลูบม้าตัวโปรดที่เพิ่งได้มาใหม่อย่างรักใคร่ ครอบครัวของเขาทำฟาร์มม้าเป็นหลัก ด้วยว่าบิดานั้นหัดให้เขาได้เรียนรู้และขี่ม้าเป็นตั้งแต่เด็ก ๆ“อยากขี่จังเฮีย”“ขี่ได้แต่ระวังมันจะไม่ให้ขี่” อัสนีพูดปนขำเพราะว่าเจ้ามังกรพยศเหลือเกิน“โหย... ม้าของเฮียพยศห
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status