แชร์

2

ผู้เขียน: Cassian Morrow
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09 22:48:56

คิวหยิบซองพลาสติกใสปิดสนิท ที่ด้านในมีกระดาษเล็กๆ เท่าฝ่ามืออยู่หนึ่งแผ่น รอยฉีกเหมือนเด็กเอาแต่ใจที่เพิ่งเริ่มหัดเขียน พอตัวเองเขียนไม่สวยก็ฉีกทิ้งแล้วเขียนใหม่ ตัวหนังสือบนกระดาษนั้นก็เช่นกัน ไม่ต่างจากลายมือเด็ก ลงแรงกดปากกาจนแทบทะลุกระดาษ ขนาดตัวอักษรเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ล้นบรรทัด เส้นขาดๆ หายๆ จนยูพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่เขาก็รับซองพลาสติกที่มีหลักฐานอยู่ในนั้นมาถือไว้ในมือของเขาอยู่ดี เขาลองยกแผ่นกระดาษขึ้นส่องผ่านแสงไฟ เพ่งมองมันใกล้ๆ เผื่อเจออะไรสักอย่างที่พอจะมีประโยชน์ พลางทำมือเหมือนลองเขียนตามคำในกระดาษลงไปในอากาศด้วยมือข้างหนึ่ง

"เป็นยังไงบ้างครับคุณยู?" คิวเดินเข้ามาใกล้ๆ เพราะเห็นยูเอาแต่ยืนนิ่งพร้อมกระดาษแผ่นนี้ในมืออยู่นานสองนาน กับมือข้างหนึ่งที่ยังวาดตวัดนิ้วไปมาในอากาศ

"อ่อ! แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ" ยูลืมตาพร้อมกับหันมายิ้มให้คิว

"เอ๊ะ! ผมน่ะเหรอ? คงเพราะคนเขียนตัวหนังสือไม่สวยละมั้งครับ หรือไม่แน่มือเขาอาจจะมีปัญหาอยู่ก็ได้ อย่างเช่นอาจจะพิการ ไม่ก็ใช้มันได้ไม่ถนัด แล้วคุณยูคิดว่ายังไงล่ะ"

"ฉันคิดว่า...เขาเป็นคนน่าสนใจทีเดียว ถ้าไม่ติดที่เขาเป็นฆาตกร" ยูรีบพูดแก้  "แต่การสันนิษฐานนายก็มีเหตุผล คนร้ายคงฉลาดพอที่จะไม่ทิ้งหลักฐานให้เราตามตัวได้ และยังกล้าประกาศตัวท้าทายเราด้วยการทิ้งจดหมาย ว่าเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีเหยื่อเป็นถ้วยรางวัลการันตี คงเหมือนการทดลองฆ่า และชี้นำให้การสืบสวนสรุปไปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย และมันก็ได้ผลซะด้วย เพราะไม่มีใครสงสัย และยังสรุปคดีเป็นการฆ่าตัวตายอย่างที่มันต้องการด้วย" คิวได้แต่ยืนนิ่งคิ้วขมวดเหมือนพยายามคิดตามข้อสันนิษฐานของยู ก่อนที่ยูจะพูดต่อ "ฉันกล้าพนันได้เลยว่าคดีนี้เราก็อาจจะไม่พบหลักฐานที่จะเชื่อมโยงหรือตามไปถึงตัวมันได้ ถ้าจะมีก็แต่..." คิวนิ่งรอคำตอบ "เขาตั้งใจจะให้เราพบมัน เพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง และฉันก็ยังเชื่ออีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ลายมือจริงๆ ของมัน หรือถ้าคิดง่ายๆ เขาอาจจะใช้มือข้างที่ไม่ถนัดเขียนมันอย่างที่นายบอกนั่นแหละ"

"หมายถึงข้อความบนกระดาษแผ่นนี้งั้นเหรอครับ?"

"ใช่ จากที่ดูคร่าวๆ ไม่น่าจะมีแม้แต่รอยนิ้วมือให้เราตามต่อ หรือเขาอาจจะสวมถุงมืออยู่ตลอดเหมือนเราตอนนี้ก็ได้ และคนที่รอบคอบเจ้าวางแผนขนาดนี้ไม่น่าจะเขียนตัวหนังสือเลยเส้นบรรทัดได้ เพราะถ้าเขียนออกมาแบบนั้นจริงๆ เวลาตัวเองเห็นคงรู้สึกหงุดหงิดน่าดู"

"เหมือนที่คุณยูหงุดหงิดตอนเห็นกระดาษแผ่นนี้ในตอนแรกนั่นเหรอครับ" คิวหัวเราะอย่างพอใจเสียงดัง

"ใช่! เห็นแล้วมันอยากฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่ก็เผาไฟทิ้งซะจริงๆ" ยูทำเสียงสูดลมหายใจเข้าผ่านไรฟัน "และที่ฉันมั่นใจว่ามันอาจจงใจใช้มือข้างไม่ถนัด เพราะมีบางตัวอักษรที่จะเห็นรอยเลอะของหมึกปากกาอยู่นิดหน่อย ซึ่งฉันสันนิษฐานว่าคนร้ายเป็นคนถนัดขวา และใช้ข้างที่ไม่ถนัดอย่างมือซ้ายเขียนจนทำให้เห็นเป็นรอยเลอะของหมึก และไม่ได้ฝึกใช้งานมือซ้ายเลยลงน้ำหนักตอนเขียนมากไปจนกระดาษบางจุดทะลุ" ยูยื่นกระดาษพร้อมชี้จุดที่มีรอยเลอะอยู่เล็กน้อยให้คิวดู

"อือ...แล้วเราจะทำยังไงต่อล่ะครับ" คิวพ่นลมหายใจออกมาด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย

"มันต้องมีสักอย่างในห้องนี้ที่คนร้ายตั้งใจทำมันขึ้นมาให้เราหาความเชื่อมโยงกับคดีอื่นได้แน่" ยูพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และมีรอยยิ้มที่มุมปาก

"ทำไมคุณยูถึงคิดว่าอย่างนั้นล่ะครับ ก่อนหน้านี้คุณยังบอกว่าเราอาจไม่ได้หลักฐานจากที่ห้องนี้เลยไม่ใช่เหรอครับ?" คิวเอียงคอรอฟังคำตอบด้วยความสงสัย และใบหน้าที่บูดบึ้ง

"ก็มันอุตส่าห์ประกาศตัวว่าตัวเองเป็นฆาตกรต่อเนื่องไปแล้ว ถ้าไม่ทิ้งอะไรสักอย่างให้เราเชื่อมโยงกับเยื่อรายอื่นได้ มันก็เสียแรงเปล่าน่ะสิ"

"ก็จริงนะ มันต้องมีอะไรสักอย่างในห้องนี้แหละ" ใบหน้าของคิวดูจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง

"นายถ่ายสภาพห้องไว้ทุกซอกทุกมุมให้ละเอียดเลยนะ เราจะได้ตรวจดูอีกรอบ เดี๋ยวฉันขอตัวออกไปโทรศัพท์สักหน่อย" ยูไม่ได้รอการตอบรับใดจากคิวเดินออกมาหน้าห้องที่เกิดเหตุ ยืนพิงระเบียงทางเดินหน้าห้องมองออกไปหน้าตึก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้ายาวๆ แม้ตึกนี้จะมีอยู่ถึงห้าชั้น แต่รอบๆ นี้ก็ยังรายล้อมไปด้วยตึกที่สูงกว่ามากอยู่ดี จนแทบไม่มีแสงแดดส่องทะลุลงมาถึงตึกนี้ได้เลย ยกเว้นช่วงใกล้เที่ยงหรือหลังเที่ยงเล็กน้อยเท่านั้น "อยู่ในที่ไม่เห็นโลกภายนอก มองไปทางไหนก็มีแต่ตึก ไม่ต่างกับอยู่ในตู้ปลาเลย น่าหดหู่ชะมัด" ยูพึมพำกับตัวเองก่อนหยิบมือถือเลื่อนหารายชื่อผู้ติดต่อที่จะโทรออก แต่เขาก็ต้องชะงักไปชั่วครู่ "ปลาอย่างนั้นเหรอ..." ยูปิดหน้าจอมือถือใส่ลงในกระเป๋ากางเกงตามเดิม ก่อนจะสาวเท้ากลับเข้าไปในห้องของผู้ตายอีกครั้ง

"เฮ้! คิว ฉันขอดูกระดาษนั่นอีกทีสิ" คิวมองมาด้วยสีหน้าตกใจพร้อมกับยื่นซองพลาสติก ที่ด้านในมีกระดาษแผ่นนั้นอยู่มาให้ยู "นายตั้งใจฟังนะ" ยูเริ่มอ่านข้อความในกระดาษ

"จิ้งจอกตัวที่ห้า จะทำยังไงกับมันดีนะ 

จะเอาเชือกรัดคอ ห้อยไว้ดูเล่น

เฉือนเนื้อลึกเข้าไปจนเห็นกระดูก แล้วปล่อยให้ของเหลวสีแดง

ไหลท่วมพื้นขาวๆ ก็สวยดี ชักเริ่มชอบแบบนี้แล้วสิ

หรือจะจับมันมารมควันหอมๆ เหมือนเบคอนก็ไม่เลว

แต่โยนลงพื้นให้ แตกกระจาย ตอนมองลงไปก็สวยดี"

"นายอ่านจดหมายนี้แล้วนายนึกอะไรออกไหม?" คิวนิ่งเงียบ "นายเห็นโมเดลที่วางอยู่บนโต๊ะนั่นไหม?" ยูเดินไปหยิบโมเดลจิ้งจอกสีน้ำเงินตัวอ้วน ดวงตากลมโตน่ารัก สวมแว่น นั่งอ่านหนังสือ ขึ้นมาให้คิวดู "นายมองดูรอบๆ ห้องนี่สิ ผู้ตายจัดห้องเป็นโทนสีเข้ม ไม่มีตุ๊กตาน่ารักๆ หรือของใช้ของตกแต่งสีสดใสเลย แต่กลับมีโมเดลสุนัขจิ้งจอกน่ารักแบบนี้อยู่ มันจะไม่ดูแปลกไปหน่อยเหรอ แล้วประโยคแรกที่ฆาตกรแทนเหยื่อเป็นจิ้งจอก นอกจากจะมีความหมายแฝง คนร้ายอาจจะตั้งใจทิ้งเศษขนมปังให้เราตามต่อแบบตรงๆ เลยก็ได้"

คิวยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งพลางหมุนดูรอบๆ ตัวโมเดลจิ้งจอกสีน้ำเงิน "อือ...ก็เป็นไปได้นะครับ แต่จะว่าไป ผมก็เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ"

"อาจจะเป็นของสะสมที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ก็ได้" ยูหัวเราะขึ้นมาจนคิวทำหน้าสงสัย "พอพูดเรื่องสินค้าตามกระแสหรืออะไรที่เขาชอบพูดถึงกันในสื่อโซเชียล ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองแก่น่ะสิ ที่ไม่ได้ติดตามเรื่องอะไรพวกนี้เลย"

"คุณยูเพิ่งอายุ สามสิบห้า เองนะครับ ไม่แก่หรอก ผมอายุน้อยกว่าคุณยูสามปียังตามเรื่องพวกนี้ไม่ทันเลย มันเยอะจนไม่รู้จะต้องสนใจเรื่องไหนบ้าง" เขาหัวเราะในลำคอ

"นายลองเอาโมเดลนี้กลับไป แล้วก็ลองตรวจหารอยนิ้วมือและเปรียบเทียบกับคดีอื่นลองดูแล้วกัน ถ้าจะเอาให้แคบลงมาหน่อยก็เริ่มจากคดีฆ่าตัวตายในเมืองนี้ช่วงปีถึงสองปีนี้ดูก่อนแล้วกัน แต่ถ้าตามสัญชาตญาณของฉันน่าจะช่วงหนึ่งปีนี้แหละ แล้วเราอาจจะหามันเจอก็ได้...สิ่งที่ฆาตกรอยากบอก" ยูมองลึกเข้าไปในความมืดสลัวของห้องน้ำที่เกิดเหตุ ที่ตอนนี้ปิดไฟอยู่ "ได้แจ้งทางครอบครัวผู้ตายเกี่ยวกับคดีนี้หรือยัง?" 

"เราแจ้งไปตั้งแต่ตอนพบว่าเธอเสียชีวิต แต่เรื่องที่เราสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องยังไม่ได้บอกครับ ซึ่งทางครอบครัวผู้ตายไม่ได้ติดใจอะไร เพราะผู้ตายเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ"

"แต่ครั้งนี้สำเร็จ พวกเขาคงคิดแบบนี้สินะ" น้ำเสียงของยูแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบ "ยังไงก็ให้หมอชันสูตรสารพิษในร่างกายเผื่อไว้ด้วยล่ะ" น้ำเสียงของยูกลับมาจริงจังอีกครั้ง "แล้วนายขอรายชื่อผู้เช่าในตึกนี้ทุกคนด้วยนะ"

"คุณยูคิดว่าคนร้ายคือคนในอพาร์ตเมนต์นี้อย่างนั้นเหรอครับ?"

"ไม่รู้สิ เรายังไม่มีข้อมูลใหม่ ก็ตัดใครออกไม่ได้ทั้งนั้นแหละ" ยูตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ลึกๆ เขารู้สึกตื่นเต้นเหมือนไม่ได้รู้สึกแบบนี้นานแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   58

    “ไม่ได้เจอคุณยูเป็นเดือนเลยนะครับ” คิวเอ่ยทักก่อนลุกขยับโต๊ะเล็กน้อย ในบาร์แจ๊ซที่กลายเป็นร้านประจำของพวกเขาเวลานัดเจอกัน หลังจากคดี ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน ปิดลง ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้แต่โทรหาหรือส่งข้อความเองก็ตาม“ฉันก็เพิ่งว่างวันนี้แหละ มีงานเอกสารให้ทำเยอะเลย” ยูกระดกเครื่องดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ราวกับน้ำเปล่า“ยังไม่ได้กลับมาทำคดีอีกเหรอครับ?” คิวเทเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วของยูจนครึ่งแก้ว“เขายังไม่อนุญาตให้ฉันทำคดีเลย ตั้งแต่ขัดคำสั่งไปช่วยนายเรื่องคดีนั่นแหละ” ยูดื่มจนหมดแก้วอีกครั้ง“คุณยูสั่งน้ำเปล่าแทนไหมครับ?” ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกัน “ว่าแต่…ทำไมเขาถึงรู้เรื่องที่คุณยูช่วยผมทำคดีล่ะครับ”“ไม่รู้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่ได้ใส่ใจด้วย ถือว่าได้พักผ่อนแล้วกัน อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่มีคดีน่าสนใจด้วย ฉันไม่เก็บเอามาคิดหรอก” ยูหยุดเทเหล้าให้ตัวเอง “ว่าแต่…นายได้ข่าวผู้กองเนทบ้างไหม?”“ไม่เลยครับ แต่ผมเพิ่งรู้มาอย่างหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่านะครับ แต่เหตุผลที่เขาสั่งให้เราหยุดทำคดี เพราะคนร้ายคือผู้กองเนท มีข่าวว่าเหยื่อคนนั้นรอด และเป็นคนชี้ตัวว

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   57

    เสียงโลหะเสียดสีกับกระจกดังก้องอยู่ในห้องอันดำมืด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้ง ผสมกับกลิ่นเหล็กอ่อนๆ ที่ฉันคุ้นเคยดี แสงนีออนส่องกระทบกับพื้นผิวสเตนเลสของเครื่องมือที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ความสมบูรณ์แบบของทุกอย่างทำให้ชายในชุดหมีสีขาวสำหรับป้องกันเชื้อโรคทางการแพทย์แสยะยิ้มอย่างพอใจ "รู้สึกอะไรไหม?" เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดูร่างที่ถูกตรึงอยู่บนโต๊ะชันสูตร พันธนาการแน่นหนาจนแม้แต่กล้ามเนื้อก็แทบจะกระตุกไม่ได้ ดวงตาของเขาสั่นไหว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง ชายในชุดหมียิ้ม ยาของเขาได้ผลอย่างที่คิด อัมพาตโดยสมบูรณ์ แต่ความเจ็บปวด? ยังอยู่ครบทุกส่วน เขาเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเหยื่อ ลูบไล้เบาๆ ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปตามขอบเปลือกตาที่ถูกกรีดออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำที่ไม่มีทางปิดลงได้อีกต่อไป "อย่ากลัวเลย" เขากระซิบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่เย็นยะเยือก "ฉันแค่อยากให้แกเห็นตัวเองชัดๆ" เขาเหลือบมองกระจกเหนือเตียง นั่นคือสิ่งที่ฉันออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้แกได้เห็นตัวเอง ในทุกวินาที ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกร่องร

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   56

    “ผมเสียใจกับเรื่องภรรยา และลูกสาวของคุณด้วยนะครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ ถ้ามีใครทำอะไรกับครอบครัว หรือคนที่ผมรัก ผมเอง…ก็คงทำทุกอย่าง เพื่อให้มันได้ชดใช้อย่างที่มันควรได้รับ”ยูนั่งอยู่ข้างเตียงห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชน ภายในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจจากร่างบนเตียงที่นอนแน่นิ่ง แสงไฟบนเพดานส่องกระทบผ้าปูสีขาวสะอาดตา หน้าต่างปิดสนิท แต่ลมจากเครื่องปรับอากาศยังพัดผ่านเบาๆ ทำให้ผ้าม่านสีขาววูบไหวไปมา เสียงของเหลวจากขวดเหนือหัวเตียงดังเป็นจังหวะ ติ๊ก… ติ๊ก…เมื่อมันหยดลงจากขวด เครื่องวัดสัญญาณชีพที่ยังมีจังหวะสม่ำเสมอ หมอแจ้งว่า คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ได้สติ คงเพราะเสียเลือดมาก เลยต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่“ผมไม่ได้มาในฐานะนักสืบ หรือทีมสืบสวน เพราะหน้าที่นั้นของผมมันจบลงแล้ว ผมมาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง…ผมคิดว่านะ” ยูพูดเสียงเรียบ ก่อนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง“ผมดูวิดีโอเหตุการณ์ในวันนั้นเกือบยี่สิบรอบได้ นึกไม่ออกเลยว่าตลอดห้าปีมานี้ คุณดูซ้ำไปซ้ำมากี่ร้อยกี่พันครั้ง และผมก็คง…ไม่กล้าพอที่จะทำได้แบบคุณ”ร่างบนเตียงยังคงนอนนิ่ง ราวกับจมลึกลงไปในห้วงความฝัน ยูสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   55

    คิวกวาดสายตาไปรอบห้อง แฟลชมือถือส่องกระทบตุ๊กตาตัวเล็กที่นั่งเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ติดผนัง ตุ๊กตาทุกตัวสะอาดราวกับไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน ดวงตาวาวของพวกมันสะท้อนแสงไฟจากมือถือไหววูบวาบราวกับกำลังจ้องกลับมาหาคิว เขาขยับตัวถอยหลังออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว“ผมเริ่มไม่ค่อยชอบตุ๊กตาพวกนี้แล้วสิ” คิวฝืนกลืนน้ำลายลงคอ มือที่ถือสมาร์ตโฟนแน่น เริ่มมีเหงื่อชื้นขึ้นมา และยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เขาสะดุ้ง! เพราะเสียงมือถือดังขึ้น มันเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าสายถูกตัดไป พอเขาดูหน้าจอของมือถือตัวเอง ก็พบว่าสัญญาณไม่มี “คงเพราะไฟดับนี่ล่ะมั้ง” เขาตัดสินใจบันทึกเป็นวิดีโอไว้แทน ถ้ามีสัญญาณค่อยส่งให้ยูอีกทีของตกแต่งภายในห้องแตกต่างจากห้องที่ผ่านมา เพราะความสดใสและสีสันของห้องนี้ สามารถมองออกได้ทันที ว่าเจ้าของห้องคงเป็นผู้หญิง และขนาดของเตียงที่ไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้คิวมองว่าเธอน่าจะอายุไม่เกินสิบขวบ และยิ่งเปิดดูด้านในตู้เสื้อผ้าที่จัดเข้าชิดผนังอีกด้าน ยิ่งยืนยันชัดว่าการสันนิษฐานของเขาถูกต้อง เสื้อผ้าในตู้มีคุณภาพดี ส่วนใหญ่ยังมีป้ายราคาแขวนอยู่ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าของอีกห้อง จ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   54

    ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาแรงขึ้น เสียงประตูม้วนเหล็กกระทบกระจกด้านหน้าอาคารเสียงดัง ปัง! ปัง!คล้ายมันกำลังพยายามพังกระจกด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ตำรวจสายตรวจหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝนกลับเข้ามา หลังจากไปสอบถามเพื่อนบ้านเผื่อมีใครจะได้ยินหรือเห็นอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับคดีได้บ้าง ซึ่งคิวก็ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องได้อยู่แล้ว เพราะจากสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดเหตุพังยับเยินจากการต่อสู้ขนาดนี้ แม้เพื่อนบ้านจะอยู่ไกลออกไปห้าร้อยเมตรก็ต้องได้ยิน“ไม่มีใครได้ยินอะไร หรือเห็นอะไรผิดปกติเลยครับ!” ตำรวจหนุ่มรายงานอย่างหนักแน่น ยืนตัวตรงเหมือนพวกตำรวจที่เคร่งระเบียบวินัย แม้ว่าเสื้อผ้าเขาจะเปียกชุ่มไปทั้งตัวคิวกัดริมฝีปากล่างอย่างแรงพร้อมย่นจมูก เพราะรู้สึกไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ที่ใครจะไม่เห็นหรือได้ยินอะไรเลย“ผมว่า…อาจเพราะเสียงฝนหรือเปล่าครับ เลยไม่มีใครสนใจเท่าไหร่” ตำรวจสายตรวจหนุ่มออกความเห็น ซึ่งคิวก็ไม่ได้แย้งอะไร แม้เขาจะมั่นใจว่าเสียงฝนไม่ได้ดังมากพอจะกลบเสียงความวุ่นวายขนาดนี้ได้“เอาเถอะ! เอาไว้รอทีมพิสูจน์หลักฐานมาก่อนแล้วกันค่อยว่าอีกที ฝนตกแบบนี้อาจจะช้าหน่อย ยังไงผมฝากคุณรออยู่ตรงนี้แล้วกัน ผมข

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   53

    เมื่อคิวได้ฟังข้อสันนิษฐานจากยู ในช่วงบ่ายของวันที่สิบห้า คือวันที่พวกเขายังเชื่อว่าการฆาตกรรมต่อเนื่องยังไม่จบ และอาจจะยังมีใครที่เป็นเป้าหมายอยู่อีกก็ได้ คิวรีบขับรถซีวิคสีดำเก่าๆ ของเขาฝ่าสายฝน ที่ปกคลุมด้วยความมืดทั่วท้องฟ้าไม่ต่างจากเวลากลางคืน จนเขาต้องเปิดไฟหน้ารถส่องสว่าง และลดความเร็วลงเหลือเพียงหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนคิวเองก็ยังวุ่นอยู่กับที่เกิดเหตุไฟไหม้ แม้ว่ายูจะโทรมาพูดถึงข้อสันนิษฐานที่ได้จากมือถือของเหยื่อตั้งแต่ตีห้า และเขาเองก็ยังอยากตามคดีนี้ให้ถึงที่สุดก็ตาม แต่ถ้าขัดคำสั่งหัวหน้าคนใหม่ แล้วเข้าไปยุ่งกับคดีนี้อีก แม้แต่อำนาจที่มีของพ่อเขาเอง ก็คงจะช่วยรักษาอาชีพเขาอีกครั้งไม่ได้เสียงไซเรนดังแหวกอากาศแซงรถของคิวที่ขะลอความเร็วพร้อมกับชิดไหล่ทาง ไปด้วยความเร่งรีบ จนกระทั่งสองนาทีต่อมา คิวก็ตามรถตำรวจคันนั้นทัน แต่เมื่อคิวจอดรถริมถนนต่อท้ายรถตำรวจที่แซงเขาเมื่อครู่ คิวก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะสถานที่ที่ตำรวจและรถพยาบาลจอดอยู่ คือสถานที่เดียวกันกับปลายทางที่เขาจะมา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกวะ!” คิวสบถ ก่อนรีบเปิดประตูรถสาวเท้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status