แชร์

3

ผู้เขียน: Cassian Morrow
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-09 22:49:06

"อื้อ...ว่าไง" ปลายสายกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เหมือนคนที่โดนปลุกให้ลุกจากที่นอน

"ไม่ดีใจที่น้องโทรหาเหรอครับคุณพี่ชาย" ยูพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"มีเรื่องอะไรก็ว่ามา" ปลายสายยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนเช่นทุกครั้งที่ยูโทรไป

"เฮ่อ...ก็ได้ๆ" ยูได้แต่พ่นลมหายใจออกมาพร้อมเสียงคำรามในลำคอ "คือ...ผมเจอคดีที่น่าสนใจมากๆ  มาน่ะ มันทำให้อดไม่ไหวจะต้องเล่าให้พี่ฟังตอนนี้เลย" ยูพูดรัวๆ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเด็กอยากอวดของเล่นใหม่ "พอพี่ได้ฟังก็ต้องคิดว่ามันน่าสนใจเหมือนผมแน่ๆ"

"เดี๋ยว!" ปลายสายมีน้ำเสียงเข้มขึ้น "แล้วแกจะเอาเรื่องคดีของตำรวจมาเล่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างฉันฟังทำไม" น้ำเสียงของคนที่อยู่ปลายสายเริ่มจริงจังมากขึ้น

"พี่ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปซะหน่อย" ยูรีบแย้งพร้อมทำเสียงอ้อนเหมือนเด็ก "พี่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผมนะ อย่าลืมสิ" ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่าย ยูก็รีบพูดต่อโดยไม่ให้มีช่องว่างที่คนในสายพูดแทรก "เอาน่าๆ ลองฟังเรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังสักหน่อยแล้วกัน แล้วพี่ค่อยบ่นผมทีเดียวก็ได้ ก่อนปลายสายจะเงียบไป ได้ยินแค่เสียงถอนหายใจ "งั้นผมจะเริ่มล่ะนะ" ยูเล่าเหตุการณ์ในคดีให้ฟังตั้งแต่ต้นอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เหมือนบรรยายฉากหนึ่งของตัวละครในซีรีส์อาชญากรรม ที่เริ่มตั้งแต่ตัวเอกเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ลักษณะของอพาร์ตเมนต์ตั้งแต่ประตูทางเข้าด้านหน้า จุดติดตั้งกล้องวงจรปิด ห้องพักผู้ดูแล จำนวนผู้อาศัยไปจนกระทั่งอาชีพ ลักษณะห้องที่เกิดเหตุตั้งแต่หน้าประตู การจัดวางสิ่งของทุกชิ้น สีของชุดเครื่องนอนและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง รวมไปถึงกลิ่นที่สัมผัสได้ ไม่ต่างจากการพาคนที่อยู่ปลายสายมาอยู่ในที่เกิดเหตุและสำรวจด้วยตัวเอง ในขณะที่อีกฝ่ายไม่มีเสียงตอบรับหรือโต้แย้งอะไร แต่ยูก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งใจฟังเรื่องที่เขาเล่าอยู่

"อือ...ก็น่าสนใจดีนะ" ปลายสายยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังฟังเรื่องที่ยูเล่าให้ฟังจบ

"ใช่ไหมๆ" ยูรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่เปลี่ยน "แต่มันก็ยังมีปริศนาอีกหลายอย่างที่ผมยังนึกไม่ออกว่าคนร้ายจะใช้วิธีไหน"

"แกหมายถึงห้องที่เกิดเหตุ ที่คนร้ายใช้วิธีไหนออกมาจากห้องน่ะเหรอ?" อีกฝ่ายพูดขึ้น

"ก็ประมาณนั้นแหละ"

"ค่อยๆ ดูตามหลักฐานไปก่อน เดี๋ยวแกก็คิดได้เองแหละ แกก็หาคำตอบได้ทุกครั้งไม่ใช่เหรอ" เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงอีกฝ่ายฟังดูไม่ไร้ความรู้สึกเหมือนที่ผ่านมา "ว่าแต่...แกยังอยู่ในที่เกิดเหตุหรือเปล่า?"

"ใช่! ทำไมเหรอ?"

"ยังไงก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน ถ้าเป็นคดีที่ทำให้แกโทรมาหาฉันทั้งที่ยังอยู่ในที่เกิดเหตุแบบนี้ แสดงว่าคนร้ายของแกก็อาจจะสนใจคนที่ไล่ตามมันอยู่ก็ได้ แถมมันยังเป็นคนรอบคอบวางแผนอย่างดีด้วยแล้ว…" ทุกอย่างเงียบลงไปครู่หนึ่ง "บางที...มันอาจจะยืนดูผลงานของตัวเองอยู่ไม่ไกลจากที่นั่นก็ได้"

"ก็จริงนะ" ยูตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบ "แต่ไม่เป็นไรหรอก มีพี่คอยช่วยไขคดีแบบนี้ แปบเดียวก็จับคนร้ายได้แล้วล่ะ" ยูหัวเราะออกมาเบาๆ

"นี่แกคิดว่าฉันเป็นลูกน้องแกหรือไง จะได้ใช้ฉันทำงานให้แก"

"ใครจะกล้าใช้พี่ล่ะ ผมแค่เล่าให้ฟัง แต่เท่าที่ผมฟังน้ำเสียงพี่แล้ว ผมก็มั่นใจแล้วแหละ ว่ายังไงพี่ก็ต้องช่วยอยู่แล้ว"

"อะไรทำให้แกมั่นใจขนาดนั้น ว่าฉันจะช่วยแก"

"เพราะพี่เป็นห่วงผมยังไงล่ะ" ยูหัวเราะออกมาเต็มเสียง แต่อีกฝ่ายไม่มีเสียงตอบอะไรกลับมา "พี่ก็ยังเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมเข้าใจ"

"ว่าแต่...ตอนนี้พวกแกหาความเชื่อมโยงกับคดีก่อนหน้าที่คนร้ายพูดถึงได้หรือยังล่ะ?" 

"ยังหรอก แต่ผมบอกตำรวจที่เป็นเจ้าของคดีไปแล้วว่าให้ลองค้นประวัติคดีฆ่าตัวตายในช่วงหนึ่งถึงสองปีนี้ดู แต่ลางสังหรณ์ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะเริ่มก่อเหตุระหว่างหนึ่งปีนี้แหละ"

"อืม...ก็เป็นไปได้ แต่ฉันว่าแกให้เขาลองหา…"

"หาอะไรครับ?" ยูพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"หาคดีฆ่าตัวตายแบบที่คนร้ายเขียนทิ้งไว้ให้พวกแกยังไงล่ะ ไม่แน่...ที่เขาเขียนไว้ในกระดาษแผ่นนั้นอาจจะเป็นวิธีฆาตกรรมที่มันใช้กับเหยื่อก่อนหน้าไปแล้ว เผื่อจะหาความเชื่อมโยงได้เร็วขึ้นก็ได้"

"ว้าว! สมแล้วที่เป็นพี่ ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย" ยูหัวเราะอย่างพอใจ และยังไม่ทันที่ยูจะได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง

"คุณยู! เราเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงจากตำรวจหนุ่มเดินออกมาจากห้องที่เกิดเหตุ พร้อมกล่องหลักฐาน "งั้นผมลงไปรอด้านล่างนะครับ" พอคิวเห็นว่ายูคุยโทรศัพท์อยู่ก็ทำท่าทางขอโทษอย่างอายๆ ก่อนเดินลงบันไดไป

"เสียงคู่หูคนใหม่ของแกสินะ" คนในสายถาม

"ใช่ๆ ไว้ว่างๆ จะพาไปให้รู้จัก"

"ใครอยากรู้จักตำรวจอย่างพวกแกกันล่ะ"

"เดี๋ยวนะ! เคยบอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่ตำรวจ" ยูขึ้นเสียง

"ก็พวกเดียวกันนั่นแหละ"

"พี่ยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกเหรอ?" ยูถามพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก

"ฉันไม่มีทางลืมหรอก จำไปจนตาย"

"ได้ๆ ไม่ลืมก็ไม่ลืม แต่ผมว่าตำรวจคนนี้ดูคบได้นะ ถ้าพี่ได้รู้จักเขาอาจเกลียดไม่ลงก็ได้" ยูพูดไปหัวเราะไป "ว่าแต่หาอะไรอร่อยๆ กินบ้างนะพี่ อย่ากินแต่อาหารแช่แข็ง แล้วก็ออกมาเจอผู้คนข้างนอกบ้าง จำได้หรือเปล่าว่าออกจากห้องครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่"

"พอๆ" ปลายสายรีบพูดแทรก "แกอย่าพูดเหมือนแม่นะ"

"มันก็จริงใช่ไหมล่ะ" ยูหัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   58

    “ไม่ได้เจอคุณยูเป็นเดือนเลยนะครับ” คิวเอ่ยทักก่อนลุกขยับโต๊ะเล็กน้อย ในบาร์แจ๊ซที่กลายเป็นร้านประจำของพวกเขาเวลานัดเจอกัน หลังจากคดี ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน ปิดลง ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้แต่โทรหาหรือส่งข้อความเองก็ตาม“ฉันก็เพิ่งว่างวันนี้แหละ มีงานเอกสารให้ทำเยอะเลย” ยูกระดกเครื่องดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ราวกับน้ำเปล่า“ยังไม่ได้กลับมาทำคดีอีกเหรอครับ?” คิวเทเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วของยูจนครึ่งแก้ว“เขายังไม่อนุญาตให้ฉันทำคดีเลย ตั้งแต่ขัดคำสั่งไปช่วยนายเรื่องคดีนั่นแหละ” ยูดื่มจนหมดแก้วอีกครั้ง“คุณยูสั่งน้ำเปล่าแทนไหมครับ?” ทั้งสองคนหัวเราะพร้อมกัน “ว่าแต่…ทำไมเขาถึงรู้เรื่องที่คุณยูช่วยผมทำคดีล่ะครับ”“ไม่รู้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่ได้ใส่ใจด้วย ถือว่าได้พักผ่อนแล้วกัน อีกอย่างช่วงนี้ก็ไม่มีคดีน่าสนใจด้วย ฉันไม่เก็บเอามาคิดหรอก” ยูหยุดเทเหล้าให้ตัวเอง “ว่าแต่…นายได้ข่าวผู้กองเนทบ้างไหม?”“ไม่เลยครับ แต่ผมเพิ่งรู้มาอย่างหนึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่านะครับ แต่เหตุผลที่เขาสั่งให้เราหยุดทำคดี เพราะคนร้ายคือผู้กองเนท มีข่าวว่าเหยื่อคนนั้นรอด และเป็นคนชี้ตัวว

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   57

    เสียงโลหะเสียดสีกับกระจกดังก้องอยู่ในห้องอันดำมืด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้ง ผสมกับกลิ่นเหล็กอ่อนๆ ที่ฉันคุ้นเคยดี แสงนีออนส่องกระทบกับพื้นผิวสเตนเลสของเครื่องมือที่จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ความสมบูรณ์แบบของทุกอย่างทำให้ชายในชุดหมีสีขาวสำหรับป้องกันเชื้อโรคทางการแพทย์แสยะยิ้มอย่างพอใจ "รู้สึกอะไรไหม?" เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดูร่างที่ถูกตรึงอยู่บนโต๊ะชันสูตร พันธนาการแน่นหนาจนแม้แต่กล้ามเนื้อก็แทบจะกระตุกไม่ได้ ดวงตาของเขาสั่นไหว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากขยับเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง ชายในชุดหมียิ้ม ยาของเขาได้ผลอย่างที่คิด อัมพาตโดยสมบูรณ์ แต่ความเจ็บปวด? ยังอยู่ครบทุกส่วน เขาเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเหยื่อ ลูบไล้เบาๆ ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปตามขอบเปลือกตาที่ถูกกรีดออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงก่ำที่ไม่มีทางปิดลงได้อีกต่อไป "อย่ากลัวเลย" เขากระซิบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่เย็นยะเยือก "ฉันแค่อยากให้แกเห็นตัวเองชัดๆ" เขาเหลือบมองกระจกเหนือเตียง นั่นคือสิ่งที่ฉันออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้แกได้เห็นตัวเอง ในทุกวินาที ทุกความเปลี่ยนแปลง ทุกร่องร

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   56

    “ผมเสียใจกับเรื่องภรรยา และลูกสาวของคุณด้วยนะครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ ถ้ามีใครทำอะไรกับครอบครัว หรือคนที่ผมรัก ผมเอง…ก็คงทำทุกอย่าง เพื่อให้มันได้ชดใช้อย่างที่มันควรได้รับ”ยูนั่งอยู่ข้างเตียงห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชน ภายในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจจากร่างบนเตียงที่นอนแน่นิ่ง แสงไฟบนเพดานส่องกระทบผ้าปูสีขาวสะอาดตา หน้าต่างปิดสนิท แต่ลมจากเครื่องปรับอากาศยังพัดผ่านเบาๆ ทำให้ผ้าม่านสีขาววูบไหวไปมา เสียงของเหลวจากขวดเหนือหัวเตียงดังเป็นจังหวะ ติ๊ก… ติ๊ก…เมื่อมันหยดลงจากขวด เครื่องวัดสัญญาณชีพที่ยังมีจังหวะสม่ำเสมอ หมอแจ้งว่า คนไข้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ได้สติ คงเพราะเสียเลือดมาก เลยต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่“ผมไม่ได้มาในฐานะนักสืบ หรือทีมสืบสวน เพราะหน้าที่นั้นของผมมันจบลงแล้ว ผมมาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง…ผมคิดว่านะ” ยูพูดเสียงเรียบ ก่อนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง“ผมดูวิดีโอเหตุการณ์ในวันนั้นเกือบยี่สิบรอบได้ นึกไม่ออกเลยว่าตลอดห้าปีมานี้ คุณดูซ้ำไปซ้ำมากี่ร้อยกี่พันครั้ง และผมก็คง…ไม่กล้าพอที่จะทำได้แบบคุณ”ร่างบนเตียงยังคงนอนนิ่ง ราวกับจมลึกลงไปในห้วงความฝัน ยูสูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   55

    คิวกวาดสายตาไปรอบห้อง แฟลชมือถือส่องกระทบตุ๊กตาตัวเล็กที่นั่งเรียงรายอยู่บนชั้นไม้ติดผนัง ตุ๊กตาทุกตัวสะอาดราวกับไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน ดวงตาวาวของพวกมันสะท้อนแสงไฟจากมือถือไหววูบวาบราวกับกำลังจ้องกลับมาหาคิว เขาขยับตัวถอยหลังออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว“ผมเริ่มไม่ค่อยชอบตุ๊กตาพวกนี้แล้วสิ” คิวฝืนกลืนน้ำลายลงคอ มือที่ถือสมาร์ตโฟนแน่น เริ่มมีเหงื่อชื้นขึ้นมา และยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ เขาสะดุ้ง! เพราะเสียงมือถือดังขึ้น มันเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าสายถูกตัดไป พอเขาดูหน้าจอของมือถือตัวเอง ก็พบว่าสัญญาณไม่มี “คงเพราะไฟดับนี่ล่ะมั้ง” เขาตัดสินใจบันทึกเป็นวิดีโอไว้แทน ถ้ามีสัญญาณค่อยส่งให้ยูอีกทีของตกแต่งภายในห้องแตกต่างจากห้องที่ผ่านมา เพราะความสดใสและสีสันของห้องนี้ สามารถมองออกได้ทันที ว่าเจ้าของห้องคงเป็นผู้หญิง และขนาดของเตียงที่ไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้คิวมองว่าเธอน่าจะอายุไม่เกินสิบขวบ และยิ่งเปิดดูด้านในตู้เสื้อผ้าที่จัดเข้าชิดผนังอีกด้าน ยิ่งยืนยันชัดว่าการสันนิษฐานของเขาถูกต้อง เสื้อผ้าในตู้มีคุณภาพดี ส่วนใหญ่ยังมีป้ายราคาแขวนอยู่ ซึ่งราคาค่อนข้างสูงไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าของอีกห้อง จ

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   54

    ฝนเริ่มกระหน่ำลงมาแรงขึ้น เสียงประตูม้วนเหล็กกระทบกระจกด้านหน้าอาคารเสียงดัง ปัง! ปัง!คล้ายมันกำลังพยายามพังกระจกด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ตำรวจสายตรวจหนุ่มวิ่งฝ่าสายฝนกลับเข้ามา หลังจากไปสอบถามเพื่อนบ้านเผื่อมีใครจะได้ยินหรือเห็นอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับคดีได้บ้าง ซึ่งคิวก็ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องได้อยู่แล้ว เพราะจากสภาพแวดล้อมของสถานที่เกิดเหตุพังยับเยินจากการต่อสู้ขนาดนี้ แม้เพื่อนบ้านจะอยู่ไกลออกไปห้าร้อยเมตรก็ต้องได้ยิน“ไม่มีใครได้ยินอะไร หรือเห็นอะไรผิดปกติเลยครับ!” ตำรวจหนุ่มรายงานอย่างหนักแน่น ยืนตัวตรงเหมือนพวกตำรวจที่เคร่งระเบียบวินัย แม้ว่าเสื้อผ้าเขาจะเปียกชุ่มไปทั้งตัวคิวกัดริมฝีปากล่างอย่างแรงพร้อมย่นจมูก เพราะรู้สึกไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ที่ใครจะไม่เห็นหรือได้ยินอะไรเลย“ผมว่า…อาจเพราะเสียงฝนหรือเปล่าครับ เลยไม่มีใครสนใจเท่าไหร่” ตำรวจสายตรวจหนุ่มออกความเห็น ซึ่งคิวก็ไม่ได้แย้งอะไร แม้เขาจะมั่นใจว่าเสียงฝนไม่ได้ดังมากพอจะกลบเสียงความวุ่นวายขนาดนี้ได้“เอาเถอะ! เอาไว้รอทีมพิสูจน์หลักฐานมาก่อนแล้วกันค่อยว่าอีกที ฝนตกแบบนี้อาจจะช้าหน่อย ยังไงผมฝากคุณรออยู่ตรงนี้แล้วกัน ผมข

  • ฆาตกรรมจิ้งจอกน้ำเงิน   53

    เมื่อคิวได้ฟังข้อสันนิษฐานจากยู ในช่วงบ่ายของวันที่สิบห้า คือวันที่พวกเขายังเชื่อว่าการฆาตกรรมต่อเนื่องยังไม่จบ และอาจจะยังมีใครที่เป็นเป้าหมายอยู่อีกก็ได้ คิวรีบขับรถซีวิคสีดำเก่าๆ ของเขาฝ่าสายฝน ที่ปกคลุมด้วยความมืดทั่วท้องฟ้าไม่ต่างจากเวลากลางคืน จนเขาต้องเปิดไฟหน้ารถส่องสว่าง และลดความเร็วลงเหลือเพียงหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนคิวเองก็ยังวุ่นอยู่กับที่เกิดเหตุไฟไหม้ แม้ว่ายูจะโทรมาพูดถึงข้อสันนิษฐานที่ได้จากมือถือของเหยื่อตั้งแต่ตีห้า และเขาเองก็ยังอยากตามคดีนี้ให้ถึงที่สุดก็ตาม แต่ถ้าขัดคำสั่งหัวหน้าคนใหม่ แล้วเข้าไปยุ่งกับคดีนี้อีก แม้แต่อำนาจที่มีของพ่อเขาเอง ก็คงจะช่วยรักษาอาชีพเขาอีกครั้งไม่ได้เสียงไซเรนดังแหวกอากาศแซงรถของคิวที่ขะลอความเร็วพร้อมกับชิดไหล่ทาง ไปด้วยความเร่งรีบ จนกระทั่งสองนาทีต่อมา คิวก็ตามรถตำรวจคันนั้นทัน แต่เมื่อคิวจอดรถริมถนนต่อท้ายรถตำรวจที่แซงเขาเมื่อครู่ คิวก็เริ่มรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก เพราะสถานที่ที่ตำรวจและรถพยาบาลจอดอยู่ คือสถานที่เดียวกันกับปลายทางที่เขาจะมา “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกวะ!” คิวสบถ ก่อนรีบเปิดประตูรถสาวเท้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status