Partager

บทที่ 4

Auteur: ปอเปี๊ยะสตรอว์เบอร์รี
พูดจบ กู้เวินเหยียนก็หมุนตัววิ่งออกจากสนามบินทันที

เสิ่นเจียรุ่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความชืดชา

เป็นไปตามคาด ข้อความที่ปักหมุดบนโพสต์ก็คือข้อความที่ฟางจินเซี่ยโพสต์

เธอไม่ได้พูดอะไรเลย เพียงแค่โพสต์ภาพวาดหนึ่งภาพเท่านั้น

กู้เวินเหยียนทิ้งตัวเองและคำสัญญาของเขาอย่างไม่ลังเล แล้วหันหลังจากไปทันที

“คุณผู้หญิงคะ ถึงเวลาแล้วนะคะ”

เสิ่นเจียรุ่ยสะบัดสติกลับมา ไม่หลงเหลือความอาลัยต่อแผ่นหลังของเขาอีก แล้วเลือกเดินสวนทางกับเขา

หลังจากลงจอดที่ทิเบต เสิ่นเจียรุ่ยก็ได้รับข้อความที่กู้เวินเหยียนส่งมา

“ฉันจะไปช้าสองวัน เธอเที่ยวไปก่อนนะ”

เสิ่นเจียรุ่ยแปลกใจเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาช้า แทนที่จะไม่มาเลย

ดูท่าว่ากู้เวินเหยียนคงร้อนใจอยากตัดความสัมพันธ์กับเธอให้ขาดโดยไม่รอช้า

เสิ่นเจียรุ่ยไม่ได้รอกู้เวินเหยียน แต่หามัคคุเทศก์ในพื้นที่ แล้วเดินทางไปกับกรุ๊ปทัวร์

แรงของเธอสู้คนอื่นไม่ไหว ส่วนใหญ่จึงนอนพักอยู่ในห้องตามลำพัง

ตอนที่กู้เวินเหยียนมาถึง เธอก็เก็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยและตั้งใจจะออกเดินทางกลับแล้ว

“เสิ่นเจียรุ่ย ฉันวางงานตั้งมากมายแล้วรีบตามมาบ้าไปกับเธอ นี่เธอทำแบบนี้เพื่อมาล้อฉันเล่นเหรอ?”

เขาโกรธจนเตะกระเป๋าเดินทางของเสิ่นเจียรุ่ยล้มคว่ำไป

มองเสื้อผ้าที่ถูกเตะกระจัดกระจายออกมา เสิ่นเจียรุ่ยก็ยิ้มขื่นออกมา

“จะมาบอกว่ามาอยู่กับฉันงั้นเหรอ? ฟางจินเซี่ยก็อยู่ห้องข้างๆ ไม่ใช่เหรอ?”

สีหน้าของกู้เวินเหยียนแข็งค้างไปทันที แล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่เหมือนไม่ค่อยมั่นใจนัก

“จินเซี่ยแค่มาวาดภาพเฉย ๆ เธออย่าเอาแต่ต่อต้านเขาเลย!”

นิ้วของเสิ่นเจียรุ่ยหดเข้าหากัน เธอเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่ก้มลงไปเก็บเสื้อผ้าบนพื้นเงียบ ๆ

“ฉันรบกวนพวกคุณเหรอ?”

ฟางจินเซี่ยโผล่มาตรงประตูอย่างกะทันหัน

ความโกรธบนใบหน้าของกู้เวินเหยียนหายวับไปในทันที

และสิ่งที่ตามมาคือความระมัดระวังกับความกระวนกระวายใจ

“ไม่สบายไม่ใช่เหรอ? ทำไมลุกขึ้นมาได้ล่ะ?”

“อั๊ยย๊ะ ฉันก็นอนไม่ขยับอยู่ตลอดไม่ได้หรอกนะ คุณคุยอะไรกับคุณเสินกันน่ะ? ฉันได้ยินเสียงดังหน่อยๆ ก็เลยคิดว่าจะออกมาดูหน่อย”

พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น กู้เวินเหยียนก็เพิ่งหันไปมองเสิ่นเจียรุ่ยที่อยู่ข้างๆ

“ไม่มีอะไรหรอก เธอหิวไหม? เดี๋ยวฉันไปหาอะไรให้เธอกินนะ”

ฟางจินเซี่ยพยักหน้าอย่างเก้อเขิน

กู้เวินเหยียนกำลังจะก้าวออกไป แต่จู่ ๆ ก็หยุดเท้าเอาไว้เฉย ๆ

เขาพูดกับเสิ่นเจียรุ่ยด้วยความหงุดหงิด

“แล้วเธอล่ะ? อยากกินอะไรไหม?”

เสิ่นเจียรุ่ยเก็บเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายเสร็จ เพียงแค่งานออกแรงเล็กน้อยเท่านี้ก็ทำให้เธอเหนื่อยจนเหงื่อท่วมศีรษะแล้ว

เธอได้ยินชัดเจนว่าน้ำเสียงของกู้เวินเหยียนเปลี่ยนไปมา

เธอพูดกับเขาอย่างเฉยเมยว่า “ไม่ต้องหรอก”

พอกู้เวินเหยียนเห็นว่าเธอปฏิเสธ สีหน้าของเขาก็มืดลงทันที

“จะกินไม่กินก็ตามใจเธอเถอะ หิวตายไปเลยก็แล้วกัน หน้าก็เหลืองซีดเหมือนผีอยู่แล้ว!”

ประตูถูกปิดลง เหลือเพียงเสิ่นเจียรุ่ยกับฟางจินเซี่ยอยู่ในห้องเท่านั้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เสิ่นเจียรุ่ยได้เจอกับเธอ

ตระกูลฟางในหนานเฉิงเป็นเพียงเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งรุ่งขึ้นมา ตระกูลกู้จึงมองข้ามและไม่เห็นค่าอยู่แล้ว

ส่วนฟางจินเซี่ยก็มีนิสัยหยิ่งทะนง คิดว่าตระกูลกู้ตาถึงแค่มองคนต่ำต้อยกว่า

ตอนนั้นเธอโกรธจนจากไป หวังจะไปสร้างชื่อเสียงและอนาคตของตัวเองในต่างประเทศ

ตอนนี้กลับประเทศมาทั้งที่ดูหดหู่หมดสภาพ แต่สิ่งแรกที่เธอทำ กลับเป็นการติดต่อรักแรกในอดีตอีกครั้ง

เรื่องนี้สำหรับคนที่เป็นคนนอกอย่างเธอมองยังไง ๆ ก็รู้สึกน่าขันทั้งนั้น

พอกู้เวินเหยียนไม่อยู่ที่นี่ ฟางจินเซี่ยก็ยิ่งไม่คิดจะเสแสร้งแสดงต่อไปอีก

“คุณเสิ่น ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

เธอเตะกระเป๋าเดินทางที่เสิ่นเจียรุ่ยจัดไว้นานจนคว่ำลงด้วยจังหวะเดียว

มองของที่เธออุตส่าห์จัดเรียงอย่างลำบากอยู่ตั้งนานครึ่งวัน ถูกอีกฝ่ายทำลายลงอย่างง่ายดายแบบนี้

ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจของเสิ่นเจียรุ่ยพุ่งขึ้นมาจนถึงลำคอทันที

ทั้งที่รู้ดีว่าฟางจินเซี่ยตั้งใจยั่วยุให้เธอโกรธ

เธอก็ตกหลุมพรางเข้าให้แบบไม่เกรงใจเลย

จากนั้นเธอก็ตบเข้าที่แก้มเนียนใสนั้นหนึ่งฉาดทันที

ตอนที่กู้เวินเหยียนเดินเข้ามา ก็เห็นรอยฝ่ามือติดอยู่บนแก้มของฟางจินเซี่ยกับดวงตาที่แดงฉ่ำน้ำตา

ในมือของเขายังถือชามบะหมี่ที่ตั้งใจเอามาให้เสิ่นเจียรุ่ยกินอยู่ แต่เขาทำมันคว่ำตกพื้นในทันที

เขาไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้น ก้าวพุ่งเข้ามาแล้วเงื้อมือตบลงบนหน้าของเสิ่นเจียรุ่ยอย่างรุนแรง

“เสิ่นเจียรุ่ย เธอพอได้แล้ว!”

ฟางจินเซี่ยสะอื้นเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองกู้เวินเหยียน

“เป็นความผิดของฉันเอง ฉันเผลอทำกระเป๋าของคุณเสิ่นล้ม ฉันรู้ว่าเธอไม่ต้อนรับฉัน งั้นฉันไปเอง!”

เธอรีบวิ่งพรวดออกจากห้องไปทันที

กู้เวินเหยียนไม่พูดอะไรสักคำ รีบจะตามออกไปทันที

เสิ่นเจียรุ่ยเรียกเขาเอาไว้กะทันหัน

“กู้เวินเหยียน!”

“เรื่องที่สาม อยู่ที่นี่ซะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 25

    เห็นเขากลายเป็นแบบนี้ จี้ถันอิ่งดีใจสุด ๆ เลยถ้าไม่ติดว่าถ่ายรูปไม่ได้ล่ะก็ เธอคงจะถ่ายภาพหนึ่งเอาไปเผาส่งให้เสิ่นเจียรุ่ยที่อยู่ใต้ดินดูด้วยแน่ ๆมองไปที่ จี้ถันอิ่ง เขาเลียริมฝีปากที่แห้งแตกของตัวเองเบา ๆ“เชือกแดงล่ะ?”จี้ถันอิ่งไม่ได้พูดถึงเชือกแดงแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ก้มลงหยิบสมุดโน้ตเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเท่านั้นกู้เวินเหยียนจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวบนมือของเธอโดยไม่กะพริบตาเลยแม้แต่นิดเดียวจี้ถันอิ่งยกสมุดบันทึกไปแนบกับผนังกระจก“นี่คืออะไร?” กู้เวินเหยียนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาอยากดูคือเชือกแดงจี้ถันอิ่งไม่พูดอะไร เพียงแค่เปิดสมุดโน้ตให้เขาดูเท่านั้นพอเห็นเนื้อหาในสมุดโน้ต กู้เวินเหยียนก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีทุกหน้า ทุกบรรทัด ถูกเขียนด้วยลายมือที่คด ๆ งอ ๆ เต็มไปหมดจี้ถันอิ่งไม่ได้พูดอะไรเลย แต่เขากลับควบคุมริมฝีปากของตัวเองไม่ให้สั่นได้ไม่อยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง จี้ถันอิ่งก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ“กู้เวินเหยียน ตอนแรกที่คุณได้รับจดหมายนั้น มันไม่ใช่เจียรุ่ยเป็นคนเขียนเลย คุณย่อมไม่รู้หรอกว่า ตอนนั้นเธอเจ็บแค่ไหน ทรมานมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังพยายามสุดชีวิตเขียนคำพวกนี้ลงไ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 24

    เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ“ยังดีกว่าอะไรล่ะ?”ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาเวลาที่เขาเอ่ยถามออกมาคนที่พูดประโยคนั้นถึงกับเงียบไปเหมือนกลายเป็นใบ้ ดวงตาหดหลบเล็กน้อยก่อนจะถอยไปซ่อนด้านหลังทันทีเห็นดังนั้น กู้เวินเหยียนแค่นหัวเราะเยือกเย็นออกมา"ทำไมล่ะ? ไม่กล้าพูดแล้วเหรอ? หรือว่ากำลังเสียใจที่ตอนนั้นไม่ให้ลูกนอกสมรสคนนั้นกลับมา?"พ่อของเขามีลูกนอกสมรส เรื่องนี้ ที่แท้ทั้งบ้านตระกูลกู้ต่างก็รู้กันหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่รู้เลยตอนนั้นเขาแค่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนตาบอดชั่วคราว แต่ทุกคนกลับเริ่มคิดหาวิธีให้เขาลงจากตำแหน่ง ถอนตัวออกมาเพื่อให้คนอื่นขึ้นแทนถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นเจียรุ่ยคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพราะเธออยู่เคียงข้างพาเขาก้าวผ่านทุกอย่าง เขาเกรงว่าคงถูกคนพวกนี้ฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีไปนานแล้วพอคิดมาถึงตรงนี้ บริเวณกลางอกของเขาก็ปวดหน่วงบีบแน่นขึ้นมาอีกครั้งมองดูแต่ละคนที่ล้วนเบิกตากว้างด้วยความตกใจราวกับตกใจว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกันบนใบหน้าของกู้เวินเหยียนยิ่งเย็นเยียบจนทำให้คนมองรู้สึกขนลุกสั่น“ฉันไม่เพียงแค่จะไม่ยกเสิ่นซื่อกรุ๊ปให้คนตระกูลกู้ แต่ฉันยังจะไ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 23

    “เสิ่นเจียรุ่ย ให้ฉันช่วยแก้แค้นแทนเธอได้ไหม?” เขาพูดออกมาเบา ๆทันทีที่พูดจบ เขาก็ยกขวดเหล้าที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา ฟาดใส่หัวตัวเองดัง “กัง! กัง!” หลายครั้งอย่างแรงเลือดสดไหลออกมาทันที ย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาให้กลายเป็นสีแดงเขากอดรูปไว้อาลัยของเสิ่นเจียรุ่ยแล้วนอนลงบนโซฟา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา“ขอโทษครับประธานกู้ โทรศัพท์ที่ติดต่อเข้ามาเรื่องประกาศตามหานั้นดังไม่หยุดเลย แต่ไม่มีสักรายที่เป็นเชือกแดงเส้นที่คุณต้องการครับ”“รู้แล้ว”เขาหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดวินาทีถัดมา เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยจองตั๋วเครื่องบินทันทีในเมื่อหาเส้นเดิมกลับมาไม่ได้ เขาก็จะไปขอเชือกแดงเส้นใหม่ที่เหมือนกันทุกประการมาใส่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เครื่องบินก็ลงจอด กู้เวินเหยียนฝ่าภูเขาและสายน้ำมาจนถึงตีนเขาได้ยินชาวบ้านบอกว่าศาลานั้นสร้างอยู่บนยอดเขามีเพียงผู้ที่ตั้งใจอธิษฐานด้วยความศรัทธา และเป็นผู้มีวาสนาดีเท่านั้น จึงจะได้รับการพบหน้ากู้เวินเหยียนไม่เอ่ยสักคำ ก้มหน้าเดินมุ่งหน้าไปข้างหน้าเงียบ ๆเขาไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว แม้หน้าผากยังพันผ้าก๊อซอยู่ก็ตาม หลายครั้งที่อาการเวียนหัวถาโถมเ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 22

    ในโทรศัพท์ของกู้เวินเหยียน มีข้อความอวยพรวันเกิดส่งเข้ามามากมายเขาเพิ่งนึกขึ้นได้อย่างเลื่อนลอยว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขาเองเขาราวกับกลายเป็นเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ปล่อยให้สมองหยุดทำงานไปนิ้วของเขาเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว แล้วไม่รู้เป็นเพราะอะไร กลับเลื่อนไปเจอข้อความเก่าที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยส่งมาให้เขา2024.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”2023.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”2022.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”……ตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์ราวกับเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเขาเขารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว ราวกับถูกสัตว์ร้ายที่มองไม่เห็นฉีกกัดอย่างโหดร้าย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วแขนขาและทุกกระดูกในร่างกาย จนร่างทั้งร่างสั่นไหวโดยไม่อาจควบคุมได้โทรศัพท์หลุดจากฝ่ามือของเขา ร่วงตกกระแทกพื้นอย่างแรงหรือควรจะบอกว่าเสิ่นเจียรุ่ยรู้จักเขาดีเกินไปกันแน่?เธอรู้ดีว่าแม้จะส่งมา เขาก็จะไม่เปิดดูอยู่ดีหรือเป็นเพราะเขาเองที่สะเพร่ามากเกินไปเขาไม่เคยสังเกตเลยว่าทุกปีในวันเกิดของเขา เธอคือคนแรกที่อวยพรให้เสมอหัวใจของเขาเจ็

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 21

    กู้เวินเหยียนขังฟางจินเซี่ยเอาไว้ในวิลลาหลังนี้ยึดโทรศัพท์ของเธอไป เอาของทุกอย่างของเธอไปหมด และไม่เหลืออาหารอะไรไว้ในห้องเลยสักอย่างไม่สนเสียงร้องตะโกนของเธอ แล้วล็อกประตูแน่นหนาจากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินจากไปโทรศัพท์ของเขาเกือบจะโดนผู้ช่วยโทรเข้ามาจนระเบิดแล้วพอเขารับสาย ผู้ช่วยก็โล่งอกขึ้นมาทันที“ประธานกู้ ในที่สุดคุณก็รับสายแล้วครับ มีเรื่องใหญ่ต้องให้คุณรีบกลับมาจัดการด่วนครับ!”กู้เวินเหยียนไม่ตอบอะไร สีหน้าก็ไร้อารมณ์ ขณะออกคำสั่งไปยังปลายสาย“ไปซื้อเหล้ามาสักสองสามลัง ส่งไปที่บ้านฉัน”พูดจบเขาก็ตัดสายทันที แล้วไม่สนใจโทรศัพท์อีกเลยหน้าต่างห้องถูกเขาปิดตายสนิท ม่านก็ปิดแน่นจนแสงลอดไม่ได้ เขากอดหมอนที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยใช้ แล้วสูดดมกลิ่นที่ยังติดอยู่บนหมอนนั้นอย่างละโมบแต่ไม่นานเขาก็พบว่า แม้แต่กลิ่นเฉพาะตัวของเสิ่นเจียรุ่ย ก็ยังค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว อารมณ์ที่กดไว้เนิ่นนานถาโถมใส่เขาเหมือนคลื่นมหึมาจนพังทลายหมดสิ้นเขาตะโกนเรียกชื่อเสิ่นเจียรุ่ยด้วยความเจ็บปวดจนใจแทบขาด ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาปรารถนาให้เวลาย้อนกลับไปได้มากเท่าตอนนี้…ตอนท

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 20

    เขาคุกเข่าทรุดกึ่งนั่งยอง ร่างทั้งร่างชาไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นเพียงเปลือกกายที่ไร้วิญญาณเขาหยิบเงินกงเต็กออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วโยนลงไปในกะทะไฟเขาอยากรู้ว่าฝังศพเสิ่นเจียรุ่ยไว้ที่ไหนเขาคิดถึงเธอมากเหลือเกิน จนทั้งคืนทั้งคืนก็แทบไม่ได้นอนเลยเขาไปถามผู้ช่วยของเขาแต่เขากลับบอกเขาว่า ข่าวการเสียชีวิตของเสิ่นเจียรุ่ย เป็นสิ่งที่เขาได้รับมาจากจดหมายปริศนาฉบับหนึ่งในจดหมายนั้นมีรูปถ่ายใบยกเลิกบัตรประชาชนของเสิ่นเจียรุ่ย รวมทั้งประวัติการรักษาของเธอ นอกจากรูปหลุมศพที่มีเพียงชื่อปรากฏอยู่แล้ว ก็ไม่เหลือข้อมูลอื่นใดอีกเลยเขาเองก็ไม่รู้ว่าเสิ่นเจียรุ่ยถูกฝังไว้ที่ไหนกู้เวินเหยียนเมื่อได้ยินก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่แต่พอผ่านไปไม่นาน เขาก็นึกถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาอีก จี้ถันอิ่ง ผู้ที่เอาแต่แก้แค้นเขาอย่างบ้าคลั่งเธอเป็นเพื่อนของเสิ่นเจียรุ่ย แน่นอนว่าเธอต้องรู้ว่าเสิ่นเจียรุ่ยถูกฝังไว้ที่ไหนไม่แน่ว่าเสิ่นเจียรุ่ยอาจเป็นคนที่เธอเป็นคนฝังด้วยตัวเองก็ได้เขารีบพุ่งตรงไปที่บ้านของจี้ถันอิ่งโดยไม่คิดแม้แต่นิดเดียวแต่พอไปถึงกลับพบว่าเธอย้ายออกไปแล้วเบอร์โทรศัพท์ของจี้ถันอิ่ง

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 12

    โทรศัพท์ดังได้ไม่นาน ก็มีคนกดรับสายเขาไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก ก็เป็นฝ่ายซักถามขึ้นมาก่อน“เสิ่นเจียรุ่ย เธอนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ เบี้ยวนัดฉัน เอาฉันมาล้อเล่นเหรอ? สนุกมากไหม? มันตลกสำหรับเธอมากนักหรือไง?”“เรื่องวุ่นวายของตระกูลเสิ่นฉันไม่คิดจะยุ่งอยู่แล้ว แต่แม้กระทั่งข่าวว่าพ่อเธอเสีย เธอก็ยังไม

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 15

    กู้เวินเหยียนไม่ได้ค้นหาแบบไร้จุดหมายในจดหมายของเสิ่นเจียรุ่ย ได้เขียนไว้อย่างละเอียดว่าหลังจากไปถึงหลินเฉิงแล้ว เธออยากทำอะไร อยากกินอาหารแบบไหน อยากชมวิวที่ไหน และยังรวมถึงโฮมสเตย์หลายแห่งที่เธอเลือกไว้ด้วยกู้เวินเหยียนเดินหาตามบ้านทีละหลัง ในที่สุดเขาก็หาโฮมสเตย์ที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยพักเจอเพร

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 14

    เขาไม่มีวันลืมสายตาที่เสิ่นเจียรุ่ยมองเขาในตอนนั้นเลยเขาก็รู้ตัวว่ามันเกินไปหน่อย แต่เขาก็ยังไม่คิดจะลดตัวไปขอโทษเธอแล้วผลก็คือ พอตื่นขึ้นมาในวันถัดมา กู้เวินเหยียนก็พบว่าผมของตัวเองถูกเสิ่นเจียรุ่ยตัดไปแล้ว…ตอนที่กู้เวินเหยียนตามที่อยู่บนกระดาษมาถึง เขานึกว่าคนที่จะมาเปิดประตูคือเสิ่นเจียรุ่ย

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 18

    เขาหนีออกจากบ้านของจี้ถันอิ่งอย่างทุลักทุเลเศษกระดาษในกระเป๋าเหมือนมันฝรั่งร้อนลวกมือ แม้จะมีกางเกงคั่นอยู่ก็ยังทำให้เขานั่งไม่ติดยืนไม่ติดเขาเทเศษกระดาษลงบนโต๊ะ แต่ทำได้แค่มองมันจากระยะไกล ไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะต้องใบหน้าซีดขาวของเขาปราศจากเลือดฝาดโดยสิ้นเชิงจนกระทั่งค่ำมืดลง เขาจึงค่อย ๆ ยก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status