공유

บทที่ 5

작가: ปอเปี๊ยะสตรอว์เบอร์รี
กู้เวินเหยียนกำหมัดแน่น มองเสิ่นเจียรุ่ยด้วยสายตาโกรธจัด

เสิ่นเจียรุ่ยรู้ว่าเขากำลังอยากจะพูดอะไร

เธอหอบหายใจแรงหนึ่งครั้ง ราวกับหมดเรี่ยวแรงทั้งตัวแล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้น

เธอยกมือขึ้นนวดหูที่โดนเขาตบจนหูอื้อ

เธอนั่งมองกองเสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้น แล้วค่อย ๆ พับมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“นายรอให้ได้หย่ากับฉัน แล้วไปแต่งงานกับฟางจินเซี่ยอยู่เไม่ใช่เหรอ?”

“ทำเรื่องนี้ให้เสร็จ ก็จะเหลืออีกแค่สองเรื่องแล้วนะ นายจะยอมปล่อยให้ทุกอย่างที่ทำมาก่อนหน้านี้เสียเปล่าเหรอ? พูดตามตรง สองเรื่องแรกที่นายทำ ฉันไม่พอใจเลย… หรือว่า นายไม่อยากหย่ากับฉันแล้วกันแน่?”

พูดจบ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในดวงตาของเขา

เพียงเห็นดวงตาคมเข้มของเขา คล้ายหมึกเข้มถูกแต้มด้วยชั้น ๆ ของความเยาะเย้ย

“เสิ่นเจียรุ่ย คนเรามันมีค่าก็ตรงที่รู้จักตัวเอง น่าเสียดาย…เธอไม่มีเลย”

“เรื่องที่สามนี่ ฉันตกลงทำให้เธอ แต่จำไว้ให้ดีนะ ตระกูลเสิ่นปกป้องเธอไม่ได้แล้ว ถ้าเธอกล้าแตะต้องจินเซี่ยอีกครั้ง ฉันจะทำให้เธอตายไม่เหลือซาก!”

เสิ่นเจียรุ่ยก้มหน้าหัวเราะเยาะทั้งที่ขมขื่นในใจ

คำขู่แรง ๆ ใครจะพูดไม่เป็นกันล่ะ?

ตอนที่พวกเขาสองคนทะเลาะกันหนักที่สุด กู้เวินเหยียนก็ไม่เคยเป็นคู่ต่อสู้ของเธอได้เลย

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า อีกไม่นานเธอก็จะทำตามที่เขาต้องการได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือด้วยซ้ำ

กู้เวินเหยียนโทรปลอบฟางจินเซี่ยอยู่พักหนึ่ง จนเธออารมณ์ดีขึ้น

ภายใต้การจัดการของเขา ได้กลับประเทศล่วงหน้า

เสิ่นเจียรุ่ยมองเขาที่คอยปกป้องอย่างระมัดระวัง แล้วในใจก็ขมเหมือนกลืนบอระเพ็ดเข้าไป

ที่แท้กู้เวินเหยียนไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักรักใคร

แค่เขาไม่รักเธอก็เท่านั้นเอง

ตอนที่กู้เวินเหยียนกลับมาจากข้างนอก เสื้อผ้าของเสิ่นเจียรุ่ยก็ยังเก็บไม่เสร็จ

เขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงดึงเธอลุกขึ้น แล้วก้มตัวเก็บของเอง

“ไร้ประโยชน์จริง ๆ ของแค่นิดเดียว เธอกลับเก็บตั้งนานยังไม่เสร็จอีก ไม่รู้ก็คงคิดว่าเธอใกล้จะตายแล้ว ถึงได้ไม่มีแรงอะไรขนาดนี้”

เสิ่นเจียรุ่ยเกิดสนใจขึ้นมาที่จะหยอกล้อเขา

“ใช่เลย ฉันใกล้จะตายแล้ว แล้วไงล่ะ? ถ้าฉันตายไปจริง ๆ นายจะเสียใจไหม ที่ปฏิบัติกับฉันแบบนี้ตอนฉันยังมีชีวิตอยู่?”

กู้เวินเหยียนชะงักไปหนึ่งวินาที พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็มีแต่ความเย้ยหยันเต็มใบหน้า

“เสียใจ? เธอนี่คิดไปไกลเลย ถ้าเธอตายละก็ ฉันคงจุดประทัดฉลองสามวันสามคืน เชิญคนทั้งเมืองเจียงเฉิงมากินเลี้ยงดื่มฉลองกันให้หมด”

เสิ่นเจียรุ่ยหัวเราะจนน้ำตาไหล พร้อมทั้งกุมท้องน้อยไว้

“กู้เวินเหยียน ปากนายร้ายจริงนะ ยังไงพวกเราก็เคยนอนด้วยกันมาแล้วนะ”

เสิ่นเจียรุ่ยไม่ได้หยุดอยู่ที่นี่

เพราะเธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของตัวเองถึงขีดจำกัดแล้ว

กลับมาที่เจียงเฉิงแล้ว เธอก็นอนซมไปอีกหนึ่งสัปดาห์

ทุกครั้งหลังทำรังสีบำบัด ผมของเธอก็ร่วงไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ตอนที่กู้เวินเหยียนโทรเร่งให้เธอทำสองเรื่องสุดท้าย เธอก็แอบไปร้องไห้อยู่ในห้องน้ำทั้งบ่าย

ร้องไห้เสร็จแล้ว เธอก็แต่งตัวปกปิดตัวเองเต็มที่แล้วรีบไปห้างเพื่อซื้อวิกผมหนึ่งอัน

“เธอตัดผมเหรอ?”

เสิ่นเจียรุ่ยไม่ตอบคำถามของเขา แล้วก็ตรงขึ้นรถของเขาไปเลย

“ไปเถอะ”

กู้เวินเหยียนขมวดคิ้ว โดยไม่รู้ตัวก็อยากจะเอื้อมไปแตะวิกผมของเสิ่นเจียรุ่ย แต่เธอกลับหลบอย่างรวดเร็ว

“รีบอยู่นะ นายจะไปไหมเนี่ย?”

กู้เวินเหยียนขึ้นรถตามไปทันทีแล้วพูดว่า “บอกให้รู้ด้วยความหวังดีนะ ว่ากว่าจะครบช่วงพิจารณาเหลือไม่ถึงเจ็ดวันแล้ว เรื่องอีกสองอย่างที่เหลือ เธอต้องรีบคิดได้แล้ว”

เสิ่นเจียรุ่ยไม่ตอบเขา แต่จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างตลอด

เมื่อก่อนเธอมัวแต่ยุ่ง ยุ่งกับการโกรธกู้เวินเหยียน ยุ่งกับการพยายามให้เขามองเห็นเธอ จนมองข้ามความงดงามมากมายของเจียงเฉิง

เธอเคยคิดว่า แค่ยืนอยู่ในระดับเดียวกับกู้เวินเหยียน ก็จะสามารถจับมือกันชมวิวเดียวกันได้

แต่ความจริงคือ ต่อให้ยืนอยู่ข้างกัน ถ้าเขาไม่ได้รัก เขาก็จะทำเป็นมองไม่เห็นเธออยู่ดี

แต่สำหรับคนที่เขารัก เขายอมโค้งคำนับ ลดทิฐิและศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อเธอได้

ข้อที่สี่ที่เสิ่นเจียรุ่ยขอ ก็คือให้กู้เวินเหยียนพาเธอไปสวนสนุก

“เด็กน้อยจริง ๆ!”

กู้เวินเหยียนมองเธอด้วยสายตาดูแคลนหนึ่งครั้ง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 25

    เห็นเขากลายเป็นแบบนี้ จี้ถันอิ่งดีใจสุด ๆ เลยถ้าไม่ติดว่าถ่ายรูปไม่ได้ล่ะก็ เธอคงจะถ่ายภาพหนึ่งเอาไปเผาส่งให้เสิ่นเจียรุ่ยที่อยู่ใต้ดินดูด้วยแน่ ๆมองไปที่ จี้ถันอิ่ง เขาเลียริมฝีปากที่แห้งแตกของตัวเองเบา ๆ“เชือกแดงล่ะ?”จี้ถันอิ่งไม่ได้พูดถึงเชือกแดงแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ก้มลงหยิบสมุดโน้ตเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเท่านั้นกู้เวินเหยียนจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวบนมือของเธอโดยไม่กะพริบตาเลยแม้แต่นิดเดียวจี้ถันอิ่งยกสมุดบันทึกไปแนบกับผนังกระจก“นี่คืออะไร?” กู้เวินเหยียนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาอยากดูคือเชือกแดงจี้ถันอิ่งไม่พูดอะไร เพียงแค่เปิดสมุดโน้ตให้เขาดูเท่านั้นพอเห็นเนื้อหาในสมุดโน้ต กู้เวินเหยียนก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีทุกหน้า ทุกบรรทัด ถูกเขียนด้วยลายมือที่คด ๆ งอ ๆ เต็มไปหมดจี้ถันอิ่งไม่ได้พูดอะไรเลย แต่เขากลับควบคุมริมฝีปากของตัวเองไม่ให้สั่นได้ไม่อยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง จี้ถันอิ่งก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ“กู้เวินเหยียน ตอนแรกที่คุณได้รับจดหมายนั้น มันไม่ใช่เจียรุ่ยเป็นคนเขียนเลย คุณย่อมไม่รู้หรอกว่า ตอนนั้นเธอเจ็บแค่ไหน ทรมานมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังพยายามสุดชีวิตเขียนคำพวกนี้ลงไ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 24

    เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ“ยังดีกว่าอะไรล่ะ?”ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาเวลาที่เขาเอ่ยถามออกมาคนที่พูดประโยคนั้นถึงกับเงียบไปเหมือนกลายเป็นใบ้ ดวงตาหดหลบเล็กน้อยก่อนจะถอยไปซ่อนด้านหลังทันทีเห็นดังนั้น กู้เวินเหยียนแค่นหัวเราะเยือกเย็นออกมา"ทำไมล่ะ? ไม่กล้าพูดแล้วเหรอ? หรือว่ากำลังเสียใจที่ตอนนั้นไม่ให้ลูกนอกสมรสคนนั้นกลับมา?"พ่อของเขามีลูกนอกสมรส เรื่องนี้ ที่แท้ทั้งบ้านตระกูลกู้ต่างก็รู้กันหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่รู้เลยตอนนั้นเขาแค่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนตาบอดชั่วคราว แต่ทุกคนกลับเริ่มคิดหาวิธีให้เขาลงจากตำแหน่ง ถอนตัวออกมาเพื่อให้คนอื่นขึ้นแทนถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นเจียรุ่ยคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพราะเธออยู่เคียงข้างพาเขาก้าวผ่านทุกอย่าง เขาเกรงว่าคงถูกคนพวกนี้ฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีไปนานแล้วพอคิดมาถึงตรงนี้ บริเวณกลางอกของเขาก็ปวดหน่วงบีบแน่นขึ้นมาอีกครั้งมองดูแต่ละคนที่ล้วนเบิกตากว้างด้วยความตกใจราวกับตกใจว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกันบนใบหน้าของกู้เวินเหยียนยิ่งเย็นเยียบจนทำให้คนมองรู้สึกขนลุกสั่น“ฉันไม่เพียงแค่จะไม่ยกเสิ่นซื่อกรุ๊ปให้คนตระกูลกู้ แต่ฉันยังจะไ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 23

    “เสิ่นเจียรุ่ย ให้ฉันช่วยแก้แค้นแทนเธอได้ไหม?” เขาพูดออกมาเบา ๆทันทีที่พูดจบ เขาก็ยกขวดเหล้าที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา ฟาดใส่หัวตัวเองดัง “กัง! กัง!” หลายครั้งอย่างแรงเลือดสดไหลออกมาทันที ย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาให้กลายเป็นสีแดงเขากอดรูปไว้อาลัยของเสิ่นเจียรุ่ยแล้วนอนลงบนโซฟา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา“ขอโทษครับประธานกู้ โทรศัพท์ที่ติดต่อเข้ามาเรื่องประกาศตามหานั้นดังไม่หยุดเลย แต่ไม่มีสักรายที่เป็นเชือกแดงเส้นที่คุณต้องการครับ”“รู้แล้ว”เขาหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดวินาทีถัดมา เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยจองตั๋วเครื่องบินทันทีในเมื่อหาเส้นเดิมกลับมาไม่ได้ เขาก็จะไปขอเชือกแดงเส้นใหม่ที่เหมือนกันทุกประการมาใส่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เครื่องบินก็ลงจอด กู้เวินเหยียนฝ่าภูเขาและสายน้ำมาจนถึงตีนเขาได้ยินชาวบ้านบอกว่าศาลานั้นสร้างอยู่บนยอดเขามีเพียงผู้ที่ตั้งใจอธิษฐานด้วยความศรัทธา และเป็นผู้มีวาสนาดีเท่านั้น จึงจะได้รับการพบหน้ากู้เวินเหยียนไม่เอ่ยสักคำ ก้มหน้าเดินมุ่งหน้าไปข้างหน้าเงียบ ๆเขาไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว แม้หน้าผากยังพันผ้าก๊อซอยู่ก็ตาม หลายครั้งที่อาการเวียนหัวถาโถมเ

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 22

    ในโทรศัพท์ของกู้เวินเหยียน มีข้อความอวยพรวันเกิดส่งเข้ามามากมายเขาเพิ่งนึกขึ้นได้อย่างเลื่อนลอยว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขาเองเขาราวกับกลายเป็นเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ปล่อยให้สมองหยุดทำงานไปนิ้วของเขาเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว แล้วไม่รู้เป็นเพราะอะไร กลับเลื่อนไปเจอข้อความเก่าที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยส่งมาให้เขา2024.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”2023.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”2022.5.27 00:00“กู้เวินเหยียน สุขสันต์วันเกิดนะ”……ตัวอักษรบนหน้าจอโทรศัพท์ราวกับเป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเขาเขารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว ราวกับถูกสัตว์ร้ายที่มองไม่เห็นฉีกกัดอย่างโหดร้าย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วแขนขาและทุกกระดูกในร่างกาย จนร่างทั้งร่างสั่นไหวโดยไม่อาจควบคุมได้โทรศัพท์หลุดจากฝ่ามือของเขา ร่วงตกกระแทกพื้นอย่างแรงหรือควรจะบอกว่าเสิ่นเจียรุ่ยรู้จักเขาดีเกินไปกันแน่?เธอรู้ดีว่าแม้จะส่งมา เขาก็จะไม่เปิดดูอยู่ดีหรือเป็นเพราะเขาเองที่สะเพร่ามากเกินไปเขาไม่เคยสังเกตเลยว่าทุกปีในวันเกิดของเขา เธอคือคนแรกที่อวยพรให้เสมอหัวใจของเขาเจ็

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 21

    กู้เวินเหยียนขังฟางจินเซี่ยเอาไว้ในวิลลาหลังนี้ยึดโทรศัพท์ของเธอไป เอาของทุกอย่างของเธอไปหมด และไม่เหลืออาหารอะไรไว้ในห้องเลยสักอย่างไม่สนเสียงร้องตะโกนของเธอ แล้วล็อกประตูแน่นหนาจากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินจากไปโทรศัพท์ของเขาเกือบจะโดนผู้ช่วยโทรเข้ามาจนระเบิดแล้วพอเขารับสาย ผู้ช่วยก็โล่งอกขึ้นมาทันที“ประธานกู้ ในที่สุดคุณก็รับสายแล้วครับ มีเรื่องใหญ่ต้องให้คุณรีบกลับมาจัดการด่วนครับ!”กู้เวินเหยียนไม่ตอบอะไร สีหน้าก็ไร้อารมณ์ ขณะออกคำสั่งไปยังปลายสาย“ไปซื้อเหล้ามาสักสองสามลัง ส่งไปที่บ้านฉัน”พูดจบเขาก็ตัดสายทันที แล้วไม่สนใจโทรศัพท์อีกเลยหน้าต่างห้องถูกเขาปิดตายสนิท ม่านก็ปิดแน่นจนแสงลอดไม่ได้ เขากอดหมอนที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยใช้ แล้วสูดดมกลิ่นที่ยังติดอยู่บนหมอนนั้นอย่างละโมบแต่ไม่นานเขาก็พบว่า แม้แต่กลิ่นเฉพาะตัวของเสิ่นเจียรุ่ย ก็ยังค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อยเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว อารมณ์ที่กดไว้เนิ่นนานถาโถมใส่เขาเหมือนคลื่นมหึมาจนพังทลายหมดสิ้นเขาตะโกนเรียกชื่อเสิ่นเจียรุ่ยด้วยความเจ็บปวดจนใจแทบขาด ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาปรารถนาให้เวลาย้อนกลับไปได้มากเท่าตอนนี้…ตอนท

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 20

    เขาคุกเข่าทรุดกึ่งนั่งยอง ร่างทั้งร่างชาไร้ความรู้สึก ราวกับเป็นเพียงเปลือกกายที่ไร้วิญญาณเขาหยิบเงินกงเต็กออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วโยนลงไปในกะทะไฟเขาอยากรู้ว่าฝังศพเสิ่นเจียรุ่ยไว้ที่ไหนเขาคิดถึงเธอมากเหลือเกิน จนทั้งคืนทั้งคืนก็แทบไม่ได้นอนเลยเขาไปถามผู้ช่วยของเขาแต่เขากลับบอกเขาว่า ข่าวการเสียชีวิตของเสิ่นเจียรุ่ย เป็นสิ่งที่เขาได้รับมาจากจดหมายปริศนาฉบับหนึ่งในจดหมายนั้นมีรูปถ่ายใบยกเลิกบัตรประชาชนของเสิ่นเจียรุ่ย รวมทั้งประวัติการรักษาของเธอ นอกจากรูปหลุมศพที่มีเพียงชื่อปรากฏอยู่แล้ว ก็ไม่เหลือข้อมูลอื่นใดอีกเลยเขาเองก็ไม่รู้ว่าเสิ่นเจียรุ่ยถูกฝังไว้ที่ไหนกู้เวินเหยียนเมื่อได้ยินก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่แต่พอผ่านไปไม่นาน เขาก็นึกถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาอีก จี้ถันอิ่ง ผู้ที่เอาแต่แก้แค้นเขาอย่างบ้าคลั่งเธอเป็นเพื่อนของเสิ่นเจียรุ่ย แน่นอนว่าเธอต้องรู้ว่าเสิ่นเจียรุ่ยถูกฝังไว้ที่ไหนไม่แน่ว่าเสิ่นเจียรุ่ยอาจเป็นคนที่เธอเป็นคนฝังด้วยตัวเองก็ได้เขารีบพุ่งตรงไปที่บ้านของจี้ถันอิ่งโดยไม่คิดแม้แต่นิดเดียวแต่พอไปถึงกลับพบว่าเธอย้ายออกไปแล้วเบอร์โทรศัพท์ของจี้ถันอิ่ง

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 12

    โทรศัพท์ดังได้ไม่นาน ก็มีคนกดรับสายเขาไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปาก ก็เป็นฝ่ายซักถามขึ้นมาก่อน“เสิ่นเจียรุ่ย เธอนี่มันดีจริง ๆ เลยนะ เบี้ยวนัดฉัน เอาฉันมาล้อเล่นเหรอ? สนุกมากไหม? มันตลกสำหรับเธอมากนักหรือไง?”“เรื่องวุ่นวายของตระกูลเสิ่นฉันไม่คิดจะยุ่งอยู่แล้ว แต่แม้กระทั่งข่าวว่าพ่อเธอเสีย เธอก็ยังไม

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 15

    กู้เวินเหยียนไม่ได้ค้นหาแบบไร้จุดหมายในจดหมายของเสิ่นเจียรุ่ย ได้เขียนไว้อย่างละเอียดว่าหลังจากไปถึงหลินเฉิงแล้ว เธออยากทำอะไร อยากกินอาหารแบบไหน อยากชมวิวที่ไหน และยังรวมถึงโฮมสเตย์หลายแห่งที่เธอเลือกไว้ด้วยกู้เวินเหยียนเดินหาตามบ้านทีละหลัง ในที่สุดเขาก็หาโฮมสเตย์ที่เสิ่นเจียรุ่ยเคยพักเจอเพร

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 10

    เวลาที่นัดกันไว้มาถึงนานแล้ว แต่กู้เวินเหยียนก็ยังเอ้อระเหย ไม่ยอมออกเดินทางเสียทีพอฟางจินเซี่ยถามเขาเป็นครั้งที่สาม เขาก็วางแก้วน้ำที่ยกมาให้เธอลง“อ้อ? ถึงเวลาแล้วเหรอ?”ฟางจินเซี่ยขมวดคิ้วแน่น มองกู้เวินเหยียนที่ใจลอยอยู่“อาเหยียน คุณเป็นอะไรไปเหรอ? หรือว่าคุณไม่อยากไปรับใบหย่ากับเสิ่นเจียร

  • จดหมายฉบับสุดท้าย   บทที่ 14

    เขาไม่มีวันลืมสายตาที่เสิ่นเจียรุ่ยมองเขาในตอนนั้นเลยเขาก็รู้ตัวว่ามันเกินไปหน่อย แต่เขาก็ยังไม่คิดจะลดตัวไปขอโทษเธอแล้วผลก็คือ พอตื่นขึ้นมาในวันถัดมา กู้เวินเหยียนก็พบว่าผมของตัวเองถูกเสิ่นเจียรุ่ยตัดไปแล้ว…ตอนที่กู้เวินเหยียนตามที่อยู่บนกระดาษมาถึง เขานึกว่าคนที่จะมาเปิดประตูคือเสิ่นเจียรุ่ย

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status