Short
คนรักลับๆ ตลอดกาล

คนรักลับๆ ตลอดกาล

By:  บุปผาร่วงโรยCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
16Chapters
64views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ฉันคบหาดูใจกับเสิ่นสืออี้ เพื่อนสนิทที่สุดของพี่ชายมาสามปีแล้ว แต่เขาไม่ยอมเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราเลย ทว่าฉันไม่เคยสงสัยในความรักที่เขามีต่อฉัน เพราะถึงแม้เขาจะเคยมีผู้หญิงมาแล้ว 99 คน แต่เขาก็เลิกมองหญิงอื่นเพื่อฉันนับตั้งแต่นั้นมา ต่อให้ฉันเป็นแค่หวัดเล็กน้อย เขาก็ยอมทิ้งโปรเจกต์มูลค่ากว่าห้าร้อยล้านแล้วรีบบึ่งกลับบ้านทันที กระทั่งถึงวันเกิดของฉัน ฉันเตรียมตัวจะบอกข่าวดีเรื่องตั้งครรภ์กับเสิ่นสืออี้อย่างมีความสุข แต่เขากลับลืมวันเกิดของฉันเป็นครั้งแรก และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม่บ้านบอกฉันว่า เขาไปรับคนสำคัญที่กลับมาจากต่างประเทศ ฉันรีบตามไปที่สนามบิน เห็นเขากำลังถือช่อดอกไม้รอคอยผู้หญิงคนหนึ่งด้วยสีหน้าตื่นเต้นกังวล ผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับฉันมาก ต่อมาพี่ชายบอกกับฉันว่า เธอคือรักแรกที่เสิ่นสืออี้ลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต เสิ่นสืออี้เคยตัดขาดกับพ่อแม่เพื่อเธอ และหลังจากถูกทิ้งก็คลุ้มคลั่งจนเสียสติ เที่ยวตามหาตัวแทนที่คล้ายกับเธอมา 99 คนเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ตอนที่พี่ชายพูดประโยคนี้ น้ำเสียงของพี่ชายเต็มไปด้วยความทอดถอนใจในความรักอันลึกซึ้งของเสิ่นสืออี้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า น้องสาวที่เขาทะนุถนอมไว้กลางฝ่ามือ ก็คือหนึ่งในตัวแทนเหล่านั้น ฉันมองดูชายหญิงคู่นั้นอยู่นานแสนนาน ก่อนจะหันหลังกลับไปที่โรงพยาบาลอย่างไม่ลังเล “คุณหมอคะ เด็กคนนี้ ฉันไม่เอาไว้แล้วค่ะ”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“อะไรนะ?! คุณหลินจะทำแท้งงั้นเหรอ? แต่เมื่อเช้าตอนคุณรู้ว่าท้อง คุณยังตื่นเต้นที่จะบอกข่าวดีนี้กับแฟนอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ?”

หมอมองฉันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เสียงร้องอุทานดังลั่นไปทั่วห้องตรวจอันว่างเปล่า

ฉันก้มหน้าลง นิ้วมือจิกกำชายกระโปรงแน่น น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณอย่าถามอีกเลยค่ะ สรุปว่าเด็กคนนี้ ฉันไม่เอาแล้ว”

หมอมองฉันอย่างลึกซึ้ง สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“คุณหลินครับ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจอเรื่องอะไรมา แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของคุณยังไม่คงที่ รอให้ใจเย็นลงกว่านี้แล้วค่อยกลับไปคิดทบทวนใหม่อีกรอบดีไหมครับ”

เขาเลื่อนใบยืนยันการยุติการตั้งครรภ์กลับมาตรงหน้าฉัน สายตาจับจ้องไปที่ภาพอัลตราซาวด์บนนั้น ก่อนจะเสริมอีกประโยค “ยังไงนี่ก็เป็นหนึ่งชีวิตนะครับ”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองเงาดำเล็กๆ บนผลตรวจ ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง

ผ่านไปเนิ่นนาน ฉันก็เก็บใบนั้นใส่กลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วเดินออกจากโรงพยาบาล

ฉันเดินกลับบ้านทีละก้าวอย่างคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จู่ๆ รถเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งก็เบรกกะทันหันตรงหน้าฉัน

รองเท้าหนังขัดมันเหยียบลงในแอ่งน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏขึ้นต่อสายตา เสิ่นสืออี้กางร่มแล้วรีบวิ่งตรงดิ่งมาหาฉัน

เขาดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดทันที ถอดเสื้อสูทออกมาคลุมตัวฉันไว้ “โตขนาดนี้แล้ว ออกจากบ้านทำไมไม่รู้จักพกร่ม? ร่างกายคุณยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาจะทำยังไง?”

ฉันเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเขา ราวกับได้ย้อนกลับไปปีแรกที่เราเพิ่งคบกัน เขาก็ทะนุถนอมฉันไว้กลางฝ่ามือแบบนี้

แต่ฉันรู้ดีว่า มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว

ฉันมองชุดสูทสีน้ำเงินเข้มบนตัวเขา แล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

นี่คือชุดที่เขาสั่งตัดเป็นพิเศษเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเพื่องานเลี้ยงวันเกิดของฉันโดยเฉพาะ

แต่ทว่าวันนี้ ในวันที่เขาสวมชุดนี้ มันกลับไม่ใช่เพื่อฉลองวันเกิดให้ฉัน

ช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่ฉันกำลังเตรียมงานวันเกิด จู่ๆ ก็เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนัก ตอนแรกนึกว่าเป็นโรคกระเพาะกำเริบ แต่หมอกลับบอกว่าฉันตั้งครรภ์

การได้รับรู้ว่ามีชีวิตน้อยๆ อยู่ในท้องในวันเกิดตัวเอง ฉันรู้สึกว่านี่คือของขวัญที่สวรรค์ประทานให้

ฉันรีบกลับบ้านเพื่อเตรียมจะบอกข่าวดีนี้กับเสิ่นสืออี้ แต่เขากลับหายตัวไปตอนไหนก็ไม่รู้

แม่บ้านสังเกตเห็นความสงสัยของฉัน “ประธานเสิ่นบอกว่าจะไปรับคนสำคัญที่สนามบินครับ แล้วยังสั่งไว้อีกว่าถ้าคุณผู้หญิงหิวก็ทานก่อนได้เลย ไม่ต้องรอ”

ไม่ต้องรอเขา? วันนี้เป็นวันเกิดฉันนะ เขาเคยสัญญาว่าจะจัดงานวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ให้ แต่ตอนนี้กลับบอกว่าไม่ต้องรอ?

ฉันข่มความโกรธในใจลง แล้วหันไปถามแม่บ้าน “คนสำคัญอะไร?”

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตอบอ้อมแอ้ม “ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รู้แค่ว่าตอนประธานเสิ่นออกจากบ้านดูมีความสุขมาก ยืนส่องกระจกอยู่นานสองนานเลย”

ได้ยินคำตอบนี้ ในใจฉันก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉันก็ตัดสินใจให้คนขับรถพาไปที่สนามบิน

สนามบินผู้คนพลุกพล่าน แต่เสิ่นสืออี้กลับหาง่ายมาก เขาตัวสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา มักจะดึงดูดสายตาผู้คนอยู่เสมอ

และก็เป็นไปตามคาด เสิ่นสืออี้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน

แต่ฉันไม่ได้เดินเข้าไป เพราะนอกจากเขาแล้ว หลินเจ๋อเฟิงพี่ชายของฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย

ส่วนเสิ่นสืออี้ถือช่อดอกไม้สดไว้ในมือ จ้องมองไปที่ทางออกตาไม่กะพริบ ริมฝีปากเม้มแน่น ดูเหมือนกำลังตื่นเต้น

ฉันไม่เคยเห็นเสิ่นสืออี้เป็นแบบนี้มาก่อน

ต่อให้ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของเราเกือบจะถูกพี่ชายจับได้ เขาก็ยังสงบนิ่ง รับมือได้อย่างสบายๆ

เพราะฉะนั้น เป็นใครกันนะที่ทำให้เขาเป็นได้ถึงขนาดนี้?

ฉันจ้องเขม็งไปที่ทางออก เห็นหญิงสาวท่าทางเปี่ยมเสน่ห์คนหนึ่งเดินออกมา

เสิ่นสืออี้รีบโบกมือเรียกเธอทันที “อวิ๋นเหยา!”

หญิงสาวถอดแว่นกันแดดออก แล้วเดินเนิบนาบตรงไปหาพวกเขา แต่เธอกลับไม่ได้รับดอกไม้ในมือเขา กลับเดินผ่านหน้าเสิ่นสืออี้ไป แล้วควงแขนหลินเจ๋อเฟิงแทน

วินาทีนั้น ฉันเห็นแววตาของเสิ่นสืออี้ฉายแววไม่ยินยอมอย่างชัดเจน

ถึงแม้เสิ่นสืออี้จะเคยเจ้าชู้ประตูดิน แต่ผู้หญิงพวกนั้นเขาก็แค่เล่นๆ อย่าว่าแต่ไม่ยินยอมเลย แม้แต่จะง้อเขายังขี้เกียจทำด้วยซ้ำ

ฉันอดไม่ได้ที่จะมองผู้หญิงคนนั้นให้ชัดๆ อวิ๋นเหยา… เจียงอวิ๋นเหยางั้นเหรอ?

ฉันนึกออกแล้ว

ฉันใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายที่อยู่เมืองจีนมักจะเล่าเรื่องเพื่อนสนิทสมัยเด็กสองคนให้ฟังเสมอ คนหนึ่งคือเสิ่นสืออี้ อีกคนคือเจียงอวิ๋นเหยา พวกเขาคือ ‘สามทหารเสือ’ ที่โด่งดังไปทั่วเมืองหลวง

แต่ดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ความสัมพันธ์ของเสิ่นสืออี้กับเธอดูจะไม่ใช่แค่มิตรภาพธรรมดาเสียแล้ว

ฉันเก็บความสงสัยไว้ในใจ อาศัยจังหวะที่พี่ชายเดินไปเอากระเป๋าอีกด้าน โทรหาเขา “พี่คะ ได้ยินประธานเสิ่นบอกว่าเจียงอวิ๋นเหยากลับมาแล้ว เธอกับประธานเสิ่นเป็นอะไรกันเหรอ? ฉันเห็นประธานเสิ่นตื่นเต้นใหญ่เลย ประชุมก็ไม่เข้าแล้ว”

พี่ชายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “เรื่องแค่นี้เขาก็บอกเธอเหรอ? ดูท่าเจ้านั่นจะตื่นเต้นจริงๆ แฮะ เขากับเจียงอวิ๋นเหยาเคยคบกันอยู่หลายปี ช่วงนั้นรักกันปานจะกลืนกิน สุดท้ายเจียงอวิ๋นเหยาเลือกไปเมืองนอกตอนที่เขารักเธอที่สุด เสิ่นสืออี้ถึงกับคลั่งไปเลย”

“เธออย่าเห็นว่าประธานเสิ่นของเธอปกติจะดูเย็นชานะ ช่วงนั้นมาเกาะแกะร้องห่มร้องไห้กับพี่ทุกวัน บอกว่าจะไปฆ่าตัวตาย สุดท้ายดันไปหาตัวแทนมาตั้งเยอะแยะ…”

“ตัวแทน?”

มือที่ถือโทรศัพท์ของฉันเริ่มสั่นเทา

หลินเจ๋อเฟิงตอบรับในลำคอ “ใช่ เธอน่าจะยังไม่เคยเจอเจียงอวิ๋นเหยา เดี๋ยวพอได้เจอเธอจะรู้เองว่าผู้หญิงพวกนั้นของหมอนั่นหน้าตาเหมือนเจียงอวิ๋นเหยาขนาดไหน”

“เอ๊ะ พอพูดแล้ว พี่ชักจะรู้สึกว่าเธอก็หน้าคล้ายยัยนั่นหน่อยๆ เหมือนกันนะ แต่แน่นอนว่าน้องสาวสุดที่รักของพี่สวยกว่าอยู่แล้ว…”

ประโยคหลังจากนั้นฉันไม่ได้ยินอีกเลย

หูของฉันอื้ออึงไปหมด ทุกคำที่เขาพูด ร่างกายของฉันก็ยิ่งเย็นเฉียบลงไปทุกที ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย มองไปที่หญิงสาวทรงเสน่ห์ตรงหน้า

ที่จริง ฉันได้เจอเธอแล้ว

“หยวนชิง? ทำไมไม่พูดล่ะ? จริงสิ ว่าแต่เธอถามเรื่องพวกนี้ทำไม?”

เสียงพี่ชายดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ไม่หยุด แต่ฉันไม่มีแรงจะตอบโต้ ทำได้เพียงพูดเบาๆ ว่า

“ก็เป็นห่วงเจ้านายน่ะค่ะ เป็นเรื่องธรรมดา”

“จริงสิพี่คะ อย่าบอกประธานเสิ่นนะว่าวันนี้ฉันถามเรื่องนี้กับพี่”

หลังจากได้รับคำตอบรับ ฉันก็รีบวางสายทันที

วินาทีที่หน้าจอดับลง หน้าจอสีดำสะท้อนเงาใบหน้าของฉัน

ฉันเงยหน้ามองผู้หญิงที่อยู่ไม่ไกลคนนั้นอีกครั้ง

เหมือนเหรอ?

ฉันแสยะยิ้มขมขื่น

ลักยิ้มที่มุมปากนั่น เหมือนกับผู้หญิงตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน

เหมือนกันมากจริงๆ ด้วย

วันนั้น ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกจากสนามบินมาได้ยังไง รู้แค่ว่าข้างนอกฝนตกหนักมาก

พอกลับถึงบ้าน เสิ่นสืออี้ก็เอาผ้าขนหนูมาเช็ดผมให้ แล้วยังไปต้มน้ำซุปแก้หนาวมาป้อนฉันอีก

เขาลูบผมฉันพลางชวนคุย “ที่รัก คุณรู้ไหม? วันนี้ผมเกือบความแตกแล้วนะ พี่ชายคุณบอกว่ามีเพื่อนอยากรู้จักคุณ อยากนัดให้เจอกัน ผมทนไม่ไหวรีบกระโดดผลุงขึ้นมาบอกว่าไม่ได้ พี่ชายคุณถึงกับอึ้งไปเลย”

ฉันยิ้มออกมา แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม “แล้วยังไงต่อคะ? เขาจับได้หรือเปล่า?”

“แน่นอนว่าไม่ พี่ชายคุณความรู้สึกช้าจะตาย เขาไม่มีทางนึกออกหรอกว่าเพื่อนสนิทที่สุดดันมาจีบน้องสาวตัวเองติด ถ้าขืนรู้เข้า ผมคงไม่ได้กลับมาแบบครบสามสิบสองหรอก”

ได้ยินน้ำเสียงทีเล่นทีจริงของเขา ฉันยกมือขึ้นจับมือที่กำลังเช็ดผมของเขาไว้ ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสิ่นสืออี้ คุณเห็นฉันเป็นแฟนจริงๆ เหรอ?”

เสิ่นสืออี้ชะงัก ก่อนจะหัวเราะออกมา เดินมานั่งยองๆ ตรงหน้าฉัน ยกมือบีบแก้มฉันเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยน

“ถ้าไม่ใช่ ตอนพี่ชายคุณบอกว่าจะแนะนำผู้ชายให้ ผมจะโกรธขนาดนี้ทำไม?”

พอพูดถึงผู้ชายที่ยังไม่เคยเจอหน้าคนนั้น สีหน้าของเสิ่นสืออี้ก็ดูแย่ลง เขาดึงฉันเข้าไปกอด ริมฝีปากบางแนบชิดลำคอระหง “แค่คิดว่าคุณจะไปคบกับคนอื่น แม้แต่จะนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน ผมก็ทรมานจะตายอยู่แล้ว”

ลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอ ร่างกายฉันอ่อนระทวย ทว่าวินาทีถัดมาที่ฉันกำลังจะเคลิบเคลิ้ม ฉันก็ผลักเสิ่นสืออี้ออกอย่างแรง “สืออี้ ฉันเหนื่อยแล้ว”

เสิ่นสืออี้ตะลึงไปเล็กน้อย นึกว่าฉันตากฝนจนไม่สบาย จึงรีบอุ้มฉันขึ้นไปวางบนเตียง

จนกระทั่งฉันหลับ เขาถึงได้เอามือมาอังหน้าผาก เมื่อแน่ใจว่าไม่มีไข้แล้วถึงหันหลังเดินออกไป

มองดูประตูบานใหญ่ที่ปิดลง ฉันที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ฉันซุกหน้าลงกับหมอน ร้องไห้จนแทบขาดใจ

แฟนบ้าบออะไรกัน…

ฉันก็แค่ผู้หญิงที่ถูกใช้เป็นตัวแทนของเจียงอวิ๋นเหยาก็เท่านั้น

พอนึกถึงเมื่อก่อนที่เสิ่นสืออี้มักบอกว่าชอบรอยยิ้มของฉันที่สุด และบอกให้ฉันยิ้มเยอะๆ ฉันก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที!

น้ำตาทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว อุณหภูมิในร่างกายค่อยๆ สูงขึ้น

ท่ามกลางความมึนงง วูบหนึ่งฉันก็นึกถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว

ปีนั้นฉันอายุสิบแปด พี่ชายพาเสิ่นสืออี้มารับฉันกลับประเทศ ตั้งแต่แรกเห็น ฉันตกหลุมรักผู้ชายตัวสูงหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ทันที

ต่อมา ฉันยอมทิ้งชีวิตคุณหนูผู้สุขสบาย ขอให้พี่ชายส่งฉันเข้ามาฝึกงานในบริษัทของเสิ่นสืออี้

แรกเริ่มเดิมที เราแทบไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน ถ้าเสิ่นสืออี้ไม่คุยธุรกิจ ก็จะไปซิ่งรถในสนามแข่ง ส่วนผู้หญิงที่นั่งข้างคนขับก็เปลี่ยนคนแล้วคนเล่า

จนกระทั่งในงานเลี้ยงธุรกิจครั้งหนึ่ง เขาพลาดท่าถูกคู่แข่งวางยา พอรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติก็โซซัดโซเซหนีเข้าไปในห้องน้ำ

ฉันกลัวเขาจะเป็นอะไรไปเลยรีบตามไป แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็คลาดสายตา ฉันร้อนใจจนกระทืบเท้าอยู่กับที่ จู่ๆ มือใหญ่คู่หนึ่งก็กระชากฉันเข้าไปในห้องเก็บของ

ฉันกรีดร้องดิ้นรน แต่พอได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเสิ่นสืออี้ก็สงบลง

ชายหนุ่มด้านหลังหอบหายใจถี่ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกสามเม็ด ฤทธิ์ยาทำให้กล้ามหน้าอกภายใต้เสื้อเชิ้ตแดงระเรื่อ ดูเซ็กซี่อย่างที่สุด

ฉันเผลอกลืนน้ำลาย และภาพนี้ก็ตกอยู่ในสายตาของเสิ่นสืออี้อย่างชัดเจน

เขาหัวเราะในลำคอ เชยคางฉันขึ้น น้ำเสียงเกียจคร้านและแหบพร่า “ชอบมากเลยเหรอ?”

เมื่อถูกจับได้ ฉันก็รีบผลักเขาออกแล้วแก้ตัว “ปละ… เปล่า...”

แต่ชายหนุ่มกลับดึงฉันกลับเข้ามาในอ้อมกอด จับมือฉันแนบแน่นกับแผงอกของเขา

เขาขมวดคิ้ว ดูทรมาน “ในเมื่อชอบ งั้นก็ช่วยฉันหน่อยสิ…”

ไม่รอให้ฉันตอบรับ เสิ่นสืออี้ก็ก้มลงจูบทันที ดวงตาฉันเบิกกว้าง ก่อนจะค่อยๆ ตกอยู่ในภวังค์จูบที่เต็มไปด้วยการรุกรานแต่ก็แฝงไว้ด้วยความยับยั้งชั่งใจ

ตื่นมาอีกที เรานอนเปลือยกายอยู่บนเตียง เสิ่นสืออี้เท้าศีรษะตะแคงมองฉัน

ทั้งที่ฤทธิ์ยาหมดไปแล้ว แต่แววตาของเขากลับยังเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยังไม่จางหาย

วันนั้น เขาพูดว่า “ฉันจะรับผิดชอบเธอเอง”

เสิ่นสืออี้ทำตามคำพูดจริงๆ เขาเลิกทำตัวเสเพล หันมาคบหาดูใจกับฉันอย่างจริงจัง

ส่วนฉันก็ปฏิเสธการดูตัวเพื่อแต่งงานหลายต่อหลายครั้ง ยอมอยู่ที่บริษัทของเขา และอยู่ข้างกายเขา

ทุกครั้งที่พี่ชายเห็นคุณหนูบ้านอื่นไปพักร้อนที่บาร์เซโลนา แต่น้องสาวสุดที่รักกลับต้องมานั่งแช่อยู่ที่โต๊ะทำงานอันน่าอุดอู้ เขาก็อดถามไม่ได้ว่าบริษัทนี้มีดีอะไรหนักหนา

ฉันอยากบอกความสัมพันธ์กับเสิ่นสืออี้ตั้งหลายครั้ง แต่เสิ่นสืออี้ที่มักจะตามใจฉันกลับไม่ยอมถอยในเรื่องนี้ ตอนแรกฉันนึกว่าเขากลัวพี่ชายจะว่า

จนกระทั่งวันนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้ว

พี่ชายเป็นพยานรักของเขากับเจียงอวิ๋นเหยามาตลอด เห็นกับตาว่าเขาจะเป็นจะตายเพื่อเจียงอวิ๋นเหยาขนาดไหน แล้วจะยอมยกน้องสาวสุดที่รักให้เขาได้ยังไง

เขาไหนเลยจะกล้าให้หลินเจ๋อเฟิงรู้

แต่ว่า ต่อไปนี้เขาไม่ต้องกลัวอีกแล้ว

เพราะฉันกับเสิ่นสืออี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป

เจียงอวิ๋นเหยากลับมาแล้ว ฉันจะคืนเสิ่นสืออี้ให้เธอแบบครบถ้วนสมบูรณ์

ส่วนความรักและวันเวลาหลายปีมานี้ ฉันรักได้ ก็เลิกได้เหมือนกัน
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
16 Chapters
บทที่ 1
“อะไรนะ?! คุณหลินจะทำแท้งงั้นเหรอ? แต่เมื่อเช้าตอนคุณรู้ว่าท้อง คุณยังตื่นเต้นที่จะบอกข่าวดีนี้กับแฟนอยู่เลยไม่ใช่เหรอครับ?”หมอมองฉันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เสียงร้องอุทานดังลั่นไปทั่วห้องตรวจอันว่างเปล่าฉันก้มหน้าลง นิ้วมือจิกกำชายกระโปรงแน่น น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณอย่าถามอีกเลยค่ะ สรุปว่าเด็กคนนี้ ฉันไม่เอาแล้ว”หมอมองฉันอย่างลึกซึ้ง สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“คุณหลินครับ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเจอเรื่องอะไรมา แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของคุณยังไม่คงที่ รอให้ใจเย็นลงกว่านี้แล้วค่อยกลับไปคิดทบทวนใหม่อีกรอบดีไหมครับ”เขาเลื่อนใบยืนยันการยุติการตั้งครรภ์กลับมาตรงหน้าฉัน สายตาจับจ้องไปที่ภาพอัลตราซาวด์บนนั้น ก่อนจะเสริมอีกประโยค “ยังไงนี่ก็เป็นหนึ่งชีวิตนะครับ”ฉันเงยหน้าขึ้นมองเงาดำเล็กๆ บนผลตรวจ ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้งผ่านไปเนิ่นนาน ฉันก็เก็บใบนั้นใส่กลับเข้าไปในกระเป๋า แล้วเดินออกจากโรงพยาบาลฉันเดินกลับบ้านทีละก้าวอย่างคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จู่ๆ รถเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งก็เบรกกะทันหันตรงหน้าฉันรองเท้าหนังขัดมันเหยียบลงในแอ่งน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏขึ้นต่
Read more
บทที่ 2
วันต่อมา กว่าฉันจะตื่นก็เป็นช่วงบ่ายแล้วฉันนอนซมเพราะพิษไข้ทั้งคืน หัวสมองมึนงงไปหมด ลำคอก็แหบแห้งจนพูดไม่ออกฉันกดเปิดโทรศัพท์ พบว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหลายสิบข้อความ[หยวนชิง สุขสันต์วันเกิด! พี่ซื้อเรือยอชต์ให้เธอแล้วนะ วันหลังพวกเราไปล่องเรือเล่นกัน!][ชิงชิงลูกรัก พ่อเราโวยวายจะกลับไปจัดงานวันเกิดให้ลูกที่จีนให้ได้เลย แม่ล่ะจนปัญญาจริงๆ][ชิงชิง สุขสันต์วันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีนะ! ฉันรักเธอตลอดไป!]หน้าจอที่เลื่อนผ่าน ล้วนเต็มไปด้วยคำอวยพรวันเกิดคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงพี่ชาย เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมรุ่น ต่างก็ส่งคำอวยพรมาให้มีเพียงแฟนหนุ่มที่นอนเคียงข้างกายฉันทุกคืนเท่านั้น ที่ไม่มีข้อความส่งมาแม้แต่ฉบับเดียวฉันถอนหายใจ ในภวังค์อันเลือนรางฉันจำได้ว่าเมื่อกลางดึกฉันขอให้เสิ่นสืออี้ช่วยรินน้ำให้หน่อย แต่ดูเหมือนเขาจะรับโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง พอวางสายก็รีบร้อนออกไป และไม่กลับมาอีกเลยนับตั้งแต่นั้นฉันลากสังขารอันเหนื่อยล้าลงจากเตียง พิษไข้สูงทำให้ฉันแทบจะทรงตัวไม่อยู่จังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา เสิ่นสืออี้กลับมาแล้วเขาหิ้วของขวัญมาพะรุงพ
Read more
บทที่ 3
พอประโยคนี้หลุดออกมา ร่างกายของเสิ่นสืออี้ก็ยิ่งเกร็งเครียดหนักกว่าเดิม ผิดกับฉันที่สีหน้ายังคงสงบนิ่งฉันยิ้มออกมาอีกครั้ง “งั้นเหรอคะ งั้นเราคงมีวาสนาต่อกันน่าดู”หลินเจ๋อเฟิงฟังบทสนทนานี้แล้วก็หลุดขำพรืดออกมา“อวิ๋นเหยา ไม่เจอกันตั้งหลายปี วิธีการตีสนิทคนของเธอก็ยังแข็งทื่อเหมือนเดิมเลยนะ”เจียงอวิ๋นเหยากระทุ้งศอกใส่แขนเขาอย่างหมั่นไส้ ดูท่าทางพวกเขาสนิทสนมกันดีเหลือเกินเสิ่นสืออี้ยืนอยู่ข้างๆ ราวกับเป็นคนนอก นัยน์ตาของเขาหรี่ลงจนแคบหยี ฉันรู้ดีว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าเขากำลังโกรธจัด“ในเมื่อนายมาแล้ว งั้นฉันฝากหยวนชิงไว้กับนายแล้วกัน ฉันจะกลับก่อน”แต่หลินเจ๋อเฟิงกลับเรียกเขาไว้ พร้อมกับโยนกุญแจรถพวงหนึ่งไปให้ “งั้นก็ประจวบเหมาะพอดี นายผ่านทางนั้นก็ช่วยไปส่งอวิ๋นเหยาให้ทีสิ”เสิ่นสืออี้จ้องมองกุญแจดอกนั้นอยู่นานสองนานโดยไม่ยอมยื่นมือไปรับ สุดท้ายเป็นเจียงอวิ๋นเหยาที่ผลักมือของหลินเจ๋อเฟิงกลับไป“ไม่ต้องรบกวนเขาหรอก ฉันกลับเองได้”พูดจบ เธอก็หันไปบอกลาหลินเจ๋อเฟิง ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะหันมาอวยพรให้ฉันหายป่วยไวๆ ด้วยความหวังดี แล้วจึงหมุนตัวเดินจากไปอย่างรีบร้อนตลอดทั้งกระ
Read more
บทที่ 4
เมื่อกลับมาถึงห้องผู้ป่วย เสิ่นสืออี้ก็หายตัวไปแล้ว บนเตียงมีเพียงใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลที่มีลายเซ็นของเขาวางอยู่พยาบาลที่อยู่ข้างๆ อธิบายว่า “เขาเพิ่งจ่ายเงินเสร็จก็รีบร้อนออกไปเลยค่ะ สงสัยคงจะมีธุระด่วน”ฉันจ้องมองใบเสร็จใบนั้นเขม็ง ผ่านไปเนิ่นนานถึงถามเสียงเบา “ตอนเขาไป ท่าทางเขาเป็นยังไงคะ?”พยาบาลนึกย้อนดูครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “ดูอาการไม่ค่อยดีเลยค่ะ ขอบตาแดงๆ เหมือนร้องไห้มา”ร้องไห้?ฉันกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นขึ้นไปอีกเสิ่นสืออี้ ดูท่าฉันจะประเมินความรักที่คุณมีต่อเจียงอวิ๋นเหยาต่ำไปจริงๆ“คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่สบายตรงไหนอีกไหมคะ?”ฉันส่ายหน้า หันไปบอกพยาบาล “ช่วยทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ฉันทีค่ะ”พยาบาลเงยหน้ามองด้วยความตกใจ “แต่ร่างกายของคุณยัง…”“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วค่ะ”ฉันไม่อยากอยู่ในสถานที่ที่ยังหลงเหลือกลิ่นน้ำหอมของเจียงอวิ๋นเหยาอีกต่อไปแล้วหลังจากออกจากโรงพยาบาล ฉันไม่ได้กลับไปที่วิลล่าของเสิ่นสืออี้ แต่กลับไปที่บ้านของตัวเองพอเห็นฉัน หลินเจ๋อเฟิงก็ตกใจมาก “หยวนชิง เธอไม่ได้นอนโรงพยาบาลอยู่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาล่ะ?”ขอบตาฉันร้อนผ่าว โผเข้ากอด
Read more
บทที่ 5
ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พี่ชายก็มายืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ข้างเตียงแล้วเขาปาใบผลตรวจครรภ์ใส่ตัวฉัน “หลินหยวนชิง เด็กในท้องเป็นลูกใคร!”ฉันเม้มปาก ขยำผ้าปูที่นอนแน่นไม่ยอมพูดอะไรสักคำพี่ชายคาดคั้นอยู่นานฉันก็ยังไม่ปริปาก จนกระทั่งเสิ่นสืออี้เดินเข้ามา หัวใจฉันก็กระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที“นายมาทำอะไรที่นี่?”หลินเจ๋อเฟิงมองเขาด้วยความสงสัยเสิ่นสืออี้ตอบด้วยสีหน้าท่าทางที่เป็นธรรมชาติมาก “ฉันได้ยินเพื่อนร่วมงานในบริษัทบอกว่าน้องสาวนายป่วย ในฐานะเจ้านาย ฉันแวะมาเยี่ยมลูกน้องก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”พี่ชายขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้คิดมาก โบกมือไล่อย่างรำคาญ “นายออกไปก่อน ฉันมีธุระจะคุยกับน้อง”เสิ่นสืออี้ชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษผลตรวจในมือพี่ชายฉันรีบแกล้งไอออกมาดังๆ พี่ชายรีบซ่อนใบนั้นไว้ข้างหลังทันที แล้วหันไปตะคอกใส่เขา “ออกไปก่อนสิ!”เขาลูงเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมหันหลังเดินออกไปในห้องผู้ป่วย เหลือเพียงฉันกับพี่ชายเขาถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เด็กในท้อง เป็นลูกของใคร?”วินาทีนั้นฉันอยากจะตะโกนบอกเหลือเกินว่าพ่อของเด็กก็คือผู้ชายที่เพิ่งถูก
Read more
บทที่ 6
ฉันเช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ อยู่ชั่วคราว และเริ่มกลับมาวาดรูปอีกครั้งจริงๆ แล้วสมัยเรียนมหาวิทยาลัยฉันเรียนจบด้านการออกแบบ แถมยังเคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัลแต่ต่อมาเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับเสิ่นสืออี้ ฉันจึงเลือกที่จะทำงานเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมธรรมดาๆ ในบริษัทของเขาจริงๆ แล้วฉันไม่ได้ชอบงานนี้เลย ฉันชอบออกแบบเครื่องประดับ ออกแบบเสื้อผ้ามากกว่า ของสวยๆ งามๆ มักจะทำให้ฉันมีความสุขเสมอชีวิตเพิ่งจะเริ่มสงบสุขได้ไม่นาน แต่เจียงอวิ๋นเหยากลับไม่อยากให้ฉันมีความสุข ทุกๆ วันที่ไปเที่ยวพักผ่อน เธอจะขยันส่งข้อความมาหาฉันเยอะมากเช่น ภาพที่เธอนอนอยู่บนชายหาด โดยมีเสิ่นสืออี้กำลังถือน้ำมันหอมระเหยนวดตัวให้หรือภาพผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ กับมือสองข้างที่สอดประสานกันแน่นยังมีภาพเสื้อผ้าที่เกลื่อนพื้น และถังขยะที่มีถุงยางอนามัยใช้แล้วล้นออกมาทั้งที่หัวใจด้านชาไปนานแล้ว แต่วันนี้กลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้งท้องน้อยก็เริ่มปวดตุบๆ ขึ้นมาด้วยแต่ไม่เป็นไรหรอกอีกเดี๋ยวเดียวมันก็จะไม่เจ็บแล้วขอเวลาฉันอีกหน่อย แล้วฉันจะไม่เจ็บปวดอีกต่อไปฉันจัดการบล็อกเจียงอวิ๋
Read more
บทที่ 7
(มุมมองบุคคลที่สาม)เสิ่นสืออี้ก้มหน้าลง ทวนคำพูดซ้ำอีกครั้ง “ท้อง?”ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว หลินเจ๋อเฟิงก็ซัดหมัดใส่หน้าเขาอีกครั้ง “ไอ้สารเลว! ในเมื่อแกก็รักเจียงอวิ๋นเหยาจะเป็นจะตาย แล้วแกมายุ่งกับน้องสาวฉันทำไม! เข้ามาในชีวิตเธอก็ว่าแย่แล้ว ทำไมแกถึงไม่ดูแลเธอให้ดี!”เสิ่นสืออี้ถูกชกจนสมองมึนงงไปหมด เขาเคยจินตนาการภาพตอนที่คำโกหกถูกเปิดโปงไว้นับร้อยพันแบบ แต่ไม่มีแบบไหนเลยที่จะรุนแรงและข้อมูลถาโถมใส่ตัวเขาหนักหนาเท่ากับตอนนี้ทันใดนั้น เจียงอวิ๋นเหยาก็กระแอมไอขึ้นมา “สืออี้ ทำไมจู่ๆ เธอก็ท้องล่ะ?”ประโยคนี้เหมือนดึงสติเสิ่นสืออี้กลับมา ตั้งแต่ต้นจนจบ หลินหยวนชิงไม่เคยพูดเรื่องท้องเลยสักคำ แต่พอเมื่อกี้เขาประกาศว่าจะเลิก เธอก็บอกว่าท้องทันที…เสิ่นสืออี้เข้าใจทุกอย่างในทันใด ใบหน้าของเขาขรึมลง จ้องมองหลินเจ๋อเฟิงด้วยสายตาเย็นชา“ฉันคบกับหลินหยวนชิงจริง”“แต่เธอไม่ได้ท้อง”“เธอแค่กลัวว่าฉันจะบอกเลิก ก็เลยกุเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเดี๋ยวนี้เธอจะกลายเป็นคนโกหกพกลมไปแล้ว”เขาแค่นหัวเราะ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน ราวกับมองเห็นภาพหลินหยวนชิงวางแผนสมรู้ร่
Read more
บทที่ 8
(มุมมองบุคคลที่สาม)“คะ…คนที่พวกคุณพูดถึงคือใคร?! เธอชื่ออะไร!”น้ำเสียงของเสิ่นสืออี้สั่นเครืออย่างรุนแรงพยาบาลหันมามองเขาอย่างรำคาญ “คุณคะ กรุณาอย่าเกะกะขวางทาง คนไข้ยังรออยู่ในห้องผ่าตัดนะคะ!”เขายิ่งเร่งน้ำเสียงให้ร้อนรนขึ้นไปอีก“แค่บอกชื่อมาชื่อเดียวไม่ได้เหรอ? เธอคือใคร?! ใครกันแน่!”“คือน้องสาวฉันเอง”หลินเจ๋อเฟิงปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ น้ำเสียงเยือกเย็นจนน่ากลัวเขากระชากมือเสิ่นสืออี้ออกอย่างแรง พยาบาลมองเขาด้วยสายตาขอบคุณก่อนจะรีบเดินจากไปหน้าห้องตรวจเหลือเพียงพวกเขาสองคน“มะ..ไม่จริง… เป็นไปไม่ได้… นายหลอกฉันใช่ไหม…”“จะแท้งได้ยังไง? เป็นไปได้ยังไง?”เสิ่นสืออี้พึมพำออกมาอย่างคนจับต้นชนปลายไม่ถูก ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดเห็นสภาพของเขา หลินเจ๋อเฟิงก็แค่นหัวเราะออกมา“เป็นไปได้ยังไง?”“หึ เสิ่นสืออี้ นายยังมีหน้ามาพูดสามคำนี้อีกเหรอ”“ลูกของหยวนชิง ไม่ใช่เพราะนายทำหลุดไปหรือไง?”สิ้นเสียงคำพูด เสิ่นสืออี้ก็ตะโกนลั่น “เป็นไปไม่ได้! ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเด็กคนนี้อยู่ ฉันจะไปฆ่าเขาได้ยังไง?!”หลินเจ๋อเฟิงไม่ตอบโต้ ทำเพียงจ้องมองเขาด้วยส
Read more
บทที่ 9
(มุมมองบุคคลที่สาม)เจียงอวิ๋นเหยาหัวเราะเบาๆ“สมน้ำหน้ามัน”“แล้วเอาไงต่อดีพี่อวิ๋นเหยา? จะให้เสิ่นสืออี้แต่งงานกับพี่เลยไหม? เขาเพิ่งทุ่มเทเพื่อพี่ขนาดนี้ ช่วงนี้ต้องเป็นช่วงที่เขารักพี่ที่สุดแน่ๆ”หลิวลี่ลี่เพื่อนสาวคนสนิทของเธอกล่าวอย่างตื่นเต้นทว่าเจียงอวิ๋นเหยากลับส่ายหน้า“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”“นึกไม่ถึงว่าไอ้พวกนั้นจะลงมือหนักขนาดนี้ เล่นงานเขาจนขาเป๋ คนอย่างเจียงอวิ๋นเหยาไม่มีเวลามานั่งรอไอ้เป๋นี่รักษาตัวจนหายหรอกนะ”หลิวลี่ลี่อึ้งไปครู่หนึ่ง “ก็จริงนะ สภาพเขาตอนนี้คงตอบสนองเรื่องบนเตียงให้พี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วพี่กะจะทำยังไงต่อล่ะ?”เจียงอวิ๋นเหยาเขี่ยเล็บสวยๆ ของตัวเองเล่น พลางพูดเน้นทีละคำ “ก็ต้อง… หลอกให้แต่งงานก่อน จากนั้นก็ค่อยสลัดทิ้งแรงๆ แบ่งสมบัติมาสักครึ่งหนึ่ง แล้วค่อยไปแต่งงานกับคนที่ดีกว่าสิ”พูดจบ เธอก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับวาดฝันถึงชีวิตอันสวยหรูในตอนจบไว้เรียบร้อยแล้วเสิ่นสืออี้ยืนอยู่หน้าประตู แววตาเย็นยะเยือกจนน่ากลัววินาทีถัดมา เขาก็ปั้นหน้ายิ้มแล้วเดินเข้าไปเสียงหัวเราะในห้องหยุดลงกะทันหัน เจียงอวิ๋นเหยาถามด้วยความตื่นตระหนก “นา
Read more
บทที่ 10
(มุมมองนางเอก)หลังจากตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข่าวแรกที่ฉันได้รับรู้คือข่าวการหมั้นของเสิ่นสืออี้กับเจียงอวิ๋นเหยาพี่ชายยืนทุบกำแพงด้วยความโกรธแค้นอยู่ข้างๆ แต่ในใจฉันกลับไร้ซึ่งความโศกเศร้าเสิ่นสืออี้ทำให้ฉันต้องตกเลือดครั้งใหญ่ถึงสองหนครั้งแรก เขาพรากลูกของฉันไปครั้งที่สอง เขาพรากความรักที่ฉันมีต่อเขาไปจนหมดสิ้นสำหรับฉันในตอนนี้ เขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าแม้แต่เจ้านายก็ยังไม่ใช่ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งอีเมลยื่นจดหมายลาออกให้กับฝ่ายบุคคลนับจากนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอีกแล้ว ฉันจะออกแบบเครื่องประดับที่งดงาม ออกแบบชุดสวยๆ ให้ผู้คนมากมายได้สวมใส่ฉันจะใช้ชีวิตในแบบของฉันเองแล้ว“พี่คะ ช่วยทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ฉันที”หลินเจ๋อเฟิงชะงัก “แต่ว่า… เธอยังไม่หายดีเลยนะ”ฉันยิ้มบางๆ หยิบโทรศัพท์เปิดจดหมายเชิญเข้าร่วมการประกวดออกแบบให้เขาดู“แต่โอกาสไม่รอใครนะคะ ฉันอยากเข้าร่วมการประกวดนี้”พี่ชายมองหน้าฉันอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเดินเข้ามาลูบหัวฉันเบาๆ“ได้สิ”“พี่สนับสนุนทุกทางเลือกของเธอ”“เพราะงั้นต่อไปนี้ อย่าปิดบังพี่อีกได้ไหม?”ฉันโผเข้ากอดพี
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status