Short
ความรักจมลึกลงทะเลแห่งราตรี

ความรักจมลึกลงทะเลแห่งราตรี

بواسطة:  เสี่ยวหลีฮวาمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
9فصول
3.9Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ในวันครบรอบแต่งงานห้าปี ฉันเจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าเครื่องหนึ่งในตู้เซฟของลู่จิ่งเซิน รหัสผ่านคือวันเกิดของแฟนคนแรกของเขา ด้านในนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำอันหวานแหววในอดีตของพวกเขา แต่ในอัลบั้มรูปปัจจุบันของเขา กลับไม่มีรูปฉันเลยแม้แต่สักรูป “หลินซี แอบส่องเรื่องส่วนตัวคนอื่น มันสนุกนักเหรอ?” ฉันหันไปมองผู้ชายที่อยู่นอกประตู โดยไม่เอะอะโวยวายอะไรเลย แค่พูดอย่างเฉยชาว่า “เราหย่ากันเถอะ” ลู่จิ่งเซินฟอร์แมตโทรศัพท์ต่อหน้าฉัน สีหน้าเฉยเมย ไร้ซึ่งอารมณ์ให้คาดเดา “ตอนนี้โอเคแล้ว?” เขาถามฉัน “ยังจะหย่าอยู่ไหม?” ฉันพยักหน้าอย่างจริงจัง “หย่า”

عرض المزيد

الفصل الأول

1

1

“พอได้แล้ว เลิกงอแงสักที”

ลู่จิ่งเซินขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูหงุดหงิด

“เชื่อฟังหน่อยนะ พอโปรเจกต์ปลายปีเสร็จแล้ว ผมจะหาเวลาไปฮอกไกโดดูหิมะกับคุณ โอเคไหม?”

เห็นฉันเงียบอยู่นาน ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ

ริมฝีปากของลู่จิ่งเซินกระตุกเล็กน้อย แตะหน้าผากฉันเบาๆ ด้วยปลายนิ้วตามแบบนิสัยเฉยเมยปกติเช่นเคย

“ครั้งนี้จริงๆแล้ว ไม่ได้โกหกคุณ”

ฉันรู้สึกอยากหัวเราะ

ครั้งนี้ไม่ได้โกหกฉัน

ที่แท้เขาเองก็รู้ว่า ก่อนหน้านี้ได้โกหกฉันไปหลายครั้งแล้ว

เคยสัญญากับฉันไว้นานแล้วว่าจะไปดูหิมะที่ฮอกไกโด แต่เขาก็เลื่อนมันออกไปอย่างปีแล้วปีเล่า

เวลาที่เราไปเดตไปดูหนังกัน ก็เป็นฉันเองที่ไปยืนรอหนังฉายอยู่ที่หน้าประดูโรงหนังคนเดียวอย่างเงียบๆ

ปกติบอกว่าจะมารับฉัน แต่ฉันถูกฝนสาดจนเปียกไปหมดทั้งตัวแล้ว ก็ยังไม่เห็นรถของเขาโผล่มาเลย

เรื่องที่สัญญากับฉันไว้ ลู่จิ่งเซินมักจะผิดสัญญาตลอด

ดังนั้น ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา เขากลับรู้สึกว่ามันคือพระคุณ คือรางวัลเสียอย่างนั้น

“ไม่จำเป็นค่ะ” ฉันสูดหายใจลึกๆ แล้วพูดซ้ำอย่างหนักแน่นว่า “ลู่จิ่งเซิน ฉันจะหย่ากับคุณ”

คราวนี้ สีหน้าของเขากลายเป็นเย็นชา หมดความอดทนไปทันที

“หลินซี คุณช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน”

“ฮอกไกโดจะไปไม่ไปก็แล้วแต่คุณ ผมได้ให้โอกาสคุณแล้ว”

“ถึงตอนนั้นก็อย่ามาร้องไห้ แล้วบอกว่าผมไม่ได้ทำตามที่สัญญากับคุณไว้นะ”

พูดจบ เขาก็หยิบเสื้อกันหนาวบนโซฟา หันหลังแล้วเดินจากไป

ไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารเย็นที่เตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะด้วย

ฉันก็เงียบไป

เป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้พยายามรั้งเขาไว้ให้อยู่ต่อแม้แต่แค่หนึ่งนาที เหมือนอย่างที่ผ่านมา

ลู่จิ่งเซินเดินถึงหน้าประตู ชะงักก้าวเล็กน้อย แล้วหันกลับมามองฉัน

ฉันนั่งลงแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา และเริ่มกินข้าวอย่างเงียบๆ

เขาปิดประตูเสียงดัง

ราวกับว่ากำลังระบายความโกรธอะไรอยู่

หัวใจเจ็บปวดไม่เป็นนานแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่า

เมื่อก่อนฉันรู้สึกมาโดยตลอดเลยว่า ผู้ชายที่สูงส่งอย่างลู่จิ่งเซิน

เขาเป็นคนที่ไม่เคยแตะต้องควันไฟของโลกีย์เลย

แต่แท้จริงแล้ว เขาก็ยอมเข้าครัวทำอาหารให้ผู้หญิงที่เขารักกินเหมือนกัน

ได้รับคำชมจากเธอเพียงหนึ่งคำ

รอยบาดบนมือ แผลน้ำร้อนลวก เหมือนกลายเป็นเครื่องหมายของเกียรติยศแห่งความรักเสียแล้ว

เขาเองก็เคยพูดคำหวานๆ ที่ไร้สาระแบบนั้นเหมือนกัน

「การทำอาหารให้กับคนที่เรารัก มันทำให้เรารู้สึกมีความสุขจริงๆ」

「ผมจะทำอาหารให้หว่านฉิงกินตลอดชีวิต เลี้ยงเธอให้อ้วนพี แบบนี้ก็จะไม่มีคนแย่งกับผมแล้ว」

อ่านบันทึกเหล่านั้นแล้ว ทำให้ฉันตระหนักเป็นครั้งแรกว่า

ตัวเองช่างน่าขันเพียงใด

วันรุ่งขึ้น ฉันนัดเจอกับเพื่อนสนิทที่เป็นทนายความกันที่ร้านกาแฟ เพื่อให้เธอช่วยร่างข้อตกลงหย่าร้างฉบับหนึ่งให้ฉัน

“นี่พวกแกสองคนเป็นอะไรกันเนี่ย?ครั้งนี้ถึงได้ทะเลาะกันแรงขนาดนี้?”

เพื่อนสนิทแสดงสีหน้าประหลาดใจ

เธอรู้ดีที่สุดว่าฉันรักลู่จิ่งเซินมากแค่ไหน

ในอดีต เวลาที่เราทะเลาะกัน อย่างมากก็แค่เงียบใส่กันสักพัก

“ฉันเหนื่อยแล้วจริงๆ” ฉันมองผู้คนและรถราวิ่งวุ่นวายเต็มไปหมดในนอกหน้าต่าง “แกรู้ไหม เธอกลับประเทศแล้ว”

เพียงแค่ใช้คำเรียกแทนชื่อ เธอเพื่อนสนิทก็เข้าใจทันที

เย่หว่านฉิง

รักแรกของลู่จิ่งเซินที่ไม่อาจลืมเลือน

ชื่อนี้เหมือนเข็มเล็กๆ ที่ทิ่งแทงอยู่ในใจของฉัน

ไม่เห็นเลือด แต่กลับทำให้ฉันเจ็บอยู่เป็นระยะ ๆ

ฉันไม่เคยเจอเธอด้วยซ้ำ แต่การมีอยู่ของเธอกลับส่งผลกระทบต่อฉันเป็นเวลาห้าปีเต็มๆ

ลู่จิ่งเซินบอกว่าพื้นที่ส่วนตัวสำคัญ แต่เขากับเย่หว่านฉิงกลับเคยใช้บัญชีเพลงร่วมกัน

ลู่จิ่งเซินไม่ชอบให้ชีวิตส่วนตัวถูกเปิดเผย แต่โซเชียลมีเดียของเขาในอดีตนั้นกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของผู้หญิงคนนั้น

นิทรรศการศิลปะที่พาฉันไปดู ก็เป็นผลงานของนักวาดที่เย่หว่านฉิงชอบ

เขาบ่นว่าการพาฉันไปเดินช้อปปิ้งเป็นการเสียเวลา แต่เคยพาเธอเดินไปทั่วตลาดของเก่าทั้งเมืองมาแล้ว

คบกับฉันสองปีแต่งงานมาสามปี แต่ลู่จิ่งเซินก็ไม่เคยตัดเธอออกจากใจอย่างแท้จริง

และฉันก็เป็นเหมือนการอยู่เป็นเพื่อนในช่วงที่เขาโสดแค่นั้น เป็นการเคยชินอย่างหนึ่ง

และเป็นตัวเลือกที่ดีรองลงมา

"โอเค งั้นเรื่องข้อตกลงหย่าก็ให้ฉันจัดการเอง ไม่ให้แกเสียเปรียบแน่นอน!"

เพื่อนสนิทของฉันพูดด้วยความกังวล "แต่ว่า ซีซีแกตัดสินใจจริงๆแล้วเหรอ?"

"ฉันเคยบอกแกไปแล้ว ผู้ชายคนนี้ไม่เหมาะกับแก ใจของเขายังตัดขาดไม่หมด แกอยู่กับเขามีแต่จะทำให้ตัวเองน้อยใจ"

"แต่แกก็หลงเข้าไปอย่างหุนหันพลันแล่น ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง"

ฉันก้มหน้าลงและคนกาแฟในแก้ว

"เรื่องบางเรื่อง เราต้องกับตัวจนบาดเจ็บไปทั้งตัว ถึงจะยอมถอยกลับมา"
توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
9 فصول
1
1“พอได้แล้ว เลิกงอแงสักที” ลู่จิ่งเซินขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดูหงุดหงิด“เชื่อฟังหน่อยนะ พอโปรเจกต์ปลายปีเสร็จแล้ว ผมจะหาเวลาไปฮอกไกโดดูหิมะกับคุณ โอเคไหม?”เห็นฉันเงียบอยู่นาน ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆริมฝีปากของลู่จิ่งเซินกระตุกเล็กน้อย แตะหน้าผากฉันเบาๆ ด้วยปลายนิ้วตามแบบนิสัยเฉยเมยปกติเช่นเคย “ครั้งนี้จริงๆแล้ว ไม่ได้โกหกคุณ”ฉันรู้สึกอยากหัวเราะครั้งนี้ไม่ได้โกหกฉันที่แท้เขาเองก็รู้ว่า ก่อนหน้านี้ได้โกหกฉันไปหลายครั้งแล้วเคยสัญญากับฉันไว้นานแล้วว่าจะไปดูหิมะที่ฮอกไกโด แต่เขาก็เลื่อนมันออกไปอย่างปีแล้วปีเล่าเวลาที่เราไปเดตไปดูหนังกัน ก็เป็นฉันเองที่ไปยืนรอหนังฉายอยู่ที่หน้าประดูโรงหนังคนเดียวอย่างเงียบๆปกติบอกว่าจะมารับฉัน แต่ฉันถูกฝนสาดจนเปียกไปหมดทั้งตัวแล้ว ก็ยังไม่เห็นรถของเขาโผล่มาเลยเรื่องที่สัญญากับฉันไว้ ลู่จิ่งเซินมักจะผิดสัญญาตลอดดังนั้น ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา เขากลับรู้สึกว่ามันคือพระคุณ คือรางวัลเสียอย่างนั้น“ไม่จำเป็นค่ะ” ฉันสูดหายใจลึกๆ แล้วพูดซ้ำอย่างหนักแน่นว่า “ลู่จิ่งเซิน ฉันจะหย่ากับคุณ”คราวนี้ สีหน้าของเขากลายเป็นเย็นชา หมดความอดทนไปทันที
اقرأ المزيد
2
2ท้องฟ้ามืดครึ้ม และฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างกะทันหันสามีของเพื่อนสนิทมารับ"บอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมา?""จะได้ได้ยังไงที่รัก ผมนะไม่ยอมให้คุณเปียกหรอก พี่สะใภ้ ไปด้วยกันเถอะ ผมไปส่งคุณกลับก่อน"ฉันยิ้มและส่ายหัว "พวกคุณไปก่อนเถอะ ฉันขอนั่งอีกสักพัก"เมื่อก่อน ฉันมักจะอิจฉาความห่วงใยและความรักที่แท้จริงที่พวกเขามีให้กันทำไมฉันกับลู่จิ่งเซินก็เป็นสามีภรรยาเหมือนกัน แต่กลับเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่เสมอทำไมคำตอบนั้นง่ายมาก เขาไม่รักคุณมากพอแต่ฉันหลอกตัวเองมานานขนาดนี้ คิดว่าเขารักคนไม่เป็นอยู่แล้วเมื่อฝนเริ่มซาลง ฉันก็ลุกขึ้นและออกไปข้างนอกทันใดนั้นก็เห็นรถออดี้คันหนึ่งที่คุ้นตาค่อย ๆ จอดที่ริมทางผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับสวมชุดเดรสยาวสีเบจ ผมดัดลอนเล็กน้อย ออร่าอ่อนโยนและสง่างามลู่จิ่งเซินลงจากรถอีกฝั่งหนึ่งและเดินตรงมาทางนี้ ดูเหมือนแค่แวะมาซื้อกาแฟพอดีเองเท่านั้นเมื่อเห็นฉัน เขาก็ทำหน้าเฉยๆ เพียงยกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเขาคงคิดว่าฉันจะเป็นคนริเริ่มทักทายเขาก่อน แต่ฉันกลับแค่ก้มหน้ามองรถที่จองไว้ในแอปอาจเป็นเพราะเหม่อลอย ฉันเลยก้าวพลาดและข้อเท้า
اقرأ المزيد
3
3ฉันเปิดประตูรถออก พยายามจะลงจากรถเองแต่เขาลงจากรถก่อน แล้วอุ้มฉันขึ้น ท่าทางไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้ให้ฉันล้หลังจากเข้าไปข้างในแล้ว เขาหยิบชุดปฐมพยาบาลมา แล้วพ่นยาให้ฉันอย่างทุลักทุเล สีหน้ายังคงเย็นชาเช่นเคย"ต่อไปอย่าทำแบบนั้นอีกนะ"ฉันมองเขาทำทุกอย่างเสร็จอย่างเงียบๆลู่จิ่งเซินเป็นแบบนี้เสมอ ตบหัวแล้วลูบหลังฉันตลอดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทำให้ฉันตกอยู่ในภาวะขัดแย้งภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขามีความจริงใจกับฉันแม้แต่นิดไหม?การเอาแต่กังวลว่าคนอีกคนรักเราหรือไม่ มันช่างโง่เขลาเหลือเกิน แต่ฉันก็โง่มาแบบนี้มาตั้งห้าปีได้เวลาตื่นแล้วฉันขี้เกียจเกินกว่าจะไปเดาความคิดของเขาอีกต่อไป จึงพูดขอบคุณอย่างไม่ใส่ใจลู่จิ่งเซินยืนนิ่งอยู่หน้าโซฟา“มีอะไรอีกไหม?”ลู่จิ่งเซินเม้มปาก “คุณไม่มีอะไรอยากถามผมหรือ?”ฉันส่ายหัวอย่างสงบที่จริงแล้ว ฉันได้เข้าไปดูบัญชีโซเชียลมีเดียของเย่หว่านฉิงแล้วเมื่อวานเธอโพสต์รูปเครื่องบินลงจอดในทวิตเตอร์แคปชั่นคือ「รอคุณ」ฉันเลื่อนดูคอมเมนต์ทุกอัน แต่ก็ไม่เห็นคอมเมนต์หรือไลค์จากลู่จิ่งเซินเลยแต่ฉันรู้ว่าเขาต้องไปแน่นอนและมันเป็นแบบนี้จริง“ฉันเห
اقرأ المزيد
4
4คืนนี้เป็นงานฉลองครบรอบบริษัท มีการจัดงานเลี้ยงใหญ่ก่อนที่จะลาออกอย่างเป็นทางการ ฉันก็ยังไปร่วมงานอยู่ดีอย่างน้อยก็ต้องเอาโบนัสสิ้นปีที่ควรได้ต่อหน้าทุกคน บนเวทีลู่จิ่งเซินประกาศรับเย่หว่านฉิงเข้าทำงานอย่างเปิดเผยแถมยังกำชับทุกคนเป็นพิเศษว่า ให้ดูแลเพื่อนร่วมงานใหม่ให้ดีด้วยมีคนกระซิบว่า"คุณพระช่วย นี่เป็นคำพูดที่ซีอีโอลู่ผู้เข้มงวดและเที่ยงธรรมพูดออกมาจริงเหรอ?"ฉันฟังอยู่ด้านล่างเวที และปรบมืออย่างให้ความร่วมมือสายตาของลู่จิ่งเซินเหลือบมองมาทางฉันอย่างไม่ตั้งใจ ราวกับกำลังสังเกตปฏิกิริยาของฉันวินาทีต่อมา เย่หว่านฉิงที่สวมรองเท้าส้นก็ก้าวพลาด เขาจึงรีบหันไปพยุงเธองานเลี้ยงดำเนินไปได้ครึ่งทางแล้วฉันออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่หน้าระเบียง และได้ยินเสียงของลู่จิ่งเซินและเพื่อนของเขา"ทำไม ทะเลาะกับหลินซีอีกแล้วเหรอ?"เขาหมุนแก้วไวน์อย่างไม่ใส่ใจ “อืม” เพื่อนของเขาถอนหายใจ “นิสัยดื้อๆของนายเนี่ย เมื่อไหร่นายจะเป็นฝ่ายริเริ่มขอโทษและปลอบใจเค้าบ้าง ผู้หญิงดีๆ อย่างเธอเนี่ยหายากนะ”“ฉันรู้”“แล้วนายจะพาเย่หว่านฉิงมาทำให้เธออาบอายทำไมล่ะ?นายทำแบบนี้ มีแต่จะเพิ่มความ
اقرأ المزيد
5
5ลู่จิ่งเซินที่เสื้อมีคราบไวน์และบรรยากาศอึมครึม ส่งเย่หว่านฉิงกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ เย่หว่านฉิงปลอบเขาอย่างอ่อนโยน “จิ่งเซิน อย่าโกรธไปเลย หลินซีเธอคงเข้าใจผิด ฉันคิดว่าเธอก็คงไม่ได้ตั้งใจหรอก”“ฉันไม่เป็นอะไร แต่ขอโทษที่ทำให้คุณต้องลำบาก”“พวกคุณอย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะ” สายตาของลู่จิ่งเซินจ้องมองแสงไฟนีออนที่ค่อยๆ จางหายไปในนอกหน้าต่าง และตอบอืมอย่างไม่ใส่ใจเธอหยุดชะงัก ยื่นมือออกไป อยากช่วยเขาจัดเนคไทที่ยุ่งเล็กน้อยให้เรียบร้อยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม“เห็นคุณเป็นแบบนี้ ฉันรู้สึกสงสาร......” ลู่จิ่งเซินหลบไปด้านข้างโดยสัญชาตญาณมือของเย่หว่านฉิงหยุดชะงักในกลางอากาศ สีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย“จิ่งเซิน ฉันไม่ได้หมายความอย่างอื่นนะ”“ผมรู้” ลู่จิ่งเซินหยุดชะงัก พลางคลายเนคไทอย่างหงุดหงิด “ผมทำเองได้” ในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดลู่จิ่งเซินดูเหมือนจะไม่รู้สึกอะไรเลย ปลายนิ้วเคาะขอบกระจกหน้าต่างรถโดยไม่รู้ตัวความรู้สึกไม่สบายใจและความตื่นตระหนกที่ไม่อาจอธิบายได้ค่อย ๆ แผ่ซ่านอยู่ในใจไม่นาน พวกเขาก็มาถึงอพาร์ตเมนต์ที่เย่หว่านฉิงพักอยู่“จิ่งเซิน ขอบคุณที่
اقرأ المزيد
6
6ลู่จิ่งเซินไปหาเย่หว่านฉิงอีกครั้งทันทีที่หญิงสาวลงมาจากบันได บนใบหน้าก็เต็มไปด้วยความดีใจ และมีความได้ใจที่ควบคุมได้แอบแฝงอยู่เล็กน้อย“จิ่งเซิน คุณจะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันเหรอ?”ลู่จิ่งเซินพูดอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงสงบจนไร้ร่องรอยความหวั่นไหว“หว่านฉิง คุณเห็นแชทกลุ่มของบริษัทหรือยัง?”เย่หว่านฉิงอึ้งไปครู่หนึ่ง “ยังเลยค่ะ ทำไมเหรอคะ?”สายตาที่เฉียบคมและเจาะลึกของลู่จิ่งเซินจ้องมองเย่หว่านฉิง พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา แบบไม่คิดจะปิดบัง“ข่าวลือเกี่ยวกับเรานั่น คุณเป็นคนปล่อยออกไปไม่ใช่เหรอ?”ในดวงตาของเย่หว่านฉิงพลันปรากฏทั้งความตกใจและรู้สึกเจ็บปวดใจเธอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาแดงก่ำทันที“จิ่งเซิน ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นกับฉันล่ะ?”“ฉันเพิ่งกลับประเทศมา ไม่มีเพื่อนที่นี่เลย และเพิ่งเข้าทำงานในบริษัทของคุณวันนี้เอง จะไปสมรู้ร่วมคิดไปปล่อยข่าวลือพวกนั้นกับเพื่อนร่วมงานได้ยังไงกัน?”“ทำแบบนั้นมันมีผลประโยชน์อะไรกับฉัน?”คิ้วของลู่จิ่งเซินกระตุกเล็กน้อย จับช่องโหว่ในคำพูดของเธอได้“หว่านฉิง ไหนคุณบอกว่าคุณไม่ได้ดูไม่ใช่เหรอ?”“รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?” เย่หว่านฉิงรีบ
اقرأ المزيد
7
7คนที่ส่งข้อความไปรู้ตัวทันทีว่าส่งผิดกลุ่ม อยากจะยกเลิกข้อความแต่ก็สายเกินไปแล้ว「นี่ฉันไม่ได้ดูผิดใช่ไหม ประธานลู่กับหลินซี?」「เดี๋ยวก่อน ประธานลู่เกลียดหลินซีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ???」「พวกเขาแต่งงานกันเมื่อไหร่ ปิดบังได้เนียนมาก!」「ที่แท้หลินซีต่างหากที่เป็นภรรยาของประธานลู่ แล้วเย่หว่านฉิงเป็น?」「ไม่แปลกใจเลยที่คืนนี้หลินซีจะอาละวาดออกมา สาดไวน์ใส่หน้าประธานลู่ต่อหน้าสาธารณชน......」ข้อความนี้เหมือนกับระเบิดที่ซ่อนอยู่ แม้แต่พนักงานที่เงียบที่สุดก็ถูกระเบิดออกมาจนได้ข้อความต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาในแชทกลุ่มแต่ลู่จิ่งเซินกลับนิ่งงัน ราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราวให้หยุดไว้กับที่สมองของเขาว่างเปล่าวันรุ่งขึ้น ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วบริษัทเย่หว่านฉิงจำเป็นต้องกัดฟันฝืนมาทำงาน ตลอดทางก็มีแต่คนมองด้วยสายตาเหมือนจะติและดูถูกแบบไม่ปิดบังเลยไปห้องน้ำชา เพื่อนร่วมงานที่กำลังคุยและหัวเราะกันอย่างมีความสุขอยู่ ก็เงียบลงทันที แล้วแยกย้ายกันไปพร้อมเพรียงแถมยังมีคนจงใจขึ้นพูดเสียงดังขณะที่เธอเดินผ่านมาพอดี"ไปแทรกในชีวิตคู่ของคนอื่น ยังกล้ามาทำงานอีก รู้ทั้งรู้ว่าเขามีครอบครัวก็
اقرأ المزيد
8
8เครื่องบินลงจอดที่เมืองหยุนเฉิง ห่างออกไปสองพันกิโลเมตรนี่คือบ้านเกิดของฉัน เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ ที่มีอากาศอบอุ่นและชื้นฉันลากกระเป๋าเดินทาง ยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา รวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วกดกริ่งคนที่มาเปิดประตูคือแม่ฉันเธออึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตาแดงก่ำทันที“ยังรู้จักกลับบ้านอีกเหรอ!” เมื่อได้ยินแบบนี้ พ่อก็เดินออกมาจากห้องนั่งเล่น น้ำเสียงเคร่งขรึม แต่มือที่สั่นเทากลับเผยให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกของเขาฉันก้มหน้าลง เสียงสะอื้น “พ่อคะ แม่คะ หนูขอโทษ......” ตอนนั้นพวกเขาก็ไม่เห็นด้วยที่ฉันกับลู่จิ่งเซินจะแต่งงานกัน แต่ฉันยืนกรานที่จะแต่งงานกับเขา โดยไม่สนคำเตือนของพวกเขา“ต้องลำบากมามากเลยสินะ เจ้าหนูโง่เอ๋ย?” แม่ดึงมือของฉันมาจับอย่างเอ็นดู มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า“ผอมลงนะ”“หลายปีมานี้ไม่ได้กินข้าวดีๆหรือเปล่า?”“แม่ไปทำซี่โครงเปรี้ยวหวานที่ลูกชอบที่สุดให้นะ”ฉันมองดูผมหงอกของพ่อแม่ น้ำตาก็เอ่อล้นทะเลาะกับครอบครัวเพราะผู้ชายคนหนึ่ง มันช่างโง่เขลายิ่งนักโชคดีที่ยังไม่สายเกินไปในวันต่อ ๆ มา ฉันไปเดินตลาดกับแม่ ฟังเธอพูดว่าผักของร้าน
اقرأ المزيد
9
9กู่เหยียนยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูเราดึงดันกัน แล้วเตือนด้วยน้ำเสียงสงบว่า"คุณผู้ชายท่านนี้ กรุณาปล่อยเธอ ไม่เช่นนั้นผมจะโทรแจ้งตำรวจ"ท่าทีของเขาเป็นการปกป้อง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสุภาพและการยับยั้งชั่งใจ"ขอโทษด้วยนะคะกู่เหยียน ที่ทำให้พี่ต้องเสียเวลา รอฉันสักครู่นะ ฉันไปอธิบายให้เขาเข้าใจเอง"กู่เหยียนเหลือบมองฉัน แล้วหันไปมองลู่จิ่งเซินที่ดึงดันพูดกำชับด้วยความกังวล"มีเรื่องก็โทรหาผมได้ตลอด ผมไปรอคุณที่ตรงนั้น"เขาให้พื้นที่คุยส่วนตัวให้กับเราอย่างตามลำพังด้วยความเอาใจใส่มองดูกู่เหยียนเดินจากไป ฉันหันสายตาไปมองลู่จิ่งเซินอีกครั้งความโกรธในดวงตาของเขาค่อยๆ ลดลง ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอีกแบบหนึ่งเขาเหมือนไม่เข้าใจว่า ทำไมครั้งนี้ เรื่องทุกอย่างมันถึงหลุดการควบคุมจากมือของเขาไปทันใดนั้นฉันก็รู้สึกเหนื่อยล้ามาก จนไม่มีแม้แต่แรงที่จะโต้เถียง“ลู่จิ่งเซิน” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สงบอย่างมากจนแม้แต่ตัวเองก็ยังประหลาดใจ “คุณถามว่าทำไมฉันถึงต้องหย่ากับคุณใช่ไหม?เอาล่ะ ฉันจะบอกคุณ”ฉันเริ่มพูดจากโทรศัพท์เครื่องเก่านั้นคำสัญญาที่เขาผิดต่อฉันการลำเอียงและการยกเว้นที่เขามี
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status