Short
เมื่อสงครามสิ้นสุด ชีวิตของฉันจึงเริ่มต้นใหม่

เมื่อสงครามสิ้นสุด ชีวิตของฉันจึงเริ่มต้นใหม่

Oleh:  ไมโอโซติสTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
10Bab
1.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ฉันมอบชีวิตสามสิบปีหลังสงครามสิ้นสุดลงให้จูเลียน มาร์เค็ตติ ฉันสร้างอาณาจักรให้เขา เลี้ยงดูลูก ๆ ของเขา และประคับประคองครอบครัวอยู่เบื้องหลัง แต่เมื่อเขาตาย พินัยกรรมของเขากลับไม่เอ่ยถึงชื่อฉันเลยแม้แต่คำเดียว ทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งของเขาตกเป็นของลูก ๆ ของพวกเรา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งตกเป็นของลิเดีย คาร์เตอร์ ลูกสาวของชายผู้เคยช่วยชีวิตเขาไว้ที่นอร์มังดี ลิเดียคนเดียวกับที่ขโมยตัวตนของฉันไป ลิเดียคนเดียวกับที่สร้างทั้งชีวิตของเธอขึ้นมาบนซากปรักหักพังของชีวิตฉัน สิ่งเดียวที่เขาทิ้งไว้ให้ฉัน คือกระดาษโน้ตเพียงแผ่นเดียวที่เขียนหวัด ๆ ด้วยลายมือคุ้นตาของเขา ฉันรักเธอ พวกเรามีช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันมาตลอดสามสิบปี แต่ฉันติดหนี้ลิเดีย นี่คืออย่างน้อยที่สุดที่ฉันสามารถทำได้ ฉันล้มลงเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายตรงนั้นในห้องทำงานของเขา ขณะกำกระดาษน่าสมเพชแผ่นนั้นไว้แน่น เมื่อฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันก็เกิดใหม่ในปี 1945 ตอนที่สงครามเพิ่งสิ้นสุดลง ครั้งนี้ ฉันจะไม่กลืนความโกรธลงคอและทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ อีกต่อไป ฉันจะลุกขึ้นสู้ และจะทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของฉันโดยชอบธรรมกลับมาให้หมด

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ฉันเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น

จูเลียน มาร์เค็ตติในวัยหนุ่มยืนอยู่บนระเบียงหน้าบ้านของฉันในชุดเครื่องแบบทหาร เหรียญตราบนอกสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย

“เอเลน่า” เขาเอ่ย “ลิเดียไม่ค่อยสบาย วันนี้เธอช่วยไปเข้ากะแทนลิเดียที่โรงงานได้ไหม”

ในชาติที่แล้ว ฉันคงพยักหน้า ยิ้ม แล้วพูดว่า “ได้สิ จูเลียน” ก่อนจะยืนทำงานสิบสองชั่วโมงเต็มในขณะที่ลิเดียพักผ่อน

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่

“สุขภาพของลิเดียไม่ใช่ปัญหาของฉัน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์

ฉันหันหลังเดินกลับเข้าไปข้างใน ปล่อยให้เขายืนมองตามแผ่นหลังของฉัน

ฉันรู้สึกได้ถึงความสับสนของเขาที่แผ่ออกมาผ่านบานประตู แต่ฉันไม่สนใจ

ฉันเดินตรงไปตามถนนจนถึงที่ทำการไปรษณีย์

จอห์นนี่ยืนคัดแยกจดหมายอยู่หลังเคาน์เตอร์ บุหรี่มวนประจำคาบอยู่ที่ริมฝีปาก ฉันวางมือทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์แล้วถาม

“มีจดหมายถึงฉันไหม”

“ยังไม่มีเลยเอเลน่า”

ฉันเลื่อนกระป๋องคุกกี้อัลมอนด์ที่อบไว้เมื่อเช้าข้ามเคาน์เตอร์ไปให้เขา

“ถ้าจดหมายของฉันมาถึง ห้ามให้ใครรับไปนอกจากฉัน เข้าใจไหม”

จอห์นนี่กะพริบตา ตกใจกับความจริงจังของฉัน ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ได้สิ ไม่มีปัญหา ความลับของเธอจะปลอดภัยอยู่กับฉัน”

ฉันก้าวออกมาข้างนอก แล้วก็เห็นเขายืนพิงเสาไฟอยู่อีกฝั่งของถนน สายตาจับจ้องมาที่ฉัน เขาตามฉันมา

“เธอมาทำอะไรที่ไปรษณีย์” เขาถามเสียงแข็ง พลางผละจากเสาไฟแล้วก้าวยาว ๆ ตรงมาหาฉัน

ฉันเดินผ่านเขาไปทันที

“ฉันจะทำอะไรก็ไม่ใช่ธุระของนาย ลิเดียผู้น่าสงสารอยู่ไหนล่ะ ฉันนึกว่านายจะอยู่กับเธอเสียอีก ถ้ามีเวลาว่างมากนัก นายก็ควรเอาเวลาไปอยู่กับเธอ แทนที่จะมาวนเวียนอยู่รอบตัวฉัน”

สีหน้าของจูเลียนขรึมลง เขาก้าวมาขวางหน้าฉันไว้

“เอเลน่า ฉันต้องบอกเธออีกกี่ครั้ง พ่อของลิเดียตายเพราะช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันติดหนี้บุญคุณพวกเขาทุกอย่าง ระหว่างเราสองคนไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันรักเธอ เธอก็รู้”

ฉันเคยได้ยินคำพูดแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

ในชาติที่แล้ว เราเติบโตมาเคียงข้างกัน และฉันเคยเชื่อมั่นว่ารากฐานความผูกพันที่เราสร้างไว้ตั้งแต่เด็กนั้นไม่มีวันสั่นคลอน

แม้ตอนที่ลิเดียค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาระหว่างฉันกับจูเลียน ฉันก็ยังเลือกอดทนอย่างไม่ลืมหูลืมตา เฝ้ารอให้เขาชดใช้หนี้บุญคุณที่มีต่อพ่อของเธอจนหมด

แต่หนี้บุญคุณก้อนนั้นใช้เวลาถึงสามทศวรรษกว่าจะชดใช้หมด และท้ายที่สุด มันก็ทำให้ฉันตายด้วยความโกรธแค้น

ฉันหันกลับไปเผชิญหน้าเขา มองเขาอย่างเต็มตา เด็กชายที่ฉันรักมาตั้งแต่อายุสิบสอง และชายคนเดียวกันนี้ที่ทำลายชีวิตฉัน

“ฉันติดหนี้ชีวิตพ่อของลิเดียด้วยหรือเปล่า” ฉันถามเบา ๆ “นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องสละทุกอย่างให้ลูกสาวของเขาอย่างนั้นเหรอ พอเถอะ จูเลียน สุดท้ายนายจะลงเอยกับใคร ฉันก็ไม่สนทั้งนั้น”

ฉันเดินจากไปโดยไม่หันกลับไปมอง

ด้านหลัง ฉันได้ยินเสียงรองเท้าบูตทหารของเขาครูดกับทางเท้าขณะที่เขาชะงักค้างอยู่กับที่

ข่าวซุบซิบแพร่สะพัดไปทั่วเมืองเล็ก ๆ เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง

ภายในสองวัน ทุกคนต่างก็รู้กันทั่วว่าฉันทำให้จูเลียน มาร์เค็ตติอับอายต่อหน้าสาธารณชน

ก่อนที่ลิเดียจะปรากฏตัว ฉันกับจูเลียนเคยเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบในสายตาทุกคน และเราไม่เคยทะเลาะกันเลย

แต่หลังจากลิเดียเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา ความสัมพันธ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

แม้เธอจะอ้างว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน แต่ไม่มีใครเชื่อ

ตรงกันข้าม เธอกลับกลายเป็นคนโดดเดี่ยวไร้เพื่อน ขณะที่คนทั้งเมืองพากันสงสารฉัน

ฉันไม่สนใจเรื่องพวกนั้นเลย ฉันเอาแต่นับวันรอให้จดหมายของฉันมาถึง

ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าลิเดียไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ

เธอมาหาฉันที่สวนหลังบ้าน ตอนที่ฉันกำลังตากผ้าอยู่บนราว

“เอเลน่า พวกเราต้องคุยกัน”

ฉันเอนตัวพิงรั้ว มองเธอแสดงละครฉากเล็ก ๆ ของตัวเอง เธอกัดริมฝีปาก ก้มมองรองเท้า แสร้งทำเป็นประหม่า มันแทบจะน่าขันด้วยซ้ำ

“ทำไมไม่ส่งจูเลียนมาล่ะ” ฉันถาม “เขาถนัดนักนี่ เรื่องชดใช้หนี้แทนเธอ”

ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที แต่เธอก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว “ฉันกับจูเลียนเป็นแค่เพื่อนกัน เธอช่วยบอกทุกคนได้ไหม บอกพวกเขาว่าเธอแค่ทำตัวงี่เง่าและหึงหวงไปเอง”

เมื่อฉันไม่ตอบ เธอก็ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น เสียงของเธอลดต่ำลงเป็นเสียงกระซิบอาบพิษ

“เธอคิดว่าเขารักเธอจริง ๆ เหรอเอเลน่า บ้าเอ๊ย เธอนี่ไร้เดียงสาเหลือเกิน เขารักฉันมาตลอด เธอมองไม่ออกหรือไง ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องทิ้งเธออยู่ดี”

ฉันสบตาเธอ “ถ้านั่นหมายความว่าจูเลียน มาร์เค็ตติจะไปให้พ้น ๆ จากชีวิตฉัน งั้นก็นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการพอดี”

บางอย่างในสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป รอยยิ้มเย็นชาและเจ้าเล่ห์ค่อย ๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก

“อย่างนั้นเหรอ”

ก่อนที่ฉันจะทันตั้งตัว เธอก็พุ่งเข้ามาหาฉัน

ฉันเบี่ยงตัวหลบไปตามสัญชาตญาณ

เธอเสียหลัก เท้าเกี่ยวเข้ากับก้อนหินที่อยู่บนพื้น ก่อนจะกลิ้งตกบันไดหินลงไปในสวน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
10 Bab
บทที่ 1
ฉันเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นจูเลียน มาร์เค็ตติในวัยหนุ่มยืนอยู่บนระเบียงหน้าบ้านของฉันในชุดเครื่องแบบทหาร เหรียญตราบนอกสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย“เอเลน่า” เขาเอ่ย “ลิเดียไม่ค่อยสบาย วันนี้เธอช่วยไปเข้ากะแทนลิเดียที่โรงงานได้ไหม”ในชาติที่แล้ว ฉันคงพยักหน้า ยิ้ม แล้วพูดว่า “ได้สิ จูเลียน” ก่อนจะยืนทำงานสิบสองชั่วโมงเต็มในขณะที่ลิเดียพักผ่อนแต่ครั้งนี้ไม่ใช่“สุขภาพของลิเดียไม่ใช่ปัญหาของฉัน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์ฉันหันหลังเดินกลับเข้าไปข้างใน ปล่อยให้เขายืนมองตามแผ่นหลังของฉันฉันรู้สึกได้ถึงความสับสนของเขาที่แผ่ออกมาผ่านบานประตู แต่ฉันไม่สนใจฉันเดินตรงไปตามถนนจนถึงที่ทำการไปรษณีย์จอห์นนี่ยืนคัดแยกจดหมายอยู่หลังเคาน์เตอร์ บุหรี่มวนประจำคาบอยู่ที่ริมฝีปาก ฉันวางมือทั้งสองข้างลงบนเคาน์เตอร์แล้วถาม“มีจดหมายถึงฉันไหม”“ยังไม่มีเลยเอเลน่า”ฉันเลื่อนกระป๋องคุกกี้อัลมอนด์ที่อบไว้เมื่อเช้าข้ามเคาน์เตอร์ไปให้เขา“ถ้าจดหมายของฉันมาถึง ห้ามให้ใครรับไปนอกจากฉัน เข้าใจไหม”จอห์นนี่กะพริบตา ตกใจกับความจริงจังของฉัน ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ได้สิ ไม่มีปัญหา ความลับของเธ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“ลิเดีย!”เสียงตะโกนดังมาจากทางเดินด้านข้างจูเลียนวิ่งเข้ามา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองฉัน เขาทรุดตัวลงคุกเข่าแล้วรวบลิเดียเข้าไปในอ้อมแขน ไหล่ของเขากระแทกเข้ากับฉันอย่างแรงตอนที่เขาพยุงตัวลุกขึ้น“พอใจแล้วใช่ไหม” เขาคำรามเสียงต่ำอย่างน่ากลัว “ฉันก็บอกแล้วว่าฉันรักเธอ! บอกแล้วว่าฉันจะแต่งงานกับเธอ! ฉันรู้ว่าเธอหึงลิเดีย ตอนนี้เธอก็ได้คำสัญญาจากฉันแล้ว เลิกรังแกลิเดียเสียที! เธอต้องการอะไรอีก”ฉันยืนหยัดอยู่กับที่ จ้องเขากลับไปตรง ๆ “ฉันไม่ได้ผลักเธอ เธอสะดุดล้มเอง ฉันไม่ได้รังแกเธอ! ฉันสาบานต่อพระเจ้าเลย!”“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเธอ!” เขาตัดบทฉัน “ช่วงนี้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเอเลน่า เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ เธอไร้เหตุผลและโหดร้ายเกินไปแล้ว เธอต้องใจเย็นลง แล้วคิดให้ดีว่าตัวเองทำอะไรลงไป”เขาอุ้มลิเดียจากไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่คนเดียวข้างรั้วฉันมองพวกเขาจากไป ความเจ็บปวดร้อนผ่าวฉีกกระชากอยู่ในอกแต่ฉันก็หันหลังเดินไปทางป่าที่อยู่ชายขอบเมือง ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ และฉันรู้ดีว่าตัวเองจะพบใครที่นั่นเซบาสเตียน วิทมอร์นอนอยู่ตรงนั้น นายทหารระดับสูงผู้เคยเอ็นดู
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ไม่มีใครขยับ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจจูเลียนจ้องมองฉัน มือข้างหนึ่งกุมแก้มไว้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยขึ้นเสียงใส่เขาเลยสักครั้ง นับประสาอะไรกับการลงมือกับเขา สำหรับเขาแล้ว ตอนนี้ฉันคงไม่ต่างจากคนแปลกหน้าพ่อของฉันคำรามด้วยความโกรธจากตรงประตูเขาคว้าแขนฉันแล้วลากขึ้นบันได ก่อนจะเหวี่ยงฉันเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อกประตูจากด้านนอก“แกค่อยออกมาตอนที่ได้สติแล้ว!” เขาตะโกนผ่านบานประตู ก่อนเสียงฝีเท้าหนัก ๆ จะดังลั่นลงบันไดไปดึกคืนนั้น ประตูถูกปลดล็อกจากด้านนอกเป็นลิเดีย เธอยืนอยู่กลางห้องของฉัน ยิ้มราวกับที่นี่เป็นของเธอ“จูเลียนรักฉัน” เธอกระซิบ “เขารักฉันมาตลอด แต่เขามีเกียรติเกินกว่าจะทอดทิ้งเธอ หลังจากอยู่กับเธอมาหลายปีขนาดนั้น”เธอก้าวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงพิษร้าย“เพราะอย่างนั้นเขาถึงจะแต่งงานกับเธอ เขาจะให้นามสกุล บ้าน และลูก ๆ ของเขากับเธอ ดังนั้นเพื่อชดเชยสิ่งที่ฉันเสียสละไป เขาก็เลยยกสิ่งนี้ให้ฉัน”เธอดึงจดหมายตอบรับเข้าเรียนฉบับจริงออกมาจากเสื้อโค้ต แล้วโบกมันไปมาตรงหน้าฉัน ตราประทับของวาสซาร์สะท้อนแสงโคมไฟเป็นประกาย“หลังจากคืนนี้
Baca selengkapnya
บทที่ 4
ชั่วขณะหนึ่ง ฉันเกือบจะวิ่งตรงไปตามถนนแล้ว แต่ฉันนึกถึงแม่ขึ้นมา ในชาติที่แล้ว แม่คือคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอฉันรู้ว่าแม่ต้องอยู่ในห้องทำงานหลังบ้าน กำลังทำของตกแต่งงานแต่งให้เสร็จอยู่คนเดียวฉันลอบอ้อมไปข้างบ้าน หลบอยู่ในเงามืด แล้วแนบใบหน้าเข้ากับหน้าต่างห้องทำงานแม่อยู่ตรงนั้น ก้มหน้าอยู่กับผ้าลูกไม้ ดูดเลือดจากนิ้วหัวแม่มือที่ถูกเข็มตำ ไหล่ลู่ลงด้วยความเหนื่อยล้าน้ำตาร้อนผ่าวเอ่อขึ้นมาในดวงตาของฉันเสียงสะอื้นเบา ๆ หลุดออกจากปากฉัน และแม่ก็เงยหน้าขึ้นทันที สายตาของเราสบกันผ่านกระจกแต่แม่เพียงวางเข็มลง เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน แล้วแง้มประตูออกเล็กน้อยแม่ดึงฉันเข้าไปข้างใน ล็อกประตู แล้วโอบกอดฉันไว้ฉันกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้ออกมาให้กับสามสิบปีที่สูญเปล่า และอนาคตที่ถูกขโมยไปเมื่อฉันพอจะพูดได้ ฉันก็บอกแม่ว่าฉันพยายามเพื่อวาสซาร์มากแค่ไหน และมันมีความหมายกับฉันเพียงใดแม่นั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจลึก “แม่รู้มาตลอดว่าลิเดียหมายตาของที่ไม่ใช่ของตัวเอง ส่วนพ่อของลูกก็สนใจแต่ชื่อตระกูลมาร์เค็ตติเท่านั้น”แม่เดินไปที่หีบไม้โอ๊กแล้วหยิบถุงกำมะหยี่ออกมา เทสร้อยไข่มุก ต่างห
Baca selengkapnya
บทที่ 5
บ้านบราวน์สโตนของตระกูลวิทมอร์บนอัปเปอร์อีสต์ไซด์ดูหรูหราและเงียบสงบตอนที่เราเดินเข้าไป เซบาสเตียนกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน เขาลุกขึ้นทันทีพร้อมรอยยิ้ม“เอเลน่า คอนติ ผมหวังอยู่พอดีว่าคุณจะมา”คนรับใช้นำชาและแซนด์วิชมาให้ และฉันก็กินอย่างหิวโหยเมื่อฉันกินเสร็จ เซบาสเตียนก็โน้มตัวมาข้างหน้า “เล่าให้เราฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณถึงไปอยู่ในตรอกนั้นคนเดียว”ฉันเล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟังอย่างใจเย็น ทั้งหนี้บุญคุณที่จูเลียนมีต่อตระกูลคาร์เตอร์ จดหมายตอบรับที่ถูกขโมยไป และงานแต่งงานที่ถูกบังคับเซบาสเตียนลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง แล้วจุดบุหรี่“ผมรับจูเลียนมาอยู่ใต้การดูแล เพราะคิดว่าเขาเป็นวีรบุรุษสงครามผู้มีเกียรติ แต่การขโมยอนาคตของหญิงสาวคนหนึ่งน่ะหรือ น่ารังเกียจสิ้นดี”เขาหันกลับมา “ไม่ต้องห่วงเรื่องวาสซาร์ ผมมีเพื่อนอยู่ในคณะกรรมการ ผมจะทำให้แน่ใจว่าลิเดียจะไม่มีวันได้เหยียบเข้าไปที่นั่น”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ“จูเลียนไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่ ผมมีวิธีที่ดีกว่านั้น เพื่อนของผมเป็นคณบดีโรงเรียนธุรกิจโคลัมเบีย เขาติดหนี้บุญคุณผมอยู่ คุณจะต้องสอบเข้า แต่ผมรู้ว่าคุณจะผ่าน”“หล
Baca selengkapnya
บทที่ 6
กลับมาที่บรูคลิน ดวงอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันแต่งงานของฉันจูเลียนตื่นตอนหกโมง สวมสูทตัวที่ดีที่สุด แล้วเดินมาที่ห้องของฉันพร้อมดอกกุหลาบสีขาว เขามั่นใจว่าฉันคงได้สติแล้วจูเลียนเคาะประตูห้องนอนของฉัน “เอเลน่า ฉันเอง เธอพร้อมหรือยัง”ไม่มีเสียงตอบ เขาเคาะดังขึ้น ข้อนิ้วกระแทกกับบานไม้ “เอเลน่า เร็วเข้า อย่าทำตัวงี่เง่า เราไม่มีเวลามาเล่นเกมนะ”ยังคงไม่มีเสียงใด ๆความหวาดหวั่นเย็นเยียบค่อย ๆ แล่นขึ้นมาตามสันหลังของเขา เขาเอาไหล่ดันประตูแล้วออกแรงผลักอย่างแรง กลอนเก่าหักดังเป๊าะ ก่อนบานประตูจะเปิดผางออกห้องนั้นว่างเปล่าเตียงถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ราวกับไม่มีใครเคยนอนอยู่บนนั้น ข้าวของทั้งหมดของฉันยังอยู่ครบ แต่ฉันหายไปแล้ว“เอเลน่า?” เขากระซิบ เสียงแตกพร่าพ่อของฉันปรากฏตัวที่หน้าประตูพร้อมคิ้วขมวด “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงไม่...” เขาเห็นห้องว่างเปล่า แล้วใบหน้าก็ซีดเผือด “เอเลน่าอยู่ไหน”“เธอไปแล้ว” จูเลียนพูดพลางหันไปหาเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เธอหนีไปแล้ว”กรามของพ่อฉันขบแน่น “เหลวไหล เธอก็แค่เล่นละคร พอรู้ตัวว่าตัวเองทำเรื่องโง่แค่ไหน เดี๋ยวเธอก็กลับมาเอง” แต่แม้จะพูดอย่างนั้
Baca selengkapnya
บทที่ 7
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ลิเดียได้รับจดหมายจากวาสซาร์ การตอบรับเข้าเรียนของเธอถูกยกเลิกโดยไม่มีการให้เหตุผลใด ๆเธอรีบไปหาจูเลียน เขาโทรหาคนรู้จักทุกคน ใช้เส้นสายทุกทางที่มี แต่ไม่มีใครยอมช่วยด้วยความสิ้นหวัง เขาจึงไปที่ฐานทัพในแมนฮัตตันเพื่อขอพบเซบาสเตียน แต่ทหารยามกันเขาไว้ บอกว่าท่านนายพลไม่ประสงค์จะพบเขาจูเลียนจากไปด้วยความสับสนและโกรธจัด เซบาสเตียนเคยเป็นเหมือนพ่อของเขา ทำไมถึงปฏิเสธที่จะช่วยเขาสามวันต่อมา จดหมายจากเซบาสเตียนก็มาถึง จูเลียนเปิดมันด้วยมือสั่นเทา แล้วโลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงถึง จูเลียนฉันพบทหารที่อยู่กับนายและพ่อของลิเดียที่นอร์มังดีแล้ว เขาให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใต้คำสาบานว่า พ่อของลิเดียไม่ได้ช่วยชีวิตนายเพราะความกล้าหาญ เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะตายจากบาดแผล จึงติดสินบนทหารคนนั้นให้ยิงใส่นาย แล้วก้าวเข้าไปขวางกระสุนไว้เอง เขาทำเช่นนั้นเพื่อให้นายติดหนี้บุญคุณเขา เพื่อที่นายจะได้ดูแลลิเดียไปตลอดชีวิต นายโง่เองที่เชื่อพวกเขาด้วยความจริงใจเซบาสเตียน วิทมอร์จูเลียนจ้องมองจดหมายฉบับนั้นด้วยความชาไปทั้งตัวหลายปีแห่งหนี้บุญคุณ หลายปีที่เขาให้ลิเดียมาก่อน หลายปีที่เข
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เจ็ดปีผ่านไปฉันทำตามคำแนะนำของเซบาสเตียนและเข้าเรียนที่โรงเรียนธุรกิจโคลัมเบีย ฉันตั้งใจเรียนอย่างหนัก จนจบการศึกษาด้วยอันดับหนึ่งของชั้นด้วยความช่วยเหลือของเซบาสเตียนและความรู้ที่ฉันมีจากชาติที่แล้ว ฉันจึงเริ่มต้นธุรกิจนำเข้า-ส่งออกของตัวเองฉันทำงานวันละหลายชั่วโมง ตัดสินใจเรื่องยาก ๆ และค่อย ๆ สร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาจากก้อนอิฐทีละก้อนภายในปี 1952 บริษัทของฉันก็กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในนิวยอร์กในชาติที่แล้ว ฉันอยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองมาตลอดแต่จูเลียนกับพ่อของฉันกลับหัวเราะเยาะความคิดนั้น แล้วบอกว่าที่ของผู้หญิงคืออยู่ในบ้านฉันเชื่อพวกเขา และยอมละทิ้งความฝันของตัวเองเพื่อเป็นภรรยาและแม่ฉันเคยมองดูลิเดียกลับมาพร้อมปริญญาจากวาสซาร์ สร้างอาชีพบนอนาคตที่ขโมยไปจากฉัน และจูเลียนก็บอกฉันว่าเธอคู่ควรกับมัน และฉันเองก็เคยเชื่อแบบนั้นเช่นกันแต่ครั้งนี้ ฉันเป็นนายของตัวเอง ฉันตัดสินใจด้วยตัวเอง ฉันมีอำนาจ มีความเป็นอิสระ และมีเสรีภาพ ในที่สุดฉันก็ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฉันควรจะได้ใช้เสียทีเซบาสเตียนกับวิทแมนกลายเป็นเหมือนครอบครัวของฉัน พวกเขาคอยสนับสนุนฉันใน
Baca selengkapnya
บทที่ 9
งานเลี้ยงวันเกิดของเซบาสเตียนจัดขึ้นที่โรงแรมพลาซ่า ห้องบอลรูมเต็มไปด้วยเหล่าชนชั้นนำของนิวยอร์กฉันเพิ่งมอบของขวัญให้เซบาสเตียนเสร็จ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ“เอเลน่า?”ฉันค่อย ๆ หันกลับไป แล้วเขาก็อยู่ตรงนั้น จูเลียน มาร์เค็ตติตอนนี้เขาดูแก่ลง มีริ้วรอยรอบดวงตา และผมหงอกแซมตรงขมับ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ราวกับเพิ่งเห็นผี“เอเลน่า” เขาก้าวเข้ามาหาฉัน “เป็นเธอจริง ๆ เหรอ”ฉันไม่ตอบ ฉันหันหลังแล้วเดินไปทางประตูฝรั่งเศสที่เปิดออกสู่สวน และได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาตามมาข้างหลังเราเดินไปถึงทะเลสาบตรงสุดขอบสวน ฉันหยุด แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา“คุณต้องการอะไร จูเลียน” ฉันถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ฉันตามหาเธอมาตลอด” เขาพูด น้ำเสียงสั่นเครือ “ตลอดเจ็ดปี ฉันตามหาเธอไปทุกที่ ฉันคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เจอเธออีกแล้ว”“ฉันขอโทษจริง ๆ เอเลน่า” เขาพูด ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา “ฉันมันโง่เอง ฉันเชื่อคำโกหกของพวกเขา ฉันทิ้งสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตไป ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อย้อนเวลากลับไป”“อย่างนั้นเหรอ” ฉันพูด “คุณมีโอกาสมากมายที่จะแ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
ฉันเดินเลียบทะเลสาบไปช้า ๆ พยายามสงบหัวใจที่ยังเต้นแรง ฉันพูดทุกอย่างที่ต้องพูดไปแล้ว แต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี ความรักที่ยาวนานหลายสิบปีไม่ได้หายไปในชั่วข้ามคืนเมื่อฉันเดินเลี้ยวโค้งไป ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงด้วยความโกรธ นั่นคือเสียงของวิทแมนกับจูเลียน“อยู่ให้ห่างจากเธอ” วิทแมนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณเคยได้โอกาสแล้ว แต่คุณโยนมันทิ้งไปเอง คุณไม่คู่ควรกับเธอ”“นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ” จูเลียนคำราม“นี่เป็นเรื่องของผม” วิทแมนพูด “ผมรักเธอ ผมอยู่เคียงข้างเธอในเวลาที่คุณไม่อยู่ ผมสนับสนุนเธอ ปกป้องเธอ และผมจะไม่มีวันทำร้ายเธอเหมือนที่คุณทำ ผมต่างหากที่คู่ควรจะอยู่กับเธอ ไม่ใช่คุณ”จูเลียนจ้องเขาอย่างพูดไม่ออก สุดท้ายจึงเอ่ยว่า “ผมไม่ยอมแพ้หรอก ผมจะเอาเธอกลับคืนมาให้ได้”“ไม่ คุณทำไม่ได้หรอก” วิทแมนพูด “เธอไม่ได้รักคุณอีกแล้ว และจะไม่มีวันรักคุณอีก ไปซะ ก่อนที่ผมจะทำให้คุณต้องไป”ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าของจูเลียนเดินจากไป วิทแมนหันกลับมาและเห็นฉันยืนอยู่ตรงนั้นวิทแมนเดินเข้ามาหาฉัน สีหน้าของเขาอ่อนลง “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” ฉันพูด “ขอบคุณนะคะ”“เขาจะไม่มารบกวนคุณอีก” วิทแมนพูด “ผมจ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status