Se connecterฉันให้กำเนิดลูกทั้งหมดห้าคนกับฉินเฉิน แต่ลูกทั้งสี่คนของฉันต้องจากไปโดยกะทันหัน ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ จนกระทั่งวันที่ฉันนำกับข้าวไปให้ฉินเฉิน และบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับผู้ช่วยเข้า "โชคดีที่เด็กคนนี้เข้ากับไขกระดูกของซินซินได้" "ไม่งั้นฉันคงต้องทุบเขาให้ตายไปด้วยอีกคน " ตอนนั้นเองที่ฉันได้ตาสว่าง แต่ฉันก็ไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้โวยวายอะไร เพียงแค่เงียบสงบเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงวันที่บริษัทของเขาก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้น ฉันได้เปิดโปงเรื่องราวทั้งหมดต่อหน้าทุกๆคน ว่าเขาคือคนที่ทำให้ลูกทั้งสี่คนของฉันต้องตาย ในวันนั้นเอง ฉินเฉิน ผู้บริหารที่หยิ่งยโสแบบเขา ก็คุกเข่าลงบนพื้นแล้วร้องไห้อย่างน่าสมเพช พร้อมพูดว่าขอโทษฉัน
Voir plus“Majesty Designs…” mahinang bulong niya, tila ba sinusubukang paniwalaan ang sariling hindi pa tuluyang naglaho ang lahat.
Isang linggo palang ang nakalipas mula ng pinagtaksilan siya ng mga taong pinaniwalaan niya. Si Adrian De Leon, ang lalaking akala niya’y mamahalin siya habang buhay; si Vanessa Alcaraz, ang best friend na naging kaagaw; at ang boss niyang walang habas gamitin ang kanyang talento para sa sariling ambisyon at pera sa kumpanya. Pinunasan niya ang luha sa gilid ng kanyang mata habang naiisip ito. Ngunit bago pa siya makagalaw paalis, isang mabigat at malamig na presensya ang naramdaman niya sa loob ng atelier. Hindi iyon hangin. Hindi rin guni-guni. Parang may mga matang matagal nang nakatingin sa kanya… matalim, malalim, at mapanganib. Dahan-dahan siyang lumingon. At sa pintuan, sa gitna ng madilim mula sa labas, ay naroon ang isang matangkad na lalaki. Nakaitim, eleganteng porma, at tila hindi man lang nababasa ng ulan. “Sino ka?” mahina pero matigas niyang tanong na may halong takot. Ngumiti ito ng bahagya. Hindi ngiti ng isang kaibigan… kundi ng isang lalaking alam kung gaano siya kalakas. “This is what I’ve been waiting for, Elena.” mababa at malambing ang boses nito, ngunit may dalang kapangyarihan na nagpatayo ng balahibo niya. “At ngayon nandito kana sa harap ko...” Nang marinig niya ang pangalan niya mula sa bibig ng lalaki, napaatras siya ng isang hakbang. “Paano mo ako nakilala? paano ka nakapasok sa atelier ko?” Lumapit ito nang mabagal, parang isang leon na nagmamasid sa biktima. Hindi niya alam kung tatakbo ba siya o mananatili. Ngunit may kakaibang bigat sa bawat hakbang nito, na para bang may sariling utos ang kanyang katawan na huwag gumalaw. “Kasi binabantayan kita” bulong nito. “Sa mahabang panahon, Elena.. Alam ko kung gaano ka ka-brilliant. Alam ko kung paano ka sinira ng mundong ‘to… at alam ko kung gaano sila kalupit sa’yo.” “Wala akong kailangan sa’yo,” madiin niyang sagot, pilit tinatago ang kaba. “Umalis ka sa property ko.” Ngunit bago pa siya makagalaw palayo, hinawakan ng lalaki ang doorframe. Isang galaw na tila nagkulong sa kanya sa loob ng sariling atelier. Sapat na ang presensya nito para maramdaman niya ang tensyon sa pagitan nilang dalawa. “Huwag kang matakot sa’kin, Elena,” aniya, mababa ang boses. “Hindi ako narito para sirain ka… narito ako para ibalik ang ninakaw nila sa’yo.” Napasinghap siya. Hindi niya alam kung paano nito nalaman. Pero sa bawat salitang binibitawan nito, para bang mas lumalalim ang bitag na hindi niya alam kung paano tatakasan. “Who the hell are you?” ulit niya, mas mahina na ngayon, pero puno ng panginginig. Lumapit pa ito hanggang halos magtama ang kanilang mga hininga. Sa dilim ng atelier, nasilayan niya nang malinaw ang mga mata nitong kulay abo, malamig pero may lalim na hindi niya maipaliwanag. “Nathan,” mahinang sabi nito, “Nathan Arguelles.” Parang bumigat ang paligid. Kilala niya ang pangalang iyon, isang pangalan na paulit-ulit na naririnig ng mga nasa mundo ng fashion at negosyo. Ang pinaka-mayamang lalaki sa industriya. Isang billionaire na halos hindi nakikita sa publiko, ngunit kayang galawin ang merkado sa isang pirma lang. “Bakit… bakit ako?” tanong niya, halos hindi lumalabas ang boses. Tinitigan siya nito nang matagal, para bang sinasaliksik ang kaluluwa niya. At sa isang mababang bulong, inilapit niya ang kanyang labi sa tainga nito. ”Be mine and marry me, Elena. I’ll give you back the world they stole from you.” Parang huminto ang oras. Hindi niya alam kung matatawa ba siya o matatakot. Kasal? Sa isang lalaking hinding hindi niya mapapantayan sa yaman? “Are you insane?” mabilis niyang sagot, pero ramdam niyang nanginginig ang kamay niya. Hindi siya sinagot ni Nathan, bagkus ay iniabot nito ang isang itim na sobre. “Ang lahat ng kinuha nila sa’yo, maibabalik ko. Ang impluwensiya, ang respeto, pangalan, pati seguridad mo. Pero may kapalit ang lahat.” Bumilis ang tibok ng puso niya. “I want you,” dagdag nito, malamig pero puno ng pagnanasa at determinasyon. “As my wife.” Gusto niyang sabihing hindi. Gusto niyang itulak ito at sabihing wala itong karapatang basta siyang angkinin. Pero sa ilalim ng galit, may isang maliit at madilim na bahagi ng puso niya ang bumulong… Paano kung? Kung magamit niya ang kasunduang ito para muling bumangon? Kung ito ang paraan para makapaghiganti sa lahat ng sumira sa kanya? “You’re insane,” bulong niya ulit. Ngumiti ito. “Siguro? at isa ang sigurado ako…nakukuha ko ang lahat.“ At sa isang iglap, naalala niya ang bawat gabing umiiyak siya mag-isa, bawat pagyukod sa mga taong pinaniwalaan niyang kakampi niya. Kung wala nang natira sa kanya ngayon, bakit pa siya matatakot sa kasunduang ito? Ang tanging naririnig niya ngayon ay ang patak ng ulan sa labas at ang mabagal na tibok ng kanyang dibdib. “Think about it,” sabi ni Nathan habang unti-unti itong lumayo. “This isn’t just a marriage, Elena. It’s your revenge… wrapped in gold.” Pagkasara ng pinto, iniwan siyang mag-isa sa dilim. Ngunit sa unang pagkakataon matapos ang ilang linggo, may apoy na muling nabuo sa kanyang dibdib, isang apoy na hindi pag-ibig… kundi isang kasunduan sa tatanggapin niya para sa paghihignati. “Tatanggapin ko ang kagustuhan ni Nathan…para sa aking sarili” bulong nito bago tuluyang matapos ang gabi."ตุ้บ" ฉันคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลเธอหัวเราะลั่น "เวิ่นชิงเกอ เธอทำลายชีวิตอาเฉินจนต้องเข้าคุก เธอยังคิดว่าจะมีชีวิตที่ดีได้อีกเหรอ ฝันไปเถอะ!" "จริงๆฉันกับอาเฉิน เราเกือบจะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว เขาเคยบอกว่าจะอยู่กับฉันตลอดไป แต่ทุกอย่างก็ต้องถูกเธอทำลายหมด!" "เจียงจือเนี่ยน เธอใจเย็นหน่อยนะ ฉินเฉินเขาทำผิด เขาก็ต้องได้รับการลงโทษ" "เขาฆ่าลูกทั้งสี่คนของฉันนะ!" "เรื่องนั้นน่ะ ฉันเป็นคนบอกให้เขาทำเอง" เธอเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความอาฆาต "ฉันเป็นคนสั่งให้เขาฆ่าลูก ๆ ของเธอเอง ยังไงซะก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่แล้วหนิ""เพี๊ยะ!" ฉันตบเข้าไปที่หน้าเธอเต็มแรง ฉันไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกต่อไป "เธอ... เป็นเธอเอง!" ฉันโกรธจนแทบหายใจไม่ออก เธอหัวเราะเยาะ "ใช่ ฉันแค่อยากทำลายให้ชีวิตของเธอพัง และตอนนี้ฉันก็จะฆ่าลูกคนสุดท้ายของเธอด้วย" เธอพูดไปพร้อมกับเดินไปทางลูกของฉัน ฉันรีบคว้าขาเธอเอาไว้และทำให้เธอล้มลงกับพื้น แล้วฉันก็แย่งคบเพลิงออกมาจากมือเธอ คนเป็นแม่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก ในจังหวะนั้นเองซินซินก็วิ่งเข้ามา
วันรุ่งขึ้น เรื่องของฉินเฉินก็แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ ทุกคนต่างรุมด่าทอเขา【พระเจ้า นี่มันปีศาจชัด ๆ ลูกของตัวเองยังกล้าทำร้ายได้ลงคอ】 【เป็นสัตว์เลือดเย็นจริง ๆ คนแบบนี้สมควรถูกส่งไปยังนรกขุมที่สิบแปดซะ!】 【ทุกคนดูสิดูเหมือนที่เขาทำเรื่องทั้งหมดนี้ ก็เพื่อช่วยลูกสาวของผู้หญิงที่เขารักในอดีต เหตุผลนี้มันน่ารังเกียจมาก!】เขาถูกด่าทอเสียหายจนหมดสิ้น ชื่อเสียงของตระกูลฉินก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นเดียวกัน จนสุดท้าย คุณปู่ฉินก็ต้องออกมาแถลงข่าวว่าตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา พร้อมประกาศมอบหุ้นของตนให้กับฉินเยว่ และเพราะฉินเฉินตอนนี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เขาจึงต้องมอบหุ้นให้กับฉินเยว่ในที่สุดต่อมา ฉินเฉินต้องเข้ารับการสอบสวนอยู่ตลอดเวลา ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ฉินเยว่ก็เป็นคนบริหารบริษัทหงซือแทน ส่วนฉันก็กำลังยุ่งอยู่กับการดำเนินเรื่องหย่าร้างกับฉินเฉิน ฉันส่งหลักฐานทั้งหมดที่ถ่ายไว้ รวมถึงผลตรวจดีเอ็นเอของเขาให้กับทนายความ ฉันยืนยันว่าต้องการให้ฉินเฉินออกจากชีวิตฉันไปแบบตัวเปล่าได้ยินมาว่าฉินเฉินรู้เรื่องนี้ขณะที่อยู่ในสถานีตำรวจ เขาถึงกับเสียสติไปเลย ฉันคิดว่ามั
บนเวที ฉินเฉินกล่าวด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้นกับทุกคนว่า "วันนี้เป็นวันที่บริษัทของผมเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการ ผมเตรียมตัวมาตลอดสามปี และในวันนี้ก็ประสบความสำเร็จเสียที""อ้อ และวันนี้ผมยังเตรียมไฟล์มานำเสนอให้ทุกคนได้รู้ถึงความพยายามของผมตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้อีกด้วย"พอเขาพูดจบ หน้าจอขนาดใหญ่ข้างหลังก็สว่างขึ้นในทันทีและปรากฏเป็นคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง“ตายซะ!”ในคลิปวิดีโอ เขามีสีหน้าที่โหดร้าย และโยนทารกตัวน้อยในอ้อมแขนลงกับพื้นอย่างรุนแรงจากนั้นก็ตัดไปยังคลิปถัดมาเป็นภาพเดียวกัน เพียงแต่เด็กในมือของเขานั้นเป็นคนละคนทั้งหมดมีสี่คลิปวิดีโอ แต่ละคลิปเป็นหลักฐานที่แสดงว่าเขาฆ่าลูกของฉันทั้งห้องประชุมเกิดเสียงฮือฮาขึ้น นักข่าวทุกคนต่างรีบถ่ายภาพอย่างบ้าคลั่งสีหน้าของฉินเฉินซีดเผือกทันทีและตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้นฉันยกมือขึ้นมาปิดปากและร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด“ลูกของฉัน ทั้งหมดเป็นฝีมือของคุณเองเหรอ”นักข่าวทุกคนเข้าใจทุกอย่างในทันทีพวกเขารีบกรูเข้าไปหาฉินเฉินและซักถามว่า"คุณฉิน ในวิดีโอเป็นลูกของคุณใช่หรือไม่?""ทำไมคุณถึงฆ่าพวกเขา?""การกระทำนี้ผิดกฎหมายนะครับ!"
“ฉันไม่ได้ทำ” ฉันพูดพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ“ฉันไม่รู้แม้กระทั่งรหัสผ่านของคุณเลย”หัวใจของฉันเจ็บปวดมาก เมื่อมองไปที่เขาซินซินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เงียบ ไม่พูดอะไรสักคำออกมาฉินเยว่รีบเข้ามาช่วยฉันไว้“ฉันเป็นคนทำเอง แล้วจะทำไมล่ะ ในเมื่อบริษัทก็เป็นของเราทั้งคู่ แล้วทำไมฉันจะเข้าไปดูข้อมูลไม่ได้?”ทันทีที่พูดจบ เขาถึงกับลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ด้วยความตกใจดูเหมือนว่าเขาจะลืมไปแล้วว่า ฉินเยว่รู้รหัสผ่านคอมพิวเตอร์ของเขาใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว“เธอเห็นอะไรบ้าง?”“ฉันก็แค่ดูรายงานประจำเดือนแป๊บเดียว แล้วก็ออกมาเลยแค่นั้นเอง” ฉินเยว่ตอบด้วยท่าทีสบาย ๆใบหน้าที่เครียดขึมของเขาก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลงฉันเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกไปตาม ๆ กันหลังจากที่ฉินเยว่ออกไป ฉินเฉินก็รีบไปที่ห้องทำงานของเขาโดยทันทีฉันเดาว่าเขาคงจะไปเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างแน่นอนตกกลางคืน เขาก็นอนกอดฉันไว้ฉันไม่อยากนอนกับเขาเลย แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยฉันเขายังกระซิบอยู่ข้างหูฉันว่า “เรามีลูกด้วยกันอีกเถอะนะ”“ช่วงนี้ฉันฝันบ่อยมาก ฝันว่าเด็ก ๆ ที่ตายไปแล้วมาเรียกหาฉัน”ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้
ทันใดนั้นเอง ซินซินก็เดินเข้ามาวันนี้เจียงจือเนี่ยนเพิ่งส่งเธอไปเรียนเต้น แล้วทำไมถึงกลับมาได้ล่ะ?“คุณป้าคะ กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?”“ป้ากำลังหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอยู่จ๊ะ”ตอนนั้นเองวิดีโอก็ดาวน์โหลดเสร็จพอดี ฉันรีบถอดแฟลชไดรฟ์ออกมา“ซินซิน หนูอย่าบอกเรื่องนี้ให้ใครฟังได้ไหมจ๊ะ นี่เป็นความลับระหว่างเรา
พอตกกลางคืน ฉันคิดว่าฉินเฉินคงจะอยู่เล่นกับเจียงจือเนี่ยนและซินซินจนดึกดื่นแต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะกลับเข้ามาหาฉันในห้องเขากอดฉัน และพยายามจะจูบฉัน"ที่รัก คุณหมดช่วงพักฟื้นแล้ว ผมขอได้ไหม…""ไม่ได้ หมอบอกว่าต้องพักอย่างน้อยสามเดือน"ฉันผลักเขาออกไป"ตอนนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์ พอคิดถึงลูกทั้งสี่คนแ
พอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็พูดออกมาทันทีว่าเหนื่อยมาก แล้วอุ้มฮ่าวฮ่าวเข้าไปในห้องนอนที่จริงแล้ว ฉันแค่อยากจะคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดให้แน่ชัดว่าทำไมฉินเฉินถึงอยากมีลูกกับฉัน เพียงแค่หาไขกระดูกที่เข้ากันได้แค่นั้นเองหรือ?ตามหลักแล้ว โอกาสที่จะจับคู่ไขกระดูกให้สำเร็จนั้นมีน้อยมากงั้นฉันก็คิดได้แค่อ
ฉันตื่นแต่เช้ามาเตรียมข้าวกล่องแสนอร่อยและมีประโยชน์เพื่อนำไปให้ฉินเฉินแต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูห้องทำงานของเขา ฉันก็ได้ยินคำพูดบางอย่างที่ทำให้ต้องหยุดชะงัก"การผ่าตัดของซินซินสำเร็จไปได้ด้วยดีไหม?"ผู้ช่วยตอบเขาด้วยท่าทางนอบน้อม "ครับท่านประธาน สำเร็จมากครับ เด็กที่ภรรยาของท่านคลอดออกมาคราวนี้