Compartilhar

บทที่ 2

last update Última atualização: 2026-02-09 18:34:34

เพราะแสงสีทองที่แยงตาเข้ามา จันทร์จิราจึงค่อยๆ กะพริบตา ปรับให้ชินกับแสงสว่าง ภาพความทรงจำค่อยๆ ฉายเข้ามาช้าๆ เธอเกิดอุบัติเหตุแล้วเหตุใดอยู่ดีๆ จึงมานอนอยู่กลางป่าเช่นนี้ หรือนี่คือทางสิ้นสุดของชีวิต ร่างบางค่อยขยับลุก แล้วก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

เสียง... เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง... เสียงนั้นคล้ายโลหะกระทบกันดังมาจากด้านในป่าอีกฝั่งไม่ห่างนัก จันทร์จิราตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไปด้วยคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนั้น ภาพตรงหน้าทำให้ร่างบางรีบแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่และถึงกับเบิกดวงตากว้าง การต่อสู้กันระหว่างคนสองกลุ่มตรงหน้าช่างคล้ายกับในละครจีนโบราณที่เธอชอบดูเป็นอย่างยิ่ง หากแต่เธอมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้านี้ไม่ใช่เป็นภาพยนต์ ละคร หรือภาพในความฝันอย่างแน่นอน ต้องมีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดเกิดขึ้น เหตุการณ์เสี่ยงตายก่อนหน้านี้เธอยังจำได้ดี หรือจะเป็นอย่างในนิยายย้อนยุคที่เธอชอบอ่าน ใบหน้างามแม้จะสงสัยแต่ก็ระคนดีใจ อ่า... หญิงงามหลงยุคมาพบรักกับองค์ชายรูปหล่อผู้เก่งกาจ หรือจะเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของยุทธภพดีนะ เลือกไม่ถูกเลย จันทร์จิรากำลังนึกฝันไปต่างๆ นานาว่าตนคือนางเอกในนิยายน้ำเน่าที่ชื่นชอบ เมื่อดึงสติกลับมาก็พบว่าบุคคลที่ใส่ชุดสีดำคล้ายกับผู้ร้ายได้ถูกสังหารจนหมดสิ้น หากแต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้จันทร์จิราถึงกับขมวดคิ้วเรียวยาวของตน หญิงสาวใบหน้างดงามสวมชุดคล้ายสตรีสูงศักดิ์ในยุคจีนโบราณดูจากเครื่องแต่งกายและรูปร่างแล้วนางจะต้องตั้งครรภ์แน่นอนและต้องมีอายุครรภ์ไม่ต่ำกว่า เจ็ด เดือนเป็นแน่ ร่างงดงามนั้นทรุดลงกับพื้น ใบหน้าแสดงความเจ็บปวดส่งเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมาน ขณะที่รอบตัวนางมีหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มมากมายรายล้อมด้วยท่าทางตื่นตกใจ ด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของนางบ่งบอกได้ในทันทีว่านางกำลังจะให้กำเนิดบุตรอย่างแน่นอน จิตวิญญาณแห่งวิชาชีพพยาบาลนำพาให้จันทร์จิรามิได้ทบทวนให้ถี่ถ้วน ร่างบางตรงเข้าไปหาคนเจ็บในทันทีโดยมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าปลายดาบคมถูกยื่นจ่อมาที่ลำคอของเธอ ความเย็นของโลหะ และกลิ่นคาวเลือดที่ยังติดที่ดาบนั้นทำให้จันทร์จิราสำนึกได้ในวินาทีนี้เองว่าการตัดสินใจโดยไร้ซึ่งการยั้งคิดนั้นน่าหวาดกลัวเพียงใด 

“ฉันช่วยเธอได้”

น้ำเสียงเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ แม้จะไม่มั่นใจนักด้วยยังมิได้เข้าไปประเมินอาการของคนตรงหน้า แต่นี่เป็นทางรอดเดียวที่จันทร์จิราจะคิดออกในเวลานี้ ด้วยประเมินจากสถานการณ์แล้วหญิงตรงหน้าคงจะมีความสำคัญกับคนกลุ่มนี้เป็นแน่ และพวกเขาต้องกำลังลำบากใจกับอาการของหญิงตรงหน้าอย่างแน่นอน บุรุษร่างสูงใหญ่ที่จ่อคมดาบมาที่ลำคอของเธอเกิดความกังวลและลังเลในทันที ด้วยสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้บุคคลด้านหลังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งหากหญิงสาวคนนี้สามารถช่วยเหลือนางได้จริงอย่างปากว่าก็นับเป็นบุญวาสนาอย่างยิ่ง เช่นกันหากเกิดสิ่งใดผิดพลาดนั่นหมายถึงชีวิตทดแทนด้วยชีวิต

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากผิดพลาดแม้เพียงนิดนั่นหมายถึงชีวิตของเจ้าจะต้องสูญสิ้นไปด้วย”

คำพูดที่บุรุษผู้นั้นบอกแก่จันทร์จิราทำให้เหงื่อไหลอาบแผ่นหลังคนใจกล้าในทันที ความมั่นใจถูกทดแทนด้วยความกังวล หากแต่พอหญิงสูงศักดิ์ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด บวกกับน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาตรงกลางหว่างขานั่นทำให้จันทร์จิราไม่มีเวลาคิดอะไรอีก ใบหน้าที่มิจัดว่างามของจันทร์จิราพยักหน้าออกไปในทันที ผ้าสีขาวถูกกางออกเป็นที่กำบังคล้ายผนังห้องทั้ง สี่ มุม จันทร์จิรานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างขาของหญิงสูงศักดิ์ จับนางชันขาขึ้น ผ้าผืนยาวผูกโยงจากกิ่งไม้ลงมาให้นางกำเอาไว้

“ท้องแรกหรือเปล่า... เอ่อ เจ้าคะ”

ใบหน้างามที่แม้เจ็บปวดเจียนตายแต่ยังมีสติ พยักหน้าตอบ จันทร์จิราหน้าซีดเผือด ท้องแรกคลอดยากกว่าท้องสอง ขอเจ้าตัวเล็กในท้องอย่าได้มีปัญหาอย่างอื่นอีกเลยนะ

“ฉันต้องการน้ำสะอาดสำหรับล้างร่างกายทารก ผ้าสะอาดอีกจำนวนมาก ถ้าเป็นไปได้น้ำที่จะนำมาให้ ฉันขอเป็นน้ำอุ่นแต่หากเป็นไปไม่ได้ขอให้เป็นน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ”

แม้สำเนียงการพูดจาของหญิงแปลกหน้าจะพิลึกแต่ก็ไม่มีใครสนใจ ต่างปฏิบัติตามคำบอกของนาง จันทร์จิราเริ่มกระบวนการทำคลอดเด็กน้อยอย่างใจเย็น สายตาจับผิดและลุ้นไปกับการรักษาของเธอมิได้สร้างความกดดันให้เธอเลยแม้แต่น้อย ด้วยจิตใจของเธอกำลังจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้า ใช้เวลาไม่นานเด็กน้อยก็กำเนิดขึ้น แต่ชะตาของจันทร์จิราท่าจะขาดอีกรอบ เด็กไม่ร้อง! ให้ตายเหอะ! จันทร์จิราประเมินเด็กน้อยเบื้องต้น ร้องเดี๋ยวนี้นะ ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับเสียงร้องของเธอนะเด็กน้อย จันทร์จิรากระตุ้นประสาทสัมผัสของเจ้าตัวเล็กทุกทาง สุดท้ายตีที่ก้นไปหนึ่งที เจ้าเด็กน้อยก็แผดเสียงร้องจ้า จันทร์จิราลอบถอนหายใจยาวรีบห่อตัวให้ความอบอุ่นแก่เด็กน้อย หญิงผู้เป็นมารดายิ้มทั้งน้ำตา ในคราแรกนางคิดว่าลูกน้อยของนางคงสิ้นใจไปแล้วด้วยเด็กน้อยเกิดก่อนกำหนดไปหนึ่งเดือน อีกทั้งในสภาพที่แม้แต่หมอก็ยังไม่มี เมื่อจันทร์จิราจัดการห่อตัวให้ความอบอุ่นแก่เด็กน้อยเสร็จก็ส่งให้ผู้ป็นมารดาชื่นชม หญิงงามกอดเด็กน้อยแนบอกจุมพิตที่หน้าผากมนที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่อย่างอ่อนโยนน้ำตาแห่งความยินดียังไหลอาบแก้มนวลอย่างมิขาดสาย

“ลูกชายค่ะ...”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 63

    “แล้วท่านเสนาบดีมู่ทราบได้อย่างไรว่านางมีพลังปราณซ่อนอยู่”“ที่สำนักศึกษาหลวงมิใช่มีแต่อาจารย์ที่มีพลังปราณกล้าแกร่งหรือไร ข้าเชื่อว่าภายในห้าปีพลังปราณที่ซ่อนอยู่ของนางจะต้องปรากฏแน่นอน”สายตาของสองเสนาบดีสบกันอย่างมิมีใครยอมใคร หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จุดประสงค์ของเสนาบดีมู่เขาล้วนอ่านออกจนหมดสิ้น การเดินหมากครั้งนี้ช่างคุ้มยิ่งนัก นอกจากจะตัดเขาออกจากเส้นทางของรัชทายาทแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญคุณกับเขาด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัวกันเลยทีเดียว“ตกลงตามนี้ เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง รับราชโองการ”สองเสนาบดีลุกขึ้นไปยืนประจำที่ หยวนหรงหย่งหมิงก้าวเดินมาเบื้องหน้าคุกเข่ารับพระบัญชา“เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินมากล้น พระราชทานแม่นางเฉินเยว่เอ๋อร์เป็นพระคู่หมั้น อีกห้าปีหากนางฝึกตนจนพบพลังปราณในตัว ให้จัดงานอภิเษกได้ในทันที”“น้อมรับราชโองการ”“ยินดีกับเหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง!”เสียงขุนนางรอบตัวเอ่ยยินดีโดยพร้อมเพียงกัน หยวนหรงหย่ง หมิงถอยมายืนที่ของตน ทางซ้ายมือของเขาคือเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ หางตาคมเหลือบมองที่ชายสูงวัยกว่าอย่างดูแค

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 62

    “ฮ่องเต้เสด็จ”“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”เสียงเหล่าขุนนางต่างสรรเสริญแซ่ซ้องโดยพร้อมเพียง ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นยกยิ้มอ่อนโยนอนุญาตให้ทั้งหมดลุกขึ้นได้ตามปกติ“หย่งหมิงวันนี้เจ้าก็มาด้วยหรือ มีเรื่องด่วนอะไรเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อน”น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนและใส่ใจเป็นพิเศษทำให้เหล่าขุนนางพากันสบตาเงียบๆ ด้วยความคิดที่หลากหลายประเด็น“หม่อมฉันจะมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงเย็นชาและมั่นคงที่เอ่ยออกมาทำเอาเหล่าขุนนางแตกตื่นกันอีกครั้ง เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน ศักดิ์และฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาท และด้วยคุณงามความดีที่กระทำมาแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังคงต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน บุตรสาวตระกูลใดกันที่โชคดีเพียงนี้“แต่งงานอย่างนั้นหรือ กับผู้ใดกัน”“นางชื่อเยว่เอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ”“เยว่เอ๋อร์... เด็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยท่านหมอต้วนเมื่อคราวเสด็จพ่อของเราทรงประชวรใช่หรือไม่”สีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นนั้นแฝงความยินดียิ่งนัก รอยพระสรวลกว้างปรากฏบนพระพักตร์ชัดเจน“เจ้าช่างสายตาแหลมคมนัก”“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีหลิวก้าวออกมาเบื้องหน้

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 61

    ตำหนักดอกท้อ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ทูลองค์หญิงคนของเรารายงานว่า เมื่อวานชินอ๋องไปที่จวนเสนาบดีหลิวเพื่อแจ้งว่าจะนำตัวแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวเพคะ”“นำตัวไปไว้ที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวอย่างนั้นรึ”องค์หญิงเหมยปี้เหยาจิบชาชั้นเลิศอย่างช้าๆ ท่วงท่างดงาม ฟังนางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยความแปลกใจ“เพคะ ตรัสว่านางคือว่าที่พระชายาเพคะ”เพล้ง!!! ถ้วยชาสีฟ้าครามลายใหม่ที่ได้มาถูกปาลงกลางห้อง ใบหน้างามที่อ่อนหวานบิดเบี้ยวในทันที ว่าที่พระชายาอย่างนั้นหรือ ตำแหน่งนี้เป็นของนาง เยว่เอ๋อร์นางหญิงชั้นต่ำผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาแย่งนางไป“รายงานมาให้หมด”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและท่าทางที่ดูดุร้ายขัดกับใบหน้างดงามอ่อนหวานทำให้นางกำนัลคนอื่นต่างย่อตัวหมอบกราบแม้แต่จะหายใจเสียงดังยังมิกล้า มีเพียงสองนางกำนัลคนสนิทจากแคว้นลี้เท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานอารมณ์ขององค์หญิงผู้นี้ได้“เพคะ เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องพาแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปร่วมงานบูชาศาลเจ้าแม่หนี่วาเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน นิสัยเย็นชา เด็ดขาด และมิสนใจผู้ใด คนผู้นี้กลับยอมพาเด็กน้อยชั้นต่ำเยว่เอ๋อร์ไปเดินงานบูชาศาลเจ้าอย่างนั้นหรือ มือบางกำแ

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 60

    “พี่ใหญ่เราไม่ไปลอยโคมกันหรือเจ้าคะ”หยวนหรงหย่งหมิงส่ายหน้าก่อนดึงนางออกมาอีกทาง เยว่เอ๋อร์เดินตามหลัง ดวงตาหวานมองแผ่นหลังกว้างริมฝีปากบางยกยิ้ม ใบหน้าอิ่มสุขก่อนที่จะเลื่อนสายตามาที่ข้อมือของตน ตั้งแต่เข้างานจนบัดนี้หากไม่นับที่นางสลัดมือจากเขา มือใหญ่นี้ของเขายังคงจับข้อมือเล็กของนางไว้อย่างมั่นคงมิปล่อยแม้เพียงชั่วพริบตา หยวนหรงหย่งหมิงชะงักเมื่อร่างเล็กด้านหลังชะงักเท้า เมื่อหันกลับไปดูจึงพบว่าดวงตาหวานของนางกำลังจดจ้องที่ขอทานเด็กคนหนึ่งที่ข้างทาง เด็กน้อยวัยประมาณห้าขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นที่มุมหนึ่งของงาน เยว่เอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าเอ่ยถามเสียงหวาน“หนูน้อยเหตุใดจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้”“ข้า... ข้าอยากลอยโคมแต่ข้าไม่มีเงิน”เยว่เอ๋อร์มองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างสงสัย ปกติแล้วขอทานมักมิสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องปากท้อง เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้กลับอยากลอยโคมกัน“เพราะเหตุใดเจ้าจึงอยากลอยโคม”ดวงหน้ามอมแมมก้มลงคางชิดอก เอ่ยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ข้า… ข้าได้ยินว่า... หากใครลอยโคมในคืนนี้จะขอพรจากเจ้าแม่ หนี่วาได้หนึ่งข้อ แม่ข้าไม่สบาย ข้าอยากขอให้นางหายป่วย”เยว่เอ๋อร์ถอนห

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 59

    “เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่า”“เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี หยวนหรงหย่งหมิงวางมือหนาบนศีรษะของนาง ลูบผมนางอย่างอ่อนโยน เฉินมี่ถงและชิงหรงถอนหายใจยาวอย่าง โล่งอก“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นอีกทางก็แล้วกัน”กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นจับมือเล็กของนางมั่น พานางเดินไปในส่วนที่มีการค้าขายสินค้าต่างๆ เยว่เอ๋อร์มองทุกสิ่งรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนหน้านี้นางใช้ชีวิตในเมืองหนิงอันในฐานะขอทาน แน่นอนทุกลมหายใจล้วนห่วงกังวลแต่เรื่องปากท้อง มิเคยมีเวลามาสนใจสิ่งสวยงามต่างๆ รอบตัวเช่นนี้ เมื่อได้มีโอกาสมาดูและชื่นชมจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก“ข้าอยากได้สิ่งนี้”นิ้วเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นสีสันงดงามเบื้องหน้า หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มกว้างพานางมายืนที่หน้าร้านน้ำตาลปั้น ดวงตาหวานเบิกกว้างมองตุ๊กตาน้ำตาลปั้นตัวเล็กที่มีรูปร่างต่างๆ อย่างสนใจ“เจ้าชอบตัวไหน”“มีแต่ตัวสวยๆ ทั้งนั้นข้าเลือกไม่ถูกเลย”หยวนหรงหย่งหมิงมองแววตาเป็นประกายของนางที่จดจ้องไปที่ตุ๊กตาปั้นเหล่านั้นอย่างมิวางตาแล้วอดที่จะยิ้มกว้างมิได้“เลือกไม่ถูกก็มิต้องเลือก”เมื่อสิ้นคำเยว่เอ๋อร์ก็พลันใบหน้าสลดลง คนขายมองเด็กน้อยตรงหน

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 58

    “หากเจ้ายังเห็นความสำคัญของตำรานั่นมากกว่าข้า ข้าจะให้คนเผามันทิ้งเสีย”น้ำเสียงดุดันไม่พอใจทำให้เยว่เอ๋อร์ตื่นจากภวังค์ในตำรา ดวงตาหวานเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย“ท่านอ๋องเสด็จกลับมานานแล้วหรือเพคะ”คำถามที่เอ่ยจากนางยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันเขียวคล้ำขึ้นมาในทันที เขากลับมาตั้งนานแล้วหากแต่เด็กน้อยนี่กลับเห็นตำราไร้ค่านั่นสำคัญกว่าเขา เห็นทีเขาคงได้เผาตำรานี่จริงๆ เสียแล้ว ท่าทางและสีหน้าของคนตรงหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก เยว่เอ๋อร์วางตำราในมือลงก่อนรินชาส่งให้เขาอย่างเอาใจ“หม่อมฉันเข้าใจว่าพระองค์จะทรงไปว่าราชการ และกลับมาในยามเย็นเสียอีกเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงรับชาที่นางส่งให้ขึ้นดื่ม รอยยิ้มและท่าทางเอาใจของนางทำให้ความโกรธเมื่อครู่เบาบางลงในพริบตา“หากฝ่าบาทมีเรื่องที่ต้องให้ข้าช่วยจะส่งคนมาแจ้งเอง”คิ้วเรียวเล็กขมวดเป็นปม หยวนหรงหย่งหมิงเป็นถึงชินอ๋องแห่งหนิงอัน อีกทั้งยังควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ด้วย มิใช่ว่าเขาต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางในทุกครั้งหรอกหรือ“เด็กโง่... อย่ามัวกังวลเรื่องไร้สาระเลย ข้าได้ยินมาว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงศาลเจ้าแม่หนี่วาเจ้าอยากไปหรือไม่”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status