ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง

ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-20
โดย:  ซูเล่อเหยียนยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
1.1Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

อวี๋เจียวหว่าน คุณหนูรองแห่งตระกูลอวี๋ ผู้มีพละกำลังมหาศาลและฝีมือปลายจวักเป็นเลิศ ต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพแทนพี่สาว ทว่าสามีของนางคือ เซี่ยกู่หาน แม่ทัพไร้พ่ายผู้แสนเย็นชาและมีโรคประหลาดคือรังเกียจอาหารทุกชนิดในใต้หล้า ร่างกายของเขาทรุดโทรมคล้ายกิ่งไม้แห้งรอวันหักสะบั้น คืนเข้าห้องหอแทนที่จะร่วมดื่มสุรามงคล หญิงสาวกลับงัดกระทะทองเหลืองคู่กายออกมาตั้งเตาไฟ กลิ่นหอมของสมุนไพรและเสียงเคาะกระทะดังกังวานปลุกประสาทสัมผัสที่หลับใหลของท่านแม่ทัพให้ตื่นขึ้น “ท่านแม่ทัพ หากท่านยังดื้อดึงไม่ยอมกลืนข้าวลงท้อง ข้าจะใช้ตะหลิวใบนี้งัดปากท่านเอง”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1

เสียงประทัดดังกึกก้องไปทั่วถนนสายหลักของเมืองหลวง ทว่าบรรยากาศภายในเกี้ยวเจ้าสาวหลังงามกลับเงียบสงัด อวี๋เจียวหว่านนั่งตัวตรงอยู่เบื้องหลังม่านสีแดง อาภรณ์มงคลทิ้งตัวยาวลากพื้น มือเรียวเล็กที่ควรจะอ่อนนุ่มดุจคุณหนูในห้องหอ กลับมีรอยด้านบางๆ จากการจับตะหลิวและด้ามกระทะมาเนิ่นนาน บัดนี้มือทั้งสองข้างกำลังประคองห่อผ้าสีเข้มขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนตัก ซ่อนไว้ใต้ชุดมงคลอย่างมิดชิด

ห่อผ้านั้นมีน้ำหนักถึงสิบจิน สิ่งที่อยู่ด้านในหาใช่สินสอดทองหมั้นล้ำค่า หรือตำราสอนการปรนนิบัติสามี ทว่ามันคือกระทะทองเหลืองคู่กายที่นางใช้เคียงคู่กับเตาไฟมาตั้งแต่จำความได้

“คุณหนูรอง ท่านวางสิ่งนั้นลงเถิดเจ้าค่ะ หนักถึงเพียงนี้ ประเดี๋ยวจะปวดเมื่อยเอาได้” เสียงของสาวใช้คนสนิทนามว่าเสี่ยวเถาดังมาจากข้างเกี้ยว

“หากข้าทิ้งกระทะใบนี้ไป ข้าจะเอาสิ่งใดไปต่อกรกับคนในจวนแม่ทัพเล่า” อวี๋เจียวหว่านตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกของสตรีที่กำลังจะออกเรือน

การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงราชโองการที่ฮ่องเต้ประทานลงมาเพื่อผูกมัดจวนแม่ทัพและตระกูลอวี๋ที่กำลังตกอับ เดิมทีผู้ที่ต้องสวมชุดมงคลนี้คืออวี๋จื่อหยา พี่สาวต่างมารดาของนาง ทว่าเมื่อได้ยินคำเล่าลือของแม่ทัพเซี่ยกู่หาน คุณหนูใหญ่ก็ร้องห่มร้องไห้จนสลบไสลไปถึงสามวันสามคืน

คำเล่าลือที่ว่าหาใช่ความโหดเหี้ยมอำมหิตในสนามรบเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่ว่าท่านแม่ทัพผู้นี้มีโรคประหลาดติดตัว ร่างกายของเขาผ่ายผอมราวกับกิ่งไม้แห้ง ผิวพรรณซีดเซียวไร้สีเลือด ว่ากันว่าเขารังเกียจอาหารทุกชนิดในใต้หล้า ผู้ใดนำของกินเข้าใกล้เป็นต้องถูกสั่งโบยจนปางตาย สตรีทั่วเมืองหลวงต่างหวาดกลัวที่จะต้องแต่งให้กับบุรุษที่คล้ายคนใกล้สิ้นลมเช่นนี้ อวี๋เจียวหว่านผู้เป็นบุตรีที่เกิดจากอนุภรรยาและไม่เป็นที่รักของบิดา จึงถูกยัดเยียดให้ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เกี้ยวเจ้าสาวหยุดลงอย่างกะทันหัน เสียงจอแจของผู้คนรอบด้านดังอื้ออึง อวี๋เจียวหว่านรับรู้ได้ทันทีว่าบัดนี้ขบวนได้เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนแม่ทัพแล้ว

ตามธรรมเนียม เจ้าบ่าวต้องออกมายิงธนูข้ามเกี้ยวและเตะประตูเพื่อรับตัวเจ้าสาว ทว่าสิ่งที่รอคอยนางอยู่กลับมีความเพียงความเงียบงันและเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านที่มารอมุงดู

“ท่านแม่ทัพไม่ยอมออกมานับรับเจ้าสาวหรอกหรือ”

“ได้ยินว่าอาการป่วยของท่านแม่ทัพกำเริบหนัก แค่ลุกจากเตียงยังลำบาก จะเอาเรี่ยวแรงที่ใดมาเตะประตูเกี้ยว”

“น่าสงสารคุณหนูรองตระกูลอวี๋ แต่งเข้าจวนไปก็คงต้องเตรียมตัวเป็นหญิงหม้ายในเร็ววัน”

อวี๋เจียวหว่านถอนหายใจ นางเกลียดความยุ่งยากเป็นที่สุด เมื่อเห็นว่ารอไปก็ไร้ประโยชน์ หญิงสาวจึงกระชับห่อผ้าใส่กระทะทองเหลืองในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบประตูเกี้ยวเจ้าสาวอย่างแรง

เสียงบานประตูเกี้ยวที่สลักลายวิจิตรหลุดออกไปกระแทกพื้นดังสนั่น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของบ่าวไพร่จวนแม่ทัพและชาวบ้านนับร้อย อวี๋เจียวหว่านก้าวลงจากเกี้ยวอย่างมั่นคง ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสะบัดพลิ้วตามแรงลม เผยให้เห็นเพียงปลายคางเรียวมนและริมฝีปากอวบอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย

พ่อบ้านประจำจวนแม่ทัพที่ยืนรอรับหน้าอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง สตรีร่างเล็กที่ดูบอบบางผู้นี้ เหตุใดจึงมีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้ได้

“ในเมื่อท่านแม่ทัพไม่สะดวกมารับข้า เช่นนั้นก็รบกวนพ่อบ้านนำทางข้าไปที่เรือนหอเถิด ข้าหิวจนหน้ามืดแล้ว” อวี๋เจียวหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดเจนทุกถ้อยคำจนผู้คนรอบด้านได้ยินกันถ้วนหน้า

พ่อบ้านชราได้สติรีบค้อมกายลงนำทาง แม้ในใจจะดูแคลนว่าคุณหนูรองตระกูลอวี๋ผู้นี้ช่างไร้กริยามารยาทสมคำร่ำลือ แต่ก็ไม่อาจขัดขวางการแต่งงานที่ได้รับพระราชทานมาได้

บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพช่างแตกต่างจากจวนขุนนางทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งการประดับประดาด้วยผ้าแดงมงคล ไร้ซึ่งเสียงดนตรีขับกล่อม มีเพียงบ่าวไพร่ที่เดินขวักไขว่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับที่นี่คือกองทัพที่เตรียมพร้อมออกศึกมากกว่าจะเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรส

อวี๋เจียวหว่านถูกพาตัวมาทิ้งไว้ในเรือนหอ ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเพียงเตียงไม้แกะสลัก โต๊ะน้ำชา และกระถางไฟที่จุดให้ความอบอุ่น หญิงสาวไม่รอให้ผู้ใดมาเลิกผ้าคลุมหน้า นางจัดการดึงผ้าสีแดงนั้นออกด้วยตนเอง และโยนทิ้งไว้บนเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะวางห่อผ้าในมือลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง

เสียงโลหะกระทบแผ่นไม้ บ่งบอกถึงน้ำหนักที่ไม่ธรรมดาของสิ่งของที่อยู่ภายใน

ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบห้อง บนโต๊ะมีถาดใส่ผลไม้มงคลอย่างพุทรา ถั่วลิสง ลำไย และเมล็ดบัววางอยู่ อวี๋เจียวหว่านหยิบพุทราขึ้นมาพิจารณาชิ้นหนึ่ง ผิวของมันเหี่ยวย่นและส่งกลิ่นเหม็นหืนจางๆ นางเดาะลิ้นด้วยความขัดใจ

“จวนแม่ทัพกว้างใหญ่เสียเปล่า กลับปล่อยให้ของกินไร้คุณภาพเช่นนี้เข้ามาอยู่ในเรือนหอได้ ช่างเป็นการหยามเกียรติคนครัวอย่างข้ายิ่งนัก” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตนเอง

สำหรับนางแล้วเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ นางไม่ได้กินสิ่งใดตกถึงท้องมาตั้งแต่ย่ำรุ่ง บัดนี้กระเพาะเริ่มประท้วงจนปวดหนึบ นางเดินไปสำรวจกระถางไฟกลางห้อง ถ่านไม้ด้านในกำลังคุกรุ่นได้ที่ ความร้อนแผ่ซ่านออกมากำลังดี

รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม อวี๋เจียวหว่านจัดการถอดชุดมงคลตัวนอกที่รุ่มร่ามออก เหลือเพียงชุดตัวในที่ทะมัดทะแมงขึ้น นางแกะห่อผ้าบนโต๊ะออก เผยให้เห็นกระทะทองเหลืองก้นลึกที่ถูกขัดจนขึ้นเงา แม้จะมีรอยบุบเล็กน้อยบริเวณขอบ แต่ก็ไม่อาจบดบังความน่าเกรงขามของมันได้

ภายในห่อผ้ายังมีถุงข้าวสารขนาดเล็ก สมุนไพรบำรุงปราณที่ถูกหั่นเตรียมไว้อย่างดี ทั้งโสมภูเขา เกากี้ และพุทราแห้งชั้นเลิศที่นางลอบนำติดตัวมาด้วย

“โชคดีที่ข้าเตรียมเสบียงมาเผื่อยามคับขัน มิเช่นนั้นคงได้อดตายตั้งแต่วันแรกที่แต่งเข้าจวน”

นางจัดการตั้งกระทะทองเหลืองลงบนกระถางไฟ เทน้ำสะอาดจากป้านน้ำชาลงไป รอจนน้ำเริ่มเดือดจึงใส่ข้าวสารและสมุนไพรตามลงไปอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งคอยคนข้าวในกระทะไม่ให้ติดก้น อีกมือหนึ่งคอยปรับระดับถ่านในกระถางให้ไฟลุกโชนอย่างสม่ำเสมอ การคุมไฟของนางไร้ที่ติ

เวลาผ่านไปชั่วก้านธูป กลิ่นหอมของข้าวต้มที่สุกนุ่ม ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของสมุนไพรเริ่มลอยอบอวลไปทั่วห้องหอ มันคือกลิ่นแห่งการเยียวยา กลิ่นของอาหารที่ปรุงด้วยความใส่ใจ

ในขณะเดียวกันนั้นเอง บริเวณทางเดินหน้าเรือนหอ ร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า เซี่ยกู่หานสวมชุดคลุมสีดำสนิทตัดกับสีผิวที่ซีดขาวราวกับกระดาษ ใบหน้าคมคายที่เคยหล่อเหลาดั่งยอดบุรุษบัดนี้ซูบตอบจนเห็นสันกรามชัดเจน

“ท่านแม่ทัพ ร่างกายท่านยังไม่สู้ดี ไม่จำเป็นต้องมาที่เรือนหอก็ได้ขอรับ ให้คนไปบอกฮูหยินว่าท่านพักผ่อนอยู่เรือนหลักก็ย่อมได้” รองแม่ทัพลู่ผู้ติดตามคนสนิทเอ่ยด้วยความห่วงใย

“ราชโองการของฝ่าบาท หากข้าไม่มาปรากฏตัวให้นางเห็นหน้าเลยสักครั้ง พรุ่งนี้คงมีข่าวลือว่าข้าตายคาจวนไปแล้ว” เซี่ยกู่หานตอบเสียงเย็นชา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและไร้เรี่ยวแรง

เขาเกลียดการถูกบังคับ เกลียดสตรีที่น่ารำคาญ และที่สำคัญที่สุด เขาเกลียดกลิ่นแป้งหอมฉุนจมูก ตั้งแต่ถูกพิษกลืนนภาเล่นงานเมื่อสามปีก่อน การรับรสของเขาก็หายไป อาหารทุกชนิดที่เข้าปากมีเพียงรสชาติขมคล้ายขี้เถ้า กลิ่นของอาหารกลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าที่ทำให้เขาคลื่นไส้จนอาเจียนออกมาหมดสิ้น ร่างกายของเขาจึงผ่ายผอมลงทุกวัน อาศัยเพียงยาต้มประทังชีวิตให้อยู่รอดไปวัน ๆ

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
ตอนที่ 1
เสียงประทัดดังกึกก้องไปทั่วถนนสายหลักของเมืองหลวง ทว่าบรรยากาศภายในเกี้ยวเจ้าสาวหลังงามกลับเงียบสงัด อวี๋เจียวหว่านนั่งตัวตรงอยู่เบื้องหลังม่านสีแดง อาภรณ์มงคลทิ้งตัวยาวลากพื้น มือเรียวเล็กที่ควรจะอ่อนนุ่มดุจคุณหนูในห้องหอ กลับมีรอยด้านบางๆ จากการจับตะหลิวและด้ามกระทะมาเนิ่นนาน บัดนี้มือทั้งสองข้างกำลังประคองห่อผ้าสีเข้มขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนตัก ซ่อนไว้ใต้ชุดมงคลอย่างมิดชิดห่อผ้านั้นมีน้ำหนักถึงสิบจิน สิ่งที่อยู่ด้านในหาใช่สินสอดทองหมั้นล้ำค่า หรือตำราสอนการปรนนิบัติสามี ทว่ามันคือกระทะทองเหลืองคู่กายที่นางใช้เคียงคู่กับเตาไฟมาตั้งแต่จำความได้“คุณหนูรอง ท่านวางสิ่งนั้นลงเถิดเจ้าค่ะ หนักถึงเพียงนี้ ประเดี๋ยวจะปวดเมื่อยเอาได้” เสียงของสาวใช้คนสนิทนามว่าเสี่ยวเถาดังมาจากข้างเกี้ยว“หากข้าทิ้งกระทะใบนี้ไป ข้าจะเอาสิ่งใดไปต่อกรกับคนในจวนแม่ทัพเล่า” อวี๋เจียวหว่านตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกของสตรีที่กำลังจะออกเรือนการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงราชโองการที่ฮ่องเต้ประทานลงมาเพื่อผูกมัดจวนแม่ทัพและตระกูลอวี๋ที่กำลังตกอับ เดิมทีผู้ที่ต้องสวมชุดมงคลนี้คืออวี๋จื่อหยา พี่สาวต่า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูเรือนหอ เตรียมใจรับฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคุณหนูผู้บอบบางที่ต้องมาเผชิญชะตากรรมกับคนใกล้สิ้นลมเช่นเขา มือหนาที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกผลักบานประตูเข้าไปอย่างเชื่องช้าทว่าสิ่งที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสของเขา หาใช่กลิ่นแป้งร่ำราคาแพง หรือกลิ่นธูปมงคลที่ชวนให้อึดอัด แต่กลับเป็นกลิ่นหอมละมุน กลิ่นที่ทำให้กระเพาะที่สงบนิ่งประดุจก้อนหินมาเนิ่นนานของเขาเกิดอาการกระตุกเกร็งขึ้นมาเซี่ยกู่หานขมวดคิ้วแน่น เขากวาดสายตามองเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นทำเอาแม่ทัพผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนถึงกับชะงักงันสตรีผู้หนึ่งสวมชุดสีแดงตัวในหลวมโพรก กำลังนั่งยอง ๆ อยู่หน้ากระถางไฟกลางห้อง สองมือจับผ้าเช็ดหน้าผืนหนารองด้ามกระทะทองเหลืองใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนกองเพลิง นางกำลังใช้ตะหลิวไม้คนของเหลวบางอย่างในกระทะอย่างขะมักเขม้น ใบหน้างดงามเปื้อนเขม่าควันเป็นรอยจาง เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้า“เจ้าทำสิ่งใดในห้องหอ” เซี่ยกู่หานเค้นเสียงถาม ความตกตะลึงแปรเปลี่ยนเป็นความโทสะ เขาเกลียดกลิ่นอาหาร ไฉนนางถึงกล้าทำเรื่องเช่นนี้ในที่ของเขาอวี๋เจียวหว่านเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก ดวงตาหงส์
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3
แสงอรุณสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุเข้ามาภายในเรือนหอ กลิ่นกำยานมงคลถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจาง ๆของข้าวต้มและโสมภูเขาที่หลงเหลือจากเมื่อคืนเซี่ยกู่หานลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่กลางช่องท้อง นับตั้งแต่ถูกพิษกลืนนภา ร่างกายของเขาก็หนาวเหน็บประดุจแช่อยู่ในธารน้ำแข็ง กระเพาะปวดเกร็งทุกคราที่พยายามฝืนกลืนสิ่งใดลงคอ ทว่าเช้าวันนี้ อาการปวดร้าวเหล่านั้นกลับทุเลาลงจนแทบไม่รู้สึกเขาหยัดกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง นัยน์ตาสีหมึกกวาดมองไปรอบห้อง บนพื้นไม้ขัดเงายังมีคราบโจ๊กที่หกเลอะเทอะ ทว่ากระทะทองเหลืองใบใหญ่และสตรีผู้เป็นเจ้าของกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยเขายกมือขึ้นลูบหน้าท้องตนเอง สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่ฟื้นคืนมาสายหนึ่ง แม้จะยังผ่ายผอมและอ่อนแรง ทว่าความรู้สึกมีชีวิตชีวาเช่นนี้ เขามิได้สัมผัสมานานนับปีแล้ว“ลู่จิว” เซี่ยกู่หานเอ่ยเรียกคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเมื่อก่อนบานประตูเรือนหอถูกผลักออกทันที รองแม่ทัพลู่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าเมื่อเห็นผู้เป็นนายลุกขึ้นนั่งได้เอง ซ้ำยังมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้น ดวงตาของเขาก็เบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4
อวี๋เจียวหว่านยืดตัวขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่จางหาย “ขออภัยท่านแม่ที่ลูกสะใภ้มาช้า ทว่าเมื่อเช้าตรู่ ท่านแม่ทัพมีอาการปวดท้อง สะใภ้จึงต้องเร่งรีบไปต้มน้ำแกงสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการให้สามี กว่าท่านแม่ทัพจะดื่มน้ำแกงหมดและหลับสนิทไป ก็ล่วงเลยเวลามาจนบัดนี้ สะใภ้กังวลเรื่องสุขภาพของท่านแม่ทัพเป็นที่สุด จึงละทิ้งหน้าที่หน้าเตาไฟมิได้ หวังว่าท่านแม่จะเมตตาและเข้าใจถึงความห่วงไยที่ข้ามีต่อสามี”คำกล่าวอ้างของนางทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าชะงักไปเล็กน้อย เรื่องอาการป่วยของเซี่ยกู่หานเป็นที่รู้กันดี หากนางนำเรื่องนี้มาตำหนิ ย่อมถูกครหาว่าไม่ห่วงใยบุตรชาย“เช่นนั้นก็แล้วไปเถิด” ฮูหยินผู้เฒ่าปรับสีหน้า “แต่กฎระเบียบก็คือกฎระเบียบ ในเมื่อเจ้ามาช้า ก็จงคุกเข่ายกน้ำชาให้ข้าเสีย”เสี่ยวเถารีบก้าวออกไปวางเบาะรองเข่าลงบนพื้นเบื้องหน้าฮูหยินผู้เฒ่า อวี๋เจียวหว่านคุกเข่าลงอย่างว่าง่าย นางรับถ้วยชาจากเสี่ยวเถา ยกขึ้นเหนือศีรษะ“เชิญท่านแม่ดื่มชาเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่าปรายตามองถ้วยชาในมือลูกสะใภ้ ตั้งใจจะแสร้งทำชาหกรดมือตัวเองเพื่อสั่งสอน ทว่าเมื่อนางเอื้อมมือออกไป อวี๋เจียวหว่านกลับขยับถ้วยชาหลบอย่างแนบเนียน พร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-26
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5
เซี่ยกู่หานใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อข่มขู่มารดาเลี้ยง บัดนี้เมื่อเดินพ้นเขตเรือนพักของฮูหยินผู้เฒ่า ร่างกายที่ผ่ายผอมก็ซวนเซคล้ายจะล้มลง อวี๋เจียวหว่านรีบขยับเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ที่เบาราวกับขนนกไว้แน่น ลู่จิวที่เดินตามมาเบื้องหลังตั้งท่าจะเข้ามาช่วย ทว่าถูกสายตาคมของผู้เป็นนายห้ามปรามไว้เสียก่อน“ท่านแม่ทัพฝืนร่างกายเกินไปแล้ว เพิ่งจะรับข้าวต้มไปเพียงถ้วยเดียว ไฉนจึงทำอวดเก่งเดินตากลมเย็นเช่นนี้” อวี๋เจียวหว่านบ่นอุบอิบ ทว่ามือกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้น กลิ่นหอมเย็นจาง ๆ จากกายบุรุษผู้นี้มิได้น่ารังเกียจ ซ้ำยังแฝงกลิ่นอายสมุนไพรที่เขาดื่มกินมานานปี“หากข้าไม่ออกมา เจ้าคงถูกสตรีชราผู้นั้นสั่งให้คุกเข่าจนขาหัก” เซี่ยกู่หานตอบเสียงเรียบ แม้ลมหายใจจะหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย“ท่านประเมินภรรยาตนเองต่ำเกินไป ข้ามีกระทะทองเหลืองคุ้มกาย ผู้ใดกล้ารังแกข้า ย่อมต้องลิ้มรสความแข็งแกร่งของมัน” นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะประคองเขาเข้าไปในเรือนหานอวิ๋นและพยุงให้นั่งลงบนตั่งเซี่ยกู่หานหลับตาลงเพื่อปรับลมหายใจ ร่างกายของเขาอ่อนล้า ทว่าท้องกลับส่งเสียงร้องเบา ๆ ความรู้สึกหิวโหยที่ห่างหายไปนานกำลังรบกว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6
ระหว่างที่รอหมูตุ๋น นางก็หันไปจัดการกับน้ำแกงรากบัว ซี่โครงหมูถูกนำไปลวกน้ำร้อนเพื่อล้างคาวเลือด ก่อนจะนำไปตุ๋นในหม้อดินพร้อมกับรากบัวหั่นแว่นและถั่วลิสง เติมเกลือเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติหวานตามธรรมชาติของกระดูกและรากบัวเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมก็ปกคลุมไปทั่วเรือนครัวใหญ่ บ่าวไพร่ต่างสูดดมกลิ่นนั้นด้วยความหิวโหย แม้แต่พ่อครัวหวังที่เคยตั้งตนเป็นศัตรูยังต้องลอบกลืนน้ำลาย รสมือของการคุมไฟและการปรุงรสของฮูหยิน ลึกล้ำเกินกว่าที่เขาจะเทียบเคียงได้อวี๋เจียวหว่านเปิดฝากระทะทองเหลืองออก น้ำต้มหมูตุ๋นงวดลงจนกลายเป็นน้ำข้นเหนียวเคลือบชิ้นเนื้อหมูสามชั้นที่เปื่อยล่อน กลิ่นหอมยั่วยวนจนยากจะต้านทาน นางตักหมูตุ๋นใส่จานกระเบื้องสีขาว ประดับด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสด ส่วนน้ำแกงรากบัวก็ถูกตักใส่ชามกระเบื้องใบใหญ่ “จัดสำรับ ข้าจะนำไปให้ท่านแม่ทัพด้วยตนเอง”ภายในเรือนหานอวิ๋น เซี่ยกู่หานนั่งเอนกายอ่านตำราพิชัยสงครามอยู่บนตั่ง ทว่าสมาธิของเขากลับไม่อยู่ที่ตัวอักษร กลิ่นหอมที่ลอยตามลมมาจากทางเรือนครัวรบกวนจิตใจเขามาพักใหญ่ กระเพาะที่เคยด้านชาบัดนี้กลับบีบรัดตัวด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าเสี
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7
ยามซวี ท้องฟ้าเหนือจวนแม่ทัพถูกปกคลุมด้วยม่านราตรีอันมืดมิด ลมเหมันต์พัดโชยมาเป็นระลอก นำพาความหนาวเหน็บมาสู่ผู้คน ทว่าภายในเรือนครัวใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนจากเตาไฟที่ยังคงลุกโชนแม้จะล่วงเข้าสู่ยามวิกาล บ่าวไพร่ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนจนหมดสิ้นแล้ว ทว่าอวี๋เจียวหว่านยังคงง่วนอยู่หน้าเตา นางสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ทะมัดทะแมง เส้นผมดำขลับถูกรวบขึ้นลวก ๆ ด้วยตะเกียบไม้ มือเรียวกำลังจับมีดหั่นรากบัวและกระดูกหมูส่วนที่เหลือจากเมื่อกลางวันลงในหม้อดินใบใหญ่ เพื่อเคี่ยวน้ำแกงกระดูกเตรียมไว้ใช้ในวันรุ่งขึ้นสำหรับแม่ครัวที่ดี น้ำแกงกระดูกคือหัวใจสำคัญของการปรุงอาหาร รสชาติที่ลึกล้ำไม่อาจรวบรัดตัดตอนได้ ต้องอาศัยเวลาและการคุมไฟที่พอเหมาะ นางจึงเลือกที่จะอยู่เฝ้าเตาด้วยตนเองเสียงน้ำเดือดในหม้อดินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นหอมหวานของกระดูกและสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนครัว อวี๋เจียวหว่านดึงฟืนออกจากเตาสองท่อนเพื่อลดระดับไฟให้เหลือเพียงไฟอ่อน นางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะหันไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดทำความสะอาดกระทะทองเหลืองคู่ใจที่ตั้งพักไว้บนโต๊ะไม้อีกฝั่งกระทะใบนี้ผ่านการใช้งานมาอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-28
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือน จวนแม่ทัพยังคงตกอยู่ในความตึงเครียดจากเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืน บ่าวไพร่เดินกันขวักไขว่ด้วยสีหน้าหวาดระแวง พ่อครัวหวังและลูกมือในเรือนครัวต่างยืนจับกลุ่มซุบซิบนินทากันด้วยความหวาดกลัว“ฮูหยินช่างโหดเหี้ยมนัก ข้าได้ยินมาว่านางใช้กระทะทุบหัวนักฆ่าจนสลบ…” สาวใช้คนหนึ่งกระซิบ“ใช่ ข้าก็เห็นกับตา ร่างของนักฆ่าชุ่มไปด้วยเลือด นางหาใช่สตรีธรรมดาไม่ พวกเราต้องระวังตัวให้ดี หากทำอาหารไม่ถูกปากนาง มีหวังโดนกระทะฟาดตายเป็นแน่” พ่อครัวหวังเสริมหน้าตาตื่นในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดผวา บานประตูเรือนครัวก็ถูกผลักออก อวี๋เจียวหว่านเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสดใสประดุจดอกไม้บานยามเช้า นางล้างหน้าหวีผมเรียบร้อยแล้ว กระทะทองเหลืองคู่ใจถูกขัดจนเงางามไร้คราบเลือด ไร้ร่องรอยการเข่นฆ่า มีเพียงกลิ่นอายของกระทะที่พร้อมจะใช้ปรุงอาหาร“พวกเจ้ายืนชุมนุมอันใดกัน แสงตะวันส่องก้นแล้ว เหตุใดยังไม่เตรียมก่อไฟอีก” นางกล่าวเสียงใสเหล่าลูกมือสะดุ้งสุดตัว รีบแยกย้ายกันไปประจำตำแหน่งด้วยความรวดเร็วอวี๋เจียวหว่านรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวในสายตาของทุกคน นางลอบถอนหายใจ การใช้กำลังข่มขู่อาจทำให้คนเกรงกลัว ทว่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-30
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9
แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องของจวนแม่ทัพ แม้เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืนจะถูกเซี่ยกู่หานสั่งให้ทุกคนปิดปากเงียบ ทว่าความตึงเครียดกลับยังคงแฝงเร้นอยู่ในอากาศ โดยเฉพาะที่เรือนหลักของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเสียงถ้วยชาชั้นดีถูกปาลงบนพื้นจนแตกกระจาย ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยนั่งหอบหายใจอยู่บนตั่งไม้ ใบหน้าที่เคยประทินโฉมอย่างงดงามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยโทสะ อนุหลี่และอนุจางที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างก้มหน้าเงียบ มิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง“นางเด็กเมื่อวานซืนนั่นบังอาจเกินไปแล้ว แต่งเข้าจวนมาไม่กี่วันก็กำเริบเสิบสาน ยึดอำนาจในเรือนครัวไปจนหมดสิ้น ซ้ำยังทำตัวราวกับเป็นนายหญิงของจวน” ฮูหยินผู้เฒ่าขบกรามแน่น “เมื่อเช้าข้าให้คนไปเบิกตังเซียมและรังนกจากเรือนครัว หวังจะนำมาบำรุงร่างกาย บ่าวไพร่พวกนั้นกลับกล้าตอบโต้ว่า หากไม่มีป้ายคำสั่งของฮูหยินเอก ก็ไม่อาจนำของมีค่าออกไปได้”“นายหญิงโปรดระงับโทสะเจ้าค่ะ” อนุหลี่ก้าวออกมารินชาถ้วยใหม่ส่งให้ “นังเด็กตระกูลอวี๋นั่นพึ่งพาบารมีของท่านแม่ทัพ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ เกรงว่านางจะยิ่งเหิมเกริม พวกเราต้องหาทางสั่งสอนให้นางรู้สำนึกเสียบ้าง ว่าจวนแม่ทัพแห่งนี้ ผู้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-31
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10
“ช่างมีน้ำใจนัก อวี้หลาน กู่หานอาการดีขึ้นบ้างแล้ว ทว่ายังคงต้องพักผ่อน หากเขาได้สตรีที่เพียบพร้อมและรู้ใจเช่นเจ้ามาคอยปรนนิบัติดูแล ข้าคงหมดห่วง” ฮูหยินผู้เฒ่าทอดถอนใจจงใจพูดให้ผู้คนรอบข้างได้ยิน “น่าเสียดายที่ราชโองการไม่อาจขัดขืน จวนแม่ทัพจึงต้องรับสตรีที่ไร้การอบรมเข้าเรือน นางเกิดจากอนุ ซ้ำยังชอบคลุกคลีอยู่แต่หน้าเตาไฟ วันๆ เอาแต่จับตะหลิวกับกระทะ ช่างไร้ซึ่งกริยาของฮูหยินจวนขุนนางยิ่งนัก”เหล่าคุณหนูรอบด้านต่างยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ พวกนางล้วนทราบข่าวลือเรื่องคุณหนูรองตระกูลอวี๋แบกกระทะทองเหลืองเข้าจวนแม่ทัพกันถ้วนหน้า“ข้าก็พอได้ยินมาบ้างเจ้าค่ะ ว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพมีพละกำลังมหาศาล” เมิ่งอวี้หลานยิ้มหยัน “สตรีที่จับแต่กระทะเหล็ก มือคงจะหยาบกร้าน ไฉนจะปรนนิบัติสามีให้อารมณ์ดีได้เล่าเจ้าคะ การเป็นฮูหยินจวนแม่ทัพ ควรจะต้องเชี่ยวชาญการชงชา ดีดพิณ และแต่งกลอนมากกว่าการหมกตัวอยู่ในเรือนครัว”“เจ้าพูดถูกต้องที่สุด” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มรับ “วันนี้นางรับอาสาทำขนมหวานมาต้อนรับพวกเจ้า ข้าเองก็หวั่นใจนัก ว่านางจะทำขนมพื้นบ้านอันใดมาให้พวกเจ้าขบขันหรือไม่”ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status