تسجيل الدخولอวี๋เจียวหว่าน คุณหนูรองแห่งตระกูลอวี๋ ผู้มีพละกำลังมหาศาลและฝีมือปลายจวักเป็นเลิศ ต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพแทนพี่สาว ทว่าสามีของนางคือ เซี่ยกู่หาน แม่ทัพไร้พ่ายผู้แสนเย็นชาและมีโรคประหลาดคือรังเกียจอาหารทุกชนิดในใต้หล้า ร่างกายของเขาทรุดโทรมคล้ายกิ่งไม้แห้งรอวันหักสะบั้น คืนเข้าห้องหอแทนที่จะร่วมดื่มสุรามงคล หญิงสาวกลับงัดกระทะทองเหลืองคู่กายออกมาตั้งเตาไฟ กลิ่นหอมของสมุนไพรและเสียงเคาะกระทะดังกังวานปลุกประสาทสัมผัสที่หลับใหลของท่านแม่ทัพให้ตื่นขึ้น “ท่านแม่ทัพ หากท่านยังดื้อดึงไม่ยอมกลืนข้าวลงท้อง ข้าจะใช้ตะหลิวใบนี้งัดปากท่านเอง”
عرض المزيد“ทูลฝ่าบาท สมุดบัญชีเล่มนี้ กระหม่อมและฮูหยินลอบเข้าไปยึดมาได้จากห้องลับในหอสุราซ่อนจันทร์ ซึ่งเป็นตลาดมืดนอกเมือง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความโสมมทั้งหมดนี้ ทั้งการสับเปลี่ยนเสบียงกองทัพหลางหยา การวางยาพิษไทเฮา และการซ่องสุมกำลังพล ก็คือองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยกู่หานเอ่ยตอบอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมาฮ่องเต้ตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะเสียงดัง พระเนตรของโอรสสวรรค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทสะที่บุตรชายสายเลือดเดียวกันกล้าคิดทรยศต่อแผ่นดินและบัลลังก์“บังอาจนัก ข้าเลี้ยงดูมาอย่างดี ทว่าเจ้าลูกไม่รักดีกลับคิดคดทรยศ ซ่องสุมกำลังหมายจะก่อกบฏ ข้าจะไม่ปล่อยให้มันลอยนวลเด็ดขาด” ฮ่องเต้ตรัสเสียงกร้าว พระองค์หันมามองเซี่ยกู่หาน “แม่ทัพเซี่ย ข้ามีคำสั่งให้เจ้านำกำลังทหารบุกค้นจวนองค์ชายรองในวันพรุ่งนี้ จับกุมตัวผู้มีรายชื่อในบัญชีทั้งหมดมาลงโทษให้สิ้นซาก”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยกู่หานน้อมรับพระราชโองการยามนั้นเอง ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกระเบื้องแตกกระจายและเสียงร้องโหยหวนของบ่าวไพร่ก็ดังลั่นมาจากหน้าลานจวน ประตูห้องโถงถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรง ร่างของมือสังหารในชุดดำอำพรางใบหน้
ล้อรถม้าบดทับแผ่นหินปูถนน ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านประตูเมือง เมืองหลวงในยามนี้เต็มไปด้วยความคึกคักของวสันตฤดู พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงร้องเร่ขายสินค้า ทว่าภายในรถม้าของจวนแม่ทัพ บรรยากาศกลับเงียบสงบและแฝงไปด้วยความตึงเครียดเซี่ยกู่หานนั่งหลังตรง นัยน์ตาคมจดจ้องอยู่ที่สมุดบัญชีปกสีน้ำเงินเข้มในมือ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ปล้นชิงมาจากหอสุราซ่อนจันทร์ สมุดเล่มนี้บันทึกรายชื่อขุนนางที่รับสินบน เส้นทางการลักลอบค้าอาวุธเถื่อน และการยักยอกเสบียงทัพ ซึ่งทุกสายใยล้วนเชื่อมโยงไปสู่ผู้บงการเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือองค์ชายรอง“เมืองหลวงดูสงบสุขร่มเย็น ทว่าเบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินรากฐานของแผ่นดิน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง “หากปล่อยให้องค์ชายรองซ่องสุมกำลังต่อไป คงเกิดกบฏในไม่ช้า ข้าต้องนำบัญชีเล่มนี้ไปทูลถวายฝ่าบาทโดยเร็วที่สุด”อวี๋เจียวหว่านที่นั่งอยู่เคียงข้าง เอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ของสามีเอาไว้ สัมผัสอุ่นจากนางช่วยคลายความคุกรุ่นในใจของแม่ทัพหนุ่มลงได้บ้าง“ท่านแม่ทัพ การนำบัญชีลับไปถวายในท้องพระโรงย่อมเสี่ยงต่อการถูกขุนนางฝ่ายองค์ชายรองขัดขวางและทำลายหลักฐาน เราต้
อวี๋เจียวหว่านใช้ตะหลิวตักเต้าหู้เหม็นทอดขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน จากนั้นนางตวัดมีดผ่ากลางก้อนเต้าหู้ เผยให้เห็นเนื้อในสีขาวนวลที่ยังคงความนุ่มฟู นางตักน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากพริกหอม กระเทียม น้ำหมักถั่วเหลือง และน้ำส้มสายชูหมัก ราดลงไปในรอยผ่า เพื่อให้รสชาติจัดจ้านซึมซาบเข้าสู่เนื้อเต้าหู้ทุกอณูนางจัดเต้าหู้เหม็นทอดใส่จานกระเบื้อง โรยหน้าด้วยผักชีซอย ก่อนจะเดินถือจานนั้นตรงไปยังโต๊ะของเถ้าแก่ชุดแดง“เถ้าแก่ อาหารจานนี้มีชื่อว่า เต้าหู้เหม็นหมื่นหลี้ แม้กลิ่นจะร้ายกาจ ทว่ารสชาติกลับล้ำเลิศเหนือจินตนาการ ท่านผู้ซึ่งอ้างตนว่าหลงใหลในของแปลก จะกล้าเปิดใจชิมดูสักคำหรือไม่” นางเอ่ยท้าทายด้วยรอยยิ้มมั่นใจเถ้าแก่ชุดแดงมองจานเต้าหู้ตรงหน้า เขาสูดลมหายใจเข้า กลิ่นเหม็นฉุนผสมกับความหอมมันและกลิ่นพริกหอมตีกันยุ่งเหยิงในโพรงจมูก ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักชิมมีชัยเหนือความขยะแขยง เขากลั้นใจหยิบตะเกียบคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่งเข้าปากทันทีที่ฟันขบลงบนผิวเต้าหู้ เสียงความกรอบก็ดังก้องในโสตประสาท ความกรอบเกรียมของผิวนอกตัดกับความนุ่มละมุนของเนื้อใน รสชาติหอมมันของถั่วหมักระเบิดกระจายเต็มปาก ผสานกับ
หลังจากเหตุการณ์ในวังหลวงผ่านพ้นไป องค์ชายรองถูกสั่งกักบริเวณในจวนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คลื่นใต้น้ำในราชสำนักดูเหมือนจะสงบลงชั่วคราว ทว่าเซี่ยกู่หานทราบดีว่านี่คือช่วงเวลาทองในการรุกฆาต หากปล่อยให้ศัตรูพักหายใจ เมื่อเสือร้ายออกจากกรงย่อมต้องแว้งกัดอย่างบ้าคลั่งกว่าเดิมยามซวี แสงจันทร์สลัวทอดเงาลงบนหลังคาเรือนหานอวิ๋น ภายในห้องหนังสือที่จุดเทียนสว่างไสว ลู่จิวประสานมือรายงานความคืบหน้าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“เรียนท่านแม่ทัพ สายลับของเราสืบพบแล้วขอรับ ว่าเงินทองที่องค์ชายรองยักยอกมาจากการสับเปลี่ยนเสบียงทัพ ถูกนำไปซุกซ่อนไว้ที่หอสุราซ่อนจันทร์ ซึ่งเป็นบ่อนพนันและตลาดมืดใต้ดินอยู่นอกกำแพงเมือง ซ้ำยังมีการลักลอบซื้อขายอาวุธเถื่อนเพื่อสะสมกำลังพล บัญชีรายชื่อผู้ร่วมกบฏทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ในห้องลับของเถ้าแก่หอสุราผู้นั้นขอรับ”เซี่ยกู่หานเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ แววตาคมทอประกายวาววับ “เถ้าแก่หอสุราซ่อนจันทร์ผู้นี้ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง เป็นคนวิปลาสที่หลงใหลในรสชาติอาหารแปลกประหลาด กฎเกณฑ์การเข้าถึงตัวเขาช่างยุ่งยาก ต้องเป็นผู้ที่สามารถรังสรรค์อาหารจนเป็นที่ถูกใจ จึงจะได้รับป้ายหยกผ่า
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าประตูเรือนหอ เตรียมใจรับฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคุณหนูผู้บอบบางที่ต้องมาเผชิญชะตากรรมกับคนใกล้สิ้นลมเช่นเขา มือหนาที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกผลักบานประตูเข้าไปอย่างเชื่องช้าทว่าสิ่งที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสของเขา หาใช่กลิ่นแป้งร่ำราคาแพง หรือกลิ่นธูปมงคลที่ชวนให้อึดอัด แต่ก
เสียงประทัดดังกึกก้องไปทั่วถนนสายหลักของเมืองหลวง ทว่าบรรยากาศภายในเกี้ยวเจ้าสาวหลังงามกลับเงียบสงัด อวี๋เจียวหว่านนั่งตัวตรงอยู่เบื้องหลังม่านสีแดง อาภรณ์มงคลทิ้งตัวยาวลากพื้น มือเรียวเล็กที่ควรจะอ่อนนุ่มดุจคุณหนูในห้องหอ กลับมีรอยด้านบางๆ จากการจับตะหลิวและด้ามกระทะมาเนิ่นนาน บัดนี้มือทั้งสองข้าง
นับตั้งแต่วันที่ป้ายหยกหลางหยาถูกส่งมอบให้แก่อวี๋เจียวหว่าน อำนาจการปกครองในเรือนหลังของจวนแม่ทัพก็เปลี่ยนมืออย่างสมบูรณ์ บ่าวไพร่ต่างเคารพยำเกรงฮูหยินเอกผู้นี้ประดุจเทพเซียนแห่งเตาไฟ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยจำต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน อ้างว่าป่วยไข้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าสิ่งที่น่ายินดีที่สุดในจว
การกระทำที่อุกอาจและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำเอาอวี๋เจียวหว่านเบิกตากว้าง ร่างกายของนางแข็งทื่อไปชั่วขณะ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบผ่านผืนผ้า ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของนางเต้นผิดจังหวะ“หน้าเจ้าเปื้อน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลับทอประกายอบอุ่นสายหนึ่ง“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าเช็ดเองได้” นางรีบรับผ้าเ











