Share

จอมนางข้ามภพ
จอมนางข้ามภพ
Author: ชงเมิ่ง

บทที่ 1

last update publish date: 2026-02-09 18:29:32

บทชี้แจง

ในเรื่องเป็นแนวนิยายจีนย้อนยุคผสมแฟนตาซีกำลังภายใน

ซึ่งบุคคลในเรื่องจะมีกำลังภายในที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1.ด้านพละกำลัง

มีความสามารถในการต่อสู้ โจมตี พวกมีวรยุทธ์ คนส่วนใหญ่มักมีปราณด้านนี้กัน

2.ด้านเวทย์มนต์

มีความสามารถในการใช้คาถาในการโจมตี แต่หากต่อสู้ในระยะประชิดจะเสียเปรียบกลุ่มที่มีพละกำลังอยู่มาก เพราะต้องใช้เวลาในการร่ายเวทย์ เป็นความสามารถของชนกลุ่มน้อยที่หาได้ยาก

3.ด้านรักษาฟื้นฟู

มีความสามารถในการรักษาผู้อื่น แต่ไม่มีกำลังในการต่อสู้ มีแต่กำลังในการป้องกันตนเองจากการโจมตีโดย 2 กลุ่มแรก ปัจจุบันผู้มีปราณด้านนี้มีน้อยมาก

ระดับพลัง แบ่งเป็น 9 ระดับเรียงสีได้ แดง, เหลือง,ส้ม, เขียว,น้ำเงิน,ฟ้า ,ชมพู , ม่วง,ทอง แต่ละระดับแบ่งเป็น ระดับต่ำ กลาง สูง

วิธีการเพิ่มระดับต้องอาศัยการฝึกฝน หรือใช้ผลึกธาตุช่วย

ผลึกธาตุ หาได้จากการสังหารสัตว์เทพ ยิ่งสัตว์เทพระดับสูงจะยิ่งมีผลึกธาตุระดับสูงตามได้ด้วย

สัตว์แห่งเทพ แบ่งระดับเช่นเดียวกัน คนทุกคนจะสิทธิมีสัตว์แห่งเทพเป็นคู่พันธะสัญญากัน1ตัว และพัฒนาระดับไปพร้อมๆ กัน

*การทำพันธะสัญญากับสัตว์เทพ

จะสามารถกระทำได้เมื่ออายุ 13 ปีขึ้นไป ลักษณะการทำพันธะสัญญาจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้ง 2 ยอมรับซึ่งกันและกัน ผลตอบแทนจากการทำพันธะสัญญาคือฝ่ายที่มีขั้นต่ำกว่าจะได้เพิ่มระดับขั้น 1 ขั้น

การยกเลิกพันธะทำได้ตลอดเวลา แต่ต้องแลกด้วยการที่ผู้ขอยกเลิกพันธะสัญญานั้นจะต้องลดระดับลง 1 ขั้น และผู้ถูกขอเลิกพันธะสัญญาเองจะได้รับพลังเพิ่มระดับอีก 1 ขั้นเป็นการตอบแทนเช่นกัน แต่หากคู่พันธะสัญญาตายจากไประดับขั้นของอีกฝ่ายที่มีชีวิตอยู่ก็จะลดลง 1 ขั้นเช่นกัน

.....................................................................................

บทที่ 1

เสียงเพลงมาร์ชพยาบาลจบลง จันทร์จิรายกยิ้มกว้างดวงหน้าเปี่ยมด้วยความสุข นาฬิกาที่บอกเวลา 24.00 น. บ่งบอกเวลาเข้าเวรของเธอ ทั้งที่วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่เพราะโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากกว่าสองร้อยกิโลเมตร ทำให้จำนวนพยาบาลมีไม่เพียงพอกับความต้องการ วันนี้จันทร์จิราจึงต้องอยู่เวรโดยมีหน้าที่ส่งต่อผู้ป่วยภาวะวิกฤตจากโรงพยาบาลชุมชนไปส่งโรงพยาบาลจังหวัด อาชีพพยาบาลอย่างเธอมีทางเลือกมากมาย หากแต่เพราะชีวิตที่ไม่เหลือใครอย่างเธอไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแข่งขันอะไร ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะทำตามความฝันของเธอ อุทิศตนเพื่อผู้ป่วย ร่างบางหยิบเค้กที่ปักเทียนยกขึ้นเป่าอวยพรให้ตนเองพบความสุขในชีวิต

ติ๊ด... ติ๊ด...

“ของขวัญวันเกิดใช่ไหมนี่”

“ลูกจันทร์มีคนไข้ post arrest CPR ขึ้นตอนนี้ On ETT รีเฟอด่วน”

“ค่ะ เดี๋ยวจันทร์ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที จันทร์จิราก็มาถึงห้องฉุกเฉินในชุดที่พร้อมกับการเดินทางครั้งนี้ ร่างบางตรงเข้าไปรับเวรในทันที เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ดี

“คนไข้ผู้ชาย อายุน่าจะประมาณสามสิบปี ไม่มีบัตรอะไรเลย มีคนไปเจอนอนหมดสติที่ข้างทาง เลยเรียกรถกู้ภัยไปรับ แรกรับคนไข้ไม่รู้สึกตัว คลำชีพจรไม่ได้ ทางทีมกู้ชีพเลย CPR (ปั๊มหัวใจ) มาจนถึงโรงพยาบาล และทางเราได้ CPR ต่อ หลังจากนั้น HR ก็ขึ้น (หัวใจกลับมาเต้น) หมอใส่ท่อให้แล้วนะ ตอนนี้ moniter EKG (เครื่องประเมินการเต้นของหัวใจ) ไว้ให้    แล้ว...” รายละเอียดอื่นๆ ถูกส่งต่อมาอีกชุดใหญ่ จันทร์จิราได้แต่ปาดเหงื่อในใจ คนไข้อาการหนักขนาดนี้แต่พยาบาลนำส่งกลับมีเธอแค่คนเดียว หากเกิดคนไข้หัวใจหยุดเต้นกลางทาง เธอคงได้แต่ร้องขอสวรรค์ช่วย

รถฉุกเฉินออกเดินทางทันทีที่ทุกอย่างพร้อม จันทร์จิราตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ บนรถด้วยความตั้งใจ ระยะเวลาสามชั่วโมงนับจากนี้คือนาทีชีวิตของคนไข้ในมือเธอ จะอย่างไรเขาจะต้องปลอดภัย จันทร์จิราภาวนาในใจให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง หากแต่สิ่งที่เธอกลัวมาตลอดก็เกิดขึ้น

ติ๊ด...

สัญญาณชีพจรบนหน้าจอเครื่องที่แสดงการเต้นของหัวใจกลายเป็นเส้นตรง มือบางรีบคลำชีพจรในทันที ไม่มีการเต้นของหัวใจ เร็วยิ่งกว่ากะพริบตา ร่างบางรีบทำการ CPR ในทันที

“ลุงพร คนไข้ arrest แวะโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด” หลังจากที่เอ่ยออกไป ลุงพรก็เหยียบคันเร่งจนมิด เพราะนาทีชีวิตของคนไข้ที่กำลังต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะที่เบื้องหน้าคือสี่แยก มีรถติดไฟแดงประมาณห้าคัน ลุงพรเปิดเสียงสัณญาณฉุกเฉินพร้อมกับประกาศขอทาง รถสี่คันแรกชิดเข้าด้านซ้ายยอมไปกลับรถเพื่อหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว หากแต่รถอีกคันด้านหน้ากลับไม่ยอมขยับ

“พี่หลบชิดซ้ายให้รถพยาบาลหน่อยสิ”

หญิงวัยยี่สิบกว่าปีเอ่ยบอกสามีผู้เป็นคนขับรถอย่างหงุดหงิดใจ

“หลบทำไมอีกสามสิบวิก็ไฟเขียวแล้ว จะรีบอะไรนักหนา ชิดซ้ายตามเธอว่าเราก็ต้องไปยูเทิร์นไกลจะตาย”

“แต่เขาอาจจะมีคนเจ็บหนักก็ได้นะพี่”

“เงียบๆ ไปเลย รีบนักก็เบี่ยงขวาไปเลย”

“แต่มันอันตรายนะพี่ เราก็ไม่ได้รีบสักหน่อย ช่วยๆ กันไม่ได้รึไง”

ขณะที่คนในรถคันหน้ากำลังเถียงกัน จันทร์จิราก็เริ่มที่จะหมดแรงลงทุกที ด้วยมาคนเดียวไม่อาจมีคนเปลี่ยนช่วยเธอ แต่ถึงอย่างไรก็มิอาจหยุดมือ ลุงพรตัดสินใจหลบเข้าเลนขวาแล้วขยับรถเพื่อจะฝ่าไฟแดงไปด้านหน้า แต่เวลานี้เป็นเวลาของไฟเขียวแยกทางขวามือเช่นกันทำให้รถที่พุ่งออกมาก็มีไม่น้อย หากแม้รถคันเมื่อครู่ยอมหลีกทางให้สักนิด พวกเขาก็คงไม่ต้องมาเสี่ยงขนาดนี้

“ลุงพร จันทร์จะไม่ไหวแล้ว”

เสียงของจันทร์จิราอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ลุงพรตัดสินใจพุ่งรถออกไปเมื่อเห็นช่องว่างของรถบนถนน และรถทางขวาเหมือนจะชะลอตัวให้ทาง แต่เมื่อรถเคลื่อนออกไประหว่างถนนกลับมีรถกระบะสีขาวพุ่งออกมาจากทางขวาด้วยความเร็วสูง เพราะเวลาบนป้ายสัญญาณจราจรบอกเวลาที่เหลือเพียงสามวินาทีสุดท้าย หากช้าอีกเพียงนิดเขาจะต้องรอสัญณาณไฟรอบใหม่ซึ่งคงใช้เวลาอีกนานทีเดียว

แรงกระแทกจากด้านขวาของรถพยาบาลทำให้จันทร์จิรากระเด็นไปชิดตัวรถด้านซ้าย คล้ายโลกหมุนเร็วผิดปกติ ร่างบางกลิ้งไปมาราวลูกข่างกระแทกกับอะไรต่อมิอะไรจนมิอาจแยกได้ เพียงชั่วพริบตาที่รถพยาบาลคันขาวหมุนไปบนถนนกลางสี่แยก หากแต่นั่นก็คือช่วงสุดท้ายของลมหายใจของสามชีวิตในรถที่ถูกพรากจากไป

“พี่รถชน”

“เออ... เห็นแล้ว”

“เห็นไหมพี่ ฉันบอกให้พี่หลบ พี่ก็ไม่เชื่อฉัน ไม่อย่างนั่นคนในรถคงไม่...”

หญิงสาวในรถคันเดิมกล่าวต่อว่าสามีพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่ฝ่ายชายได้แต่หน้าซีดมือสั่นจ้องมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผิดท่วมท้นในใจ หากแม้นย้อนเวลาได้เขาจะไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจให้ทาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 27

    “อี้เอ๋อร์ข้าอยากได้ยินเสียงเจ้า”น้ำเสียงเว้าวอนทั้งที่ยังดูดกลืนยอดอกของนาง หากแต่สิ่งที่ทำให้ม่อฉ่ายอี้มิอาจทานทนคือนิ้วหยาบยาวที่ซุกเข้าไปกลางกายสาวของนางจนสุด“อ๊ะ...”ร่างบางของนางเกร็งกระตุกตอดรัดนิ้วของเขาแน่น หลิวหนิงเฉินแทบอยากถอนนิ้วของตนออกแล้วผสานตัวตนของเขาและนางเสียเดี๋ยวนี้ หากแต่เพราะเขาและนางห่างหายจากกันไปนาน เขายังมิอยากเร่งรีบกับนางมากนัก นิ้วยาวจึงขยับเข้าออกกระตุ้นนาง เสียงหวานครวญดังลั่นอย่างลืมตัว เมื่อถูกเขาเร่งเร้าด้วยนิ้วยาว หลิวหนิงเฉินลุกขึ้นจับเรียวขาแยกออกจากกัน มองใบหน้าที่เย้ายวนด้วยอารมณ์ปรารถนาของนางแล้วแทบจะโหมกายใส่นางเสียเดี๋ยวนี้“ท่านพี่ข้าไม่ไหวแล้ว”หลิวหนิงเฉินเร่งจังหวะส่งนางนำไปก่อน นิ้วยาวถูกนางตอดรัดแน่นเสียจนแทบขยับมิได้ เสียงหวานครวญดังลั่นก่อนเกร็งกระตุก เขาก้มหน้าลงดูดกลืนน้ำหวานที่ไหลล้นออกมา ลิ้นยาวตวัดขึ้นลงก่อนสอดใส่ปลุกเร้าอารมณ์ที่ควรมอดดับของนางให้ตื่นตัวอีกครั้ง มือบางจับศีรษะของเขากดลงแนบแน่น แอ่นกายรับสัมผัสจากลิ้นร้อน ยิ่งเขาสอดใส่นางยิ่งครวญคราง มือบางขยำผมนุ่มของเขาจนสุดแรง เมื่อแรงปรารถนาพุ่งถึงขีดสุดอีกครั้ง“อ่า... ท่

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 26

    “เจ้าอาจต้องเหนื่อยหน่อย”“ข้าไม่กลัว”หลิวหนิงเฉินยกยิ้มกว้างจดจ้องดวงตาใสเปล่งประกายแน่วแน่ของนาง ก่อนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนนุ่มอีกครั้ง“ข้าขอร้องท่านสักอย่างได้หรือไม่”หลิวหนิงเฉินถอนจุมพิตสบดวงตาหวานที่มีแววแน่วแน่อีกครั้ง“ไม่ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ อย่าทอดทิ้งข้าเช่นนี้อีก ข้ามิได้อ่อนแอเช่นที่ท่านกังวล”นางรู้ดีว่าที่เขาไม่ให้นางเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดการปรับเปลี่ยนเมืองหลวนซานนั้นเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของนาง ที่เมืองหลวนซานนั้นมิได้มีเพียงผู้มีอิทธิพลในเมืองเท่านั้น กลุ่มคนนอกเมืองที่เคยมาติดต่อกับเจ้าเมืองหงนั้นก็มีมากมาย เมื่อหลิวหนิงเฉินเข้ามาล้างระบบเดิม คนเหล่านั้นย่อมเสียผลประโยชน์เป็นจำนวนมาก การกำจัดเขาจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดหลิวหนิงเฉินพยักหน้าอย่างจนใจ ก่อนหน้านี้เขาสามารถข่มใจตนเองได้ หากแต่เมื่อได้พบนางอีกครั้งเขามั่นใจในความรู้สึกของตนว่ามิอาจจากนางได้อีก“ข้าสัญญา... แม้เจ้าอยากไปจากข้า ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”“ข้าไม่มีทางไปจากท่านแน่นอน”ม่อฉ่ายอี้โผเข้าโอบกอดเอวสอบแนบแน่น ใบหน้างามซบที่อกกว้าง“มีสิ่งหนึ่งที่ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้า”ม่อฉ่ายอี้ตัวสั่นส

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 25

    หนึ่งปีที่เขาทุ่มเทแรงกายทุกอย่างให้กับเมืองหลวนซาน ทุกวันแม้อยากมาเยี่ยมเยียนหานางก็มิสามารถกระทำได้ หลายครั้งที่เขาลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวมาหานางแต่กลับถูกฉุดรั้งด้วยปัญหาต่างๆ มากมาย จวบจนวันนี้วันที่ทุกอย่างเรียบร้อยลงตัวเขาจึงสามารถมาหานางได้ร่างบางที่เอนกายพิงต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งหญ้าหน้ากระท่อม แม้เป็นยามค่ำคืนหากแต่แสงจันทร์ยังคงฉายให้เห็นใบหน้าหวานที่หลับสนิทชัดเจน มุมปากสวยยกยิ้มหวานคล้ายกำลังฝันดี มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นเกลี่ยผิวหน้าอ่อนเยาว์ของนางแผ่วเบา แต่กลับทำให้ดวงตาหวานปรือขึ้น นางยกยิ้มกว้างให้เขา“ข้าฝันเห็นท่านอีกแล้ว แต่ทำไมวันนี้ท่านจึงดูทรุดโทรมนัก”น้ำเสียงงัวเงียของนางกับดวงตาหวานที่ปรือคล้ายคนละเมอทำให้เขาอดที่จะยกยิ้มกว้างไม่ได้ ก่อนที่จะโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนนุ่มของนางแผ่วเบา“ข้าคิดถึงเจ้า”สัมผัสอ่อนโยนนี้คล้ายจริงจนม่อฉ่ายอี้ใจสั่น ดวงตาหวานเบิกกว้างแม้ค่อนข้างมั่นใจว่าเขากลับมาหานางแล้ว หากแต่ส่วนลึกก็ยังคงหวาดกลัว หวาดกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพฝันที่เพียงนางตื่นก็จางหายไปเช่นทุกครั้ง“ข้ากำลังฝันใช่หรือไม่”หลิวหนิงเฉินเลื่อนริมฝีปากลงมาตามแก้ม

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 24

    “ท่านรู้จักสถานที่นี้ได้อย่างไร”ม่อฉ่ายอี้ยกยิ้มกว้างกางแขนหมุนตัวกลางทุ่งหญ้าที่ออกดอกบานสะพรั่งสีม่วงอ่อน กลีบดอกเล็กเมื่อโดนชายผ้าของม่อฉ่ายอี้พลันพลิ้วไหวล่องลอยขึ้นบนอากาศ หลิวหนิงเฉินมองภาพเบื้องหน้าแล้วยกยิ้มกว้างงดงามปานเทพเซียนจำแลงเขาพึ่งเข้าใจคำเปรียบเปรยนี้ในวันนี้นี่เอง ม่อฉ่ายอี้เป็นเจ้าที่เดินเข้ามาหาข้า เช่นนั้นนับจากนี้ก็อย่าหวังว่าจะจากข้าไปที่ใดอีกม่อฉ่ายอี้ทิ้งตัวลงนอนใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากระท่อมหลังน้อย สายตาหวานจดจ้องกลีบดอกเล็กที่ลอยฟุ้งด้วยรอยยิ้มหวาน นางเคยฝัน... ฝันว่าสักวันนางจะสามารถปล่อยวางทุกสิ่ง ใช้ชีวิตโดยมิต้องหวาดระแวงทุกคนรอบตัว หายใจโดยมิต้องหวั่นเกรงผงพิษ กินอาหารโดยมิต้องผ่านการตรวจสอบโดยคนทดลองที่ตายแทนนางมาแล้วหลายคน ชีวิตที่เรียบง่ายเช่นคนสามัญทั่วไปแม้เพียงเวลาสั้นๆ ข้าก็พอใจ“ข้าเตรียมอาหารเช้าไว้แล้วเจ้าหิวหรือยัง”เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเรียกนางออกจากภวังค์ ก่อนยันกายลุกขึ้นเดินตามพ่อครัวจำเป็นไปในตัวกระท่อม แม้เป็นเพียงกระท่อมหลังเล็กที่มีเพียงห้องเดียว แต่ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ เครื่องใช้ที่สะอาดสะอ้านมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของอากาศยามเ

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 23

    หงป้ายส่วนลืมตาตื่นในตอนสาย ร่างกายของเขาอ่อนล้าเมื่อยไปทั้งตัว แต่กลับไร้เงาของสตรีที่เมื่อคืนพาเขาสู่จุดสูงสุดจนนับครั้งไม่ถ้วน เรียกได้ว่าในรอบหนึ่งเดือนนี้รวมกันยังไม่เท่าเมื่อคืนที่นางปรนเปรอเขาเพียงคืนเดียวเมื่อแต่งกายเสร็จหงป้ายส่วนก็เดินออกมายังห้องอาหาร ร่างเล็กที่เขาโอบกอดมาทั้งคืนคอยยืนกำกับสาวใช้จัดเตรียมอาหาร เขายกยิ้มกว้างเมื่อเห็นรอยรักมากมายบนลำคอขาวตลอดจนไหล่ขาวที่โผล่มาในยามที่นางโน้มตัวไปมา ฝีมือของเขาไม่แพ้ตอนยี่สิบปีที่แล้วเลยทีเดียว“อี้เอ๋อร์”“นายท่าน”ใบหน้าแดงก่ำท่าทางเอียงอายนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อคืนนัก เพียงแต่พอนางก้าวเดินไม่เท่าไรก็ทำท่าจะเป็นลมไปเสียก่อน ดีที่สาวใช้คนสนิทของนางรับนางเอาไว้ได้ทัน“อี้เอ๋อร์ เจ้าไม่สบายอีกแล้วหรือ”“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อคืน...”ม่อฉ่ายอี้ใบหน้าแดงก่ำร้อนผ่าวไปทั้งตัว หงป้ายส่วนเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ นี่เขาแข็งแรงจนทำให้สาวน้อยอย่างนางหมดเรี่ยวแรงแม้แต่จะทรงตัวเลยหรือนี่“นายท่าน!”น้ำเสียงตวาดไม่จริงจังของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก เขาจึงจำใจต้องหยุดหัวเราะหยิบพัดในมือสาวใช้ของนางมาพัดวีให้นา

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 22

    สองร่างชายหญิงที่ปะทะกันในบ่อน้ำพุร้อน คนหนึ่งอาบไล้ด้วยแสงสีฟ้าส่วนอีกคนนั้นอาบไล้ด้วยแสงสีเขียว ม่อฉ่ายอี้ที่พยายามปัดป่ายขณะที่หลิวหนิงเฉินนั้นพยายามเข้าจับกุมนาง ทำให้สองร่างพลิ้วไหวไปมาแต่ม่อฉ่ายอี้ที่ด้อยกว่าทั้งด้านพลังปราณและวรยุทธ์ สุดท้ายจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ถูกหลิวหนิงเฉินโอบรัดด้วยแขนเพียงข้างเดียว เพียงแต่ม่อฉ่ายอี้ที่ดื้อรั้นนั้นกลับมิยอมสยบลงโดยง่าย นางหมุนตัวออกจากวงแขนแกร่งในช่วงที่หลิวหนิงเฉินเก็บพลังปราณของตน แม้พยายามไขว่คว้านางแต่ทว่าเขากลับจับได้เพียงเสื้อตัวนอกบางเบาสีแดงสดของนางเท่านั้น หลิวหนิงเฉินส่งสายตาตำหนิไปยังสตรีดื้อรั้นเบื้องหน้า หากแต่ภาพที่ปรากฏพลันทำให้เขาลืมถ้อยคำที่จะเอ่ยตำหนินางไปจนหมดสิ้นม่อฉ่ายอี้เป็นสตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่เย้ายวน แม้ในยามที่นางแต่งกายมิดชิด บุรุษยังยากที่จะละสายตา แต่ในยามนี้นางเหลือเพียงชุดด้านในสีแดงบางเบาที่เปียกชุ่มเช่นนี้มิต้องเปลื้องผ้าก็คล้ายมิได้สวมใส่สิ่งใด ร่างกายของเขาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ม่อฉ่ายอี้มองสายตาคมที่จดจ้องมาที่หน้าอกของนางแล้วรีบยกมือปิดหมุนตัวหันหลังหนีในทันทีคนผู้นี้มิใช่เคยกล่าวว่าหน้าอกนา

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 66

    ต้นยามโฉ่ว (เท่ากับเวลา 01.00 น. จนถึง 02.59 น.) ร่างเด็กสาววัยสิบปีก้าวออกจากสำนักศึกษาขั้นฝึกหัด นางสวมใส่ชุดสีดำใช้ความมืด อำพรางตนเอง การออกจากสำนักศึกษาฝึกหัดมิใช่เรื่องยากอะไรเพราะที่นี่มิค่อยได้รับการใส่ใจจากผู้คนอยู่แล้ว แม้แต่ยามหน้าประตูยังมิมีด้วยซ้ำไป เยว่เอ๋อร์ในคราบนางโจรน้อยเด

    last updateLast Updated : 2026-03-22
  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 68

    ยามเหม่า (เท่ากับเวลา 05.00 น. จนถึง 06.59 น.) ต้าเจี้ยนเว่ยพาหม่าซูซินและเยว่เอ๋อร์มาซ่อนตัวที่ยอดไม้ใหญ่ริมลานประลองของศิษย์ในสำนักศึกษาขั้นต้น ที่นี่มีศิษย์ประมาณห้าสิบคน ระดับพลังปราณอยู่ในระดับขั้นหนึ่งถึงสามเท่านั้น ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเหล่านักศึกษาในสำนักศึกษาขั้นต้นเริ่มมาชุมนุมกัน หม่าซูซินม

    last updateLast Updated : 2026-03-22
  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 53

    ตำหนักจันทร์กระจ่างหลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นองค์หญิงแห่งหนิงอัน องค์หญิงม่อฉ่ายอี้ก็ได้ประทับที่ตำหนักจันทร์กระจ่าง ที่ตำหนักนี้ด้านหลังมีสระน้ำมรกต ยามกลางวันเป็นสีมรกตงดงามยามกลางคืนจะสะท้อนกับแสงจันทร์ปรากฏเป็นสีเหลืองนวลตาชวนผ่อนคลาย องค์หญิงม่อฉ่ายอี้และเหล่านางกำนัลคนสนิทมักจะมานั่งที่ริมสระ

    last updateLast Updated : 2026-03-21
  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 54

    “เจ้าต้องการอะไร”“คุณชายรองกล่าวว่ามีตำราแพทย์เล่มใหม่หากแม่นางเยว่เอ๋อร์สนใจให้ไปที่เรือนหนังสือเจ้าค่ะ”น้ำเสียงของสาวใช้ดูสดใสและดังผิดปกติ เยว่เอ๋อร์มิเข้าใจในการกระทำของนางเท่าไรนัก แต่สุดท้ายก็ถูกนางพาออกมาจากเรือน แขนเล็กถูกมือของสาวใช้ผู้นั้นกุมเอาไว้จนแน่น เมื่อพ้นเขตเรือนมาผ่านโขดหินใหญ่

    last updateLast Updated : 2026-03-21
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status