Compartir

บทที่ 3

last update Última actualización: 2026-02-09 18:35:53

“ลูกชายค่ะ...”

จันทร์จิราเอ่ยบอกเสียงสดใจ น้ำตาคลอไปกับภาพความอบอุ่นตรงหน้า

“ยินดีด้วยเพคะพระสนม”

น้ำสียงยินดีร้องบอกไม่ขาดเสียง ไม่นานจันทร์จิราก็จัดการทำคลอดรกและทำความสะอาดร่างกายของทั้งตนเองและคนไข้จำเป็นของเธอ

“ขอบใจเจ้ามาก...”

หญิงสูงศักดิ์ที่จันทร์จิราทราบเพียงว่าคือพระสนมยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนที่จะหันไปสนใจบุตรชายอีกครั้ง จันทร์จิรายิ้มอ่อนโยนตอบ แล้วเดินออกมาจากเขตกำบังผ้านั้น ชายที่เอาดาบจ่อคอเธอเมื่อครู่ก้มศีรษะให้เล็กน้อย

“ขอบใจเจ้ามาก”

“ไม่เอาดาบจ่อคอฉันแล้วรึไง”

หลังพูดจบชายที่ชอบทำใบหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาตรงหน้าก็หน้าแดงขึ้นมา มิมีใครสอนนางหรือไรว่ามิให้พูดจาไร้มารยาทเช่นนี้ จันทร์จิรายิ้มกว้างคนตรงหน้านี้ก็หน้าตาดีไม่น้อย อ่า... ยิ่งตอนเขาเขินแบบนี้ยิ่ง... หล่อกระชากใจสาวจริงๆ รอยยิ้มและแววตาของจันทร์จิราทำให้เฉินมี่ถงถึงกับปากแห้งคอแห้ง ใจสั่นขึ้นมาในทันที น่าตายนัก! แม่นางที่อายุมากกว่า แถมท่าทางประหลาดนี่มันนางมารชัดๆ

ในตอนแรกจันทร์จิราคิดว่าตนเองนั้นแค่ฝันแต่ในเวลานี้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวทำให้เธอเริ่มแน่ใจว่านี่คงจะเป็นความจริงอย่างแน่นอน จากการพูดคุยและสังเกตสิ่งรอบตัว จันทร์จิรามั่นใจว่าเธอกำลังหลุดเข้ามาในยุคจีนโบราณยุคใดยุคหนึ่ง และแน่นอนหญิงไทยที่เป็นสาวกนิยายจีนอย่างเธอจดจำข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ อ่า... ไร้สาระน่า นั่นมันนิยาย ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเวลานี้คือยุคใดและจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในอนาคต จันทร์จิราได้แต่ภาวนาเพียงว่าขอให้สิ่งต่างๆ นี้เป็นเพียงความฝันของเธอและหวังว่าหากเธอหลับตาลงแล้วตื่นขึ้นมาใหม่จะสามารถกลับไปอยู่ในยุคที่เธอเคยดำเนินชีวิตอย่างเดิมได้ แต่จนแล้วจนรอดคำภาวนานั้นก็ยังคงเป็นเพียงแค่คำภาวนา

ตอนนี้เธอนั่งอยู่ในรถม้าคันใหญ่ เบื้องหน้าคือสตรีสูงศักดิ์ที่เธอเพิ่งทำคลอดให้พร้อมด้วยเด็กชายทารกน้อยแรกเกิดที่ถูกอุ้มโดยสตรีวัยกลางคน คาดว่าอายุน่าจะประมาณสี่สิบถึงห้าสิบปี คนที่นี่บอกเธอว่าหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้านั้นคือพระสนมกุ้ยเฟย พระนามเดิมคือเทียนมี่ลี่ และตอนนี้ขบวนเสด็จของพระสนมก็กำลังจะเดินทางกลับวังหลวง ความหวาดกลัวเกิดขึ้นในจิตใจของจันทร์จิราในทันที ด้วยประสบการณ์จากการดูละครจีนโบราณ วังหลวงนั้นมีแต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวเสียมากกว่าน่าเจริญใจ หากเธอกระทำสิ่งใดผิดพลาดแม้เพียงนิดนั่นหมายถึงชีวิตของเธอเป็นแน่ เหตุใดชีวิตของสาวน้อยเช่นเธอถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนเช่นนี้  

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อจู่ๆ ก็มีกลุ่มชายชุดดำโผล่เข้ามาอีกกลุ่ม เสียงการปะทะกันของทหารอารักขากับกลุ่มชายชุดดำสร้างความหวาดกลัวให้กับจันทร์จิราและคนที่อยู่ในรถม้าเป็นอย่างยิ่ง ด้วยก่อนหน้านี้ขบวนเสด็จของพระสนมเคยถูกลอบโจมตีมาแล้ว ทำให้ผู้คุ้มกันที่เคยมีเป็นจำนวนมากในตอนแรกลดลงไปเกือบครึ่ง ขณะที่กลุ่มชายชุดดำที่เข้ามาใหม่นี้กลับมีจำนวนมากกว่าเดิม 

“ทูลพระสนมตอนนี้พวกเราต้านไว้ไม่ไหวแล้ว ทูลเชิญพระสนมเสด็จหนีเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

อ่า... ช่างตื่นเต้นสมเป็นชีวิตนางเอกจริงๆ จันทร์จิราคร่ำครวญในใจและแน่นอนไม่เพียงพระสนมและคนสนิทที่ถูกเชิญลงจากรถม้า จันทร์จิราเองก็กลายเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดคอยดูแลประคับประคองทารกน้อยวัยแรกเกิด ขณะที่หญิงกลางคนคนเดิมที่อุ้มเด็กน้อยนั้นหันไปประคับประคองพระสนม ใบหน้าของพระสนมในเวลานี้ซีดราวไก่ต้มด้วยเสียเลือดไปจากการคลอดบุตร ร่างบางล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้ง หากไม่มีคนสนิทคอยประคองเกรงว่าร่างบอบบางของพระนางคงไม่สามารถที่จะลุกขึ้นยืนได้เป็นแน่ จันทร์จิราก้มมองลงที่ทารกในอ้อมอกของตน ชะตาช่างเล่นตลกกับเขาเหลือเกิน นอกจากยามเกิดจะยากลำบากแล้ว เวลานี้แม้แต่จะมีชีวิตต่อก็ยังยากลำบาก เบื้องหลังมีเฉินมี่ถงคอยอารักขาจันทร์จิราและพระสนม มือหนาที่เคยถือดาบจ่อคอจันทร์จิราในครั้งแรก ตอนนี้กลับกำลังใช้ดาบเล่มเดียวกันคอยปกป้องเธอและพระสนมอย่างเต็มกำลังจนจิรายอมรับในใจในทันทีว่ารู้สึกซาบซึ้งกับชายตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง หลายครั้งที่เธอสังเกตเห็นว่าชายผู้นี้ได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องพวกเธอแต่เขาไม่มีท่าทีที่จะหลีกหนีหน้าที่นี้เลยแม้แต่น้อย ช่างสมกับเป็นราชองครักษ์ประจำตัวพระสนมเสียจริงๆ

“องครักษ์เฉินข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 63

    “แล้วท่านเสนาบดีมู่ทราบได้อย่างไรว่านางมีพลังปราณซ่อนอยู่”“ที่สำนักศึกษาหลวงมิใช่มีแต่อาจารย์ที่มีพลังปราณกล้าแกร่งหรือไร ข้าเชื่อว่าภายในห้าปีพลังปราณที่ซ่อนอยู่ของนางจะต้องปรากฏแน่นอน”สายตาของสองเสนาบดีสบกันอย่างมิมีใครยอมใคร หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จุดประสงค์ของเสนาบดีมู่เขาล้วนอ่านออกจนหมดสิ้น การเดินหมากครั้งนี้ช่างคุ้มยิ่งนัก นอกจากจะตัดเขาออกจากเส้นทางของรัชทายาทแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญคุณกับเขาด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัวกันเลยทีเดียว“ตกลงตามนี้ เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง รับราชโองการ”สองเสนาบดีลุกขึ้นไปยืนประจำที่ หยวนหรงหย่งหมิงก้าวเดินมาเบื้องหน้าคุกเข่ารับพระบัญชา“เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินมากล้น พระราชทานแม่นางเฉินเยว่เอ๋อร์เป็นพระคู่หมั้น อีกห้าปีหากนางฝึกตนจนพบพลังปราณในตัว ให้จัดงานอภิเษกได้ในทันที”“น้อมรับราชโองการ”“ยินดีกับเหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง!”เสียงขุนนางรอบตัวเอ่ยยินดีโดยพร้อมเพียงกัน หยวนหรงหย่ง หมิงถอยมายืนที่ของตน ทางซ้ายมือของเขาคือเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ หางตาคมเหลือบมองที่ชายสูงวัยกว่าอย่างดูแค

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 62

    “ฮ่องเต้เสด็จ”“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”เสียงเหล่าขุนนางต่างสรรเสริญแซ่ซ้องโดยพร้อมเพียง ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นยกยิ้มอ่อนโยนอนุญาตให้ทั้งหมดลุกขึ้นได้ตามปกติ“หย่งหมิงวันนี้เจ้าก็มาด้วยหรือ มีเรื่องด่วนอะไรเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อน”น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนและใส่ใจเป็นพิเศษทำให้เหล่าขุนนางพากันสบตาเงียบๆ ด้วยความคิดที่หลากหลายประเด็น“หม่อมฉันจะมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงเย็นชาและมั่นคงที่เอ่ยออกมาทำเอาเหล่าขุนนางแตกตื่นกันอีกครั้ง เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน ศักดิ์และฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาท และด้วยคุณงามความดีที่กระทำมาแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังคงต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน บุตรสาวตระกูลใดกันที่โชคดีเพียงนี้“แต่งงานอย่างนั้นหรือ กับผู้ใดกัน”“นางชื่อเยว่เอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ”“เยว่เอ๋อร์... เด็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยท่านหมอต้วนเมื่อคราวเสด็จพ่อของเราทรงประชวรใช่หรือไม่”สีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นนั้นแฝงความยินดียิ่งนัก รอยพระสรวลกว้างปรากฏบนพระพักตร์ชัดเจน“เจ้าช่างสายตาแหลมคมนัก”“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีหลิวก้าวออกมาเบื้องหน้

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 61

    ตำหนักดอกท้อ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ทูลองค์หญิงคนของเรารายงานว่า เมื่อวานชินอ๋องไปที่จวนเสนาบดีหลิวเพื่อแจ้งว่าจะนำตัวแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวเพคะ”“นำตัวไปไว้ที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวอย่างนั้นรึ”องค์หญิงเหมยปี้เหยาจิบชาชั้นเลิศอย่างช้าๆ ท่วงท่างดงาม ฟังนางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยความแปลกใจ“เพคะ ตรัสว่านางคือว่าที่พระชายาเพคะ”เพล้ง!!! ถ้วยชาสีฟ้าครามลายใหม่ที่ได้มาถูกปาลงกลางห้อง ใบหน้างามที่อ่อนหวานบิดเบี้ยวในทันที ว่าที่พระชายาอย่างนั้นหรือ ตำแหน่งนี้เป็นของนาง เยว่เอ๋อร์นางหญิงชั้นต่ำผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาแย่งนางไป“รายงานมาให้หมด”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและท่าทางที่ดูดุร้ายขัดกับใบหน้างดงามอ่อนหวานทำให้นางกำนัลคนอื่นต่างย่อตัวหมอบกราบแม้แต่จะหายใจเสียงดังยังมิกล้า มีเพียงสองนางกำนัลคนสนิทจากแคว้นลี้เท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานอารมณ์ขององค์หญิงผู้นี้ได้“เพคะ เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องพาแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปร่วมงานบูชาศาลเจ้าแม่หนี่วาเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน นิสัยเย็นชา เด็ดขาด และมิสนใจผู้ใด คนผู้นี้กลับยอมพาเด็กน้อยชั้นต่ำเยว่เอ๋อร์ไปเดินงานบูชาศาลเจ้าอย่างนั้นหรือ มือบางกำแ

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 60

    “พี่ใหญ่เราไม่ไปลอยโคมกันหรือเจ้าคะ”หยวนหรงหย่งหมิงส่ายหน้าก่อนดึงนางออกมาอีกทาง เยว่เอ๋อร์เดินตามหลัง ดวงตาหวานมองแผ่นหลังกว้างริมฝีปากบางยกยิ้ม ใบหน้าอิ่มสุขก่อนที่จะเลื่อนสายตามาที่ข้อมือของตน ตั้งแต่เข้างานจนบัดนี้หากไม่นับที่นางสลัดมือจากเขา มือใหญ่นี้ของเขายังคงจับข้อมือเล็กของนางไว้อย่างมั่นคงมิปล่อยแม้เพียงชั่วพริบตา หยวนหรงหย่งหมิงชะงักเมื่อร่างเล็กด้านหลังชะงักเท้า เมื่อหันกลับไปดูจึงพบว่าดวงตาหวานของนางกำลังจดจ้องที่ขอทานเด็กคนหนึ่งที่ข้างทาง เด็กน้อยวัยประมาณห้าขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นที่มุมหนึ่งของงาน เยว่เอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าเอ่ยถามเสียงหวาน“หนูน้อยเหตุใดจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้”“ข้า... ข้าอยากลอยโคมแต่ข้าไม่มีเงิน”เยว่เอ๋อร์มองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างสงสัย ปกติแล้วขอทานมักมิสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องปากท้อง เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้กลับอยากลอยโคมกัน“เพราะเหตุใดเจ้าจึงอยากลอยโคม”ดวงหน้ามอมแมมก้มลงคางชิดอก เอ่ยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ข้า… ข้าได้ยินว่า... หากใครลอยโคมในคืนนี้จะขอพรจากเจ้าแม่ หนี่วาได้หนึ่งข้อ แม่ข้าไม่สบาย ข้าอยากขอให้นางหายป่วย”เยว่เอ๋อร์ถอนห

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 59

    “เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่า”“เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ยิ้มกว้างอย่างยินดี หยวนหรงหย่งหมิงวางมือหนาบนศีรษะของนาง ลูบผมนางอย่างอ่อนโยน เฉินมี่ถงและชิงหรงถอนหายใจยาวอย่าง โล่งอก“เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นอีกทางก็แล้วกัน”กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นจับมือเล็กของนางมั่น พานางเดินไปในส่วนที่มีการค้าขายสินค้าต่างๆ เยว่เอ๋อร์มองทุกสิ่งรอบตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ ก่อนหน้านี้นางใช้ชีวิตในเมืองหนิงอันในฐานะขอทาน แน่นอนทุกลมหายใจล้วนห่วงกังวลแต่เรื่องปากท้อง มิเคยมีเวลามาสนใจสิ่งสวยงามต่างๆ รอบตัวเช่นนี้ เมื่อได้มีโอกาสมาดูและชื่นชมจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก“ข้าอยากได้สิ่งนี้”นิ้วเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตาน้ำตาลปั้นสีสันงดงามเบื้องหน้า หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มกว้างพานางมายืนที่หน้าร้านน้ำตาลปั้น ดวงตาหวานเบิกกว้างมองตุ๊กตาน้ำตาลปั้นตัวเล็กที่มีรูปร่างต่างๆ อย่างสนใจ“เจ้าชอบตัวไหน”“มีแต่ตัวสวยๆ ทั้งนั้นข้าเลือกไม่ถูกเลย”หยวนหรงหย่งหมิงมองแววตาเป็นประกายของนางที่จดจ้องไปที่ตุ๊กตาปั้นเหล่านั้นอย่างมิวางตาแล้วอดที่จะยิ้มกว้างมิได้“เลือกไม่ถูกก็มิต้องเลือก”เมื่อสิ้นคำเยว่เอ๋อร์ก็พลันใบหน้าสลดลง คนขายมองเด็กน้อยตรงหน

  • จอมนางข้ามภพ   บทที่ 58

    “หากเจ้ายังเห็นความสำคัญของตำรานั่นมากกว่าข้า ข้าจะให้คนเผามันทิ้งเสีย”น้ำเสียงดุดันไม่พอใจทำให้เยว่เอ๋อร์ตื่นจากภวังค์ในตำรา ดวงตาหวานเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย“ท่านอ๋องเสด็จกลับมานานแล้วหรือเพคะ”คำถามที่เอ่ยจากนางยิ่งทำให้ใบหน้าคมสันเขียวคล้ำขึ้นมาในทันที เขากลับมาตั้งนานแล้วหากแต่เด็กน้อยนี่กลับเห็นตำราไร้ค่านั่นสำคัญกว่าเขา เห็นทีเขาคงได้เผาตำรานี่จริงๆ เสียแล้ว ท่าทางและสีหน้าของคนตรงหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก เยว่เอ๋อร์วางตำราในมือลงก่อนรินชาส่งให้เขาอย่างเอาใจ“หม่อมฉันเข้าใจว่าพระองค์จะทรงไปว่าราชการ และกลับมาในยามเย็นเสียอีกเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงรับชาที่นางส่งให้ขึ้นดื่ม รอยยิ้มและท่าทางเอาใจของนางทำให้ความโกรธเมื่อครู่เบาบางลงในพริบตา“หากฝ่าบาทมีเรื่องที่ต้องให้ข้าช่วยจะส่งคนมาแจ้งเอง”คิ้วเรียวเล็กขมวดเป็นปม หยวนหรงหย่งหมิงเป็นถึงชินอ๋องแห่งหนิงอัน อีกทั้งยังควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ด้วย มิใช่ว่าเขาต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางในทุกครั้งหรอกหรือ“เด็กโง่... อย่ามัวกังวลเรื่องไร้สาระเลย ข้าได้ยินมาว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงศาลเจ้าแม่หนี่วาเจ้าอยากไปหรือไม่”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status