แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ชงเมิ่ง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-09 18:35:53

“ลูกชายค่ะ...”

จันทร์จิราเอ่ยบอกเสียงสดใจ น้ำตาคลอไปกับภาพความอบอุ่นตรงหน้า

“ยินดีด้วยเพคะพระสนม”

น้ำสียงยินดีร้องบอกไม่ขาดเสียง ไม่นานจันทร์จิราก็จัดการทำคลอดรกและทำความสะอาดร่างกายของทั้งตนเองและคนไข้จำเป็นของเธอ

“ขอบใจเจ้ามาก...”

หญิงสูงศักดิ์ที่จันทร์จิราทราบเพียงว่าคือพระสนมยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนที่จะหันไปสนใจบุตรชายอีกครั้ง จันทร์จิรายิ้มอ่อนโยนตอบ แล้วเดินออกมาจากเขตกำบังผ้านั้น ชายที่เอาดาบจ่อคอเธอเมื่อครู่ก้มศีรษะให้เล็กน้อย

“ขอบใจเจ้ามาก”

“ไม่เอาดาบจ่อคอฉันแล้วรึไง”

หลังพูดจบชายที่ชอบทำใบหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาตรงหน้าก็หน้าแดงขึ้นมา มิมีใครสอนนางหรือไรว่ามิให้พูดจาไร้มารยาทเช่นนี้ จันทร์จิรายิ้มกว้างคนตรงหน้านี้ก็หน้าตาดีไม่น้อย อ่า... ยิ่งตอนเขาเขินแบบนี้ยิ่ง... หล่อกระชากใจสาวจริงๆ รอยยิ้มและแววตาของจันทร์จิราทำให้เฉินมี่ถงถึงกับปากแห้งคอแห้ง ใจสั่นขึ้นมาในทันที น่าตายนัก! แม่นางที่อายุมากกว่า แถมท่าทางประหลาดนี่มันนางมารชัดๆ

ในตอนแรกจันทร์จิราคิดว่าตนเองนั้นแค่ฝันแต่ในเวลานี้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวทำให้เธอเริ่มแน่ใจว่านี่คงจะเป็นความจริงอย่างแน่นอน จากการพูดคุยและสังเกตสิ่งรอบตัว จันทร์จิรามั่นใจว่าเธอกำลังหลุดเข้ามาในยุคจีนโบราณยุคใดยุคหนึ่ง และแน่นอนหญิงไทยที่เป็นสาวกนิยายจีนอย่างเธอจดจำข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ อ่า... ไร้สาระน่า นั่นมันนิยาย ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเวลานี้คือยุคใดและจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในอนาคต จันทร์จิราได้แต่ภาวนาเพียงว่าขอให้สิ่งต่างๆ นี้เป็นเพียงความฝันของเธอและหวังว่าหากเธอหลับตาลงแล้วตื่นขึ้นมาใหม่จะสามารถกลับไปอยู่ในยุคที่เธอเคยดำเนินชีวิตอย่างเดิมได้ แต่จนแล้วจนรอดคำภาวนานั้นก็ยังคงเป็นเพียงแค่คำภาวนา

ตอนนี้เธอนั่งอยู่ในรถม้าคันใหญ่ เบื้องหน้าคือสตรีสูงศักดิ์ที่เธอเพิ่งทำคลอดให้พร้อมด้วยเด็กชายทารกน้อยแรกเกิดที่ถูกอุ้มโดยสตรีวัยกลางคน คาดว่าอายุน่าจะประมาณสี่สิบถึงห้าสิบปี คนที่นี่บอกเธอว่าหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้านั้นคือพระสนมกุ้ยเฟย พระนามเดิมคือเทียนมี่ลี่ และตอนนี้ขบวนเสด็จของพระสนมก็กำลังจะเดินทางกลับวังหลวง ความหวาดกลัวเกิดขึ้นในจิตใจของจันทร์จิราในทันที ด้วยประสบการณ์จากการดูละครจีนโบราณ วังหลวงนั้นมีแต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวเสียมากกว่าน่าเจริญใจ หากเธอกระทำสิ่งใดผิดพลาดแม้เพียงนิดนั่นหมายถึงชีวิตของเธอเป็นแน่ เหตุใดชีวิตของสาวน้อยเช่นเธอถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนเช่นนี้  

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อจู่ๆ ก็มีกลุ่มชายชุดดำโผล่เข้ามาอีกกลุ่ม เสียงการปะทะกันของทหารอารักขากับกลุ่มชายชุดดำสร้างความหวาดกลัวให้กับจันทร์จิราและคนที่อยู่ในรถม้าเป็นอย่างยิ่ง ด้วยก่อนหน้านี้ขบวนเสด็จของพระสนมเคยถูกลอบโจมตีมาแล้ว ทำให้ผู้คุ้มกันที่เคยมีเป็นจำนวนมากในตอนแรกลดลงไปเกือบครึ่ง ขณะที่กลุ่มชายชุดดำที่เข้ามาใหม่นี้กลับมีจำนวนมากกว่าเดิม 

“ทูลพระสนมตอนนี้พวกเราต้านไว้ไม่ไหวแล้ว ทูลเชิญพระสนมเสด็จหนีเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

อ่า... ช่างตื่นเต้นสมเป็นชีวิตนางเอกจริงๆ จันทร์จิราคร่ำครวญในใจและแน่นอนไม่เพียงพระสนมและคนสนิทที่ถูกเชิญลงจากรถม้า จันทร์จิราเองก็กลายเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดคอยดูแลประคับประคองทารกน้อยวัยแรกเกิด ขณะที่หญิงกลางคนคนเดิมที่อุ้มเด็กน้อยนั้นหันไปประคับประคองพระสนม ใบหน้าของพระสนมในเวลานี้ซีดราวไก่ต้มด้วยเสียเลือดไปจากการคลอดบุตร ร่างบางล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้ง หากไม่มีคนสนิทคอยประคองเกรงว่าร่างบอบบางของพระนางคงไม่สามารถที่จะลุกขึ้นยืนได้เป็นแน่ จันทร์จิราก้มมองลงที่ทารกในอ้อมอกของตน ชะตาช่างเล่นตลกกับเขาเหลือเกิน นอกจากยามเกิดจะยากลำบากแล้ว เวลานี้แม้แต่จะมีชีวิตต่อก็ยังยากลำบาก เบื้องหลังมีเฉินมี่ถงคอยอารักขาจันทร์จิราและพระสนม มือหนาที่เคยถือดาบจ่อคอจันทร์จิราในครั้งแรก ตอนนี้กลับกำลังใช้ดาบเล่มเดียวกันคอยปกป้องเธอและพระสนมอย่างเต็มกำลังจนจิรายอมรับในใจในทันทีว่ารู้สึกซาบซึ้งกับชายตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง หลายครั้งที่เธอสังเกตเห็นว่าชายผู้นี้ได้รับบาดเจ็บจากการปกป้องพวกเธอแต่เขาไม่มีท่าทีที่จะหลีกหนีหน้าที่นี้เลยแม้แต่น้อย ช่างสมกับเป็นราชองครักษ์ประจำตัวพระสนมเสียจริงๆ

“องครักษ์เฉินข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 27

    “อี้เอ๋อร์ข้าอยากได้ยินเสียงเจ้า”น้ำเสียงเว้าวอนทั้งที่ยังดูดกลืนยอดอกของนาง หากแต่สิ่งที่ทำให้ม่อฉ่ายอี้มิอาจทานทนคือนิ้วหยาบยาวที่ซุกเข้าไปกลางกายสาวของนางจนสุด“อ๊ะ...”ร่างบางของนางเกร็งกระตุกตอดรัดนิ้วของเขาแน่น หลิวหนิงเฉินแทบอยากถอนนิ้วของตนออกแล้วผสานตัวตนของเขาและนางเสียเดี๋ยวนี้ หากแต่เพราะเขาและนางห่างหายจากกันไปนาน เขายังมิอยากเร่งรีบกับนางมากนัก นิ้วยาวจึงขยับเข้าออกกระตุ้นนาง เสียงหวานครวญดังลั่นอย่างลืมตัว เมื่อถูกเขาเร่งเร้าด้วยนิ้วยาว หลิวหนิงเฉินลุกขึ้นจับเรียวขาแยกออกจากกัน มองใบหน้าที่เย้ายวนด้วยอารมณ์ปรารถนาของนางแล้วแทบจะโหมกายใส่นางเสียเดี๋ยวนี้“ท่านพี่ข้าไม่ไหวแล้ว”หลิวหนิงเฉินเร่งจังหวะส่งนางนำไปก่อน นิ้วยาวถูกนางตอดรัดแน่นเสียจนแทบขยับมิได้ เสียงหวานครวญดังลั่นก่อนเกร็งกระตุก เขาก้มหน้าลงดูดกลืนน้ำหวานที่ไหลล้นออกมา ลิ้นยาวตวัดขึ้นลงก่อนสอดใส่ปลุกเร้าอารมณ์ที่ควรมอดดับของนางให้ตื่นตัวอีกครั้ง มือบางจับศีรษะของเขากดลงแนบแน่น แอ่นกายรับสัมผัสจากลิ้นร้อน ยิ่งเขาสอดใส่นางยิ่งครวญคราง มือบางขยำผมนุ่มของเขาจนสุดแรง เมื่อแรงปรารถนาพุ่งถึงขีดสุดอีกครั้ง“อ่า... ท่

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 26

    “เจ้าอาจต้องเหนื่อยหน่อย”“ข้าไม่กลัว”หลิวหนิงเฉินยกยิ้มกว้างจดจ้องดวงตาใสเปล่งประกายแน่วแน่ของนาง ก่อนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนนุ่มอีกครั้ง“ข้าขอร้องท่านสักอย่างได้หรือไม่”หลิวหนิงเฉินถอนจุมพิตสบดวงตาหวานที่มีแววแน่วแน่อีกครั้ง“ไม่ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ อย่าทอดทิ้งข้าเช่นนี้อีก ข้ามิได้อ่อนแอเช่นที่ท่านกังวล”นางรู้ดีว่าที่เขาไม่ให้นางเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดการปรับเปลี่ยนเมืองหลวนซานนั้นเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของนาง ที่เมืองหลวนซานนั้นมิได้มีเพียงผู้มีอิทธิพลในเมืองเท่านั้น กลุ่มคนนอกเมืองที่เคยมาติดต่อกับเจ้าเมืองหงนั้นก็มีมากมาย เมื่อหลิวหนิงเฉินเข้ามาล้างระบบเดิม คนเหล่านั้นย่อมเสียผลประโยชน์เป็นจำนวนมาก การกำจัดเขาจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุดหลิวหนิงเฉินพยักหน้าอย่างจนใจ ก่อนหน้านี้เขาสามารถข่มใจตนเองได้ หากแต่เมื่อได้พบนางอีกครั้งเขามั่นใจในความรู้สึกของตนว่ามิอาจจากนางได้อีก“ข้าสัญญา... แม้เจ้าอยากไปจากข้า ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”“ข้าไม่มีทางไปจากท่านแน่นอน”ม่อฉ่ายอี้โผเข้าโอบกอดเอวสอบแนบแน่น ใบหน้างามซบที่อกกว้าง“มีสิ่งหนึ่งที่ข้าจำเป็นต้องบอกเจ้า”ม่อฉ่ายอี้ตัวสั่นส

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 25

    หนึ่งปีที่เขาทุ่มเทแรงกายทุกอย่างให้กับเมืองหลวนซาน ทุกวันแม้อยากมาเยี่ยมเยียนหานางก็มิสามารถกระทำได้ หลายครั้งที่เขาลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวมาหานางแต่กลับถูกฉุดรั้งด้วยปัญหาต่างๆ มากมาย จวบจนวันนี้วันที่ทุกอย่างเรียบร้อยลงตัวเขาจึงสามารถมาหานางได้ร่างบางที่เอนกายพิงต้นไม้ใหญ่กลางทุ่งหญ้าหน้ากระท่อม แม้เป็นยามค่ำคืนหากแต่แสงจันทร์ยังคงฉายให้เห็นใบหน้าหวานที่หลับสนิทชัดเจน มุมปากสวยยกยิ้มหวานคล้ายกำลังฝันดี มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นเกลี่ยผิวหน้าอ่อนเยาว์ของนางแผ่วเบา แต่กลับทำให้ดวงตาหวานปรือขึ้น นางยกยิ้มกว้างให้เขา“ข้าฝันเห็นท่านอีกแล้ว แต่ทำไมวันนี้ท่านจึงดูทรุดโทรมนัก”น้ำเสียงงัวเงียของนางกับดวงตาหวานที่ปรือคล้ายคนละเมอทำให้เขาอดที่จะยกยิ้มกว้างไม่ได้ ก่อนที่จะโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนนุ่มของนางแผ่วเบา“ข้าคิดถึงเจ้า”สัมผัสอ่อนโยนนี้คล้ายจริงจนม่อฉ่ายอี้ใจสั่น ดวงตาหวานเบิกกว้างแม้ค่อนข้างมั่นใจว่าเขากลับมาหานางแล้ว หากแต่ส่วนลึกก็ยังคงหวาดกลัว หวาดกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงภาพฝันที่เพียงนางตื่นก็จางหายไปเช่นทุกครั้ง“ข้ากำลังฝันใช่หรือไม่”หลิวหนิงเฉินเลื่อนริมฝีปากลงมาตามแก้ม

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 24

    “ท่านรู้จักสถานที่นี้ได้อย่างไร”ม่อฉ่ายอี้ยกยิ้มกว้างกางแขนหมุนตัวกลางทุ่งหญ้าที่ออกดอกบานสะพรั่งสีม่วงอ่อน กลีบดอกเล็กเมื่อโดนชายผ้าของม่อฉ่ายอี้พลันพลิ้วไหวล่องลอยขึ้นบนอากาศ หลิวหนิงเฉินมองภาพเบื้องหน้าแล้วยกยิ้มกว้างงดงามปานเทพเซียนจำแลงเขาพึ่งเข้าใจคำเปรียบเปรยนี้ในวันนี้นี่เอง ม่อฉ่ายอี้เป็นเจ้าที่เดินเข้ามาหาข้า เช่นนั้นนับจากนี้ก็อย่าหวังว่าจะจากข้าไปที่ใดอีกม่อฉ่ายอี้ทิ้งตัวลงนอนใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากระท่อมหลังน้อย สายตาหวานจดจ้องกลีบดอกเล็กที่ลอยฟุ้งด้วยรอยยิ้มหวาน นางเคยฝัน... ฝันว่าสักวันนางจะสามารถปล่อยวางทุกสิ่ง ใช้ชีวิตโดยมิต้องหวาดระแวงทุกคนรอบตัว หายใจโดยมิต้องหวั่นเกรงผงพิษ กินอาหารโดยมิต้องผ่านการตรวจสอบโดยคนทดลองที่ตายแทนนางมาแล้วหลายคน ชีวิตที่เรียบง่ายเช่นคนสามัญทั่วไปแม้เพียงเวลาสั้นๆ ข้าก็พอใจ“ข้าเตรียมอาหารเช้าไว้แล้วเจ้าหิวหรือยัง”เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเรียกนางออกจากภวังค์ ก่อนยันกายลุกขึ้นเดินตามพ่อครัวจำเป็นไปในตัวกระท่อม แม้เป็นเพียงกระท่อมหลังเล็กที่มีเพียงห้องเดียว แต่ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ เครื่องใช้ที่สะอาดสะอ้านมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของอากาศยามเ

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 23

    หงป้ายส่วนลืมตาตื่นในตอนสาย ร่างกายของเขาอ่อนล้าเมื่อยไปทั้งตัว แต่กลับไร้เงาของสตรีที่เมื่อคืนพาเขาสู่จุดสูงสุดจนนับครั้งไม่ถ้วน เรียกได้ว่าในรอบหนึ่งเดือนนี้รวมกันยังไม่เท่าเมื่อคืนที่นางปรนเปรอเขาเพียงคืนเดียวเมื่อแต่งกายเสร็จหงป้ายส่วนก็เดินออกมายังห้องอาหาร ร่างเล็กที่เขาโอบกอดมาทั้งคืนคอยยืนกำกับสาวใช้จัดเตรียมอาหาร เขายกยิ้มกว้างเมื่อเห็นรอยรักมากมายบนลำคอขาวตลอดจนไหล่ขาวที่โผล่มาในยามที่นางโน้มตัวไปมา ฝีมือของเขาไม่แพ้ตอนยี่สิบปีที่แล้วเลยทีเดียว“อี้เอ๋อร์”“นายท่าน”ใบหน้าแดงก่ำท่าทางเอียงอายนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อคืนนัก เพียงแต่พอนางก้าวเดินไม่เท่าไรก็ทำท่าจะเป็นลมไปเสียก่อน ดีที่สาวใช้คนสนิทของนางรับนางเอาไว้ได้ทัน“อี้เอ๋อร์ เจ้าไม่สบายอีกแล้วหรือ”“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อคืน...”ม่อฉ่ายอี้ใบหน้าแดงก่ำร้อนผ่าวไปทั้งตัว หงป้ายส่วนเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ นี่เขาแข็งแรงจนทำให้สาวน้อยอย่างนางหมดเรี่ยวแรงแม้แต่จะทรงตัวเลยหรือนี่“นายท่าน!”น้ำเสียงตวาดไม่จริงจังของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก เขาจึงจำใจต้องหยุดหัวเราะหยิบพัดในมือสาวใช้ของนางมาพัดวีให้นา

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 22

    สองร่างชายหญิงที่ปะทะกันในบ่อน้ำพุร้อน คนหนึ่งอาบไล้ด้วยแสงสีฟ้าส่วนอีกคนนั้นอาบไล้ด้วยแสงสีเขียว ม่อฉ่ายอี้ที่พยายามปัดป่ายขณะที่หลิวหนิงเฉินนั้นพยายามเข้าจับกุมนาง ทำให้สองร่างพลิ้วไหวไปมาแต่ม่อฉ่ายอี้ที่ด้อยกว่าทั้งด้านพลังปราณและวรยุทธ์ สุดท้ายจึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ถูกหลิวหนิงเฉินโอบรัดด้วยแขนเพียงข้างเดียว เพียงแต่ม่อฉ่ายอี้ที่ดื้อรั้นนั้นกลับมิยอมสยบลงโดยง่าย นางหมุนตัวออกจากวงแขนแกร่งในช่วงที่หลิวหนิงเฉินเก็บพลังปราณของตน แม้พยายามไขว่คว้านางแต่ทว่าเขากลับจับได้เพียงเสื้อตัวนอกบางเบาสีแดงสดของนางเท่านั้น หลิวหนิงเฉินส่งสายตาตำหนิไปยังสตรีดื้อรั้นเบื้องหน้า หากแต่ภาพที่ปรากฏพลันทำให้เขาลืมถ้อยคำที่จะเอ่ยตำหนินางไปจนหมดสิ้นม่อฉ่ายอี้เป็นสตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่เย้ายวน แม้ในยามที่นางแต่งกายมิดชิด บุรุษยังยากที่จะละสายตา แต่ในยามนี้นางเหลือเพียงชุดด้านในสีแดงบางเบาที่เปียกชุ่มเช่นนี้มิต้องเปลื้องผ้าก็คล้ายมิได้สวมใส่สิ่งใด ร่างกายของเขาพลันร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที ม่อฉ่ายอี้มองสายตาคมที่จดจ้องมาที่หน้าอกของนางแล้วรีบยกมือปิดหมุนตัวหันหลังหนีในทันทีคนผู้นี้มิใช่เคยกล่าวว่าหน้าอกนา

  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 13

    หลิวหนิงเฉินกลับเข้าจวนเจ้าเมืองหลวนซานอีกครั้งในช่วงบ่ายคล้อย ทันทีที่เหยียบเท้าก้าวเข้าตัวจวนพ่อบ้านประจำจวนก็เชิญเขาไปพบเจ้าเมืองหงในทันทีหูตาว่องไวไม่เบาเลยทีเดียวหลิวหนิงเฉินเดินไปที่ศาลากลางสวนบุปผา เขาเคยเข้าวังหลวงไม่บ่อยนักแต่ยังจดจำความงดงามของอุทยานหลวงได้ เดิมทีเขาคิดว่าอุทยานหลวงนั้น

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-04
  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 9

    “เช่นนั้นชาวเมืองที่อพยพไปยังเมืองหลวงเป็นคนกลุ่มใด”“ล้วนเป็นเหล่าคนรับใช้ในเขตเมืองชั้นในขอรับ คนเหล่านี้หลังจากกลับจากเมืองหลวงหนิงอันจะได้ค่าจ้างจากท่านเจ้าเมืองหงคนละสิบตำลึงเงิน”สิบตำลึงเงิน! สำหรับเจ้าเมืองหงหรือคนในเขตเมืองชั้นใน นับว่าเป็นเพียงเศษเงิน แต่สำหรับเหล่าข้ารับใช้ที่ใช้ชีวิตอยู

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-04
  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 10

    ในที่สุดเขาก็พบว่าที่พื้นใต้โต๊ะเขียนหนังสือของเจ้าเมืองนั้นมีบางอย่างผิดปกติเสียงสะท้อนที่ก้องดังออกมาบ่งบอกว่าเบื้องล่างเป็นโพรงหาใช่พื้นที่ทึบเช่นบริเวณอื่น หย่งชุนควานมือไปโดยรอบเพื่อหาจุดที่เป็นกลไกในการเปิด ใช้เวลาอยู่อีกประมาณครึ่งชั่วยามก็ยังไร้หนทาง หรือเขาควรเอาระเบิดที่ใช้สำหรับระเบิดเขา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-04
  • จอมนางข้ามภพ   บทพิเศษ 8

    “ขอบคุณท่านแม่ที่เข้าใจข้าเจ้าค่ะ”ม่อฉ่ายอี้ก้มหน้าเล็กน้อยยกยิ้มอ่อนหวานพยายามตีสีหน้าเศร้าสร้อยซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์เอาไว้ภายใน เมื่อกลับถึงจวนสองสาวใช้คนสนิทก็ปรากฏกายขึ้น ในห้องของนางมีสตรีอีกคนที่รูปร่างและใบหน้าคล้ายคลึงม่อฉ่ายอี้ราวเป็นคนคนเดียวกัน“เก่งมากหลินอ้าย เช่นนั้นข้าฝากเจ้าดูแลนางด้ว

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-04
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status