จอมนางข้ามภพ

จอมนางข้ามภพ

last updateLast Updated : 2026-02-11
By:  ชงเมิ่งUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
64Chapters
82views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สายน้ำไม่อาจย้อนกลับ ชะตาไม่อาจหวนคืน เมื่อชีวิตพลิกผันสู่ยุคที่ไม่คุ้นเคย มีเพียงต้องเดินหน้า ฝ่าฟัน จึงจะสามารถดำรงอยู่

View More

Chapter 1

บทที่ 1

บทชี้แจง

ในเรื่องเป็นแนวนิยายจีนย้อนยุคผสมแฟนตาซีกำลังภายใน

ซึ่งบุคคลในเรื่องจะมีกำลังภายในที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1.ด้านพละกำลัง

มีความสามารถในการต่อสู้ โจมตี พวกมีวรยุทธ์ คนส่วนใหญ่มักมีปราณด้านนี้กัน

2.ด้านเวทย์มนต์

มีความสามารถในการใช้คาถาในการโจมตี แต่หากต่อสู้ในระยะประชิดจะเสียเปรียบกลุ่มที่มีพละกำลังอยู่มาก เพราะต้องใช้เวลาในการร่ายเวทย์ เป็นความสามารถของชนกลุ่มน้อยที่หาได้ยาก

3.ด้านรักษาฟื้นฟู

มีความสามารถในการรักษาผู้อื่น แต่ไม่มีกำลังในการต่อสู้ มีแต่กำลังในการป้องกันตนเองจากการโจมตีโดย 2 กลุ่มแรก ปัจจุบันผู้มีปราณด้านนี้มีน้อยมาก

ระดับพลัง แบ่งเป็น 9 ระดับเรียงสีได้ แดง, เหลือง,ส้ม, เขียว,น้ำเงิน,ฟ้า ,ชมพู , ม่วง,ทอง แต่ละระดับแบ่งเป็น ระดับต่ำ กลาง สูง

วิธีการเพิ่มระดับต้องอาศัยการฝึกฝน หรือใช้ผลึกธาตุช่วย

ผลึกธาตุ หาได้จากการสังหารสัตว์เทพ ยิ่งสัตว์เทพระดับสูงจะยิ่งมีผลึกธาตุระดับสูงตามได้ด้วย

สัตว์แห่งเทพ แบ่งระดับเช่นเดียวกัน คนทุกคนจะสิทธิมีสัตว์แห่งเทพเป็นคู่พันธะสัญญากัน1ตัว และพัฒนาระดับไปพร้อมๆ กัน

*การทำพันธะสัญญากับสัตว์เทพ

จะสามารถกระทำได้เมื่ออายุ 13 ปีขึ้นไป ลักษณะการทำพันธะสัญญาจะเกิดขึ้นได้เมื่อทั้ง 2 ยอมรับซึ่งกันและกัน ผลตอบแทนจากการทำพันธะสัญญาคือฝ่ายที่มีขั้นต่ำกว่าจะได้เพิ่มระดับขั้น 1 ขั้น

การยกเลิกพันธะทำได้ตลอดเวลา แต่ต้องแลกด้วยการที่ผู้ขอยกเลิกพันธะสัญญานั้นจะต้องลดระดับลง 1 ขั้น และผู้ถูกขอเลิกพันธะสัญญาเองจะได้รับพลังเพิ่มระดับอีก 1 ขั้นเป็นการตอบแทนเช่นกัน แต่หากคู่พันธะสัญญาตายจากไประดับขั้นของอีกฝ่ายที่มีชีวิตอยู่ก็จะลดลง 1 ขั้นเช่นกัน

.....................................................................................

บทที่ 1

เสียงเพลงมาร์ชพยาบาลจบลง จันทร์จิรายกยิ้มกว้างดวงหน้าเปี่ยมด้วยความสุข นาฬิกาที่บอกเวลา 24.00 น. บ่งบอกเวลาเข้าเวรของเธอ ทั้งที่วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่เพราะโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากกว่าสองร้อยกิโลเมตร ทำให้จำนวนพยาบาลมีไม่เพียงพอกับความต้องการ วันนี้จันทร์จิราจึงต้องอยู่เวรโดยมีหน้าที่ส่งต่อผู้ป่วยภาวะวิกฤตจากโรงพยาบาลชุมชนไปส่งโรงพยาบาลจังหวัด อาชีพพยาบาลอย่างเธอมีทางเลือกมากมาย หากแต่เพราะชีวิตที่ไม่เหลือใครอย่างเธอไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแข่งขันอะไร ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะทำตามความฝันของเธอ อุทิศตนเพื่อผู้ป่วย ร่างบางหยิบเค้กที่ปักเทียนยกขึ้นเป่าอวยพรให้ตนเองพบความสุขในชีวิต

ติ๊ด... ติ๊ด...

“ของขวัญวันเกิดใช่ไหมนี่”

“ลูกจันทร์มีคนไข้ post arrest CPR ขึ้นตอนนี้ On ETT รีเฟอด่วน”

“ค่ะ เดี๋ยวจันทร์ไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที จันทร์จิราก็มาถึงห้องฉุกเฉินในชุดที่พร้อมกับการเดินทางครั้งนี้ ร่างบางตรงเข้าไปรับเวรในทันที เนื่องจากเข้าใจสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ดี

“คนไข้ผู้ชาย อายุน่าจะประมาณสามสิบปี ไม่มีบัตรอะไรเลย มีคนไปเจอนอนหมดสติที่ข้างทาง เลยเรียกรถกู้ภัยไปรับ แรกรับคนไข้ไม่รู้สึกตัว คลำชีพจรไม่ได้ ทางทีมกู้ชีพเลย CPR (ปั๊มหัวใจ) มาจนถึงโรงพยาบาล และทางเราได้ CPR ต่อ หลังจากนั้น HR ก็ขึ้น (หัวใจกลับมาเต้น) หมอใส่ท่อให้แล้วนะ ตอนนี้ moniter EKG (เครื่องประเมินการเต้นของหัวใจ) ไว้ให้    แล้ว...” รายละเอียดอื่นๆ ถูกส่งต่อมาอีกชุดใหญ่ จันทร์จิราได้แต่ปาดเหงื่อในใจ คนไข้อาการหนักขนาดนี้แต่พยาบาลนำส่งกลับมีเธอแค่คนเดียว หากเกิดคนไข้หัวใจหยุดเต้นกลางทาง เธอคงได้แต่ร้องขอสวรรค์ช่วย

รถฉุกเฉินออกเดินทางทันทีที่ทุกอย่างพร้อม จันทร์จิราตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ บนรถด้วยความตั้งใจ ระยะเวลาสามชั่วโมงนับจากนี้คือนาทีชีวิตของคนไข้ในมือเธอ จะอย่างไรเขาจะต้องปลอดภัย จันทร์จิราภาวนาในใจให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง หากแต่สิ่งที่เธอกลัวมาตลอดก็เกิดขึ้น

ติ๊ด...

สัญญาณชีพจรบนหน้าจอเครื่องที่แสดงการเต้นของหัวใจกลายเป็นเส้นตรง มือบางรีบคลำชีพจรในทันที ไม่มีการเต้นของหัวใจ เร็วยิ่งกว่ากะพริบตา ร่างบางรีบทำการ CPR ในทันที

“ลุงพร คนไข้ arrest แวะโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด” หลังจากที่เอ่ยออกไป ลุงพรก็เหยียบคันเร่งจนมิด เพราะนาทีชีวิตของคนไข้ที่กำลังต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะที่เบื้องหน้าคือสี่แยก มีรถติดไฟแดงประมาณห้าคัน ลุงพรเปิดเสียงสัณญาณฉุกเฉินพร้อมกับประกาศขอทาง รถสี่คันแรกชิดเข้าด้านซ้ายยอมไปกลับรถเพื่อหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว หากแต่รถอีกคันด้านหน้ากลับไม่ยอมขยับ

“พี่หลบชิดซ้ายให้รถพยาบาลหน่อยสิ”

หญิงวัยยี่สิบกว่าปีเอ่ยบอกสามีผู้เป็นคนขับรถอย่างหงุดหงิดใจ

“หลบทำไมอีกสามสิบวิก็ไฟเขียวแล้ว จะรีบอะไรนักหนา ชิดซ้ายตามเธอว่าเราก็ต้องไปยูเทิร์นไกลจะตาย”

“แต่เขาอาจจะมีคนเจ็บหนักก็ได้นะพี่”

“เงียบๆ ไปเลย รีบนักก็เบี่ยงขวาไปเลย”

“แต่มันอันตรายนะพี่ เราก็ไม่ได้รีบสักหน่อย ช่วยๆ กันไม่ได้รึไง”

ขณะที่คนในรถคันหน้ากำลังเถียงกัน จันทร์จิราก็เริ่มที่จะหมดแรงลงทุกที ด้วยมาคนเดียวไม่อาจมีคนเปลี่ยนช่วยเธอ แต่ถึงอย่างไรก็มิอาจหยุดมือ ลุงพรตัดสินใจหลบเข้าเลนขวาแล้วขยับรถเพื่อจะฝ่าไฟแดงไปด้านหน้า แต่เวลานี้เป็นเวลาของไฟเขียวแยกทางขวามือเช่นกันทำให้รถที่พุ่งออกมาก็มีไม่น้อย หากแม้รถคันเมื่อครู่ยอมหลีกทางให้สักนิด พวกเขาก็คงไม่ต้องมาเสี่ยงขนาดนี้

“ลุงพร จันทร์จะไม่ไหวแล้ว”

เสียงของจันทร์จิราอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ลุงพรตัดสินใจพุ่งรถออกไปเมื่อเห็นช่องว่างของรถบนถนน และรถทางขวาเหมือนจะชะลอตัวให้ทาง แต่เมื่อรถเคลื่อนออกไประหว่างถนนกลับมีรถกระบะสีขาวพุ่งออกมาจากทางขวาด้วยความเร็วสูง เพราะเวลาบนป้ายสัญญาณจราจรบอกเวลาที่เหลือเพียงสามวินาทีสุดท้าย หากช้าอีกเพียงนิดเขาจะต้องรอสัญณาณไฟรอบใหม่ซึ่งคงใช้เวลาอีกนานทีเดียว

แรงกระแทกจากด้านขวาของรถพยาบาลทำให้จันทร์จิรากระเด็นไปชิดตัวรถด้านซ้าย คล้ายโลกหมุนเร็วผิดปกติ ร่างบางกลิ้งไปมาราวลูกข่างกระแทกกับอะไรต่อมิอะไรจนมิอาจแยกได้ เพียงชั่วพริบตาที่รถพยาบาลคันขาวหมุนไปบนถนนกลางสี่แยก หากแต่นั่นก็คือช่วงสุดท้ายของลมหายใจของสามชีวิตในรถที่ถูกพรากจากไป

“พี่รถชน”

“เออ... เห็นแล้ว”

“เห็นไหมพี่ ฉันบอกให้พี่หลบ พี่ก็ไม่เชื่อฉัน ไม่อย่างนั่นคนในรถคงไม่...”

หญิงสาวในรถคันเดิมกล่าวต่อว่าสามีพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่ฝ่ายชายได้แต่หน้าซีดมือสั่นจ้องมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผิดท่วมท้นในใจ หากแม้นย้อนเวลาได้เขาจะไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจให้ทาง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
64 Chapters
บทที่ 2
เพราะแสงสีทองที่แยงตาเข้ามา จันทร์จิราจึงค่อยๆ กะพริบตา ปรับให้ชินกับแสงสว่าง ภาพความทรงจำค่อยๆ ฉายเข้ามาช้าๆ เธอเกิดอุบัติเหตุแล้วเหตุใดอยู่ดีๆ จึงมานอนอยู่กลางป่าเช่นนี้ หรือนี่คือทางสิ้นสุดของชีวิต ร่างบางค่อยขยับลุก แล้วก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายเสียง... เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง... เสียงนั้นคล้ายโลหะกระทบกันดังมาจากด้านในป่าอีกฝั่งไม่ห่างนัก จันทร์จิราตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไปด้วยคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนั้น ภาพตรงหน้าทำให้ร่างบางรีบแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่และถึงกับเบิกดวงตากว้าง การต่อสู้กันระหว่างคนสองกลุ่มตรงหน้าช่างคล้ายกับในละครจีนโบราณที่เธอชอบดูเป็นอย่างยิ่ง หากแต่เธอมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้านี้ไม่ใช่เป็นภาพยนต์ ละคร หรือภาพในความฝันอย่างแน่นอน ต้องมีบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดเกิดขึ้น เหตุการณ์เสี่ยงตายก่อนหน้านี้เธอยังจำได้ดี หรือจะเป็นอย่างในนิยายย้อนยุคที่เธอชอบอ่าน ใบหน้างามแม้จะสงสัยแต่ก็ระคนดีใจ อ่า... หญิงงามหลงยุคมาพบรักกับองค์ชายรูปหล่อผู้เก่งกาจ หรือจะเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของยุทธภพดีนะ เลือกไม่ถูกเลย จันทร์จิรากำลังนึกฝันไปต่างๆ นานาว
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 3
“ลูกชายค่ะ...”จันทร์จิราเอ่ยบอกเสียงสดใจ น้ำตาคลอไปกับภาพความอบอุ่นตรงหน้า“ยินดีด้วยเพคะพระสนม”น้ำสียงยินดีร้องบอกไม่ขาดเสียง ไม่นานจันทร์จิราก็จัดการทำคลอดรกและทำความสะอาดร่างกายของทั้งตนเองและคนไข้จำเป็นของเธอ“ขอบใจเจ้ามาก...”หญิงสูงศักดิ์ที่จันทร์จิราทราบเพียงว่าคือพระสนมยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนที่จะหันไปสนใจบุตรชายอีกครั้ง จันทร์จิรายิ้มอ่อนโยนตอบ แล้วเดินออกมาจากเขตกำบังผ้านั้น ชายที่เอาดาบจ่อคอเธอเมื่อครู่ก้มศีรษะให้เล็กน้อย“ขอบใจเจ้ามาก”“ไม่เอาดาบจ่อคอฉันแล้วรึไง”หลังพูดจบชายที่ชอบทำใบหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาตรงหน้าก็หน้าแดงขึ้นมา มิมีใครสอนนางหรือไรว่ามิให้พูดจาไร้มารยาทเช่นนี้ จันทร์จิรายิ้มกว้างคนตรงหน้านี้ก็หน้าตาดีไม่น้อย อ่า... ยิ่งตอนเขาเขินแบบนี้ยิ่ง... หล่อกระชากใจสาวจริงๆ รอยยิ้มและแววตาของจันทร์จิราทำให้เฉินมี่ถงถึงกับปากแห้งคอแห้ง ใจสั่นขึ้นมาในทันที น่าตายนัก! แม่นางที่อายุมากกว่า แถมท่าทางประหลาดนี่มันนางมารชัดๆในตอนแรกจันทร์จิราคิดว่าตนเองนั้นแค่ฝันแต่ในเวลานี้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวทำให้เธอเริ่มแน่ใจว่านี่คงจะเป็นความจริงอย่างแน่นอน จากการพูดคุยและสังเกตส
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 4
“องครักษ์เฉินข้าไปต่อไม่ไหวแล้ว”เสียงของพระสนมเอ่ยออกมาอย่างอ่อนกำลัง ใบหน้างดงามเดี๋ยวนี้ซีดเผือดไร้สีสันโดยสิ้นเชิง จันทร์จิรารีบเข้ามาดูอาการของคนตรงหน้าในทันที จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าพระนางคงจะอ่อนเพลียจากการคลอดบุตรและเวลานี้ยังต้องมาวิ่งหนีกลุ่มโจรร้ายนี่อีก นั่นย่อมทำให้คนตรงหน้ายิ่งอ่อนเพลียมากกว่าเดิม และที่สำคัญคือเริ่มมีเลือดไหลออกมา นางกำลังจะตกเลือด! ใบหน้าจันทร์จิราฉายแววกังวลอย่างชัดเจน สายพระเนตรของพระสนมทอดมองมาที่บุตรของตนในอ้อมอกของจันทร์จิรา มือบางลูบแก้มนวลของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาก่อนมอบหยกประจำตัวซุกไว้ในห่อผ้า แล้วส่งสายตาอ่อนโยนแฝงความอ้อนวอนมาที่จันทร์จิรา“ได้โปรดปกป้องเขาด้วย”จันทร์จิรามองใบหน้างามที่อาบไปด้วยน้ำตา สายตาบ่งบอกถึงความรักและความห่วงใยในตัวบุตรชายผู้ที่พึ่งถือกำเนิดนี้อย่างชัดเจน จนจันทร์จิรารู้สึกปวดใจไปกับชะตาของทั้งคู่ น้ำตาไหลอาบแก้มของจันทร์จิรา เธอพยักหน้ารับคำขอร้องของคนตรงหน้าในทันที เมื่อได้รับการตอบรับจากจันทร์จิรา พระสนมหันไปทางทหารองครักษ์คนสนิท“องครักษ์เฉินรับคำสั่ง เจ้าจงปกป้องบุตรชายของข้าและผู้มีพระคุณของข้ากลับวังหลวง ใน
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 5
ชายชุดดำกรูกันเข้ามาในระยะประชิด เฉินมี่ถงดึงร่างบางแนบอกกระบี่ในมือยกขึ้นรับการจู่โจมอย่างรวดเร็วและหนักแน่น จันทร์จิราหลับตามิได้สนใจสถานการณ์รอบตัวปล่อยตัวให้คนตัวโตกว่าจับนางหมุนไปมาอย่างที่เขาต้องการ สิ่งเดียวที่ห่วงใยคือเด็กน้อยในอ้อมแขน แม้เฉินมี่ถงจะมีปราณสายพละกำลังขั้นสี่ หากแต่การถูกจู่โจมด้วยคนที่มีปราณสายพละกำลังขั้นสามหลายคนเช่นนี้เขาเองก็ลำบากมิน้อยและในที่สุดสิ่งที่จันทร์จิรากังวลก็เกิดขึ้นเมื่อเฉินมี่ถงถูกกันออกห่างจากจันทร์จิรา เฉินมี่ถงแทบหยุดหายใจเมื่อข้อมือบางหลุดจากมือเขาไป ร่างบอบบางของนางยังคงโอบกอดเด็กน้อยสายเลือดมังกรแนบอก ดวงตาหวานมีแววหวาดกลัวและตื่นตระหนก เขาพยายามฝ่าวงล้อมไปหานางหากแต่ด้วยจำนวนคนที่ค่อนข้างมากจึงเป็นอุปสรรคมิน้อย ชายชุดดำสวนใหญ่ล้อม เฉินมี่ถงไว้ มีเพียงสามคนที่พุ่งตรงมาล้อมจันทร์จิรา ดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อ​ดาบเล่มหนึ่งพุ่งตรงมาที่จันทร์จิราและเป้าหมายก็คือทารกในอ้อมอก จันทร์จิราไม่ทันแม้แต่จะตัดสินใจหรือทบทวนให้ดีนัก เธอหมุนตัวใช้ร่างบางบังคมดาบที่พุ่งตรงไปที่ทารกในอกของเธอ ทำให้คมดาบทะลุเข้ากลางลำตัวของจันทร์จิรา ความเจ็บแล่นไปจนทั่ว
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 6
“เบิกตัวผู้เชิญดวงวิญญาณ”จันทร์จิราหันไปมองด้านหลังเห็นชายชรารูปร่างสูงพอประมาณมีหนวดเคราสีขาว ผมสีขาว ใบหน้าบ่งบอกว่าน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปี ชายผู้นั้นเดินเข้ามาคุกเข่าด้านข้างจันทร์จิรา จันทร์จิรารีบลุกขึ้นจัดท่าทางตนเองเปลี่ยนเป็นท่านั่งเรียบร้อยไม่ให้เสียชื่อกุลสตรีไทย หลังจากที่กึ่งนั่งกึ่งนอนในทีแรก ใบหน้าจันทร์จิราก้มลงมองพื้น เหตุการณ์ตอนนี้คล้ายจะเป็นการตัดสินสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นแน่“ผู้นำดวงวิญญาณ เจ้ารู้หรือไม่ว่าความผิดของเจ้าคือสิ่งใด”“กระหม่อมทราบดีพ่ะย่ะค่ะ”“เจ้าประมาทเลินเล่อปล่อยให้ดวงวิญญาณของหญิงผู้นี้ตกเข้าไปในห้วงเวลา และทำให้ก่อเกิดปัญหาใหญ่ เจ้ายินดีรับความผิดนี้ของเจ้าหรือไม่”“กระหม่อมยินดีพ่ะย่ะค่ะ”“โทษของเจ้าคือ งดการเลื่อนขั้นหรือย้ายฝ่าย ให้เจ้าดำรงตำแหน่งผู้นำดวงวิญญาณต่อไปอีกห้าร้อยปีอย่างไม่มีข้อเรียกร้องหรือข้อต่อรองใด”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”ชราผู้นั้นหมอบลงกับพื้นรับคำสั่งจากเบื้องบน ใบหน้าที่แก่ชราอยู่แล้ว ดูวิตกกังวลทำให้ยิ่งแก่ชรากว่าเดิมไปเสียอีก “ส่วนเจ้า!”น้ำเสียงเข้มดุดันถึงแม้ผู้พูดจะหล่อเหลาปานใด แต่ก็ทำให้จันทร์จิราสะดุ้งสุดตัวด้
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 7
หลังจากนั้นไม่นานจันทร์จิราก็พบว่ารอบตัวของเธอกลายเป็นสีขาวอีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างเบื้องหน้าจะค่อยๆ ปรากฏภาพจนชัดเจนขึ้น ภาพผู้คนมากมายในชุดจีนโบราณเดินกันไปมาทำให้จันทร์จิราอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ นี่เธอยังอยู่ในยุคจีนโบราณอยู่หรือนี่ ข้างกายปรากฏชายชราคนเดิมผู้นำดวงวิญญาณที่ถูกทำโทษมาพร้อมๆ กับเธอเมื่อครู่นั่นเอง หากแต่เวลานี้ใบหน้าของชายชราบ่งบอกถึงความผ่อนคลายมากกว่าเมื่อครู่อยู่มากทีเดียว แน่ละสิเขาโดนโทษเพียงเล็กน้อยจะต้องทุกข์ร้อนอะไรกัน เธอนี่สิโดนจัดหนักเลยทีเดียว“ที่นี่คือที่ไหนกันเจ้าคะ”แม้จะยังโกรธเคืองอยู่ในใจไม่น้อยแต่จันทร์จิราก็ยังคงปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ และพยายามปรับคำพูดของตนให้สอดคล้องกับสถานการณ์โดยรอบ ออกจะติดขัดไปบ้างแต่ก็ไม่ยากลำบากนัก“ที่นี่คือหนิงอัน”หนิงอัน เอ่อ... มันมีชื่อเมืองนี้อยู่ส่วนไหนของโลกกันนี่ จันทร์จิราได้แต่ถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้ารับอย่างขอไปที ผู้นำดวงวิญญาณชี้นิ้วไปที่หญิงท้องแก่ผู้หนึ่ง ใบหน้าของนางงดงามราวภาพวาด ผิวพรรณขาวนวลเปล่งประกายคล้ายไข่มุก ดวงหน้ากลม คิ้วโก่งรับกับดวงตาคม จมูกโด่งแต่พองาม ริมฝีปากบางสีชมพูราวผลอิงเถา ช่างงดงามห
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 8
ปลายยามจื่อ (เท่ากับเวลา 23.00 น. จนถึง 24.59 น.) จันทร์จิราที่ตอนนี้มีนามว่าเยว่เอ๋อร์กำลังหลับขดตัวใต้ผ้าแพรผืนเก่าผ่านการปะชุนมานับไม่ถ้วน สะดุ้งตื่นเนื่องจากได้ยินเสียงคนกำลังคุยกันที่ด้านในศาลเจ้า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลุงผู้ดูแลศาลเจ้าจะมาเปิดศาลเจ้า แล้วเสียงที่นางกำลังได้ยินเวลานี้เป็นใครกัน ดวงตาหวานคมเบิกกว้างขโมยอย่างนั้นหรือ!ใบหน้ากลมแนบเข้ากับผนังแอบฟังเสียงที่เล็ดลอดเข้ามา“เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี”เสียงทุ้มบ่งบอกว่าคนพูดน่าจะมีอายุไม่น้อยเอ่ยขึ้นอย่างเคร่งเครียด“องค์ชายเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้น หากช้ากว่านี้ข้าเกรงว่าพิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ...”เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นพร้อมๆ กันบ่งบอกความห่วงใยของพวกเขาที่มีต่อบุคคลที่สามที่เรียกว่าองค์ชาย“เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะบุกเข้าไปเอง”“อาฟง เจ้าใจเย็นๆ ก่อน หากเจ้าบุ่มบ่ามเข้าไป นอกจากช่วยองค์ชายไม่ได้แล้ว แม้แต่ตัวเจ้าเองก็คงเดือดร้อนไปด้วย”โครม! ชายห้าคนลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งตรงไปที่ด้านหลังรูปปั้นพระพุทธรูป มองร่างเล็กกลมของเด็กน้อยผู้หนึ่งที่พุ่งทะลุกำแพงเข้ามา เยว่เอ๋อร์ค่อยๆ ลุกขึ้นจดจ้องชายวัยฉกรรจ์ตรงหน้าแล้วกะพริบต
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 9
“เช่นนั้นจงให้คนไปเอาตัวนางมา”เยว่เอ๋อร์ถูกนำตัวมาด้านใน ใบหน้ากลมมีน้ำตาอาบแก้มดวงตาหวานสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวคล้ายกวางน้อย ท่าทางเช่นนี้เรียกความน่าสงสารจากผู้คนได้อย่างอัศจรรย์ เมื่อมาอยู่หน้าชุ่ยฮองเฮาร่างน้อยๆ ก็ทรุดตัวนั่งลงในทันทีอย่างรู้ความ ชุ่ยฮองเฮามองเด็กน้อยตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วสงสัยในที เด็กน้อยตรงหน้าวัยไม่น่าจะเกินห้าขวบ แต่ท่าทางคล้ายรู้ความเกินวัย แม้แววตานั้นจะคล้ายกำลังหวาดกลัว แต่นางใช้ชีวิตในวังหลวงมาเกือบค่อนชีวิตทำให้ไม่สามารถเชื่อหรือไว้ใจใครได้อย่างสนิทใจ“เจ้าชื่อแซ่อะไร”“หม่อมฉันแซ่เฉิน ชื่อเยว่เอ๋อร์เพคะ”ใบหน้างามของสตรีสูงศักดิ์สะกดดวงตาของเยว่เอ๋อร์ให้มิอาจละสายตาได้ ช่างงดงามหาใครเทียบได้ยากจริงๆ“บังอาจจ้องฮองเฮาเยี่ยงนี้อยากตายหรือไร”ใบหน้ากลมก้มลงในทันทีตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ชุ่ยฮองเฮายกมือปรามนางกำนัลคนสนิท มองท่าทางของเด็กน้อยตรงหน้าแล้วยกยิ้มพอใจ เด็กวัยเพียงเท่านี้บางทีนางคงคิดมากเกินไปกระมัง“เจ้าเป็นอะไรกับองครักษ์เฉินอย่างนั้นหรือ”“ข้า... เอ่อ... หม่อมฉันเป็นหลานของท่านอาเฉินเพคะ”“อย่างนั้นหรือ”มือเรียวยกชาขึ้นจิบอย่างเชื่องช้าแ
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
บทที่ 10
ร่างเล็กในชุดสีฟ้าอ่อนเดินเคียงข้างบุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก ชุ่ยฮองเฮามองภาพเบื้องหน้าแล้วยกยิ้มมุมปาก ต่อให้องค์ชายสิบเก้าสำคัญกับองครักษ์เฉินขนาดไหนก็ไม่มีทางมีความสำคัญไปกว่าสายเลือดของเขากระมังมือใหญ่กำมือเล็กของเด็กน้อยเอาไว้มั่น ไม่รู้เพราะเหตุใด หากแต่คล้ายมีบางอย่างทำให้เขารู้สึกอยากปกป้องเด็กน้อยนี่ขึ้นมา มันเหมือนมีเส้นใยบางๆ ระหว่างเขากับนางอย่างไรอย่างนั้น“เจ้าชื่ออะไร”“เยว่เอ๋อร์เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ ดวงจันทร์อย่างนั้นหรือ สองเท้าหยุดชะงักหันมาจ้องใบหน้ากลมๆ ของเด็กน้อยด้านข้าง มุมปากหนายกยิ้มอบอุ่น ก่อนกุมมือเล็กเดินต่อไปเบื้องหน้า เยว่เอ๋อร์มองคนตัวสูง ดวงตาของเขาแฝงความเศร้าบางอย่างเอาไว้จนน่าใจหาย สิ่งใดกันที่ทำให้เขาดูเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้“ข้าเรียกท่านว่าท่านอาได้ไหม”“ข้าปฏิเสธได้หรือ”นับจากที่นางป่าวประกาศว่าเขาคืออาของนาง เขาก็คงไม่สามารถมีสถานะอื่นได้อีก ใบหน้ากลมย่นยู่บ่นงุบงิบฟังไม่ได้ศัพท์ เห็นแล้วให้รู้สึกขบขันยิ่งนักเมื่อเข้ามาในเขตเรือนพักด้านหลังภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เยว่เอ๋อร์อดประหลาดใจไม่ได้ เรือนไม้สภาพมิเก่ามิใหม่ ด้านในปราศ
last updateLast Updated : 2026-02-09
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status