LOGINวาจาที่หลุดออกมาจากปากร้ายกาจทำให้อารดาแทบกรี๊ดออกมาดังๆ โดยเฉพาะคำว่า ‘ผู้หญิงหน้าบ้านๆ’ ถึงเธอจะไม่สวยอย่างที่เขาเหน็บแนมจริงๆ แต่วันนี้เธอก็ ‘พยายามสวย’ จนสุดความสามารถ และที่สำคัญเธอรับไม่ได้อย่างแรงกับถ้อยคำปรามาสอันแสนระคายหู ทว่ายังไม่ทันจะได้ตอบโต้อะไรเสียงทุ้มก็โพล่งขึ้นเสียก่อน
“เอ่อ…ว่าแต่ผมขอเบอร์คุณหน่อยสิ เผื่อวันไหนเกิดอารมณ์เปลี่ยวจนนึกอยากลอง ‘ของแปลก’ จะได้โทร.หา” ถึงแม้เดเรคจะไม่พิสมัยแม่สาวไซต์มินิเตี้ยหมาเลียตูด แถมยังควานหาความสวยแทบไม่เจอ เรียกได้ว่าไม่มีอะไรตรงสเปกและกระแทกตาดึงดูดใจ แต่ผู้ชายกะล่อนอย่างเขาก็ยังไม่วายหว่านเสน่ห์เรี่ยราดใส่สาวเจ้า เพราะถือคติที่ว่าบริหารเสน่ห์วันละนิดจิตแจ่มใส ซึ่งคำพูดเหลือรับประทานที่พ่อคนโอหังพ่นออกมาจากปากหยักลึก ก็ทำให้ความอดทนของอารดาขาดสะบั้นลงในชั่วพริบตา
“ปากสุนัขเรียกพี่แบบนี้ อย่าอยู่เลย!” ขาดคำคนตัวเล็กก็ง้างฝ่ามือเรียวขึ้นกลางอากาศ หวังจะฟาดลงที่ซีกแก้มสากแรงๆ เพื่อดับอารมณ์ ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าข้อมือกลมกลึงเอาไว้ได้ทันเสียก่อน จากนั้นเขาก็จัดการรวบมือของเธอทั้งสองข้างด้วยมือใหญ่เพียงแค่ข้างเดียว
“จุๆๆ ชอบเล่นบท ‘ตบจูบ’ ก็ไม่บอก ป๋าจะได้จัดให้” เจ้าของร่างทรงพลังจงใจลอยหน้าเข้ามาเฉียดพวงแก้มสีระเรื่อ ทำเอาหญิงสาวแทบผงะ หัวใจดวงน้อยเต้นคร่อมจังหวะอย่างมิอาจห้ามได้
“อย่านะ ไอ้คนกักขฬะ ปล่อยฉันนะ ปล่อย!” อารดาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่ปากส่งเสียงประท้วงดังลั่น
“แน่จริงก็เก่งให้ตลอดสิทูนหัว” ชายหนุ่มเอ่ยท้าด้วยท่าทางเป็นต่อพร้อมเลิกคิ้วสูง กลิ่นสาบสาวหอมกรุ่นซึ่งลอยมาเตะจมูกทุกคราที่เธอขยับเขยื้อนกายออกอาการพยศ ทำให้เดเรคชักจะเปลี่ยนใจอยากลิ้มลอง ‘ของแปลก’ ขึ้นมาครามครัน ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงหน้าบ้านๆ จะทำให้เรือนกายทรงพลังตื่นตัวได้มากถึงเพียงนี้
“คุณมันน่ารังเกียจ รังแกคนไม่มีทางสู้!” เสียงห้วนจัดด่าทอดังสนั่น พลางจ้องใบหน้าหล่อระเบิดระเบ้อราวกับจะจับเขาแยกชิ้นส่วน เพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ
“ก็คุณมันน่ารังแกนี่นาเบบี๋” แทนที่จะกราดเกรี้ยวเขากลับฉีกยิ้มกว้างยียวน แถมยังมีหน้ามาทำตากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์จนเธออยากจะกรี๊ดออกมาให้ดังๆ
“ไอ้ผู้ชายบ้า ไอ้คนกวนประสาท ไอ้คนหล่อสติเฟื่อง!” คำก่นด่าในตอนท้ายที่ตีความหมายว่า ‘เพี้ยน’ ทำให้พ่อหนุ่มเพลย์บอยถึงกับฉุนกึก
“เป็นสาวเป็นนางหัดพูดจาให้มันไพเราะหน่อยสิทูนหัว ไม่ใช่คำก็ด่าสองคำก็ด่าแบบนี้…” เขายังไม่ทันกล่าวให้จบประโยคเสียงหวานก็ดังแทรกขึ้น
“คุณมันคน…”
“จุๆๆ ผมยังพูดไม่จบ อย่าเพิ่งสวนสิยาหยี นี่ไม่ใช่สิ่งที่กุลสตรีพึงกระทำรู้ไหม” ปลายนิ้วกระด้างทว่าร้อนผ่าวจรดลงบนกลีบปากสีชมพูระเรื่อที่เจ่อนิดๆ เพราะฤทธิ์จูบของเขา ทำเอาร่างบางถึงกับสะท้านน้อยๆ หากแต่สร้างความพึงพอใจให้อีกฝ่ายอย่างประหลาดล้ำ
“แค่โดน ‘นิ้ว’ ของผมคุณก็อึ้งจนพูดไม่ออกเลยเหรอสาวน้อย แล้วถ้าเป็น ‘ส่วนอื่น’ ล่ะ คุณไม่ตะลึงจนช็อกไปสามวันเจ็ดวันเลยหรืออย่างไร” ถ้อยคำที่เน้นไปในทางสองแง่สามง่าม ทำให้เจ้าของใบหน้าแดงก่ำนึกอยากจะซัดพ่อคนกวนประสาทให้คว่ำนัก
“เชิญคุณเอา ‘ส่วนอื่น’ ที่คุณแสนจะภาคภูมิใจ ไปนำเสนอกับคนอื่นเถอะย่ะ” หญิงสาวเชิดหน้าโต้ตอบเสียงสะบัด เต็มไปด้วยความโมโหสุดขีด
“ระวังนะ หวงเนื้อหวงตัวมากๆ อะไรๆ มันจะขึ้นสนิมเสียหมด เรือนร่างของผู้หญิงถูกสร้างมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้ชายรู้ไหม” ในขณะที่อารดากำลังแทบเต้นเป็นเจ้าเข้าอยู่นั้น เขากลับสำเริงสำราญกับการยียวนให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเอง นัยน์ตาสีเฮเซลส่อประกายรื่นรมย์จนน่าหมั่นไส้
“หื่นขึ้นสมอง!” เสียงหวานประณามดังลั่น พร้อมพยายามบิดข้อมือกลมกลึงทั้งคู่ให้หลุดพ้นจากพันธนาการแกร่งจนเป็นผลสำเร็จ
“ผู้ชายไม่หื่น ก็คงถูกจัดให้อยู่ในหมวดบุคคลไร้สมรรถภาพทางเพศ และคนอย่างผมก็ยังฟิตปั๋งชนิด ‘โด่ไม่รู้ล้ม’ ห่างไกลจากคำนั้นมากโขเลยจ้ะเบบี๋” คนโดนตีแสกหน้ายังคงยิ้มร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่ว่าเธอจะด่าทอและเหน็บแนมอะไรเขาก็สามารถตอบโต้ได้เสียหมด
อารดาเม้มปากจนเกือบเป็นเส้นตรง ขณะเดียวกันนั้นสมองน้อยๆ ก็พยายามคิดหาคำด่าทออันเจ็บแสบ ทว่าก่อนที่สงครามน้ำลายจะยืดเยื้อและชวนปวดหัวมากไปกว่านั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดตาทัพเสียก่อน
“นายครับ”
แล้ววิกเตอร์กับบอดี้การ์ดนับห้าชีวิตก็วิ่งมาหยุดลงตรงหน้าเจ้าพ่อหนุ่ม พร้อมด้วยอาวุธในมือครบครัน เหตุที่วิกเตอร์มาช้า เพราะคืนนี้เขาโดนสั่งห้ามไม่ให้ติดตามอย่างเด็ดขาด โดยเดเรคอ้างว่าอยากออกมาท่องราตรีเพียงลำพัง แต่สุดท้ายเลขาฯ หนุ่มก็อดขัดคำสั่งไม่ได้ เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจพิลึก จนมารู้จากตำรวจสายตรวจว่ามีคนวิ่งไล่ยิงกันในบริเวณนี้ พอเขาตามมาดูถึงได้แน่แก่ใจว่าผู้ที่โดนประทุษร้ายคือเจ้านายหนุ่มอย่างที่คาดการณ์เอาไว้นั่นเอง
“เก็บปืนของพวกแกซะ” น้ำเสียงทรงอำนาจออกคำสั่งประกาศิต ขณะปรายตามองเจ้าของร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเดเรคก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น เพราะไม่เห็นความตระหนกฉายออกมาทางสีหน้าและแววตาของอีกฝ่าย น่าแปลกยิ่งนักที่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัวปืน
“นายได้รับบาดเจ็บหรือเปล่าครับ” วิกเตอร์ถามพลางมองเจ้านายหนุ่มสลับกับผู้หญิงแปลกหน้าอย่างงงๆ ก่อนที่อารดาจะขยับมายืนด้านหลัง เพราะคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน และที่สำคัญเธอจะชิ่งหนีทันทีที่มีโอกาส แต่ดูเหมือนว่าความหวังมันจะริบหรี่ เมื่อเขาคว้าเข้าที่ข้อมือกลมกลึง แล้วถึงได้เอ่ยตอบคำถามลูกน้อง
“ฉันปลอดภัยดี”
“ขอโทษครับที่พวกผมมาช้า”
“มันไม่ใช่ความผิดของพวกแกหรอก เพราะฉันเป็นคนสั่งไม่ให้ใครติดตามเอง”
“แล้วคนร้าย…” ก่อนที่คนสนิทจะทันได้กล่าวออกมาให้จบประโยค เดเรคก็โบกมือเป็นเชิงห้ามปราม จากนั้นเขาก็หมุนกายมาหาอารดา
“ผมขอคุยกับลูกน้องก่อนนะทูนหัว แล้วจะกลับมาสานต่อ ‘เรื่องของเรา’ ให้จบ รออยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด” คำสั่งของพ่อคนบ้าอำนาจทำให้แม่สาวหัวดื้อถึงกับฉุนกึก
“อย่ามาโมเมนะ ฉันกับคุณ…เราไม่มีเรื่องอะไรจะสานต่อกันทั้งนั้นแหละ” อารดาเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างเหลืออด เพราะคำพูดพล่อยๆ นั้นทำให้ลูกน้องของเขามองเธอเป็นตาเดียวกัน
“เอ่อ…ไม่จ้ะ ลูกมาขอนอนด้วย” เมื่อโดนเมียรักคาดคั้นเดเรคก็สารภาพออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง เพราะกลัวแม่ยอดรักจะทำแง่งอนจนไม่ยอมให้เขานอนกอด“แล้วทำไมไม่ให้ลูกเข้ามานอนด้วยล่ะคะ เตียงเราออกจะกว้าง” คุณแม่จอมแสบทำหน้ายุ่งไม่ต่างจากลูกชายเมื่อสักครู่เท่าไร่นัก จนเขาต้องบีบจมูกรั้นอย่างมันเขี้ยว “ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ เด็กๆ ไปนอนแล้ว ส่วนเราสองคนก็อย่ามัวแต่คุยกันอยู่เลย นอนดีกว่านะเมียจ๋า” ขาดคำเขาก็ตั้งท่าจะรวบร่างอรชรเข้าสู่อ้อมอก ทว่าเธอกลับขยับกายหนีเสียก่อน “ไม่ต้องมาทำเฉไฉเลยนะคะ บอกดาด้ามาซะดีๆ ว่าทำไมเจ้าสามแสบถึงยอมไปนอนง่ายๆ คุณแอบไปตกลงอะไรกับลูกไว้หรือเปล่า” หญิงสาวถามเสียงเรียบ พร้อมหรี่ตาอย่างจับพิรุธคุณสามี “ทำไมถึงขี้สงสัยจังนะเมียเรา” พ่อหนุ่มกะล่อนเย้าเสียงกลั้วหัวเราะ“ถ้าไม่อยากให้สงสัย ก็ไขข้อข้องใจมาสิคะ” เสียงหวานสวนกลับทันควัน“คุณอยากรู้จริงๆ เหรอทูนหัว ว่าผมไปตกลงอะไรกับลูกไว้” คนเจ้าเล่ห์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ในใจก็ได้แต่แอบกระหยิ่มยิ้มย่องเพราะเมียรักกำลังจะหลงกล เขาคิดไม่ผิดเลยจริงๆ ที่ทำเป็นบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเล่าความจริงให้เธอฟัง และทำเป็นเหมือนไม่สลักสำค
“มารบกวนดึกๆ ดื่นๆ ขนาดนี้อยากตายหรือไงฮะ!” ทันทีที่แง้มประตูออก เดเรคก็เค้นเสียงกระด้างลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดสุดฤทธิ์ ก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นผู้ที่กล้ามากวนใจในยามวิกาล “เรานอนไม่หลับ!” สามวายร้ายตัวจิ๋วต่างพร้อมใจกันตอบโต้ผู้เป็นพ่อด้วยประโยคเหมือนกันเปี๊ยบ สมแล้วที่เป็นฝาแฝดซึ่งคลานจากท้องแม่ในเวลาไล่เลี่ยกันไม่กี่นาที คุณพ่อลูกสี่ทำหน้าเมื่อย พร้อมพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าแฝดนรกทั้งสามบุกเข้าห้องนอนของเขากับภรรยาสุดที่รักในยามวิกาล ดีที่ลูกชายคนเล็กยังไม่ประสีประสา ไม่งั้นคงคลานลงจากเตียงมาร่วมผสมโรงกับพวกพี่ชายตัวแสบด้วย“นอนไม่หลับก็ต้องนอน เด็กไม่ควรนอนดึกรู้ไหมไอ้สามทหารเสือ” ผู้เป็นพ่อก้าวขาออกไปเผชิญหน้ากับลูกๆ แล้วค่อยๆ งับประตูลงอย่างเบามือ เพราะเกรงว่าตนกับลูกจะเป็นสาเหตุให้แม่ยอดยาหยีตื่น“เราไม่ใช่เด็ก” พี่ชายคนโตเงยหน้าเถียงคอเป็นเอ็น ก่อนที่ดีแลนและดันแคนจะผสมโรงอย่างชวนปวดหัว “ใช่ เราเป็นหนุ่มแล้ว แถมยังหล่อมากด้วย” “และที่สำคัญเราสามคนมีแฟนแล้วด้วย” ประโยคสุดท้ายนี่ถ้ามารดามาได้ยินคงแทบจะเป็นลมกับความก๋ากั่นของเจ้าลูกชา
“งั้นป้าฝากน้องด้วยนะลูก” โคลอี้กล่าวอย่างยิ้มๆ “ครับผม” ดันแคนพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะหันไปหานางฟ้าตัวน้อย แล้วก็ต้องฉุนกึก เมื่อแม่หนูแองจี้เดินเข้าไปกอดขาแพนเตอร์ด้วยท่าทางสนิทสนม “แพนเตอร์จ๋า อุ้มๆ” สาวน้อยเงยหน้าทำตาแป๋ว พร้อมเอื้อนเอ่ยออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน จนพ่อหนุ่มมาดขรึมอย่างแพนเตอร์ต้องใจอ่อนยวบ “ช่างอ้อนจริงๆ เลยนะเรา” เสียงห้าวที่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มเย้า ขณะเขี่ยแก้มยุ้ยของสาวน้อยอย่างมันเขี้ยว เรียกเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจจากอีกฝ่าย จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มร่างจ้ำม่ำไว้ในวงแขน ส่วนอาลาเล่ก็ได้แต่ทำหน้าล้อเลียนพี่ชาย เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะหันไปทางคู่ปรับตลอดกาล “กินแห้วอีกแล้วล่ะสิ” อาลาเล่ทำหน้าเย้ยๆ ใส่ดันแคน ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับรวบมือน้อยกำเป็นหมัดแนบลำตัว ทว่าพยายามไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมาทางสีหน้าและแววตา “อะไร กินแห้วอะไร แองจี้ยังไม่ได้เลือกใครเสียหน่อย” ดันแคนทำเสียงสูงกลบเกลื่อนความอับอายระคนหงุดหงิด เพราะยังไม่ทันจะเริ่มจีบก็เหมือนจะไม่สมหวังเสียแล้ว “งั้นฉันจะทำให้นายหมดหวังเร็วขึ้นก็แล้วกัน” อาลาเล่กล่าวอย่างร้ายกาจ
“พี่แพนเตอร์! พี่อาลาเล่!” สามหนุ่มพากันร้องเสียงดังลั่นด้วยความยินดี แล้ววิ่งหน้าตั้งมาหาสองพี่น้องทายาทตระกูลโบลาโกนี ส่วนแดนนี่ที่ถูกพี่ๆ ทิ้งก็เดินเตาะแตะตามหลังมา พร้อมรอยยิ้มร่าประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างจากพี่ชายทั้งสาม หลังจากทักทายแพนเตอร์ สามทหารเสือสุดแสบก็พากันกระโจนเข้าไปกอดอาลาเล่ จนเธอแทบหงายหลังล้ม แต่ยังดีที่มีพี่ชายพยุงร่างไว้เสียก่อน “หยุดกอดพี่ได้แล้ว พี่อึดอัด” เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆ“นั่นสิวะ พวกนายสามคนหยุดกอดน้องสาวฉันเสียที” คนหวงน้องสาวทำเสียงเข้มติดจะห้วนออกคำสั่ง สีหน้าเรียบตึงด้วยความไม่ชอบใจ “แหม…กอดแค่นี้ทำเป็นหวงนะพี่ชาย” ดีแลนเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้“นั่นสิ ทำหน้าดุอย่างกับว่าเราจะแย่งน้องสาวไปอย่างนั้นแหละ รู้หรอกน่าพี่ชายว่าหวงน้องสาวมากแค่ไหน” เดฟสัพยอกอย่างยิ้มๆ “อาลาเล่ ดันแคนขอจีบได้ไหม” อยู่ๆ ดันแคนก็โพล่งขึ้นกลางวงสนทนา อาลาเล่อ้าปากค้าง เพราะไม่นึกว่าคนที่ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอมาตลอดจะมาจีบเอาซะดื้อๆ แถมยังพูดมันออกมาต่อหน้าทุกคนอีกต่างหาก “ดันแคน!” แพนเตอร์ตวาดลั่น ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงด้วยความไม่สบอารมณ์สุดขีด เพร
สองปีผ่านไปวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เดเรคพาเมียรักและลูกๆ มาพักผ่อนที่เกาะส่วนตัว โดยไม่ลืมชวนครอบครัวของฟรานเชเซียสกับทวิชา และครอบครัวของแมทธิวกับโคลอี้มาร่วมปาร์ตี้บาร์บีคิวริมหาดด้วย“มาช้านะพวก มัวแต่อ้อนเมียอยู่หรือไงวะ” เจ้าบ้านเอ่ยเป็นเชิงทักทาย พร้อมสัพยอกด้วยท่าทางครื้นเครงตามประสาพ่อหนุ่มขี้เล่นผู้มากอารมณ์ขัน “ก็อยากอ้อนอยู่หรอกนะ ถ้าเมียไม่ติดงาน นี่ก็พาเข้าไปเคลียร์งานก่อนมา ขนาดวันหยุดเมียฉันยังไม่เว้นเลยว่ะ” ฟรานเชเซียสหันไปมองยังเบื้องหลัง ครั้นเห็นทวิชามัวแต่ชี้ชวนลูกดูนั่นดูนี่ เขาก็บ่นอุบเป็นเชิงนินทาเมียรัก เรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี “แล้วเมื่อไรแกจะให้เมียเลิกทำงานวะ”“จนกว่าจะเกษียณอายุโน่นแหละค่ะ นกถึงจะเลิกอาชีพตำรวจ” ยังไม่ทันที่คนถูกถามจะได้อ้าปากโต้ตอบ เสียงหวานก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน ทำให้เจ้าพ่อค้าอาวุธได้แต่ยักไหล่ ราวกับจะบอกเป็นนัยๆ ว่าแล้วแต่แม่เจ้าประคุณจะตัดสินใจเถอะ เพราะคนรักและเคารพเมียอย่างเขาไม่กล้าขัดใจเธออยู่แล้ว “สวัสดีครับคุณนก” เดเรคกล่าวทักทายภรรยาของเพื่อนรักด้วยท่าทางเป็นกันเอง“สวัสดีค่ะคุณเดเรค” ทวิชาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก
“ยินดีต้อนรับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะจ๊ะหนูดาด้า” หลังจากชื่นชมหลานชายทั้งสามจนหนำใจมาดามดาเลียก็หันมาพูดกับอารดาด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ขอบคุณมากค่ะคุณป้า” เสียงหวานกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ “ว้าย! เรียกคุณป้าไม่ได้จ้ะ ต้องเรียกว่ามัม ไหนลองเรียกมัมสิลูก”“ขอบคุณมากค่ะมัม”“เรียกลุงว่าแด๊ดด้วยนะลูก” “ค่ะแด๊ด” ความว่าง่ายของสาวเจ้าทำให้คนแก่ทั้งคู่ต่างคลี่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ“ยินดีต้อนรับเราสามคนด้วยนะหลานย่า” เจ้าของน้ำเสียงอ่อนหวานพูดกับหลานๆ ด้วยรอยยิ้มละมุนละไมที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น ขาดคำนางดาเลียก็อดที่จะก้มลงหอมแก้มหลานชายทั้งสามอีกครั้งไม่ได้ “ขอบคุณมากฮะคุณย่า ดันแคนรักคุณย่าที่สุดเลย” “ดีแลนก็รักคุณย่าที่สุดในโลก”“เดฟก็รักคุณย่ามากเหมือนกันครับ” ท่าทีแย่งกันประจบคุณย่าของเจ้าตัวแสบทั้งสามทำให้เดเรคและอารดาต่างพากันอมยิ้มด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว “แล้วไม่รักปู่หรือไงหือ” นายแดเนียลเอ่ยเรียกร้องความสนใจจากหนุ่มน้อยทั้งสาม ครั้นได้ยินดังนั้นสามศรีพี่น้องก็ต่างแจ้นไปซบอกกว้างของคุณปู่อย่างประจบเอาใจ แล้วส่งเสียงเจื้อยแจ้วแย่งกันบอกรักผู้เป็นปู่ เรียกเ







