FAZER LOGINร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้
“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”
อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไร
ก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์
ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ
“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหู
ถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีทันใด
และมันยิ่งชัดเมื่อรู้สึกได้ว่าริมฝีปากนั้นแนบลงที่กลางหน้าผากเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ปลายจมูกวนเวียนเบาๆ ซ้ำๆ ที่ข้างแก้มสาวแล้วหยุดลงเฉยๆ
อรรัมภาไม่รู้ตัวว่าเอาความกล้ามาจากไหน ถึงได้เงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของริมฝีปากนั่น สายตาที่จ้องมองมาของเขาแสดงว่ารู้สึกบางอย่างที่เธอไม่รู้จัก
แต่สัมผัสได้ถึงพลังแห่งแรงดึงดูดบางอย่าง ที่มากมายมหาศาลจนไม่อาจจะหลบสายตาคู่นั้นได้
ยิ่งเขาเข้ามาใกล้และแนบใบหน้าจรดลงที่หน้าผากของเธอ ลมหายใจที่ปลายจมูกของทั้งคู่รดกัน ริมฝีปากที่ห่างเพียงแค่เล็กน้อย ไม่มีคำพูดใดเอื้อนเอ่ยทั้งสิ้น
มีเพียงเสียงลมหายใจที่รดกันเบาๆ ของทั้งคู่ ก่อนที่เมฆินทร์จะทาบทับริมฝีปากของตนแนบสนิทลงมาโดยไม่พูดไม่จาสิ่งใด
อรรัมภารู้สึกเหมือนตัวเองถูกลมพายุพัดแรงเสียจนยืนไม่ติด แรงลมนั้นพาเธอลอยไปไกลแล้วก็ฉุดกระชากให้กลับมาอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างไม่อาจคาดเดาและจัดการแก้ไขสิ่งใดได้ นอกจากพาตัวเองคล้อยไปกับคลื่นลมนั้นอย่างวางใจ
เมฆินทร์ยืดอกยอมรับกับตัวเองเลยว่าอดใจไม่อยู่จริงๆ ยามที่อรรัมภาอยู่ในอ้อมแขนเช่นนี้ แม้จะพยายามหักห้ามความรู้สึกที่เก็บงำไว้อย่างมิดชิดในหัวใจมานานนับปี สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความปรารถนาลึกซึ้งของหัวใจ
เขายอมรับว่าตั้งแต่เห็นภานุมาที่ไร่ และแสดงท่าทางความสนิทสนมที่มีต่ออรรัมภา มันทำให้ขัดหูขัดตาอย่างที่สุด ถึงขนาดที่ว่าคิดทำอะไรแผลงๆ เทน้ำเปล่าลงที่นอนตัวเอง จัดฉากให้สมเหตุสมผลเพื่อมานอนอยู่บนเตียงนี้ คำเดียวที่ก้องในหัวก็คือ
‘เธอเป็นของใครไม่ได้’
แปดปีเต็มที่เมฆินทร์ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านเลยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทีแรกเขาคิดว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ ในหัวใจ ไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แต่เอาเข้าจริงแล้ว...
สิ่งที่ซ่อนไว้นานแสนนาน มันกำลังจะลุกขึ้นเรียกร้องทวงสิทธิ์อันชอบธรรมของคำว่า สามีตามกฎหมาย
แต่ก่อนที่ลมพายุจะพัดพาอรรัมภาไปดินแดนแสนไกลที่ไม่เคยรู้จัก ริมฝีปากของเมฆินทร์ก็ถอนรสจูบนั้นออกมาเสียก่อน เสียงหอบหายใจคล้ายขาดอากาศหายใจของเธอคือการเรียกสติ หากแต่เมื่อสบตาคู่นั้นที่จ้องมองอยู่ อรรัมภาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าต้องพูดคำว่าอะไร หรือแสดงสีหน้าท่าทีเช่นไรในเวลานี้
“นอนซะ ทีหลังอย่าลืมเก็บผ้าอีก” ใบหน้าคมพูดน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่แววตานั้นเป็นประกายเผยความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด
อรรัมภาทำได้แค่เพียงหลบตาแล้วรีบตะแคงตัวหนีหน้าทันที หัวใจสาวเต้นแรงแทบจะหลุดออกมา ร่างกายร้อนไปหมดไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกตัวแม้เพียงเล็กน้อย
เตียงนอนอีกฝั่งมีการเคลื่อนไหวให้รู้ว่าลุกขึ้น และคำตอบที่ได้คือเขาเดินไปปิดไฟ จากนั้นก็กลับมาล้มตัวลงนอนที่เดิมอีกครั้ง แต่ที่เพิ่มเติมคือชิดติดตัวเธอชนิดที่เรียกว่าแกะไม่ออก
ไม่ใช่แค่นั้นเมฆินทร์ยังสอดแขนเข้ามาให้เธอหนุน และใช้แขนอีกข้างโอบรอบเอวเธอไว้อีก เสียงฝนเทกระหน่ำไม่ขาดสาย เสียงฟ้าร้องเป็นระยะ ลมหายใจที่รดต้นคอสม่ำเสมอแล้วเช่นกัน อรรัมภาค่อยๆ หลับตาลงอย่างผ่อนคลายในที่สุด
เช้าตรู่ของอีกวันอรรัมภารู้สึกตัวในตอนสาย ตื่นมาก็ไม่เห็นคนเรื่องมากเมื่อคืนเสียแล้ว มีเพียงกระดาษใบเดียวเขียนวางไว้ที่หัวเตียงสั้นๆ ว่า
‘เช้านี้ไม่กินข้าว เที่ยงอยากกินเส้นใหญ่ราดหน้า’
อรรัมภาวางกระดาษลงอย่างสบายใจ เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ พลางคิดว่าในตู้เย็นมีอะไรมาทำเส้นใหญ่ราดหน้าให้คนที่อยากกินได้บ้าง
เมื่อเดินเข้ามาในครัวของที่ต้องการก็วางไว้บนโต๊ะเรียบร้อย ที่ชอบใจที่สุดก็เห็นจะเป็นผักคะน้าที่เก็บสดๆ มาจากไร่ปลอดสารพิษของเขานั่นเอง
เธอจัดการกับอาหารเช้าของตัวเองง่ายๆ แล้วก็ถือโอกาสเตรียมมือกลางวันไว้รอเลย เสร็จงานในครัวอรรัมภาก็จัดแจงงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ที่พอมองเห็น
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
“นั่นซิคะ นายยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย กินก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ไปค่ะ เข้าข้างในกัน มาค่ะ คุณอร” นางแช่มกระวีกระวาดพาอรรัมภาเดินเข้าไปด้านในเมฆินทร์มองหน้าลูกน้องที่ยืนไม่พูดไม่จา เขารู้ว่าไม่ควรเอาความหงุดหงิดมาลงกับใคร แต่มันก็ห้ามใจไม่อยู่เพราะตอนที่เดินออกมาเห็นอรรัมภาและเหล่าลูกน้อง ดูสนิทสนมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันโดยมีนางแช่มเป็นตัวประสาน“อยากพักก็ไปพักให้สบายใจ แล้วอย่าลืมตามงานที่สั่งให้เรียบร้อย”แค่นี้แหล่ะ คนฟังก็โล่งอก หายใจคล่องขึ้นมาทันทีส่วนเมฆินทร์เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศหมายจะจัดการกับคนมาใหม่ที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์หงุดหงิดให้สาแก่ใจราดหน้าร้อนๆ ในจานเติมเครื่องปรุงนิดหน่อยมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นชื่นใจ เมฆินทร์แสร้งทำว่าไม่เห็นสิ่งที่วางตรงหน้า สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลดละ ทั้งที่กลิ่นหอมนั้นเร่งให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้นเป็นระยะ“กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้ค่า คุณเมฆ”นางแช่มที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก เดินเข้ามาเพื่อเชื้อเชิญให้เจ้านายหนุ่มกินข้าว แต่เมฆินทร์ยังเฉย ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอรรัมภาที่พอจะมองบรรยากาศในเวลานี้ออกก็รู้ว่าควรทำเช่นไร
“แล้วนายของป้าแช่มล่ะคะ” อรรัมภาอยากรู้ว่าคนอยู่ไหนมากกว่า“อยู่ในไร่ค่ะ ตอนนี้กำลังยุ่ง” หญิงวัยกลางคนถือของเข้ามาในครัวแล้วเอ่ยต่อว่า“ป้าซื้อของสดมาให้คุณทำกินคนเดียว ช่วงนี้นายไม่ได้มาที่นี่ ปิดบ้านให้ดีนะคะ ถ้ามีอะไรก็โทร.หาป้าได้ค่ะ” นางแช่มเขียนหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของตนให้“นายของป้าแช่มนี่มีหลายบ้านซินะคะ” อรรัมภารับกระดาษมาถือไว้ในมือพร้อมกับคิดในใจว่า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่อยู่ที่จัดไว้ให้เธอเฉพาะ“ปกติก็เห็นอยู่แต่ที่นี่นะคะ นอกจากถ้ามีใครมาก็อาจจะพาไปนั่งกินนั่งคุยชมดาวที่ท้ายไร่บ้าง”“แล้วตอนนี้ไปอยู่บ้านใครล่ะคะ ถ้ามีบ้านแค่สองที่”“นอนออฟฟิศค่ะ”นางแช่มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่เมฆินทร์ถึงได้ให้ตนจัดหาที่นอนมาไว้ในห้องทำงาน เท่าที่สังเกตหลายวันนี้เขาแทบไม่กลับมาที่นี่เลย เมื่อเช้าก็แค่สั่งให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้หญิงสาว“ก็ดีค่ะ งานยุ่งไม่ใช่เหรอ เขาอาจจะอยากทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาหาได้บ่อย สะดวกขึ้นมั้งคะ” อรรัมภาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดไปแบบนั้นตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่เคยย่างกรายไปไหน วันๆ วนอยู่แต่ในบ้านนอกบ้านเท่านั้น ตั้งแต่เขาไม่กลับมาสายสวาทก็
“ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะแต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีกมิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาวบรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกิน
พอใกล้เที่ยงก็ลงมือเข้าครัวทำสิ่งที่เตรียมไว้เรียบร้อย เหลือเพียงรอให้คนอยากกินกลับมาเท่านั้น“คุณอร” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อรรัมภาแปลกใจที่เห็นภานุอีกครั้ง“เมื่อวานเจอฝนไหม” หญิงสาวถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจอ วันนี้ตั้งใจมาหาคุณอร” ภานุเอ่ยตามจริงวันนี้ไม่มีคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะเห็นท่าทีของเมฆินทร์เมื่อวานทำให้เขาไม่วางใจเท่าไรนัก วันนี้จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง“นุ มีอะไรหรือเปล่า” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย“เปล่า เมื่อวานไม่มีเวลาได้คุย วันนี้ผมว่างก็เลยแวะมาเพื่อจะถามว่า คุณอรขาดเหลืออะไรไหม ต้องการอะไรอีกหรือเปล่า ผมจะพาไปจัดการวันนี้ครับ อ้อ คุณอรชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือยัง ผมเอาที่ชาร์ตมาให้แล้วนะ ยังไม่ชาร์ตอีกเหรอ เมื่อกี้โทร.มาติดต่อไม่ได้”“ที่พี่อำพลเตรียมมาให้ก็พอแล้ว อีกอย่างอรอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก ขอบคุณนุมากนะที่เป็นห่วง โทรศัพท์เดี๋ยวเอ่อ ค่อยชาร์ตก็ได้”อรรัมภาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขืนพูดมากไปจะทำให้พี่ชายเป็นห่วง อีกอย่างถ้ามีเรื่องด่วนอะไร พี่ชายคงติดต่อมาทางเมฆินทร์เอง“แล้ว เขาทำอะไรไม่ดีกับคุณอรหรือเปล่า”จะว่าไปเรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงที่สุด ท
ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไรก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหูถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีท
เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พอ







