LOGINเมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้
“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริง
ความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง
“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง
“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า
“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท
“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ
“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว
“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันที
เมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พอพ้นเขาไปแล้วทั้งอรรัมภาและภานุก็พูดคุยกันสนิทสนมเป็นธรรมชาติ บ่งบอกให้รู้ว่ามีความสนิทสนมกันมากแค่ไหน
มันทำให้เจ้าของไร่หนุ่มหน้าบึ้งมากขึ้นไปอีก สีหน้าที่แสดงความไม่พอใจ ยังไม่เท่ากับความรู้สึกที่อยู่ในซอกหลืบของหัวใจว่า
‘อรรัมภาจะเป็นของใครไม่ได้ นอกจากเมฆินทร์เท่านั้น’
ห้องนอนค่อยดูเป็นห้องนอน พอให้อรรัมภารู้สึกคุ้นเคยและสะดวกสบายกับการใช้ชีวิตที่นี่ เธอจัดข้าวของใช้ส่วนตัวเรียบร้อยจึงเข้าไปอาบน้ำเพื่อเข้านอน
เสียงฟ้าร้องตามมาด้วยเสียงฝนที่กระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย อรรัมภาคิดว่าพออาบน้ำเสร็จจะออกมาปิดเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้ แล้วเปิดหน้าต่างนอนฟังเสียงฝนให้สบายใจ แต่แล้วความฝันก็ต้องสลายเมื่อเปิดประตูออกมาพบว่า เมฆินทร์นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่บนเตียงนอนของตน
“คุณเข้ามาทำไม” หญิงสาวถามเสียงแข็ง
หวังว่าคงไม่คิดอะไรแผลงๆ ชวนเธอไปนั่งดูฝนที่ระเบียงด้วยกันเหมือนคืนก่อนหรอกนะ
“นอน” เขาตอบสั้นๆ แล้วบิดขี้เกียจจัดที่จัดทางบนเตียงให้ตัวเองต่อ
“เดี๋ยว นี่ห้องฉัน ห้องคุณอยู่โน่น” อรรัมภาชี้มือไปที่ห้องตรงข้าม
“ใช่ แต่มันนอนไม่ได้” เมฆินทร์ล้มตัวนอนอย่างสบายใจ
“ทำไมถึงนอนไม่ได้ นี่ ลุกเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณนอนที่นี่ไม่ได้” หญิงสาวตรงเข้ามาดึงตัวเขาให้ลุกขึ้นทันที
“ทำไมจะนอนไม่ได้ ในเมื่อที่นอนมันมีปัญหา” คนพูดทำสีหน้ายียวนเสียจนอรรัมภาชักจะหมั่นไส้
“มันมีปัญหาอะไร ทำไมถึงนอนไม่ได้”
เธอไม่พูดเฉยๆ แต่ตั้งใจเดินไปอีกห้องหนึ่งเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น อรรัมภากวาดตามองไปที่เตียงเจ้าปัญหา ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ไม่มีอะไรอยู่บนนั้นเลยสักอย่าง ทำให้นึกขึ้นได้ว่า วันนี้ตนเป็นคนจัดการเอาทุกอย่างในห้องนี้ไปทำความสะอาด ทว่า...
ในตู้เสื้อผ้าไม่มีข้าวของสำรองไว้แม้แต่ชิ้นเดียว อรรัมภาจำได้ว่าเมื่อเช้าก่อนจะเอาของเก่าไปซัก เธอตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเอาชุดผ้าปูที่นอนที่อยู่ในตู้มาเปลี่ยนให้ใหม่ พอดีกับจังหวะที่ภานุมาทำให้ลืมไปเลย
“ผ้าปูที่นอนสำรองที่อยู่ในตู้ อยู่ที่ไหนคะ” หญิงสาวกลับมาถามคนที่นอนอย่างสบายอยู่บนเตียงของตน
“ในตะกร้า” เขาพูดหน้าตาเฉย
“หมายความว่าไง นั่นของใหม่ที่พร้อมจะปูนะ”
ก่อนที่อรรัมภาจะกลับไปรื้อตะกร้าผ้าซักให้วุ่นวาย เมฆินทร์ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า
“เมื่อกี้ผมทำน้ำหก”
“ก็เช็ดซิ จะรื้อออกมาทำไม” หญิงสาวส่ายหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย
“ใจคอจะให้นอนทั้งๆ ที่น้ำหกหรือไง คุณอาจจะไม่สนแต่ผมไม่นอน”
“คุณทำน้ำหกตรงไหน” อรรัมภาถามอย่างใจเย็น
“ปลายเตียง”
“แค่ปลายเตียงถึงกับต้องรื้อทุกอย่างเลยหรือไง” อรรัมภาเริ่มไม่ใจเย็นแล้ว
“สรุปสั้นๆ ง่ายๆ คือคืนนี้ผมจะนอนที่นี่ เตียงนี้ มีอะไรไหม” เมฆินทร์พูดหน้าตาเฉยแล้วหลับตาลงต่ออย่างสบายใจ
“นี่ ลุกขึ้นนะจะมานอนอย่างนี้ไม่ได้ กลับไปนอนห้องคุณหรือไม่ก็ลงไปนอนข้างล่าง นี่เตียงฉัน ฉันจะนอน”
หญิงสาวดึงร่างสูงที่นอนเหยียดยาวบนเตียงให้ลุกขึ้น แต่เมฆินทร์กลับไม่สะทกสะท้านกับการรบกวนของเธอแม้แต่น้อย เขาพลิกตะแคงตัวหนี สีหน้าอมยิ้มเหมือนสะใจที่แกล้งคนได้สำเร็จ
“นี่ ลุก” อรรัมภาพยายามรั้งตัวคนนอนหันหน้าหนีให้หันกลับมา
“มาพูดให้รู้เรื่อง ยังไงฉันก็ไม่ให้คุณนอนที่นี่ ลุก” เธอประกาศเสียงดังฟังชัด
ไม่ได้ผล ไม่สะเทือนเลยสักนิด เมฆินทร์เหมือนไม่รู้สึกรู้สาต่อสิ่งที่พูด เจ้าของห้องสาวไม่ยอมแพ้ยังคงออกแรงพลิกตัวให้หันมาให้ได้
แต่แล้วจู่ๆ พ่อเจ้าประคุณก็พลิกตัวกลับมาเองโดยง่าย ทำให้อรรัมภาเสียหลักล้มลงแนบไปกับอกแกร่งในทันที พริบตานั้นเองร่างสูงก็พลิกตัวอีกครั้ง คราวนี้เป็นเธอที่อยู่ใต้แรงควบคุมของเขา
“ปล่อยนะ” อรรัมภาทั้งตกใจทั้งทำตัวไม่ถูก พยายามออกแรงดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของเขา
“ไม่ปล่อย” เมฆินทร์เอ่ยอย่างสบายอารมณ์
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ
ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้
นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค
อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา
ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให
ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”







