LOGIN“ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า
“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”
“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา
“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก
“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”
เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะ
แต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีก
มิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา
“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”
ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาว
บรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกินอาหารกลางวันเรียบร้อย ส่วนสายสวาทมีโทรศัพท์เรื่องงานตามตัวทำให้ต้องตัดใจกลับไปทั้งที่อยากอยู่ต่อ
เมื่ออยู่กันเพียงลำพังแล้ว แต่อรรัมภายังไม่สนใจเขาเอาแต่เก็บกวาดในครัว เมฆินทร์ก็เปิดฉากถามเรื่องที่คาใจทันที
“หมอนั่นมาทำอะไรอีก” เขาเดินเข้ามาถามถึงในครัว ตอนนี้อรรัมภากำลังล้างจานใบสุดท้ายเสร็จพอดี
“เย็นนี้คุณจะกินอะไรคะ ฉันจะได้เตรียมถูก” หญิงสาวไม่ตอบคำถาม
“หมอนั่นมาอีกทำไม เมื่อวานก็เพิ่งมา หรือว่าคิดถึงกันมาก แล้วพรุ่งนี้จะมาอีกไหม” เมฆินทร์อยากรู้เรื่องภานุมากกว่า
“แวะมาดูว่าขาดอะไรอีกไหม เมื่อวานไม่ทันได้คุยกัน คุณก็ไล่เขากลับก่อน ส่วนจะมาอีกไหม ไม่ทราบค่ะ เมื่อกี้เขาก็รีบกลับเลยไม่ได้ถาม”
“ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องมาอีกนะ เกะกะลูกตา” เจ้าของบ้านพาลดื้อๆ
“ถ้าคราวหน้าเขาติดต่อมาว่าจะมา ฉันจะบอกว่าไม่ต้องมาที่นี่ ไปเจอกันข้างนอกแทน เจ้าของบ้านไม่สะดวกต้อนรับแล้วกันค่ะ” หญิงสาวพูดตามที่เขาต้องการ เมฆินทร์ฟังแล้วยิ่งไม่ชอบ
“ไม่ให้มาที่นี่ ก็จะไปเจอกันที่อืน อย่าลืมซิว่าอยู่ที่นี่ เธอต้องฟังคำสั่งฉัน ถ้าฉันไม่ให้ไป ไม่ให้เจอ ก็ห้ามไป ห้ามเจอใครทั้งนั้น”
“ได้ค่ะ ไม่มาที่นี่ ไม่พบกันข้างนอก ชั่วระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ภายใต้คำสั่งคุณ พอใจหรือยังคะ”
อรรัมภาทวนคำสั่งแล้วเดินออกไปจากครัวหน้าตาเฉย เมฆินทร์ทนไม่ไหวคว้าตัวคนเดินผ่านหน้าเข้ามาประชิด
“ปล่อยนะ คุณเมฆินทร์ จะทำอะไร” อรรัมภาตกใจ
“ปกติตัวติดกันตลอดเวลาหรือไง” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาถามใกล้ๆ
“คนทำงานที่เดียวกันก็เจอกันตามปกติ กินข้าวด้วยกันบ้างแล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน แต่อาจจะไม่เหมือนคุณกับคุณสายสวาทเท่าไร”
“ทำไม” เขาย้อนถามเสียงแข็ง
“ใครๆ ก็รู้กันทั้งบางว่า คุณกับคุณสายสวาทเป็นอะไรกัน” หญิงสาวผลักเขาออกห่างแล้วเดินหนีไป
“อย่ามากล่าวหากันลอยๆ ฉันกับสายสวาทไม่มีอะไรเกินเลยนอกจากทำงานด้วยกัน แล้วปกติสายสวาทก็ไม่เคยมากินข้าวที่นี่ด้วย เป็นเธอต่างหากที่ให้สายสวาทกินข้าวเอง” เขาเดินตามมาพูดต่อ
“ราดหน้ามันเยอะ แบ่งๆ กันกินหลายคนจะได้หมด เอาเป็นว่าคุณกับคุณสายสวาทจะเป็นอะไรกัน มันก็เรื่องของคุณ แต่เรื่องฉันกับนุช่วยเข้าใจเสียใหม่ เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน นุเป็นรุ่นน้องพี่อำพลเท่านั้น และที่มาวันนี้ก็เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าฉันปลอดภัย ไม่ขาดเหลืออะไรในการอยู่ที่นี่” อรรัมภาพูดชัดเจน
“ดี หวังว่าจะไม่เจอหน้าอีกนะ แล้วก็เข้าใจเสียใหม่ด้วยว่า ฉันกับสายสวาทเป็นแค่คนทำงานร่วมกัน ไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่ใครเข้าใจ” เมฆินทร์พูดชัดเจนหนักแน่น
“ตามนั้นค่ะ รับทราบ ฉันไม่ติดอะไรเรื่องคุณสายสวาท ที่นี่เป็นบ้านคุณ ถ้าคุณอยากให้ใครมาใครไป ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรอยู่แล้ว แต่คุณอย่าลืมเรื่องที่ต้องจัดการให้ฉันก็พอ”
“เรื่องอะไร”
“เอกสารการหย่าของฉันกับคุณไง”
ตั้งแต่วันที่พูดเรื่องเอกสารการหย่า เมฆินทร์ก็มีท่าทีหมางเมินอย่างเห็นได้ชัด เขาปล่อยให้อรรัมภาอยู่บ้านคนเดียวมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ไม่สั่งเมนูอาหาร ไม่กลับมากินข้าวไม่ว่ามื้อไหน
กว่าจะกลับก็ดึกตื่นมาตอนเช้าเขาก็ออกไปแล้ว ยิ่งสามวันนี้มานี้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้กลับมาเลยด้วยซ้ำ
“ป้าแช่ม” อรรัมภารีบวิ่งไปช่วยหญิงวัยกลางคนที่ถือของลงมารถเดินเข้าบ้าน
วันนี้เป็นวันเติมเสบียงตามคำสั่งของเจ้าของบ้าน แต่ที่น่าแปลกก็คือข้าวของที่นางถือมาดูจะน้อยผิดหูผิดตาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อนางแช่มวางอาหารกลางวันให้
“เส้นใหญ่ราดหน้าค่ะ”
“ของใครคะ” หญิงสาวทำหน้างงเล็กน้อย หรือว่าเมฆินทร์จะกลับมากินข้าวกลางวันเหมือนเคย
“ของคุณแหล่ะค่ะ นายสั่งให้ซื้อมาให้ เจ้านี้เจ้าดังของจังหวัดเลยนะคะ”
ขอบคุณที่ติดตามค่า
“นั่นซิคะ นายยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย กินก่อนดีไหมคะ เดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ไปค่ะ เข้าข้างในกัน มาค่ะ คุณอร” นางแช่มกระวีกระวาดพาอรรัมภาเดินเข้าไปด้านในเมฆินทร์มองหน้าลูกน้องที่ยืนไม่พูดไม่จา เขารู้ว่าไม่ควรเอาความหงุดหงิดมาลงกับใคร แต่มันก็ห้ามใจไม่อยู่เพราะตอนที่เดินออกมาเห็นอรรัมภาและเหล่าลูกน้อง ดูสนิทสนมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันโดยมีนางแช่มเป็นตัวประสาน“อยากพักก็ไปพักให้สบายใจ แล้วอย่าลืมตามงานที่สั่งให้เรียบร้อย”แค่นี้แหล่ะ คนฟังก็โล่งอก หายใจคล่องขึ้นมาทันทีส่วนเมฆินทร์เดินกลับเข้าไปในออฟฟิศหมายจะจัดการกับคนมาใหม่ที่เป็นต้นเหตุของอารมณ์หงุดหงิดให้สาแก่ใจราดหน้าร้อนๆ ในจานเติมเครื่องปรุงนิดหน่อยมาพร้อมกับน้ำเปล่าเย็นชื่นใจ เมฆินทร์แสร้งทำว่าไม่เห็นสิ่งที่วางตรงหน้า สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างไม่ลดละ ทั้งที่กลิ่นหอมนั้นเร่งให้เสียงร้องของกระเพาะดังขึ้นเป็นระยะ“กินข้าวก่อนค่อยทำงานก็ได้ค่า คุณเมฆ”นางแช่มที่ทนไม่ไหวเป็นคนแรก เดินเข้ามาเพื่อเชื้อเชิญให้เจ้านายหนุ่มกินข้าว แต่เมฆินทร์ยังเฉย ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอรรัมภาที่พอจะมองบรรยากาศในเวลานี้ออกก็รู้ว่าควรทำเช่นไร
“แล้วนายของป้าแช่มล่ะคะ” อรรัมภาอยากรู้ว่าคนอยู่ไหนมากกว่า“อยู่ในไร่ค่ะ ตอนนี้กำลังยุ่ง” หญิงวัยกลางคนถือของเข้ามาในครัวแล้วเอ่ยต่อว่า“ป้าซื้อของสดมาให้คุณทำกินคนเดียว ช่วงนี้นายไม่ได้มาที่นี่ ปิดบ้านให้ดีนะคะ ถ้ามีอะไรก็โทร.หาป้าได้ค่ะ” นางแช่มเขียนหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของตนให้“นายของป้าแช่มนี่มีหลายบ้านซินะคะ” อรรัมภารับกระดาษมาถือไว้ในมือพร้อมกับคิดในใจว่า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่อยู่ที่จัดไว้ให้เธอเฉพาะ“ปกติก็เห็นอยู่แต่ที่นี่นะคะ นอกจากถ้ามีใครมาก็อาจจะพาไปนั่งกินนั่งคุยชมดาวที่ท้ายไร่บ้าง”“แล้วตอนนี้ไปอยู่บ้านใครล่ะคะ ถ้ามีบ้านแค่สองที่”“นอนออฟฟิศค่ะ”นางแช่มเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่เมฆินทร์ถึงได้ให้ตนจัดหาที่นอนมาไว้ในห้องทำงาน เท่าที่สังเกตหลายวันนี้เขาแทบไม่กลับมาที่นี่เลย เมื่อเช้าก็แค่สั่งให้จัดการเรื่องอาหารการกินให้หญิงสาว“ก็ดีค่ะ งานยุ่งไม่ใช่เหรอ เขาอาจจะอยากทำงานตลอดเวลาก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาหาได้บ่อย สะดวกขึ้นมั้งคะ” อรรัมภาไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดไปแบบนั้นตั้งแต่มาที่นี่ยังไม่เคยย่างกรายไปไหน วันๆ วนอยู่แต่ในบ้านนอกบ้านเท่านั้น ตั้งแต่เขาไม่กลับมาสายสวาทก็
“ปกติคุณเมฆไม่ปรุง กินรสอร่อย ราดหน้าเธอทำ ก็ต้องรู้ซิ อ่อนอะไร” สายสวาทเอ่ยต่อไปอีกว่า“ถ้ามาอยู่ที่นี่เพื่อทำงานบ้านให้คุณเมฆ ก็ควรต้องรู้ว่าเจ้านายกินอยู่อย่างไร เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้ฉันจะบอกให้ คุณเมฆชอบ...”“ไม่ต้องลำบากคนอื่นหรอก คนที่อยู่ต้องหันมอง หันสนใจ” ว่าแล้วเขาก็เลื่อนจานราดหน้าไปทางอรรัมภา“ถ้างั้นลองชิมรสที่ฉันกินไหมคะ” อรรัมภาตักราดหน้าในจานตัวเองแบ่งให้เมฆินทร์ชิมคำแรก“ชอบไหมคะ ถ้าชอบ ฉันจะได้ปรุงรสนี้ให้”เมฆินทร์มองแล้วตักชิมคำแรก ความจริงรสชาติราดหน้าที่อรรัมภาทำอร่อยถูกปากเขามาก เพียงแต่มันไม่อร่อยลิ้นก็ตรงที่เห็นภานุอยู่ที่นี่ และสายสวาทที่ไม่ยอมกลับไปดึงดันจะตามมาให้ได้นี่แหล่ะแต่เมื่อได้ชิมราดหน้าจากจานของอรรัมภาแล้ว เขาก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าการไม่ปรุงเสียอีกมิน่าเล่า ภานุถึงได้กินไม่พูดไม่จา“เผ็ดไปหน่อย แต่ก็พอกินได้”ราดหน้าในจานค่อยน่ากินขึ้นมา เมื่ออรรัมภาใส่ใจปรุงให้โดยไม่ใส่พริก แม้จะไม่เหมือนจานที่เจ้าตัวกิน แต่เมฆินทร์ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากหญิงสาวบรรยากาศที่ขมุขมัวเริ่มสว่างขึ้น เมื่อภานุที่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นานขอตัวกลับหลังกิน
พอใกล้เที่ยงก็ลงมือเข้าครัวทำสิ่งที่เตรียมไว้เรียบร้อย เหลือเพียงรอให้คนอยากกินกลับมาเท่านั้น“คุณอร” เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อรรัมภาแปลกใจที่เห็นภานุอีกครั้ง“เมื่อวานเจอฝนไหม” หญิงสาวถามด้วยความห่วงใย“ไม่เจอ วันนี้ตั้งใจมาหาคุณอร” ภานุเอ่ยตามจริงวันนี้ไม่มีคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะเห็นท่าทีของเมฆินทร์เมื่อวานทำให้เขาไม่วางใจเท่าไรนัก วันนี้จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง“นุ มีอะไรหรือเปล่า” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย“เปล่า เมื่อวานไม่มีเวลาได้คุย วันนี้ผมว่างก็เลยแวะมาเพื่อจะถามว่า คุณอรขาดเหลืออะไรไหม ต้องการอะไรอีกหรือเปล่า ผมจะพาไปจัดการวันนี้ครับ อ้อ คุณอรชาร์ตแบตโทรศัพท์หรือยัง ผมเอาที่ชาร์ตมาให้แล้วนะ ยังไม่ชาร์ตอีกเหรอ เมื่อกี้โทร.มาติดต่อไม่ได้”“ที่พี่อำพลเตรียมมาให้ก็พอแล้ว อีกอย่างอรอยู่ที่นี่ไม่นานหรอก ขอบคุณนุมากนะที่เป็นห่วง โทรศัพท์เดี๋ยวเอ่อ ค่อยชาร์ตก็ได้”อรรัมภาไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ขืนพูดมากไปจะทำให้พี่ชายเป็นห่วง อีกอย่างถ้ามีเรื่องด่วนอะไร พี่ชายคงติดต่อมาทางเมฆินทร์เอง“แล้ว เขาทำอะไรไม่ดีกับคุณอรหรือเปล่า”จะว่าไปเรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่เขาห่วงที่สุด ท
ร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดกลิ่นกายสาวหอมละมุนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาในทันที คนใต้ร่างคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมานานถึงแปดปีเต็ม นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันเช่นนี้“คุณเมฆินทร์ ปล่อยนะ ฉันอึดอัด”อรรัมภาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร ให้นิยามว่ามันคือความอึดอัด เพราะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องวางตัว วางสีหน้าหรือวางใจอย่างไรก็ในเมื่อตอนนี้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้แน่นทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้สึกร้อนเท่านั้นแต่เนื้อตัวเธอดูจะนุ่มนิ่มอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงไปเสียทุกส่วน ถึงได้ไม่มีแรงจะต่อต้านการกระชับเรือนร่างให้แนบแน่น ตามอ้อมแขนของเมฆินทร์ลมหายใจร้อนที่รดผ่าวลงมาที่บ่าสาว เฉียดไปเฉียดมาใกล้ข้างแก้มหรือใบหู แม้เพียงผ่านไปมาเหมือนไม่จงใจ แต่ทุกครั้งที่มันสัมผัสก็สร้างความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วยิ่งนานเข้าก็ดูเหมือนว่า อรรัมภาจะรู้สึกดีกับการตกอยู่ในสถานการณ์นี้ด้วยซ้ำ“จะนอนดีๆ ได้หรือยัง” เสียงทุ้มกระซิบถามที่ข้างหูถ้าประสาทสัมผัสของอรรัมภาไม่ผิด ริมฝีปากที่เอ่ยถามเมื่อครู่เพิ่งสัมผัสผิวแก้วสาวไปหมาดๆ ใบหน้าของเธอร้อนขึ้นมาทันทีท
เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พอ







