Masukเสียงนกร้อง ปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตา อรุณลักษณ์ผุดลุกนั่งมือกุมขมับ ร่างกายปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก คิ้วบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองรอบๆ ภายในมืดสนิท ราวกับกลางคืน เห็นแสงร่ำไรรอดเข้ามา ยิ่งทำให้เธอตระหนก ที่นี่มัน...
ร่างกายเธอสั่นสะท้าย เพราะผิวกายสัมผัสอากาศเย็นภายในห้อง เมื่อก้มมองตนเองกลับพบร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงชั้นในปิดกาย เธอชะงักรีบหยิบผ้าห่มมาปกปิด ก่อนทอดสายตามองไปยังอีกฝั่งของเตียง เธอดึงผ้าห่มพบกับเรือนกายแกร่งที่สวมเพียงกางเกงเท่านั้น คนตัวเล็กกายสั่นสะท้าน
“กรี๊ด!” หญิงสาวกรีดร้อง แล้วรั้งผ้าห่มมาพันกายไว้แนบแน่น
ลงจากเตียงสีหน้าสับสน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าตนเองอยู่กับครีส แล้วทำไมถึงมาอยู่บนเตียงของชายคนนี้อีกเล่า
ลูเซียสลุกนั่ง แล้วตวัดสายตามอง เห็นมนุษย์ผู้หญิงกำลังกรีดร้อง มองมาทางเขาสีหน้าแววตาตื่นตระหนก
“คุณเป็นอะไร” เขาถามเสียงหนัก แล้วสบตา
“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทำไม!”
“คุณไม่สบาย ผมเลยให้คนพามาที่นี่” เขาอธิบายชัดถ้อยชัดคำ
“ไม่สบายงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันจะโง่เชื่อหรือไง ฉันเป็นพยาบาลจะไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองเป็นอะไร นี่คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ถึงได้ลักพาตัวฉันมาแบบนี้!” อรุณลักษณ์หอบหายใจ
แวมไพร์หนุ่มตีหน้าเรียบนิ่ง แววตาเยือกเย็น ลงจากเตียงก้าวมาหาคนตัวเล็ก หญิงสาวถอยหลังจนชิดกำแพง เขาใช้มือเท้า คร่อมร่างคนตัวเล็กไว้
“ผมแค่ต้องการช่วยคุณเพราะคุณเป็นคนดี ถ้าหากเป็นคนอื่นผมคงปล่อยตายไปแล้ว”
“ช่วยฉันงั้นเหรอคะ?” เธอยิ้มเยาะ “ช่วยภาษาอะไรฉันถึงได้มีสภาพแบบนี้ตลอด คุณทำอะไรฉันกันแน่!”
“ผมอธิบายยังไงคุณก็คงไม่เข้าใจ เอาเป็นว่าถ้าคุณอยู่กับผมอีกสักคืน คุณจะเข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร...”
“ฉันไม่มีวันอยู่กับคนอย่างคุณหรอก!”
อรุณลักษณ์ผลักร่างสูงใหญ่ออกห่าง แล้วตั้งใจเดินตามหาเสื้อผ้า ทว่าเรียวแขนกลับถูกกระชาก แค่พริบตาเดียวร่างเธอกลับมาอยู่ภายใต้อ้อมแขนของเขา คนตัวเล็กชะงักดวงตาเบิกกว้าง มือกำผ้าห่มหลุดร่วงจนเผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่า
“ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวร้อง แล้วดิ้นรน
แต่เขาไม่ยอมปล่อย กอดรับร่างบางไว้แน่นราวกับต้องการแกล้ง ผิวแก้มอรุณลักษณ์แดงก่ำเพราะความอับอาย ทำไมเธอต้องมาเปิดเผยร่างกายให้ชายที่ไม่ใช่แฟนตนเองเห็นด้วย
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคุณได้ยินไหม!” เธอตวาดแว๊ด
“คุณต้องหัดใช้คำพูดให้มันดีๆ กับผมหน่อย คุณควรรู้ไว้เสียด้วยว่าผมเป็นผู้มีพระคุณของคุณ”
คนในอ้อมแขนหยุดการดิ้นรน ริมฝีปากบางเม้มสนิท ลูเซียสจ้องมองเห็นเธอหยุดดิ้นรน ดูเหมือนอรุณลักษณ์อ่อนลงแล้ว ถ้าว่าง่ายแบบนี้คงไม่มีปัญหาตั้งแต่แรก เขายอมปล่อยเธอเป็นอิสระ
“ถ้าคุณพูดง่าย ผมก็คงไม่ทำกับคุณแบบนี้...”
เพียะ!
ใบหน้าคมเข้มสั่นตามแรงตบ ลูเซียสขบกรามจ้องมองคนตรงหน้า อรุณลักษณ์หยิบผ้าห่มมาคลุมกายแล้วกระชับไว้แน่น สบตาอย่างไม่เกรงกลัว
“คุณมันทุเรศที่สุด!”
ดวงตาคมวาววับกลายเป็นสีแดงฉาน อรุณลักษณ์ชะงักถอยหลัง ทว่าคนตัวใหญ่กลับเดินเข้าหา
“รู้ไหมว่าข้าไม่เคยถูกใครตบมาก่อน นับพันปีก็ไม่เคยมีใครกล้ากับข้าแม้แต่น้อย!”
คนถูกคุกคามหน้าซีดเผือด สีหน้าของเขาช่างน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นเหมือนมีเปลวไฟลุกโชน
“อย่าเข้ามานะ ถอยออกไป! คุณทำผิดกับฉันก่อนนะ” อรุณลักษณ์พยายามตั้งสติ
นอกจากเขาไม่ถอยแล้ว ยังคว้าข้อมือเธอไว้อย่างรวดเร็ว แล้วเหวี่ยงร่างไปที่เตียง แค่มือเดียวเขากลับจัดการเธออย่างง่ายดาย ผ้าห่มติดกายไม่มีอีกแล้ว มีเพียงร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดๆ ขวางกัน หญิงสาวตระหนกตกใจรีบตะเกียกตะกายหนี ทว่าข้อเท้ากลับถูกจับยึดไว้
“ตบหน้าข้าแล้วคิดจะหนีงั้นเหรอ รู้ไหมว่ามนุษย์อย่างเจ้าต้องชดใช้ให้ข้ายังไง!” เสียงเขาลั่นทั่วทั้งคฤหาสน์
เรวิโอ้ชะงักดวงตาเบิกกว้าง เกิดอะไรขึ้นก้นแน่ นายท่านถึงได้โกรธขนาดนี้ รีบวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสองสีหน้ากังวล ถ้าหากท่านลูเซียสเกรี้ยวกราดไปมากกว่านี้ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ จนเกิดปัญหาในภายหลัง
“คุณคิดจะทำอะไร ปล่อยฉันนะ กรี๊ด!” เธอกรีดร้องดิ้นรน พยายามเอาตัวรอดสุดชีวิต
“แค่มนุษย์ต่ำต้อย กล้าดียังไงถึงตบหน้าข้า!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ อย่าทำอะไรฉันเลย!” อรุณลักษณ์ร้องบอก
“ตอนนี้คำอธิบายของเจ้ามันไร้ซึ่งความหมายใดๆ วันนี้เจ้าต้องกลายเป็นเหยื่อของข้า!”
เหยื่องั้นเหรอ! นี่เขาบ้าไปแล้วหรือไง เห็นเธอเป็นอาหาร หรือเป็นตัวอะไร ถึงได้เรียกว่าเหยื่อแบบนี้
“คุณทำผิดกับฉันก่อน ฉันไม่มีสิทธิ์ตอบโต้คุณหรือไง!” คนโดนกระทำตะโกนลั่น
“ข้านะหรือทำผิดกับเจ้า เจ้าต่างหากที่ไม่รู้จักบุญคุณ หุบปากของเจ้าไปเสีย เป็นแค่มนุษย์แท้ๆ!”
เรียวแขนสองข้างถูกจับยึดไว้เหนือศีรษะ อรุณลักษณ์ขยับกายไม่ได้เลย เรี่ยวแรงเขาช่างมหาศาล เรียวขาถูกท่อนขาเขาทับไว้ เธอถูกตรึงไว้บนเตียงไร้ทางหนีอย่างสิ้นเชิง
เขาจ้องมองเรือนร่างงดงาม มองริมฝีปากอวบอิ่มเคยลิ้มลองแล้วว่ามันนุ่มละมุนแค่ไหน กรามถูกขบเป็นสันนูน ร่างกายเขากำลังร้อนขึ้นทุกขณะ การกระทำแสนบังอาจส่งผลให้เขาต้องลงทัณฑ์ ใบหน้าโน้มหาบดขยี้ริมฝีปากอย่างรวดเร็ว
“อื้อ!” คนถูกจุมพิตครางประทวง
มือเขาเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างไร้ปรานี จนผิวกายขาวนวลเกิดรอยแดง อรุณลักษณ์น้ำตาซึมรู้สึกทรมานผสานความวาบหวาม เขาถอนริมฝีปากจ้องมองคนใต้ร่าง
“อย่าทำอะไรฉันเลยค่ะ ฉันขอโทษที่ตบคุณ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” หญิงสาวขอร้องเสียงสั่นเครือ
ลูเซียสนิ่ง ไม่เอ่ยคำใด นอกจากมือที่เอื้อมไปจับขอบซับใน และเจ้าของมันรู้ เธออ้าปากค้าง
“อย่านะ!” เธอกรีดร้อง
แควก!
ชิ้นส่วนสุดท้ายถูกกระชากออก เธอรู้ตัวดีว่าหมดหนทาง แต่กระนั้นก็ยังพยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดสุดชีวิต
“ปล่อยฉัน ไม่นะ อย่าทำอะไรฉันเลย!”
เขาไม่กระตุกยิ้มมุมปาก ก้มลงฉกชิมริมฝีปากอีกครั้ง เพื่อให้เหยื่ออันโอชะหยุดร้อง อรุณลักษณ์หมดเรี่ยวแรงต่อต้าน น้ำตาไหลอาบแก้ม ทว่าคนกระทำไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งที่เห็นและสัมผัส นอกจากต้องการลงโทษคนทำผิด อีกทั้งเรือนร่างนี้ดันเรียกความต้องการอันหลับใหลยาวนานให้ตื่นขึ้นอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
กางเกงถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว ลูเซียสรั้งร่างบางเข้าหาตนเอง เขาเงยหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เพื่อไม่ให้ตนเองเผลอฆ่ามนุษย์ผู้หญิงคนนี้ไปเสียก่อน อรุณลักษณ์ไร้การต่อสู้ดิ้นรน เธอไม่อาจเอาตัวรอดได้อีกแล้วก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ลูเซียสไม่ตอบยังคงสนใจคนใต้ร่าง เวลานี้เขากำลังต้องการปลดปล่อย“เจ้านาย หากท่านจะทำอะไรนางโปรดคิดให้ดีก่อนนะครับ เพราะเจ้านายไม่อาจปล่อยให้มนุษย์มีเชื้อสายของเราได้เด็ดขาด ท่านเข้าใจในข้อนี้ใช่ไหมครับ!”ลูเซียสขบกรามแน่น มือสั่นเทา หลับตาลงแล้วกัดฟัน ปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แล้วกระชากประตูเปิดออกเดินหนีออกมาทันทีอรุณลักษณ์รีบกระถดกายชิดหัวเตียง น้ำตาอาบแก้ม หัวใจเต้นกระหน่ำแทบไม่หยุด ถ้าเมื่อสักครู่ แค่นิดเดียวเท่านั้น เธอคงได้กลายเป็นของเขาแล้วจริงๆ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องมาเกิดกับเธอด้วย ทำไม...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่ว ลูเซียสไม่ได้สนใจ ยังคงทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง“บอกให้แม่บ้านเอาเสื้อผ้าไปให้นางเปลี่ยน แล้วก็จัดอาหารให้นางด้วย”“ได้ครับ” เรวิโอ้รับคำ แล้วเดินหันหลังเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เสียงนกร้อง ปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตา อรุณลักษณ์ผุดลุกนั่งมือกุมขมับ ร่างกายปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก คิ้วบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองรอบๆ ภายในมืดสนิท ราวกับกลางคืน เห็นแสงร่ำไรรอดเข้ามา ยิ่งทำให้เธอตระหนก ที่นี่มัน...ร่างกายเธอสั่นสะท้าย เพราะผิวกายสัมผัสอากาศเย็นภายในห้อง เมื่อก้มมองตนเองกลับพบร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงชั้นในปิดกาย เธอชะงักรีบหยิบผ้าห่มมาปกปิด ก่อนทอดสายตามองไปยังอีกฝั่งของเตียง เธอดึงผ้าห่มพบกับเรือนกายแกร่งที่สวมเพียงกางเกงเท่านั้น คนตัวเล็กกายสั่นสะท้าน“กรี๊ด!” หญิงสาวกรีดร้อง แล้วรั้งผ้าห่มมาพันกายไว้แนบแน่นลงจากเตียงสีหน้าสับสน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าตนเองอยู่กับครีส แล้วทำไมถึงมาอยู่บนเตียงของชายคนนี้อีกเล่าลูเซียสลุกนั่ง แล้วตวัดสายตามอง เห็นมนุษย์ผู้หญิงกำลังกรีดร้อง มองมาทางเขาสีหน้าแววตาตื่นตระหนก“คุณเป็นอะไร” เขาถามเสียงหนัก แล้วสบตา“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทำไม!”“คุณไม่สบาย ผมเลยให้คนพามาที่นี่” เขาอธิบายชัดถ้อยชัดคำ“ไม่สบายงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันจะโง่เชื่อหรือไง ฉันเป็นพยาบาลจะไม่รู้เลยหรือว่าตัว
แอด...ประตูห้องเปิดออก เจ้าของใจระทึก เห็นแฟนหนุ่มถือขวดไวน์พร้อมด้วยอาหารมา เธอปิดประตูลงเมื่อเข้าก้าวเข้ามาด้านใน ไวน์ถูกแช่เย็น อรุณลักษณ์จัดอาหารใส่จาน ไม่ทันไรร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลัง หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว เธอหันมาเผชิญหน้ายิ้มเจือนๆ“ทานอาหารก่อนสิคะ” หญิงสาวพยายามหาทางทำความสนิทสนม อย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแอลกอฮอลล์สักนิดก็ยังดี เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เรื่องมาก จนอายุล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่เขายอมปล่อยร่างบางเป็นอิสระแล้วนั่งบนเก้าอี้ สักพักอรุณลักษณ์ยกอาหารออกมาวางไว้ พาสต้าร้อนๆ มีควันพวยพุ่งน่าทาน เธอเปิดตู้เย็นหยิบไวน์เมื่อครู่มารินใส่แก้วสองใบ“ชนกันหน่อยค่ะ” เธอชวนแกร๊งไวน์รสหวานปนขมลงคอลื่นไหลดีเสียจริง ใบหน้าขาวนวลเริมแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ คุณหมอหนุ่มทอดสายตามองเลือดในกายร้อนขึ้นมา วงหน้าของแฟนสาวช่างงดงามจับใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา โน้มมาใกล้แล้วแนบริมฝีปาก“อืม..” อรุณลักษณ์ครางแผ่ว เมื่อถูกควานหาความหวานอย่างละมุนละไมมือเขาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างบางเบา แต่เรียกความหวาดหวั่นวิตกให้แก่ห
รถจอดเทียบหน้าห้องพัก อรุณลักษณ์เปิดประตูลงมา แล้วเข้าข้างในปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา หัวใจยังสั่นระรัวไม่หาย ไม่คิดว่าตนเองจะไปนอนบนเตียงชายแปลกหน้าอีกครั้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปอยู่ที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้ง แล้วค่อยๆ ก้าวมายืนตรงประตู ส่องตาแมว เห็นร่างสูงยืนอยู่ด้านนอก ตัดสินใจเปิดประตู ครีสยิ้มกว้างยกถุงขนมให้ดู แล้วเดินเข้ามาข้างในวางมันไว้บนโต๊ะ“ผมมาเยี่ยมครับ หายดีหรือยัง”หญิงสาวยิ้มเจือนๆ “ดีขึ้นแล้วค่ะ”“ผมเป็นห่วงนะครับ” เขาบอก แล้วสบตาคนสวยอรุณลักษณ์เม้มริมฝีปาก ครุ่นคิด ชายผู้มีปริศนามากมาย กับชายที่อ่อนโยนและให้เกียรติเธอเสมอ ถึงเขาไม่ได้มีเสน่ห์เหลือล้น แต่อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่า ครีสนั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง และหวังดีต่อตนมาตลอด“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ที่เป็นห่วงฉัน”ครีสยิ้มอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ แล้วสบตา ทำอีกฝ่ายแก้มแดง“คุณหมอรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่คะ” อรุณลักษณ์ถามตรงประเด็น แล้วจ้องมองเพื่อรอคำตอบคนถูกถามอึกอัก ทำหน้าไม่ถูก“เอ่อ...”“ฉันอยากรู้ว่าคุณหมอคิดยังไงกับฉันกันแน่ ถึงมาห่วงใย ทำดีด้วยแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณหม
ตุบ!ร่างบางถูกโยนลงบนเตียง เจ้าของร่างลืมตา ในกายกำลังร้อนราวกับมีไฟแผดเผา เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มใบหน้าและลำตัว เธอหยัดกายนั่งอย่างรวดเร็ว นัยน์ตากรอกไปมาอย่างสับสน ยกมือกุมขมับด้วยความปวดร้าว เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรู้สึกเหมือนคนจับไข้ ผสมด้วยความต้องการบางอย่างพวยพุ่งไม่หยุดหย่อนอรุณลักษณ์ปรับสายตาเข้ากับความมืด จดจ้องบรรยากาศรอบๆ หัวใจเต้นหนักขึ้นทุกขณะ เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง แต่เป็นสถานที่ที่เคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง เธอรีบหย่อนเท้าลงจากเตียง แล้วเดินมาตรงประตู แต่ไม่ทันได้เปิด เมื่อมันอ้าออกเสียก่อนเธอผงะ ถอยหลังออกมา จ้องมองผู้มาเยือนแววตาตื่นตระหนก ทำไมเป็นเขาอีกแล้ว หมายความว่ายังไงกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร“คุณ!” หญิงสาวร้องลูเซียสก้าวเข้ามา แล้วปิดประตูห้องลงตามเดิม เดินตรงไปยังหน้าต่างเปิดออก แสงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามา ดวงจันทร์จวนเจียนเต็มดวงทุกขณะตึก ตึกมือบางยกจับหน้าอก ร่างกายร้อนผ่าว ดวงตาฉ่ำปรือจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาแดงก่ำมองมา“ผมพูดอะไรไปคุณคงไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ร่างกายคุณกำลังร้อนราวกับถูกไฟเผา” เขาบอกเสียงเบา แล้วก้าวเข้ามาใกล้สติ
อรุณลักษณ์บิดกายบนเตียงหลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนาน นึกภาพใบหน้าชายที่ช่วยเอาไว้แล้วรู้สึกผ่าวร้อน เขาช่างหล่อเหลามีแววตาชวนหลงใหล แต่เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาคงมีศัตรูมากมาย และไม่พ้นมีหญิงสาวมาติดเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กถอนหายใจสะบัดผ้าห่มออกจากกาย แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตนเองเธอหยิบชุดพยาบาลมาสวมใส่ แล้วสำรวจตนเองอีกครั้งในกระจก ผ่านเรื่องร้ายๆ มา พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ มันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ป่านนี้ชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง รีบสะบัดไล่ความคิด ไม่ควรนึกถึงเขาอีกแล้ว คฤหาสน์หลังนั้นก็น่ากลัวเกินไปมาถึงโรงพยาบาล เธอเข้าห้องพักแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ออกมาทำหน้าที่ตนเองตรงเคาท์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน“หายไปไหนมาเหรออรุณ ผมเป็นห่วงรู้ไหม” คุณหมอครีสเอ่ยทัก แล้วยิ้มกว้างเธอยิ้มตอบ “ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”“ไม่สบายแล้วไม่มาหาผมล่ะ ผมรักษาได้”“แหม... อรุณเขินคุณหมอนี่คะ” เธอแสร้งเย้าทว่าคนฟังกลับหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก แหงนหน้ามองเพดานกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน จนเพื่อนพยาบาลต้องสะกิด แล้วกระซิบ“หมอครีสชอบอรุณจริงๆนะ”คนฟังชะงัก แล้วยิ้มบางๆ“ฉันรู้แล้วล่ะ ก็แค่อยากแกล







