INICIAR SESIÓNแอด...
ประตูห้องเปิดออก เจ้าของใจระทึก เห็นแฟนหนุ่มถือขวดไวน์พร้อมด้วยอาหารมา เธอปิดประตูลงเมื่อเข้าก้าวเข้ามาด้านใน ไวน์ถูกแช่เย็น อรุณลักษณ์จัดอาหารใส่จาน ไม่ทันไรร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลัง หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว เธอหันมาเผชิญหน้ายิ้มเจือนๆ
“ทานอาหารก่อนสิคะ” หญิงสาวพยายามหาทางทำความสนิทสนม อย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแอลกอฮอลล์สักนิดก็ยังดี เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เรื่องมาก จนอายุล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่
เขายอมปล่อยร่างบางเป็นอิสระแล้วนั่งบนเก้าอี้ สักพักอรุณลักษณ์ยกอาหารออกมาวางไว้ พาสต้าร้อนๆ มีควันพวยพุ่งน่าทาน เธอเปิดตู้เย็นหยิบไวน์เมื่อครู่มารินใส่แก้วสองใบ
“ชนกันหน่อยค่ะ” เธอชวน
แกร๊ง
ไวน์รสหวานปนขมลงคอลื่นไหลดีเสียจริง ใบหน้าขาวนวลเริมแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ คุณหมอหนุ่มทอดสายตามองเลือดในกายร้อนขึ้นมา วงหน้าของแฟนสาวช่างงดงามจับใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา โน้มมาใกล้แล้วแนบริมฝีปาก
“อืม..” อรุณลักษณ์ครางแผ่ว เมื่อถูกควานหาความหวานอย่างละมุนละไม
มือเขาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างบางเบา แต่เรียกความหวาดหวั่นวิตกให้แก่หญิงสาวได้อย่างดี หัวใจเต้นระรัว เธอไม่แน่ใจต่อความรู้สึกตนเอง กระนั้นก็ยังแน่ใจว่าหมอครีสคิดอย่างไรกับเธอ ริมฝีปากหนาจุมพิตแผ่วเบาตรงซอกคอ สองคนสบตากัน
“เข้าไปในห้องนอนได้ไหม” ครีสถามเสียงพร่า
คนถูกถามพยักหน้าช้าๆ แทนคำตอบ
หลังแตะฟูกหนา ร่างสูงทาบทับลงมาแนบริมฝีปากอีกครั้ง ครานี้มือหนาเริ่มเลื่อนไล้ไปทุกส่วนของร่างกาย แยกสาบเสื้อออกจากกัน เผยให้เห็นทรวงอกคู่งามขนาดพอเหมาะภายใต้บราเซียลูกไม้สีชมพู อรุณลักษณ์หายใจผะแผ่ว รู้สึกวาบหวามหวั่นไหวไปกับการกระทำของอีกฝ่าย มันเป็นสัญชาตญาณทางกาย เมื่อถูกเพศตรงข้ามปลุกเร้าเธอเชื่ออย่างนั้น เพราะแน่แก่ใจว่า หัวใจยังไม่ได้มีหมอครีสเต็มที่ เพียงแต่ไว้ใจชายคนนี้ ที่จะมอบกายให้ เขาคงทะนุถนอมไม่ผลีผลามแน่นอน
“อืม..” หญิงสาวร้องอย่างพึงพอใจ เมื่อถูกบีบเคล้นทรวงงามอย่างเบามือ
ไม่นานนักกางเกงขาสั้นก็ถูกรั้งออกไปอย่างง่ายดาย เธอไม่รู้สึกตัว รู้เพียงร่างกายกำลังตอบสนองอย่างเต็มที่ อากาศเริ่มร้อนขึ้น ร่างกายก็เฉกเช่นเดียวกัน มันร้อนเสียจนเหมือนไฟกำลังแผดเผาทั่วร่าง
“ฉันร้อน...” อรุณลักษณ์บอกเสียงเบา
เขาเงยหน้า “ร้อนหรือที่รัก คุณร้อนเพราะผมทำให้คุณร้อนต่างหาก อย่ากังวลไป ผมจะช่วยคลายร้อนให้คุณเอง”
ตึก ตึก
มือบางยกจับหน้าอกข้างซ้าย ริมฝีปากกัดแน่น ร่างกายบิดเร้ากระสับกระส่าย เกิดอะไรขึ้นกับเธออีกแล้ว ทำไมอาการแบบนี้มันถึงคอยเล่นงานอยู่เรื่อย หรือกำลังเป็นโรคหัวใจจริง เธอยกมือผลักดันแฟนหนุ่มออกห่าง
“ครีสคะ..” เสียงหวานแผ่วเบา ดวงตาฉ่ำปรือมองเขา
“เป็นอะไรหรือเปล่าอรุณ” เขาถาม แล้วขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย
“ปะ...เปล่าค่ะ” คนถูกถามตอบปากสั่น
เธอส่ายหน้าขอบตาผ่าวร้อน ร่างกายแทบปริแตก มันร้อนเสียจนทนไม่ไหวแล้ว
ปัง!
เสียงประตูเปิดออก สองร่างในห้องหันมองดวงตาเบิกกว้าง อรุณลักษณ์หยิบผ้าห่มกระชับแน่น ครีสลุกยืนอย่างรวดเร็ว กางเขนปกป้องคนรัก
“พวกแกเป็นใคร!” ครีสตะโกนลั่น
ผลั่ก!
ไม่ทันได้คำตอบ หมอหนุ่มสลบไปทันทีด้วยฝีมือคนแปลกหน้า หญิงสาวลุกยืนกระโจนเข้าไปประคอง ทว่าเรียวแขนกลับถูกฉุดรั้งไว้
“ไปกับผม!”
“แกเป็นใคร ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวกรีดร้อง
เรวิโอ้ใช้เป่าลมแผ่วเบา ไม่นานนักอรุณลักษณ์สงบลง ดวงตานิ่งสนิทไร้การตอบสนอง เขาแบกเธอขึ้นบ่าแล้วพาไปยังหน้าต่าง กางปีกบินหายกับความมืดมิด ท่ามกลางแสงจันทรากำลังสาดส่อง
ตุบ!
เขาวางร่างหญิงสาวบนเตียงเจ้านาย ลูเซียสเดินเข้ามากอดอกทอดสายตามอง
“นางกำลังจะมีอะไรกับแฟนของนางครับเจ้านาย” เรวิโอ้รายงาน
“แฟนหรือ?” ลูเซียสย้อนถาม จำได้ว่าตอนนั้นไม่เคยเห็นเธอไปไหนกับใคร
“คงเพิ่งคบกันได้ไม่ถึงอาทิตย์”
ลูเซียสกระตุกยิ้มมุมปาก เพิ่งคบแต่นอนด้วยกันแล้ว ใช้ได้ทีเดียว ไม่คิดว่าหน้าสวยๆ ท่าทางหวงเนื้อหวงตัวจะไวไฟกับเรื่องจำพวกนี้
“ขอบใจมาก ไปลาดตระเวนเถอะ”
“ครับ” เรวิโอ้เดินออกจากห้องไป
ร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงนั่งบนฟูกหนา มองใบหน้าของมนุษย์ผู้หญิง เธอเป็นคนจิตใจดี และเขาต้องการช่วยเหลือให้พ้นจากความทรมาน หากแต่มันยุ่งยากตรงที่เขาไม่อาจบอกความจริงได้ ว่าตนนั้นไม่ใช่มนุษย์ เธออาจหวาดกลัวและหลีกหนีเขาไป
พิษร้ายในตัวอรุณลักษณ์ จะกลายเป็นเครื่องมือทำลายเผ่าพันธุ์แวมไพร์ด้วยกัน และเลือดของเขาซึ่งผสมในร่างของเธอ หากถูกล่วงรู้ด้วยพวกสายเลือดใหม่ อาจทำให้เธอกลายเป็นเป้าหมาย เพราะเลือดนี้จะกลายเป็นอาวุธชิ้นสำคัญในการประหัตประหารกัน อรุณลักษณ์ต้องได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัย
“อื้อ!” พิษกำลังเล่นงาน ร่างกายเธอร้อนขึ้นอีกแล้ว
คนถูกพิษบิดเร้า เหงื่อโทรมกาย เขาตระกองกอดร่างเกือบเปลือยนั้นขึ้นมา เรวิโอ้พาเธอมาในสภาพนี้ได้อย่างไร คงจริงอย่างที่ลูกน้องเขาว่า เธอคงกำลังมีความสุขกับแฟนหนุ่มอยู่ และลูกน้องอาจเข้าไปขัดจังหวะเสียก่อน
“กรี๊ด!!” เธอกรีดร้องดิ้นรน มือฉีกทึ้งบราเซีย แล้วใช้เล็บจิกตัวเองจนเกิดรอย
ลูเซียสโถมกายกดท่อนแขนลงกับฟูกหนา ใช้เขี้ยวสะกิดจนเลือดออกในโพรงปาก แล้วแนบริมฝีปากควานหาความหวานราวกับคนกระหาย จุมพิตเนิ่นนาน เหตุใดมันชวนให้หัวใจเขาเต้นหนัก อรุณลักษณ์กำลังทำให้เลือดในกายจากเย็นเฉียบกลายเป็นร้อนขึ้นทุกขณะจิต
“อ่า...” เสียงหวานครางแผ่วออกมา ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ
แวมไพร์หนุ่มจ้องมอง ใบหน้าสวยกำลังแสดงความต้องการ มันฉายชัดตรงริมฝีปากซึ่งกำลังเผยอเพื่อรอการฉกชิมอีกครั้ง หัวใจอันเคยเต้นช้ากลับกระตุกแรงขึ้น ร่างบางถูกรั้งเข้าหาแนบริมฝีปากอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเรื่องการรักษาพิษในกายมาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความต้องการในส่วนลึกของเขา
ยิ่งควานหายิ่งต้องการ อีกทั้งเธอก็เรียกร้องตอบรับแม้ไม่ประสาสักเท่าไหร่นัก แต่มันกลับทำให้เขาอยากฉีกกระชากอาภรณ์อันน้อยนิดที่ห่มกายเจ้าตัวออกเสียเดี๋ยวนี้ ลูเซียสเกือบหลงลืมความเป็นตัวตน จนกระทั่งคนในอ้อมแขนค่อยๆ หยุดการตอบสนอง แล้วหลับตาลมหายใจสม่ำเสมอ เพราะพิษได้ทุเลาลงแล้ว แวมไพร์หนุ่มจำต้องปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ขยับกายออกห่างยกมือเสยผมเพื่อระงับความต้องการของตนเองเอาไว้
เขาระบายลมหายใจอันหนักหน่วงออกมา แล้วลุกยืนทอดมองคนบนเตียงซึ่งหลับสนิท จับผ้าห่มคลุมกายแล้วตัดสินใจเดินออกมาข้างนอก ริมระเบียงแสงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามา มันชวนให้คิดถึงเมื่อหลายร้อยปีก่อนเสียจริง
กางเกงถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว ลูเซียสรั้งร่างบางเข้าหาตนเอง เขาเงยหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เพื่อไม่ให้ตนเองเผลอฆ่ามนุษย์ผู้หญิงคนนี้ไปเสียก่อน อรุณลักษณ์ไร้การต่อสู้ดิ้นรน เธอไม่อาจเอาตัวรอดได้อีกแล้วก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ลูเซียสไม่ตอบยังคงสนใจคนใต้ร่าง เวลานี้เขากำลังต้องการปลดปล่อย“เจ้านาย หากท่านจะทำอะไรนางโปรดคิดให้ดีก่อนนะครับ เพราะเจ้านายไม่อาจปล่อยให้มนุษย์มีเชื้อสายของเราได้เด็ดขาด ท่านเข้าใจในข้อนี้ใช่ไหมครับ!”ลูเซียสขบกรามแน่น มือสั่นเทา หลับตาลงแล้วกัดฟัน ปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แล้วกระชากประตูเปิดออกเดินหนีออกมาทันทีอรุณลักษณ์รีบกระถดกายชิดหัวเตียง น้ำตาอาบแก้ม หัวใจเต้นกระหน่ำแทบไม่หยุด ถ้าเมื่อสักครู่ แค่นิดเดียวเท่านั้น เธอคงได้กลายเป็นของเขาแล้วจริงๆ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องมาเกิดกับเธอด้วย ทำไม...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่ว ลูเซียสไม่ได้สนใจ ยังคงทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง“บอกให้แม่บ้านเอาเสื้อผ้าไปให้นางเปลี่ยน แล้วก็จัดอาหารให้นางด้วย”“ได้ครับ” เรวิโอ้รับคำ แล้วเดินหันหลังเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เสียงนกร้อง ปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตา อรุณลักษณ์ผุดลุกนั่งมือกุมขมับ ร่างกายปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก คิ้วบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองรอบๆ ภายในมืดสนิท ราวกับกลางคืน เห็นแสงร่ำไรรอดเข้ามา ยิ่งทำให้เธอตระหนก ที่นี่มัน...ร่างกายเธอสั่นสะท้าย เพราะผิวกายสัมผัสอากาศเย็นภายในห้อง เมื่อก้มมองตนเองกลับพบร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงชั้นในปิดกาย เธอชะงักรีบหยิบผ้าห่มมาปกปิด ก่อนทอดสายตามองไปยังอีกฝั่งของเตียง เธอดึงผ้าห่มพบกับเรือนกายแกร่งที่สวมเพียงกางเกงเท่านั้น คนตัวเล็กกายสั่นสะท้าน“กรี๊ด!” หญิงสาวกรีดร้อง แล้วรั้งผ้าห่มมาพันกายไว้แนบแน่นลงจากเตียงสีหน้าสับสน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าตนเองอยู่กับครีส แล้วทำไมถึงมาอยู่บนเตียงของชายคนนี้อีกเล่าลูเซียสลุกนั่ง แล้วตวัดสายตามอง เห็นมนุษย์ผู้หญิงกำลังกรีดร้อง มองมาทางเขาสีหน้าแววตาตื่นตระหนก“คุณเป็นอะไร” เขาถามเสียงหนัก แล้วสบตา“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทำไม!”“คุณไม่สบาย ผมเลยให้คนพามาที่นี่” เขาอธิบายชัดถ้อยชัดคำ“ไม่สบายงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันจะโง่เชื่อหรือไง ฉันเป็นพยาบาลจะไม่รู้เลยหรือว่าตัว
แอด...ประตูห้องเปิดออก เจ้าของใจระทึก เห็นแฟนหนุ่มถือขวดไวน์พร้อมด้วยอาหารมา เธอปิดประตูลงเมื่อเข้าก้าวเข้ามาด้านใน ไวน์ถูกแช่เย็น อรุณลักษณ์จัดอาหารใส่จาน ไม่ทันไรร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลัง หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว เธอหันมาเผชิญหน้ายิ้มเจือนๆ“ทานอาหารก่อนสิคะ” หญิงสาวพยายามหาทางทำความสนิทสนม อย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแอลกอฮอลล์สักนิดก็ยังดี เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เรื่องมาก จนอายุล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่เขายอมปล่อยร่างบางเป็นอิสระแล้วนั่งบนเก้าอี้ สักพักอรุณลักษณ์ยกอาหารออกมาวางไว้ พาสต้าร้อนๆ มีควันพวยพุ่งน่าทาน เธอเปิดตู้เย็นหยิบไวน์เมื่อครู่มารินใส่แก้วสองใบ“ชนกันหน่อยค่ะ” เธอชวนแกร๊งไวน์รสหวานปนขมลงคอลื่นไหลดีเสียจริง ใบหน้าขาวนวลเริมแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ คุณหมอหนุ่มทอดสายตามองเลือดในกายร้อนขึ้นมา วงหน้าของแฟนสาวช่างงดงามจับใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา โน้มมาใกล้แล้วแนบริมฝีปาก“อืม..” อรุณลักษณ์ครางแผ่ว เมื่อถูกควานหาความหวานอย่างละมุนละไมมือเขาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างบางเบา แต่เรียกความหวาดหวั่นวิตกให้แก่ห
รถจอดเทียบหน้าห้องพัก อรุณลักษณ์เปิดประตูลงมา แล้วเข้าข้างในปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา หัวใจยังสั่นระรัวไม่หาย ไม่คิดว่าตนเองจะไปนอนบนเตียงชายแปลกหน้าอีกครั้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปอยู่ที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้ง แล้วค่อยๆ ก้าวมายืนตรงประตู ส่องตาแมว เห็นร่างสูงยืนอยู่ด้านนอก ตัดสินใจเปิดประตู ครีสยิ้มกว้างยกถุงขนมให้ดู แล้วเดินเข้ามาข้างในวางมันไว้บนโต๊ะ“ผมมาเยี่ยมครับ หายดีหรือยัง”หญิงสาวยิ้มเจือนๆ “ดีขึ้นแล้วค่ะ”“ผมเป็นห่วงนะครับ” เขาบอก แล้วสบตาคนสวยอรุณลักษณ์เม้มริมฝีปาก ครุ่นคิด ชายผู้มีปริศนามากมาย กับชายที่อ่อนโยนและให้เกียรติเธอเสมอ ถึงเขาไม่ได้มีเสน่ห์เหลือล้น แต่อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่า ครีสนั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง และหวังดีต่อตนมาตลอด“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ที่เป็นห่วงฉัน”ครีสยิ้มอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ แล้วสบตา ทำอีกฝ่ายแก้มแดง“คุณหมอรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่คะ” อรุณลักษณ์ถามตรงประเด็น แล้วจ้องมองเพื่อรอคำตอบคนถูกถามอึกอัก ทำหน้าไม่ถูก“เอ่อ...”“ฉันอยากรู้ว่าคุณหมอคิดยังไงกับฉันกันแน่ ถึงมาห่วงใย ทำดีด้วยแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณหม
ตุบ!ร่างบางถูกโยนลงบนเตียง เจ้าของร่างลืมตา ในกายกำลังร้อนราวกับมีไฟแผดเผา เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มใบหน้าและลำตัว เธอหยัดกายนั่งอย่างรวดเร็ว นัยน์ตากรอกไปมาอย่างสับสน ยกมือกุมขมับด้วยความปวดร้าว เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรู้สึกเหมือนคนจับไข้ ผสมด้วยความต้องการบางอย่างพวยพุ่งไม่หยุดหย่อนอรุณลักษณ์ปรับสายตาเข้ากับความมืด จดจ้องบรรยากาศรอบๆ หัวใจเต้นหนักขึ้นทุกขณะ เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง แต่เป็นสถานที่ที่เคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง เธอรีบหย่อนเท้าลงจากเตียง แล้วเดินมาตรงประตู แต่ไม่ทันได้เปิด เมื่อมันอ้าออกเสียก่อนเธอผงะ ถอยหลังออกมา จ้องมองผู้มาเยือนแววตาตื่นตระหนก ทำไมเป็นเขาอีกแล้ว หมายความว่ายังไงกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร“คุณ!” หญิงสาวร้องลูเซียสก้าวเข้ามา แล้วปิดประตูห้องลงตามเดิม เดินตรงไปยังหน้าต่างเปิดออก แสงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามา ดวงจันทร์จวนเจียนเต็มดวงทุกขณะตึก ตึกมือบางยกจับหน้าอก ร่างกายร้อนผ่าว ดวงตาฉ่ำปรือจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาแดงก่ำมองมา“ผมพูดอะไรไปคุณคงไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ร่างกายคุณกำลังร้อนราวกับถูกไฟเผา” เขาบอกเสียงเบา แล้วก้าวเข้ามาใกล้สติ
อรุณลักษณ์บิดกายบนเตียงหลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนาน นึกภาพใบหน้าชายที่ช่วยเอาไว้แล้วรู้สึกผ่าวร้อน เขาช่างหล่อเหลามีแววตาชวนหลงใหล แต่เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาคงมีศัตรูมากมาย และไม่พ้นมีหญิงสาวมาติดเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กถอนหายใจสะบัดผ้าห่มออกจากกาย แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตนเองเธอหยิบชุดพยาบาลมาสวมใส่ แล้วสำรวจตนเองอีกครั้งในกระจก ผ่านเรื่องร้ายๆ มา พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ มันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ป่านนี้ชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง รีบสะบัดไล่ความคิด ไม่ควรนึกถึงเขาอีกแล้ว คฤหาสน์หลังนั้นก็น่ากลัวเกินไปมาถึงโรงพยาบาล เธอเข้าห้องพักแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ออกมาทำหน้าที่ตนเองตรงเคาท์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน“หายไปไหนมาเหรออรุณ ผมเป็นห่วงรู้ไหม” คุณหมอครีสเอ่ยทัก แล้วยิ้มกว้างเธอยิ้มตอบ “ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”“ไม่สบายแล้วไม่มาหาผมล่ะ ผมรักษาได้”“แหม... อรุณเขินคุณหมอนี่คะ” เธอแสร้งเย้าทว่าคนฟังกลับหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก แหงนหน้ามองเพดานกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน จนเพื่อนพยาบาลต้องสะกิด แล้วกระซิบ“หมอครีสชอบอรุณจริงๆนะ”คนฟังชะงัก แล้วยิ้มบางๆ“ฉันรู้แล้วล่ะ ก็แค่อยากแกล







