INICIAR SESIÓNอรุณลักษณ์บิดกายบนเตียงหลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนาน นึกภาพใบหน้าชายที่ช่วยเอาไว้แล้วรู้สึกผ่าวร้อน เขาช่างหล่อเหลามีแววตาชวนหลงใหล แต่เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาคงมีศัตรูมากมาย และไม่พ้นมีหญิงสาวมาติดเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กถอนหายใจสะบัดผ้าห่มออกจากกาย แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตนเอง
เธอหยิบชุดพยาบาลมาสวมใส่ แล้วสำรวจตนเองอีกครั้งในกระจก ผ่านเรื่องร้ายๆ มา พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ มันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ป่านนี้ชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง รีบสะบัดไล่ความคิด ไม่ควรนึกถึงเขาอีกแล้ว คฤหาสน์หลังนั้นก็น่ากลัวเกินไป
มาถึงโรงพยาบาล เธอเข้าห้องพักแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ออกมาทำหน้าที่ตนเองตรงเคาท์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน
“หายไปไหนมาเหรออรุณ ผมเป็นห่วงรู้ไหม” คุณหมอครีสเอ่ยทัก แล้วยิ้มกว้าง
เธอยิ้มตอบ “ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”
“ไม่สบายแล้วไม่มาหาผมล่ะ ผมรักษาได้”
“แหม... อรุณเขินคุณหมอนี่คะ” เธอแสร้งเย้า
ทว่าคนฟังกลับหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก แหงนหน้ามองเพดานกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน จนเพื่อนพยาบาลต้องสะกิด แล้วกระซิบ
“หมอครีสชอบอรุณจริงๆนะ”
คนฟังชะงัก แล้วยิ้มบางๆ
“ฉันรู้แล้วล่ะ ก็แค่อยากแกล้งคุณหมอเท่านั้นเอง” เธอกระซิบตอบเพื่อน
“ไปทานข้าวด้วยกันไหมคะหมอ” เธอเอ่ยชวน เพราะอยากลืมเรื่องบางอย่างภายในจิตใจ ตอนนี้มันยังคงวนเวียนไม่ไปไหนเลย
“ได้เหรอครับ” คุณหมอยิ้มกว้าง
“ได้สิคะ”
“ถ้าอย่างนั้นเจอกันตอนเที่ยงนะครับ”
หญิงสาวพยักหน้าให้หมอหนุ่ม “ค่ะ”
มือเที่ยงที่ร้านเบอร์เกอร์ อรุณลักษณ์อมยิ้ม ไม่คิดว่าหมอจะไม่รู้จักการจีบสาวเอาเสียเลย ปล่อยให้เธอกินร้านแบบนี้เนี่ยนะ แต่ไม่เป็นไร อาจเพราะเขายังไม่ประสา แก้วโค้กถูกวางไว้ตรงหน้า หญิงสาวหยิบมาดื่ม
“หมอมีผ่าตัดไหมคะวันนี้” อรุณลักษณ์ชวนคุย
“มีพรุ่งนี้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ว่างทั้งวันน่ะสิคะ”
“ก็ไม่เชิงนะครับ มีเคสที่ต้องศึกษาอยู่”
ครีสเป็นหมอศัลยกรรมมือดีทีเดียว เขาเก่งทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ไม่เก่งด้านเข้าสังคมเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่หน้าตาคมคายไม่น้อย
เธออ้าปากเพื่อพูดคุยอีกครั้ง ทว่าอกข้างซ้ายกับปวดขึ้นมาราวกับมีเข็มทิ่มแทงอยู่ ใบหน้าเริ่มซีดเซียว ครีสขมวดคิ้วมองสีหน้า
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
เธอส่ายหน้า “เปล่าค่ะ แค่ปวดหน้าอกข้างซ้ายนิดหน่อย”
ครีสมีสีหน้าเครียดขึ้น
“ระวังด้วยนะครับ เผื่อเป็นอาการของโรคหัวใจ”
อรุณลักษณ์ยิ้มบางๆ “ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันทราบว่าอาการโรคหัวใจเป็นอย่างไร”
“ถึงอย่างนั้นก็ควรตรวจนะครับ” เขาแย้ง แล้วยิ้มอ่อนโยน
“ค่ะ”
จบมื้ออาหาร ครีสแยกตัวออกไปเพราะต้องอ่านข้อมูลคนไข้ต่อ ส่วนเธอต้องเข้าร่วมการผ่าตัด ทว่าไม่นานร่างกายไม่อาจทานทน ทำเอาเธอเป็นลมจนเพื่อนร่วมงานต้องช่วยกันแบกออกมา อรุณลักษณ์ฟื้นมาในห้องพัก
เธอลุกนั่งจับหน้าอกข้างซ้าย เหตุใดมันจึงเต้นแรงและรัวขนาดนี้ หรือเพราะโรคหัวใจอย่างที่ครีสว่า
“หายหรือยัง”
คนถูกถามเงยหน้ามอง แล้วยิ้มบางๆ
“หายแล้วจ้ะ ขอโทษด้วยนะอลิส”
“พักผ่อนน้อยหรือเปล่า พักนี้อรุณเหม่อบ่อยๆ นะ” อลิสทัก
ไม่ให้เหม่อได้อย่างไร ในหัวมันมีแต่ภาพเขาคนนั้นตลอด ใบหน้าคมคาย นัยน์ตาสีแดงราวกับโลหิต มันลืมไม่ลงไม่รู้ทำไม
“ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยคงต้องลากงานไปพักบ้างแล้ว” อรุณลักษณ์แสร้งเย้ากับเพื่อน
“พักบ้างก็ดี เราเห็นอรุณทำแต่งาน อยู่คนเดียวจะเอาเงินไปใช้อะไร ไม่เหมือนเราภาระเยอะจะตาย”
“อยากทำเก็บไว้ตอนแก่น่ะ ไม่มีลูก ไม่มีใคร ก็เลยต้องเก็บเงินไว้”
อลิสยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วขยับเข้ามาใกล้
“หมอครีสไง สร้างครอบครัวกับเขาเสียสิ” เธอแสร้งล้อเพื่อน คนฟังชะงัก
“ต้องคิดดีๆ ก่อนจ้ะ ไม่ใช่อยู่ดีจะมาเป็นครอบครัว เราไม่อยากซ้ำรอยเดิมอีก” เธอเข็ดกับความรัก เพราะมีแต่ผิดหวังช้ำใจตลอด อาจเพราะเป็นคนไทย เธอถือเรื่องความสัมพันธ์ แค่ไม่อยากนอนกับใครให้เกิดปัญหาในตอนหลัง
หากเธอมั่นใจ คงมอบกายมอบใจให้ไป ทว่าแต่ละคนเล่นเอาหัวใจแทบพัง ต้องรักษายาวตลอดเลย
“จ้า แม่คนสวย” อลิสเย้า
อรุณลักษณ์หยิบกระเป๋าสะพายไหล่ แล้วลุกยืน เพื่อนร่วมงานจ้องมองด้วยความเป็นห่วง
“จะกลับเลยเหรอ” อลิสถาม
“คงกลับเลยแหละ ไม่ไหว วันนี้เพลียไม่รู้เป็นอะไร”
“เดินทางดีๆ นะ”
เธอพยักหน้าช้าๆ แล้วพาตัวเองออกมาจากห้องพัก เดินเท้ากลับห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก เปิดประตูห้องออกแล้วโถมกายลงนอนโดยไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้ทำไมมันช่างวุ่นวายนัก เหนื่อยยิ่งกว่าทุกวัน หรือเพราะเจอเรื่องน่าตื่นเต้นมากันแน่
กางเกงถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว ลูเซียสรั้งร่างบางเข้าหาตนเอง เขาเงยหน้าผ่อนลมหายใจออกมา เพื่อไม่ให้ตนเองเผลอฆ่ามนุษย์ผู้หญิงคนนี้ไปเสียก่อน อรุณลักษณ์ไร้การต่อสู้ดิ้นรน เธอไม่อาจเอาตัวรอดได้อีกแล้วก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูหน้าห้อง ลูเซียสไม่ตอบยังคงสนใจคนใต้ร่าง เวลานี้เขากำลังต้องการปลดปล่อย“เจ้านาย หากท่านจะทำอะไรนางโปรดคิดให้ดีก่อนนะครับ เพราะเจ้านายไม่อาจปล่อยให้มนุษย์มีเชื้อสายของเราได้เด็ดขาด ท่านเข้าใจในข้อนี้ใช่ไหมครับ!”ลูเซียสขบกรามแน่น มือสั่นเทา หลับตาลงแล้วกัดฟัน ปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แล้วกระชากประตูเปิดออกเดินหนีออกมาทันทีอรุณลักษณ์รีบกระถดกายชิดหัวเตียง น้ำตาอาบแก้ม หัวใจเต้นกระหน่ำแทบไม่หยุด ถ้าเมื่อสักครู่ แค่นิดเดียวเท่านั้น เธอคงได้กลายเป็นของเขาแล้วจริงๆ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องมาเกิดกับเธอด้วย ทำไม...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่ว ลูเซียสไม่ได้สนใจ ยังคงทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงแล้วระบายลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง“บอกให้แม่บ้านเอาเสื้อผ้าไปให้นางเปลี่ยน แล้วก็จัดอาหารให้นางด้วย”“ได้ครับ” เรวิโอ้รับคำ แล้วเดินหันหลังเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เสียงนกร้อง ปลุกให้คนบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตา อรุณลักษณ์ผุดลุกนั่งมือกุมขมับ ร่างกายปวดเมื่อยราวกับออกกำลังกายมาอย่างหนัก คิ้วบางขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองรอบๆ ภายในมืดสนิท ราวกับกลางคืน เห็นแสงร่ำไรรอดเข้ามา ยิ่งทำให้เธอตระหนก ที่นี่มัน...ร่างกายเธอสั่นสะท้าย เพราะผิวกายสัมผัสอากาศเย็นภายในห้อง เมื่อก้มมองตนเองกลับพบร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงชั้นในปิดกาย เธอชะงักรีบหยิบผ้าห่มมาปกปิด ก่อนทอดสายตามองไปยังอีกฝั่งของเตียง เธอดึงผ้าห่มพบกับเรือนกายแกร่งที่สวมเพียงกางเกงเท่านั้น คนตัวเล็กกายสั่นสะท้าน“กรี๊ด!” หญิงสาวกรีดร้อง แล้วรั้งผ้าห่มมาพันกายไว้แนบแน่นลงจากเตียงสีหน้าสับสน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำได้ว่าตนเองอยู่กับครีส แล้วทำไมถึงมาอยู่บนเตียงของชายคนนี้อีกเล่าลูเซียสลุกนั่ง แล้วตวัดสายตามอง เห็นมนุษย์ผู้หญิงกำลังกรีดร้อง มองมาทางเขาสีหน้าแววตาตื่นตระหนก“คุณเป็นอะไร” เขาถามเสียงหนัก แล้วสบตา“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทำไม!”“คุณไม่สบาย ผมเลยให้คนพามาที่นี่” เขาอธิบายชัดถ้อยชัดคำ“ไม่สบายงั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันจะโง่เชื่อหรือไง ฉันเป็นพยาบาลจะไม่รู้เลยหรือว่าตัว
แอด...ประตูห้องเปิดออก เจ้าของใจระทึก เห็นแฟนหนุ่มถือขวดไวน์พร้อมด้วยอาหารมา เธอปิดประตูลงเมื่อเข้าก้าวเข้ามาด้านใน ไวน์ถูกแช่เย็น อรุณลักษณ์จัดอาหารใส่จาน ไม่ทันไรร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลัง หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว เธอหันมาเผชิญหน้ายิ้มเจือนๆ“ทานอาหารก่อนสิคะ” หญิงสาวพยายามหาทางทำความสนิทสนม อย่างน้อยก็ขอให้ได้รับแอลกอฮอลล์สักนิดก็ยังดี เธอไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนเลย เพราะมัวแต่เรื่องมาก จนอายุล่วงเลยมาถึงตอนนี้ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่เขายอมปล่อยร่างบางเป็นอิสระแล้วนั่งบนเก้าอี้ สักพักอรุณลักษณ์ยกอาหารออกมาวางไว้ พาสต้าร้อนๆ มีควันพวยพุ่งน่าทาน เธอเปิดตู้เย็นหยิบไวน์เมื่อครู่มารินใส่แก้วสองใบ“ชนกันหน่อยค่ะ” เธอชวนแกร๊งไวน์รสหวานปนขมลงคอลื่นไหลดีเสียจริง ใบหน้าขาวนวลเริมแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ คุณหมอหนุ่มทอดสายตามองเลือดในกายร้อนขึ้นมา วงหน้าของแฟนสาวช่างงดงามจับใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบไล้ใบหน้านั้นแผ่วเบา โน้มมาใกล้แล้วแนบริมฝีปาก“อืม..” อรุณลักษณ์ครางแผ่ว เมื่อถูกควานหาความหวานอย่างละมุนละไมมือเขาเริ่มเลื่อนไล้ไปตามร่างกายอย่างบางเบา แต่เรียกความหวาดหวั่นวิตกให้แก่ห
รถจอดเทียบหน้าห้องพัก อรุณลักษณ์เปิดประตูลงมา แล้วเข้าข้างในปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา หัวใจยังสั่นระรัวไม่หาย ไม่คิดว่าตนเองจะไปนอนบนเตียงชายแปลกหน้าอีกครั้ง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปอยู่ที่นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้ง แล้วค่อยๆ ก้าวมายืนตรงประตู ส่องตาแมว เห็นร่างสูงยืนอยู่ด้านนอก ตัดสินใจเปิดประตู ครีสยิ้มกว้างยกถุงขนมให้ดู แล้วเดินเข้ามาข้างในวางมันไว้บนโต๊ะ“ผมมาเยี่ยมครับ หายดีหรือยัง”หญิงสาวยิ้มเจือนๆ “ดีขึ้นแล้วค่ะ”“ผมเป็นห่วงนะครับ” เขาบอก แล้วสบตาคนสวยอรุณลักษณ์เม้มริมฝีปาก ครุ่นคิด ชายผู้มีปริศนามากมาย กับชายที่อ่อนโยนและให้เกียรติเธอเสมอ ถึงเขาไม่ได้มีเสน่ห์เหลือล้น แต่อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้ว่า ครีสนั้นเป็นคนดีคนหนึ่ง และหวังดีต่อตนมาตลอด“ขอบคุณนะคะคุณหมอ ที่เป็นห่วงฉัน”ครีสยิ้มอ่อนโยน “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ แล้วสบตา ทำอีกฝ่ายแก้มแดง“คุณหมอรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่คะ” อรุณลักษณ์ถามตรงประเด็น แล้วจ้องมองเพื่อรอคำตอบคนถูกถามอึกอัก ทำหน้าไม่ถูก“เอ่อ...”“ฉันอยากรู้ว่าคุณหมอคิดยังไงกับฉันกันแน่ ถึงมาห่วงใย ทำดีด้วยแบบนี้ ทั้งๆ ที่คุณหม
ตุบ!ร่างบางถูกโยนลงบนเตียง เจ้าของร่างลืมตา ในกายกำลังร้อนราวกับมีไฟแผดเผา เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มใบหน้าและลำตัว เธอหยัดกายนั่งอย่างรวดเร็ว นัยน์ตากรอกไปมาอย่างสับสน ยกมือกุมขมับด้วยความปวดร้าว เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรู้สึกเหมือนคนจับไข้ ผสมด้วยความต้องการบางอย่างพวยพุ่งไม่หยุดหย่อนอรุณลักษณ์ปรับสายตาเข้ากับความมืด จดจ้องบรรยากาศรอบๆ หัวใจเต้นหนักขึ้นทุกขณะ เมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของตนเอง แต่เป็นสถานที่ที่เคยมาเยือนแล้วครั้งหนึ่ง เธอรีบหย่อนเท้าลงจากเตียง แล้วเดินมาตรงประตู แต่ไม่ทันได้เปิด เมื่อมันอ้าออกเสียก่อนเธอผงะ ถอยหลังออกมา จ้องมองผู้มาเยือนแววตาตื่นตระหนก ทำไมเป็นเขาอีกแล้ว หมายความว่ายังไงกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร“คุณ!” หญิงสาวร้องลูเซียสก้าวเข้ามา แล้วปิดประตูห้องลงตามเดิม เดินตรงไปยังหน้าต่างเปิดออก แสงจันทร์กำลังสาดส่องเข้ามา ดวงจันทร์จวนเจียนเต็มดวงทุกขณะตึก ตึกมือบางยกจับหน้าอก ร่างกายร้อนผ่าว ดวงตาฉ่ำปรือจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ นัยน์ตาแดงก่ำมองมา“ผมพูดอะไรไปคุณคงไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ร่างกายคุณกำลังร้อนราวกับถูกไฟเผา” เขาบอกเสียงเบา แล้วก้าวเข้ามาใกล้สติ
อรุณลักษณ์บิดกายบนเตียงหลังจากผ่านค่ำคืนอันยาวนาน นึกภาพใบหน้าชายที่ช่วยเอาไว้แล้วรู้สึกผ่าวร้อน เขาช่างหล่อเหลามีแววตาชวนหลงใหล แต่เธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาคงมีศัตรูมากมาย และไม่พ้นมีหญิงสาวมาติดเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กถอนหายใจสะบัดผ้าห่มออกจากกาย แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับตนเองเธอหยิบชุดพยาบาลมาสวมใส่ แล้วสำรวจตนเองอีกครั้งในกระจก ผ่านเรื่องร้ายๆ มา พอกลับมาใช้ชีวิตปกติ มันเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ป่านนี้ชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรบ้าง รีบสะบัดไล่ความคิด ไม่ควรนึกถึงเขาอีกแล้ว คฤหาสน์หลังนั้นก็น่ากลัวเกินไปมาถึงโรงพยาบาล เธอเข้าห้องพักแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ออกมาทำหน้าที่ตนเองตรงเคาท์เตอร์หน้าห้องฉุกเฉิน“หายไปไหนมาเหรออรุณ ผมเป็นห่วงรู้ไหม” คุณหมอครีสเอ่ยทัก แล้วยิ้มกว้างเธอยิ้มตอบ “ไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”“ไม่สบายแล้วไม่มาหาผมล่ะ ผมรักษาได้”“แหม... อรุณเขินคุณหมอนี่คะ” เธอแสร้งเย้าทว่าคนฟังกลับหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก แหงนหน้ามองเพดานกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน จนเพื่อนพยาบาลต้องสะกิด แล้วกระซิบ“หมอครีสชอบอรุณจริงๆนะ”คนฟังชะงัก แล้วยิ้มบางๆ“ฉันรู้แล้วล่ะ ก็แค่อยากแกล







