Compartir

บทที่ 7

Autor: เหอเย่
เซี่ยอวิ๋นกุยเบือนหน้าหนี น้ำเสียงราบเรียบ “ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นญาติผู้น้องของข้า ข้าไม่อาจทนดูเจ้าตายไปต่อหน้าต่อตาได้ ที่ไม่ได้ลงไปช่วยเจ้าทันที ข้อแรกคือไม่อยากหักหน้าท่านแม่ต่อหน้าธารกำนัล ข้อสองคือ… หวังว่าเจ้าจะได้บทเรียนจากเรื่องนี้ หวังว่าวันหน้าเจ้าจะรู้จักรักนวลสงวนตัว อย่าได้ทำเรื่องผิดพลาดอีก มิเช่นนั้นวันข้างหน้าจะไม่มีใครกล้าแต่งกับเจ้า”

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง แล้วเอ่ยเน้นย้ำทีละคำ “และในใจของข้า ก็มีเพียงว่านเซิงคนเดียวเท่านั้น”

ซูหวู่เจ็บปวดรวดร้าวที่หัวใจ ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเขาถึงได้มั่นใจปานนั้น “ทำไม… ทำไมท่านถึงได้ชอบนางขนาดนั้น?”

เซี่ยอวิ๋นกุยเบือนหน้าหนี ทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล น้ำเสียงเลื่อนลอยทว่าหนักแน่น “ชอบก็คือชอบ จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ?”

ซูหวู่หลับตาลง ไม่เอ่ยคำใดอีก

ความรู้สึกที่หัวใจแตกสลายจนตายด้าน คงไม่ต่างอะไรกับตอนนี้แล้ว

“ในเมื่อเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว ก็พักผ่อนรักษาตัวให้ดีเถอะ”

เซี่ยอวิ๋นกุยทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ แล้วลุกขึ้นเดินจากไป

หลายวันหลังจากนั้น ซูหวู่ก็พักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในห้องเงียบๆ

จนกระทั่งวันนี้ กู้ว่านเซิงกลับมา “เยี่ยมไข้” ตามลำพังเสียอย่างนั้น

นางแสร้งทำเป็นเอ่ยถามไถ่ด้วยความห่วงใยอยู่สองสามประโยค ซูหวู่รำคาญหน้ากากจอมปลอมนี้เต็มทน จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ที่นี่มีแค่เจ้ากับข้า ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งทำอีกแล้ว เอี๊ยมในงานวันเกิดของเซี่ยอวิ๋นกุย เจ้าเป็นคนสับเปลี่ยนใช่หรือไม่ ทำไมต้องทำร้ายข้าถึงขนาดนี้ด้วย?”

ความอ่อนโยนบนใบหน้าของกู้ว่านเซิงจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความอิจฉาริษยาอันเย็นเยียบ “ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะว่าเจ้าสวยเกินไปยังไงล่ะ! ขอเพียงเจ้ายังลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าอวิ๋นกุยแค่วันเดียว ข้าก็ไม่สบายใจแล้ว! ต้องกำจัดเจ้าทิ้งไปให้พ้นทางเท่านั้น ข้าถึงจะนอนหลับได้อย่างไร้กังวล!”

ยังพูดไม่ทันขาดคำ นางก็ชักปิ่นปักผมบนศีรษะออกมา แล้วกรีดลงบนแก้มของตัวเองอย่างแรงจนเลือดซิบ จากนั้นก็กรีดร้องเสียงหลง แล้วทิ้งตัวล้มลงไปกองกับพื้น!

แทบจะในเวลาเดียวกัน เซี่ยอวิ๋นกุยก็พรวดพราดเข้ามา เมื่อเห็นรอยเลือดบนใบหน้าของกู้ว่านเซิง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “เกิดอะไรขึ้น!”

กู้ว่านเซิงร้องไห้น้ำตานองหน้า ชี้มือไปทางซูหวู่ “อวิ๋นกุย… วันก่อนท่านป้าตีน้องซู นางก็เลยเอาความโกรธแค้นทั้งหมดมาลงที่ข้า… นางบอกว่าถ้าไม่มีข้า ท่านก็จะชอบนาง… ดังนั้นนาง… นางก็เลยทำลายโฉมหน้าของข้า!”

เซี่ยอวิ๋นกุยโกรธจัดเป็นฟืนเป็นไฟ รีบอุ้มกู้ว่านเซิงไปหาหมอหลวงทันที ก่อนไป เขาปรายตามองซูหวู่ด้วยสายตาที่เย็นเยียบราวกับกำลังมองคนตาย

คืนนั้น เซี่ยอวิ๋นกุยมาเผชิญหน้ากับซูหวู่ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ “คำพูดที่ข้าบอกไปคราวก่อน เจ้าเอาหูทวนลมไปหมดเลยใช่ไหม ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ชอบเจ้า ทำไมเจ้ายังต้องคอยทำร้ายว่านเซิงครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย!”

ซูหวู่อธิบายไปก็ไร้ประโยชน์ “ข้าไม่ได้ทำ! นางทำตัวเอง…”

เขามองใบหน้าที่ซีดเซียวแต่ดื้อรั้นของนาง รู้สึกเพียงความหงุดหงิดงุ่นง่านที่อธิบายไม่ถูกตีตื้นขึ้นมาในอก

ทำไมนางถึงไม่ยอมรับผิด ทำไมถึงต้องมาท้าทายความอดทนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย?

“พอได้แล้ว!” เซี่ยอวิ๋นกุยตวาดลั่นขัดจังหวะ แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังจะกล้าแก้ตัวอีก! ดูท่าถ้าไม่ปล่อยให้เจ้าได้รับความลำบากแสนสาหัสเสียบ้าง เจ้าคงไม่มีวันตัดใจสินะ!”

เพื่อที่จะทำให้ซูหวู่ “ตาสว่างยอมรับความจริง” อย่างเด็ดขาด เซี่ยอวิ๋นกุยถึงกับออกคำสั่งโดยตรง ให้จับตัวซูหวู่โยนเข้าไปในคุกหลวงอันมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว!

เพียงแค่สามวันสั้นๆ ซูหวู่ต้องทนรับการทรมานอย่างแสนสาหัสในคุกหลวง

ทั้งโดนเฆี่ยนตี ถูกเครื่องบีบนิ้ว… ตอนที่ถูกลากตัวออกมา นางก็มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด เลือดอาบชุ่มร่าง เหลือเพียงลมหายใจรวยริน

และสามวันนี้ ก็ได้บดขยี้ความอาลัยอาวรณ์อันริบหรี่สายสุดท้ายที่นางมีต่อเซี่ยอวิ๋นกุย จนแหลกละเอียดกลายเป็นเถ้าธุลีไปอย่างสมบูรณ์!

ตอนที่นางถูกโยนออกมาจากคุกหลวงราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว ด้านนอกมีรถม้าสองคันจอดรออยู่

คันหนึ่งตกแต่งเรียบง่าย เป็นรถม้าของจวนกั๋วกงที่มารับนาง ส่วนอีกคันแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบและน่าเกรงขาม เป็นรถม้าของจวนแม่ทัพที่มารับเจ้าสาวแต่งงานแก้เคล็ด

พ่อบ้านจวนแม่ทัพก้าวเข้ามาหา ท่าทีนอบน้อมแต่แฝงความเด็ดขาดไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ “คุณหนูซู วันนี้เป็นวันมงคลสมรสแก้เคล็ดของท่านกับท่านแม่ทัพของข้าขอรับ น้องสาวของท่านได้ถูกรับตัวไปพักผ่อนที่จวนแม่ทัพล่วงหน้าแล้ว เชิญคุณหนูขึ้นรถม้าเถิด”

ซูหวู่พยักหน้าอย่างอ่อนแรง น้ำเสียงแหบพร่า “ข้าเข้าใจแล้ว ขอเวลาข้าพูดกับคนของจวนกั๋วกงสักสองสามคำเถอะ”

นางลากสังขารอันบอบช้ำ ก้าวเดินไปที่รถม้าของจวนกั๋วกงทีละก้าว แล้วเอ่ยกับคนขับรถม้าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “กลับไปบอกญาติผู้พี่…”

“ขอบคุณเขา… ที่ยังอุตส่าห์ส่งคนมารับข้า”

“แต่… ข้าไม่กลับไปแล้วล่ะ”

“ข้ากำลังจะไปแต่งงานแล้ว”

“จากนี้ไป บุญคุณความแค้นระหว่างข้ากับเขา… ถือว่าหักล้างกันไป เป็นหรือตาย… ก็ไม่ต้องมาพบเจอกันอีกเลย”

พูดจบ นางก็ไม่ปรายตามองคนขับรถม้าคนนั้นอีก ค่อยๆ หมุนตัวกลับไป รับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดบาดตาจากมือของสาวใช้จวนแม่ทัพมา แล้วค่อยๆ คลุมลงบนศีรษะของตนเองโดยปราศจากความลังเลใดๆ

ผ้าคลุมหน้าสีแดงบดบังรอยเฆี่ยนตีและรอยฟกช้ำบนใบหน้าของนางไปจนหมดสิ้น และยังบดบังประกายแสงสุดท้ายในดวงตาของนางไปด้วยเช่นกัน

จากนั้น นางก็ก้าวขึ้นรถม้าของจวนแม่ทัพไปอย่างเด็ดเดี่ยว

วงล้อรถม้าหมุนกลิ้ง มุ่งหน้าสู่อนาคตที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยแม้แต่น้อย

และมันก็บดขยี้สายใยเส้นสุดท้ายระหว่างนางกับเซี่ยอวิ๋นกุยจนขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์

สมดั่งใจเขาแล้ว

นางจะไม่มีวัน และไม่อาจไปตามตอแยเขาได้อีกต่อไปแล้ว

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 25

    วันเวลาผันผ่าน ความสงบสุขอบอวลอยู่ทุกค่ำคืนความรู้สึกระหว่างซูหวู่กับเว่ยเจิง หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคนานัปการ ก็ยิ่งลึกซึ้งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเว่ยเจิงไม่ใช่คนพูดเก่ง ทว่าความรักของเขากลับถ่ายทอดออกมาในทุกรายละเอียดเขาจะจำของโปรดที่นางชอบได้ จะคอยหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้ยามที่นางนั่งอ่านหนังสือดึกดื่น จะตั้งใจรับฟังความคิดเห็นของนางที่มีต่อเรื่องต่างๆ ในจวน และจะปกป้องนางอย่างไม่ปิดบังต่อหน้าผู้คน เขามอบความเคารพ ความไว้วางใจ และความรักอันไม่เคยมีมาก่อนให้กับนาง ภายในจวนแม่ทัพ นางไม่ใช่หญิงสาวผู้อาศัยใต้ชายคาใครอีกต่อไป ไม่ใช่คุณหนูญาติผู้น้องที่ต้องคอยประจบเอาอกเอาใจ แต่เป็นนายหญิงผู้สง่างามและได้รับความเคารพอย่างเต็มภาคภูมิหนึ่งปีต่อมา ซูหวู่ให้กำเนิดบุตรฝาแฝดชายหญิงคู่นึ่งอย่างราบรื่นเด็กชายหน้าตาคล้ายเว่ยเจิงราวกับพิมพ์เดียวกัน ระหว่างคิ้วแฝงความองอาจห้าวหาญ ส่วนเด็กหญิงสืบทอดความงดงามมาจากมารดา ดูน่ารักน่าเอ็นดูราวกับตุ๊กตาหยกบรรยากาศในจวนแม่ทัพเต็มไปด้วยความครึกครื้นชื่นบาน ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยอุ้มหลานชายหลานสาว ยิ้มจนหุบปากไม่ได้เว่ยเจิงมองดูภรรยาที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่เต็มไป

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 24

    พูดจบ ศีรษะของเขาก็เอียงพับลงไป และหมดสติไปอย่างสนิทซูหวู่มองใบหน้าที่ไร้สีเลือดของเขา รับรู้ถึงลมหายใจที่ค่อยๆ อ่อนแรงลง ความรู้สึกภายในใจสับสนปนเปถึงขีดสุดมีความตกใจ มีความหวาดกลัว มีความรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ทว่าส่วนใหญ่แล้วกลับเป็นความรู้สึกหนักอึ้ง เป็นภาระที่นางแบกรับเอาไว้ไม่ไหวนางหลับตาลง รีบสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดแล้วดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็วนางออกคำสั่งกับบ่าวรับไพร่ที่กำลังตื่นตกใจ “เร็วเข้า! หามท่านซื่อจื่อขึ้นรถม้า! กลับเข้าเมืองเดี๋ยวนี้! ไปเชิญหมอหลวงที่เก่งที่สุดมา! เร็วเข้า!”น้ำเสียงของนางทั้งมั่นคงและทรงพลัง แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่ยอมให้ผู้ใดปฏิเสธผู้คนราวกับพบหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงรีบทำตามคำสั่งนั้นทันทีเมื่อกลับมาถึงในเมือง จวนเจิ้นกั๋วกงก็เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เมื่อทราบข่าว หมอหลวงวินิจฉัยว่าแผลธนูนั้นลึกมาก อีกทั้งหัวลูกศรยังอาบยาพิษร้ายแรง สถานการณ์จึงวิกฤตถึงขีดสุด เซี่ยอวิ๋นกุยมีไข้สูงไม่ยอมลด มีท่าทีจะเสียชีวิตอยู่หลายครั้งทุกๆ วัน ซูหวู่จะส่งคนคอยสอบถามอาการบาดเจ็บ พร้อมกับจัดส่งสมุนไพรแก้พิษชั้นดีไปให้ แต่ตัวนางเอง...

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 23

    ศึกสงครามทางเหนือตึงเครียด ไฟสงครามลุกโชนไปทั่วทุกสารทิศ ภายในจวนแม่ทัพ ชีวิตของซูหวู่ดำเนินไปอย่างสงบสุขและเปี่ยมด้วยความหมายนางจัดการดูแลกิจการงานภายในจวนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ปฏิบัติหน้าที่แทนเว่ยเจิงในการปรนนิบัติผู้ใหญ่และปลอบขวัญบ่าวไพร่ ยามว่างก็จะไปอยู่เป็นเพื่อนซูหนิงน้องสาวที่อาการดีวันดีคืน หรือไม่ก็ศึกษาตำราแพทย์ หวังว่าจะพอมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังของเว่ยเจิงได้บนใบหน้าของนางเริ่มมีเลือดฝาด ความสงบเยือกเย็นและมั่นคงระหว่างคิ้วขับเน้นให้เธอดูงดงามสะพรั่งในแบบของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล แตกต่างจากความเยาว์วัยในอดีตอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่เซี่ยอวิ๋นกุยผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความสำนึกผิดและการคลุ้มคลั่งอันเจ็บปวดรวดร้าวมาได้ ในที่สุดเขาก็ตกอยู่ในความสิ้นหวังราวน้ำนิ่งสนิทเขาไม่กล้าคาดหวังให้ซูหวู่อภัยให้อีกต่อไป และไม่กล้าแม้แต่จะปรากฏตัวต่อหน้านางอีก เพราะกลัวจะเห็นความเย็นชาอย่างไร้เยื่อใยในแววตานั้น ซึ่งมันบาดลึกยิ่งกว่าความเกลียดชังเสียอีก เขาเปลี่ยนความเจ็บปวดและความสำนึกผิดทั้งหมดให้กลายเป็นความเงียบงันและการปกป้องคุ้มครองใ

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 22

    หลังพักฟื้นร่างกายอยู่ที่เรือนตากอากาศนานนับเดือน ร่างกายของเว่ยเจิงก็ฟื้นตัวไปกว่าครึ่ง แม้จะยังไม่เทียบเท่าช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุด แต่ก็ไม่มีอาการน่าเป็นห่วงแล้วสถานการณ์ในราชสำนักแปรปรวนดั่งเมฆหมอก จู่ๆ ทางชายแดนเหนือก็ส่งสัญญาณเตือนภัยเร่งด่วน ชนเผ่าเร่ร่อนควบม้าเหล็กบุกรุกรานชายแดน ตีแตกติดต่อกันหลายเมือง สถานการณ์วิกฤตยิ่งนักฮ่องเต้มีรับสั่งเรียกตัวเว่ยเจิงเข้าเฝ้ากลางดึก ท้องพระโรงจินหลวน แม้สีหน้าของเว่ยเจิงจะยังเจือร่องรอยความเจ็บป่วยอยู่บ้าง ทว่าแผ่นหลังกลับตั้งตรง สายตาดุจประกายเพลิงแน่วแน่“ท่านแม่ทัพเว่ย ร่างกายของเจ้า…” ฮ่องเต้ฉายแววกังวลพระทัยเว่ยเจิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง “ฝ่าบาท กระหม่อมหายดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ปกป้องแผ่นดินบ้านเกิด ถือเป็นหน้าที่ที่กระหม่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้! ขอฝ่าบาททรงโปรดอนุญาตให้กระหม่อมนำทัพออกศึก ขับไล่พวกนอกด่าน ทวงคืนผืนแผ่นดินกลับมาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฮ่องเต้ทรงพระสำราญยิ่ง ทรงแต่งตั้งให้เว่ยเจิงเป็นมหาแม่ทัพปราบเหนือ ควบคุมกองกำลังทั้งสาม พร้อมออกเดินทางทันทีในวันนั้นเมื่อข่าวคราวแพร่สะพัดกลับมาถึงจวนแม่ทัพ ภายในจวนต

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 21

    ทว่าเรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เซี่ยอวิ๋นกุยได้นำผลการสืบสวนไปรายงานต่อบิดามารดาและราชสำนักความผิดของกู้ว่านเซิงที่วางแผนใส่ร้ายซูหวู่ผู้เป็นฮูหยินตราตั้ง อีกทั้งยังหลอกลวงเบื้องสูง มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ก่อให้เกิดคลื่นลมลูกใหญ่ซัดกระหน่ำไปทั่วฮ่องเต้กริ้วจัด มีรับสั่งให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดตระกูลกู้จึงพลอยร่างแหไปด้วยและล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว กู้ว่านเซิงถูกถอดถอนบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ลดขั้นเป็นสามัญชน และถูกตัดสินเนรเทศให้ไปรับโทษไกลถึงพันลี้บุตรสาวอัครเสนาบดีผู้เคยสูงส่งเหนือใคร ในท้ายที่สุดก็ต้องมาล้มป่วยและตายตกอยู่ระหว่างทางเนรเทศอันแสนรันทด จุดจบช่างน่าเวทนายิ่งนักส่วนเซี่ยอวิ๋นกุย ก็กลายเป็นตัวตลกของเมืองหลวง โทษฐานที่มองคนไม่ออก ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสชาติของการถูกผู้คนลอบเยาะเย้ยถากถางความจริงกระจ่างแจ้ง สัญญาหมั้นหมายถูกยกเลิก ทว่าเซี่ยอวิ๋นกุยกลับไม่รู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้าม เพราะเขาได้ตระหนักถึงความโง่เขลาของตนเองและการสูญเสียซูหวู่ไปอย่างแท้จริง เขาจึงยิ่งจมดิ่งลงสู่ความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวังที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมเขาเอาแต่ยืมสุราดับทุก

  • จันทร์กระจ่างดั่งแก้วผลึก   บทที่ 20

    จนกระทั่งสูญเสียไปอย่างสมบูรณ์ เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ความรักอันลึกซึ้งที่เขาเคยโยนทิ้งราวกับรองเท้าขาดๆ ฝังรากลึกลงไปในกระดูกของเขาตั้งนานแล้ว!ทว่าเขา กลับโง่เขลาถึงเพียงนี้!ความสำนึกเสียใจและการตื่นรู้ที่ยิ่งใหญ่ราวกับเปลวเพลิงพิษที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเซี่ยอวิ๋นกุย เขาเริ่มทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ต่างๆ ที่ซูหวู่ต้องทนรับความอัปยศ ยิ่งคิด ข้อสงสัยก็ยิ่งมีมากขึ้นเบื้องหลังความอ่อนโยนและดีงามที่ดูเหมือนจะไร้ที่ติของกู้ว่านเซิง คล้ายกับมีร่องรอยของการซ่อนเร้นแผนการและความจงใจอยู่เสมอเขาใช้กองกำลังของจวนเจิ้นกั๋วกง เริ่มสืบสวนกู้ว่านเซิงอย่างลับๆเบาะแสแรกที่พบคือ สาวใช้ที่ชี้หน้าปรักปรำว่าซูหวู่เป็นคนผลักกู้ว่านเซิงตกน้ำในงานเลี้ยงชมดอกเหมย คนของเซี่ยอวิ๋นกุยใช้ความพยายามอย่างหนัก จนกระทั่งไปพบสาวใช้ผู้นี้ที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเรือนตากอากาศอันห่างไกล ซึ่งว่ากันว่าได้รับความเมตตาให้ออกจากจวนไปแล้ว แต่กลับเกือบจะถูกฆ่าปิดปากภายใต้การทรมานเพื่อรีดเค้นความจริง สาวใช้ก็สติแตกและยอมรับสารภาพความจริงออกมา“เป็น... เป็นคุณ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status