Masukข้าเป็นหมอหญิงคนหนึ่ง ตอนที่ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร ได้ช่วยชีวิตฮ่องเต้ที่บาดเจ็บสาหัส เขาตกหลุมรักข้าตั้งแต่แรกเห็น พยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อแต่งข้าเป็นภรรยา เพื่อข้าแล้ว เขายอมขับไล่นางสนมในวังหลังออก แต่งตั้งข้าเป็นฮองเฮาโดยไม่สนใจคำทัดทานของผู้คน สัญญากับข้าว่าจะรักเพียงข้าผู้เดียวตลอดชาติภพ แต่หลังจากข้าเป็นฮองเฮามาได้เจ็ดปี เขากลับพาตัวบุตรสาวจากจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วเข้ามาในวัง มอบความรักความโปรดปรานให้ทุกวัน แล้วยังพระราชทานปิ่นหงส์ที่เป็นของฮองเฮาให้นางอีก ข้าเห็นดังนั้นก็เขียนจดหมายไปหาท่านอาจารย์ “อาจารย์ ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว ใต้หล้านี้บุรุษล้วนโลเลหลายใจ ฮ่องเต้ก็มิต่างกัน สามวันหลังจากนี้ ข้าจะแกล้งตายแล้วหนีออกจากวัง นับแต่นี้เป็นต้นไปข้าจะติดตามอยู่ข้างกายท่าน ไม่จากไปไหนอีก”
Lihat lebih banyakChapter 1: The Contract in the Dark
Raven Winterstar had always believed the world was kind. At eight years old, she lived in a sprawling estate perched on the emerald edge of Arcadia Prime, where sunlight filtered through ancient canopy trees like golden honey. Her mother, the Archdruid, taught her the secret songs that made flowers bloom out of season. Her father, High Priest of the realm, carried her on his shoulders through moonlit gardens, whispering stories of gods and guardians. Raven's snow-white hair fell in long waves down her back, and her sharp blue eyes sparkled with the kind of joy that made even the sternest sentinels smile. She never wanted for anything. Every day felt like a gift wrapped in love. Until the sky burned. The invasion came without warning. Demonkin war-horns shattered the dawn, and then the first explosion tore through the estate like the fist of an angry god. Raven's world became ringing silence—ears bleeding, body stumbling through smoke and falling stone. Warm scarlet dripped onto her shoulders. She stared at her small hands, painted red, dizzy and swaying. A massive column crashed inches from her face; she rolled back just in time, feeling the impact through her bones but hearing nothing. Another blast ripped the walls apart, and darkness swallowed her whole. She awoke in an endless void. A silhouette approached—black robes trailing like spilled ink, boney hands clutching a scroll. No sound accompanied his steps. He tossed the parchment into her lap and pointed. Trembling, Raven broke the black wax seal and read the words written in silver ink that seemed to writhe on the page: *Raven Winterstar, you stand between life and death. Here it was meant to end. Yet you may choose otherwise. Become my scion, my representative upon the physical plane. Wield sway over life and death itself. There is no return from this path. You will be hated. You will be feared. You will be hunted. If you accept, prick your finger and let your blood seal the contract.* She looked up at the robed figure. Death himself, perhaps. Or something wearing his face. Her parents' faces flashed in her mind—laughing, warm, alive. She raised her thumb. The scythe's tip kissed her skin, drawing a bright bead of blood. She pressed it to the scroll. The void evaporated like mist in a storm. Reality returned in choking dust and shattered stone. Raven clawed her way free, limbs heavy, head spinning. No sound reached her—only the vibration of her own ragged breaths in her throat. Deaf. Broken. She crawled through the wreckage of her home, past toppled statues and burning tapestries, until she reached her parents' chamber. The doors were gone—splintered into kindling. Her father lay face-down in a spreading pool of blood. She shook him, lips moving in silent screams she couldn't hear. No response. On the bed, her mother lay naked, body marred with cruel cuts and bruises, one elegant ear torn away. Raven climbed onto the sheets, shaking her, pleading in vibrations only she could feel. They were gone. Tears carved clean tracks through the soot on her face. Death had spared her—not out of mercy, but because of the bargain she'd struck. A hulking demonkin burst through the ruined doorway, crimson skin glistening, horns curling like blackened thorns. Its yellow eyes locked on her. It lunged, massive hand closing around her arm. She fought, kicking, twisting. Its blade sliced her palm; blood welled fresh. She yanked free and fell across her father's body, her wounded hand smearing scarlet across his lifeless cheek. The demonkin snarled and began dragging her away by the ankle. Then black smoke poured into the room like living night. It seeped into her father's wounds, into his mouth, his eyes. His body jerked once, violently. Then it rose—slow, deliberate, unnatural. Empty eyes glowed with pale violet light. Black tendrils coiled from his fingertips as he seized the demonkin by the throat. The creature's roar cut short as fingers of shadow crushed windpipe and bone. With inhuman strength, the reanimated corpse slammed its foe against the wall, fist punching through armored chest in a spray of ichor. The demonkin spasmed once and went still. The smoke lingered a moment longer, then withdrew like retreating tide. Her father's body crumpled back to the floor, empty once more. Raven stared, chest heaving in silent sobs. The power inside her stirred—cold, vast, hungry. Life and death answered to her now, whether she wanted them to or not. More vibrations rippled through the floor—heavy boots, distant shouts she couldn't hear. Reinforcements? More invaders? It didn't matter. The war had taken everything. Arcadia Prime was falling. And she was no longer just a child. She was Raven Winterstar, scion of death. And the night was only beginning.เซี่ยจิ่งหวนเพิ่งมีโอรสน้อยที่อายุยังไม่ครบขวบดี แต่เขากลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่าจะขับไล่มารดาของเด็กออกจากวังบางทีศาสตร์แห่งการเป็นฮ่องเต้ที่เขาเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก อาจทำให้เขาเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากที่สุดในใต้หล้านี่คือสิ่งที่ข้าเพิ่งค้นพบหลังจากที่แยกตัวออกมาจากเขา"เซี่ยจิ่งหวน ถ้าข้ารักใครสักคนจริงๆ ข้าจะไม่มีวันนอกใจไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่นหลังจากแต่งงานแล้ว""แล้วข้าก็จะไม่ไปนอนกับชายอื่นเพียงเพราะต้องการทายาท"เซี่ยจิ่งหวนพูดด้วยสีหน้าร้อนรน "อาเหยา ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธที่ข้าไม่รักษาความซื่อสัตย์ที่มีต่อเจ้า แต่ตอนนั้นข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ถ้าข้ารู้..."ข้าขัดจังหวะเขา "สำหรับข้า ตราบใดที่ยังรักเขาอยู่ ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือตายไปก็เหมือนกัน""เมื่อยอมรับคนอื่นเข้ามาในชีวิต นั่นหมายความว่าความรักที่ท่านมีต่อข้าไม่สะอาดบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว""ท่านเป็นฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ ส่วนข้าเป็นเพียงหมอหญิงต่ำต้อย ระหว่างพวกเราไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว ตอนนี้ขอให้ทุกอย่างกลับสู่ทางที่ควรเป็น ฝ่าบาทโปรดเสด็จกลับไปเถิด"พูดจบ ข้าก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านแต่เซี่ยจิ่งหวนโบ
ผู้คนต่างชื่นชมความรักที่เขามีต่อข้า และกล่าวว่าโชคชะตาช่างเล่นตลกกับคนไม่มีดวง ทำให้คนรักต้องพลัดพรากจากกันข้าได้แต่ยิ้มให้กับเรื่องนี้ ผู้คนมักชอบทำให้ความรักดูสวยงาม เพื่อหลอกล่อชายหญิงที่ไร้เดียงสาให้ตกหลุมรักมีข่าวลือว่าเพราะการตายของข้า เซี่ยจิ่งหวนเสียใจหนักจนล้มป่วย นอนซมในตำหนักมาเป็นเดือนแล้ว อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแต่ข้ารู้ว่าเซี่ยจิ่งหวนจะผ่านมันไปได้ ในอดีตการแย่งชิงบัลลังก์ เขายังข้ามผ่านศพกองเป็นภูเขาและเลือดที่เจิ่งนองเป็นทะเลมาได้ แล้วจะติดหล่มกับเรื่องเล็กน้อยอย่างความรักได้อย่างไรสามเดือนต่อมา เกิดกบฏในวังหลังจากข้าตายไป หลินจื่อยวนก็ถูกเซี่ยจิ่งยวนจับขังในตำหนักเย็น ถูกหลบหลู่ดูหมิ่นทุกวันแม่ทัพผู้พิทักษ์แผ่นดินทราบข่าวจึงนำทหารบุกเข้าวัง แต่กลับติดกับดักที่เซี่ยจิ่งหวนวางไว้ ถูกริบอำนาจทางทหารไปทั้งหมดหลังจากนั้นเซี่ยจิ่งหวนก็นำทหารไปปราบกบฏที่ชายแดนด้วยตัวเอง และขับไล่ศัตรูที่รุกรานจากภายนอกดังนั้นไม่ใช่ว่าเขาไร้หนทางแก้ไขปัญหา เพียงแต่เขาคิดว่าข้าไม่คุ้มค่าพอที่เขาจะเสี่ยงมากขนาดนั้นในตอนนั้น เขาสามารถทนแรงกดดันจากทั้งราชสำนักเพื่อแต่งตั้งข้า
เลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมากลางอกของเซี่ยจิ่งหวน ก่อนจะกระอักเลือดสดๆ ออกมาหมอหลวงต่างรีบเข้ามาตรวจวินิจฉัย วิงวอนขอให้ฝ่าบาทถนอมพระวรกายของตัวเองเซี่ยจิ่งหวนไล่ทุกคนออกไปแล้วเดินมาที่ข้างกายข้า อุ้มข้าเข้าสู่อ้อมอกของเขาอย่างแนบแน่น พยายามใช้ไออุ่นจากร่างกายของเขาทำให้ร่างที่เย็นเฉียบของข้าอุ่น"อาเหยา ขอโทษ ข้าขอโทษ..."น้ำเย็นๆ ไหลหยดจากคางของเขาลงมาบนแก้มของข้าเซี่ยจิ่งหวนร้องไห้ตั้งแต่รู้จักเซี่ยจิ่งหวนมา นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเขาร้องไห้เขามักจะทำท่าราวกับกุมชัยชนะอยู่ในมือ มั่นใจในความสำเร็จของตัวเองเสมอแต่บัดนี้กลับร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะการจากไปของข้า ราวกับเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง"อาเหยา ข้าต้องทำอย่างไร เจ้าถึงจะยอมกลับมาหาข้า""อาเหยา ข้ารู้ตัวแล้วว่าผิด ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไป..."วันแรกหลังจากข้า "ตาย" เซี่ยจิ่งหวนก็กินอาหารที่ข้าทำไว้จนหมด ทั้งที่มันเย็นชืดไปแล้วเขาบอกว่าถ้าเขายอมทำตัวดีๆ และกินอาหารจนหมด ข้าก็จะให้อภัยเขา ไม่โกรธเขาอีกต่อไปวันที่สองหลังข้า "ตาย" เซี่ยจิ่งหวนเรียกช่างฝีมือมาทำโคมไฟกระต่ายหนึ่งร้อยดวง แขวนไว้ในตำหนักเฟิ่งชี"อาเหยา โคมไฟกระ
"ไม่ว่าเจ้าจะต้องการอะไร ข้าต้องทำตามใจเจ้าอยู่แล้ว ทำไมเจ้าถึงเลือกจากไปด้วยวิธีการที่เด็ดขาดเช่นนี้?"เซี่ยจิ่งหวน หากในใจท่านมีเพียงข้าคนเดียวจริงๆ ท่านคงไม่เลือกที่จะนำหลินจื่อยวนเข้าวัง แล้วร่วมรักกับนางหรอกเมื่อท่านเลือกที่จะนำนางเข้าวัง ข้าก็ไม่จำเป็นต้องไปสอบถามหรือเรียกร้องสิ่งใดจากท่านอีกความรักที่มีให้กัน ล้วนมาจากใจ มาจากความสมัครใจบัดนี้ขอเพียงความตายครั้งนี้ ตัดขาดสายใยรักระหว่างเราได้อย่างสิ้นเชิง ปลดปล่อยให้ข้าเป็นอิสระในตอนนั้นเอง ไฉ่เยว่ก็คุกเข่าลงแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท พระองค์ได้โปรดมอบความยุติธรรมให้ฮองเฮาด้วยเพคะ เมื่อวานนี้แม่นางจื่อยวนจากตำหนักเจิ้งเฉียน มาเข้าเฝ้าฮองเฮาที่กำลังลงมือทำพระกายาหารค่ำที่ห้องเครื่องหลวง”เซี่ยจิ่งหวนเงยหน้าขึ้นมองไฉ่เยว่ทันที "เจ้าว่าอะไรนะ? หลินจื่อยวนมาหาอาเหยา?"เซี่ยจิ่งหวนออกคำสั่งทันที "ทหาร นำตัวหลินจื่อยวนมาที่นี่”ไม่นาน หลินจื่อยวนก็ถูกทหารองครักษ์สองคนลากตัวเข้ามา กดให้คุกเข่ากลางตำหนักใหญ่หลินจื่อยวนถูกกดตัวจนลุกขึ้นไม่ได้ รีบเงยหน้ามองเซี่ยจิ่งหวน พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า"เมื่อครู่ฝ่าบาทยังกระซิบถ้อยคำหวาน
หลังจากกลืนยาลงไป ความทรงจำในอดีตก็ผุดขึ้นมาในภวังค์ความคิดเป็นฉากๆข้าเป็นเด็กกำพร้า ถูกอาจารย์ที่เดินทางออกรักษาผู้คนเก็บมาชุบเลี้ยงต่อมาอาจารย์ออกไปทำธุระ ข้าที่รั้งอยู่ในหุบเขาไม้ไผ่จึงได้ช่วยชีวิตเซี่ยจิ่งหวนที่บาดเจ็บหนักจากการถูกตามล่าเซี่ยจิ่งหวนตกหลุมรักข้าตั้งแต่แรกพบและสารภาพรักกับข้
พอเลี้ยวผ่านโค้งมาก็เห็นหลินจื่อยวนโผล่ออกมาจากหลังภูเขาจำลอง แล้วโผเข้ากอดเซี่ยจิ่งหวนเซี่ยจิ่งหวนรีบสำรวจร่างกายนางอย่างร้อนรน "ไม่ใช่บอกว่าตกน้ำหรอกหรือ?"หลินจื่อยวนเบียดกายแนบชิดร่างเขา พูดเสียงออดอ้อนว่า "ถ้าหม่อมฉันไม่พูดแบบนี้ ฝ่าบาทจะเสด็จมาได้อย่างไรเพคะ"เซี่ยจิ่งหวนเอ็ดด้วยน้ำเสียงเข
เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าข้าดูไม่มีความสุข วันรุ่งขึ้นเซี่ยจิ่งหวนก็ยกเลิกงานราชการทั้งหมด พาข้าแต่งกายเหมือนสามัญชนคนธรรมดาออกจากวัง ไปเที่ยวชมงานวัดข้าเติบโตมาในป่าเขา มีนิสัยรักอิสระไม่ชอบอยู่ในกรอบธรรมเนียมประเพณีปีแรกที่เข้าวัง ข้ารู้สึกอึดอัดกับกฎระเบียบในวังจนแทบหายใจไม่ออกหลังจากนั้น ทุกคร
หลังจากสั่งให้องครักษ์เร่งควบม้านำจดหมายออกไปส่งให้อาจารย์ข้าก็หันหลังเดินกลับตำหนัก ระหว่างทางเห็นนางกำนัลขันทีทำงานกันอย่างเร่งรีบ ขนย้ายกระถางดอกเหอฮวนจำนวนมาก ไปยังตำหนักเฟิ่งชี"เพียงแค่เห็นดอกเหอฮวนนี้ ก็รู้แล้วว่าวันคล้ายวันประสูติของฮองเฮาใกล้เข้ามาแล้ว""ฝ่าบาททรงรักฮองเฮาอย่างลึกซึ้ง ท






Ulasan-ulasan