LOGINยามที่ร่างไร้ลมหายใจของเป่าจูผู้เป็นธิดาถูกส่งเข้ามายังสุสานหลวง ทั่วทั้งร่างนางชุ่มโชกไปด้วยเลือด กระทั่งสิ้นใจก็ยังตายตาไม่หลับ เหล่าขันทีที่ส่งร่างนางเข้ามาต่างพากันถอนหายใจรำพัน “ต่อให้เป็นพระธิดาเพียงองค์เดียวของอดีตฮองเฮาแล้วอย่างไรเล่า? สุดท้ายก็ตายสู้สุนัขสักตัวยังมิได้เลย” “ไม่รู้ว่าองค์รัชทายาททรงคิดอย่างไร องค์หญิงเป่าจูเป็นพระขนิษฐาแท้ๆ ของพระองค์ แต่ยามที่นางคลอดยาก พระองค์กลับไม่ให้หมอหลวงแก่นางเลยสักคน” “ผู้ใดใช้ให้ราชบุตรเขยหลงรักคุณหนูหมิงเยว่กันเล่า นั่นต่างหากคือพระขนิษฐาที่องค์รัชทายาททรงทะนุถนอมไว้กลางดวงใจ” ข้าเพิ่งจะมารู้ก็ตอนนี้เอง หลังจากข้าแกล้งตายเพื่อมาเฝ้ารักษาและคุ้มครองสุสานหลวง โอรสของข้าก็ไปรับน้องสาวบุญธรรมมาจากที่ใดก็ไม่รู้ เพื่อให้น้องสาวบุญธรรมสำราญใจ ไม่เพียงปล่อยให้นางแย่งชิงสิทธิฐานันดรองค์หญิงของเป่าจูไป ยิ่งปล่อยให้ราชบุตรเขยส่งตัวเป่าจูที่กำลังตั้งครรภ์แก่ไปดัดนิสัยอีกด้วย ข้าจ้องมองร่างไร้วิญญาณที่บวมเป่งซีดขาวของเป่าจู จู่ๆ ก็ยิ้มออกมา ข้าอยู่ที่สุสานหลวงคุ้มครองชะตาแคว้นต้าโจวให้ยั่งยืน ที่แท้พวกเขากลับปฏิบัติต่อธิดาสุดที่รักของข้าเช่นนี้เองหรือ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากเส้นชีพจรมังกรของต้าโจวจะขาด ก็ให้มันขาดไปเถอะ
View More“ไม่!”“อย่านะ!”“ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเดี๋ยวนี้นะ!”“เหยาจี เราขอร้องเจ้าล่ะ ปล่อยเส้นชีพจรมังกรเถิด! อย่าทำอะไรมันเลย!”ไม่ว่าฮ่องเต้กับราชครูจะพร่ำวิงวอนอย่างน่าเวทนาเพียงใด ข้ากลับยังคงฉีกกระชากมังกรน้อยกลืนกินลงไปทีละคำเมื่อกลืนคำสุดท้ายลงคอ ข้าก็ทอดมองสีหน้าสิ้นหวังของทุกคนพลางหัวเราะเบาๆ “ข้าอยากทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะอย่างไรเสียหากข้าแค่ปฏิเสธการหล่อเลี้ยงมันต่อไป เส้นชีพจรมังกรที่อยู่กึ่งกลางระหว่างอสรพิษกับมังกรก็ยังคงปกปักต้าโจวของท่านไปได้อีกนับร้อยปีแต่มีสิทธิ์อันใดกันเล่า? ผู้ที่สังหารธิดาและเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของข้าเช่นท่าน เหตุใดจึงยังคงทำตัวสูงส่งเป็นเจ้าแผ่นดินอยู่ได้อีก?ข้าจะทำให้ท่านต้องเบิกตาดูแผ่นดินของตนเองล่มสลายแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้าจะทำให้ท่านกลายเป็นฮ่องเต้ผู้สิ้นชาติ!เรื่องนี้คงต้องขอบคุณค่ายกลของราชครู มิฉะนั้นหากเส้นชีพจรมังกรเร้นกายลงสู่ใต้พิภพ ข้าก็คงไม่มีปัญญาไปคว้าตัวมันออกมาได้แน่”ประโยคนี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับอูฐจนล้มลงราชครูยกมือกุมหน้าอก พลางอ้าปากทำท่าจะเอ่ยคำพูด แต่กลับกระอักโลหิตคำโตพ่นออกมา แล้วล้มตึงลงกับพื้น สิ้น
เพียงครึ่งวันผ่านไป การก้าวเข้าสู่สุสานหลวงอีกครากลับให้ความรู้สึกราวกับผ่านไปชั่วข้ามภพไม่รู้ว่าราชครูใช้วิธีใดจึงสามารถขุดเปิดสุสานหลวงที่ถล่มลงมาให้เป็นช่องโหว่ขนาดพอให้คนผู้เดียวมุดผ่านเข้าไปได้อีกครั้งเดินลึกเข้าไปอีกไม่กี่ก้าว เบื้องหน้าก็พลันเปิดกว้างขึ้นทันตาข้าปรายตามองฮ่องเต้ที่เดินอยู่เคียงข้าง พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านไม่กลัวว่าข้าจะลุกขึ้นมาจู่โจมสังหารท่านกะทันหันหรือ?ท่านเองก็รู้ดีว่า ข้าทำเช่นนั้นได้”ฮ่องเต้ทรงแย้มสรวลอย่างมั่นพระทัย“หากเจ้าคิดจะลงมือสังหารเรา คงทำไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว จะทนลำบากรอมาจนถึงยามนี้ไปไยเหยาจี ครองคู่เป็นสามีภรรยากันมานานปี เราย่อมรู้ใจเจ้าราวกับที่รู้ใจตนเอง”ข้ามิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงแต่หยุดฝีเท้าลงข้างร่างไร้วิญญาณของเป่าจูนางทอดร่างอย่างเงียบสงบอยู่ใจกลางค่ายกล ดูราวกับเพียงแค่จมดิ่งสู่นิทรายามทอดพระเนตรเห็นร่างของเป่าจู ฮ่องเต้เองก็คล้ายจะมีสีพระพักตร์สลดลงเขานิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา“เรามิใช่เสด็จพ่อที่ดีเดิมทีคิดเพียงว่าเรื่องราวระหว่างหมิงเยว่กับเป่าจูเป็นเพียงกลอุบายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแย่งชิ
“เหยาจี ตัวการใหญ่ตายแล้ว พวกเราก็มาเจรจากันดีๆ ได้เสียที”ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ราวกับเพิ่งบี้แมลงตัวเล็กๆ ตายคามือ แทบมองไม่ออกเลยว่าผู้ที่เขาเพิ่งสังหารไปนั้น คือธิดาที่เขาทะนุถนอมดั่งแก้วตาดวงใจเมื่อครู่ก่อนเหตุใดกาลก่อนข้าจึงไม่เคยรู้ว่า เขามีความสามารถในการสับเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้“จะเจรจาสิ่งใด? ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า พวกท่านต่างหากที่คอยให้ท้ายกู้หมิงเยว่?”ข้าแค่นหัวเราะพลางย้อนถามฮ่องเต้กลับยอมรับหน้าตาเฉย“เป็นความผิดของเราเอง เราขอโทษเจ้าด้วย เดี๋ยวเราจะออกราชโองการถอดถอนบรรดาศักดิ์ ริบทรัพย์ และตัดศีรษะเสียบประจานสวี่หานกวาง ส่วนโอรสของพวกเรา เจ้าปรารถนาจะลงโทษเขาอย่างไรก็สุดแท้แต่เจ้าเถิดเหยาจี ครานี้พอใจแล้วหรือยัง?”ข้าส่ายหน้า น้ำเสียงเคลือบไปด้วยจิตสังหารอันยะเยือก“ยังไม่พอ พวกท่านต้องแลกด้วยชีวิตต่างหาก”ฮ่องเต้ทรงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะทรงพระสรวลออกมาเขาชี้มาที่ตนเอง ก่อนจะชี้ไปยังองค์รัชทายาท แล้วแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “เลิกทำตัวไร้สาระเสียที! ไม่ต้องพูดถึงว่าแต่โบราณกาลไม่เคยมีธรรมเนียมให้บิดาชดใช้ชีวิตแก่บุตรี หรือพี่ชายชดใช้ชีวิตแก่น้องส
รอยยิ้มของฮ่องเต้พลันแข็งค้างอยู่บนพระพักตร์พระองค์ทอดพระเนตรมองราชครูที่มีสภาพทุลักทุเล สลับกับมองมาที่ข้าถึงได้เพิ่งตระหนักว่านับตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ ข้ามิได้เผยแววตาหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของฮ่องเต้ ข้าจึงออกแรงดึงลูกธนูที่ปักทะลุไหล่ขวายึดติดกับเสาไม้ออกมาอย่างง่ายดายก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยังคิดจะสังหารข้าอยู่อีกหรือไม่เล่า? ท่านพี่”ทว่าบาดแผลบนหัวไหล่ขวาซึ่งเมื่อครู่ยังมีเลือดไหลนองดั่งสายน้ำ กลับสมานตัวเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนภายในพระที่นั่งจินหลวนเงียบสงัดไร้สรรพเสียง มีเพียงเสียงลูกธนูที่ถูกข้าโยนทิ้งลงพื้นดังก้องกังวานแผ่วเบาผนวกกับเสียงฝีเท้าของข้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนไปทีละก้าวยามที่ข้าขยับตัว ปลายลูกธนูแต่ละดอกก็คอยหันเหทิศทางตามอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าปล่อยลูกธนูออกมาเลยสักคน“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้!”แรงกดดันมหาศาลอันไร้รูปร่างแทบจะบดขยี้ฮ่องเต้จนพังทลายเขาลุกขึ้นยืน ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความลำพองใจเมื่อครู่ บัดนี้ไร้ซึ่งรอยยิ้มอีกต่อไปเข