Beranda / โรแมนติก / จาก 2540 ถึงนิรันดร์ / ตอนที่ 11: กลิ่นน้ำมันมวย และชัยชนะก้าวแรก

Share

ตอนที่ 11: กลิ่นน้ำมันมวย และชัยชนะก้าวแรก

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 21:32:55

30 สิงหาคม 2540

เสียงรองเท้าผ้าใบยี่ห้อแพน (Pan) และนันยางนับร้อยคู่เสียดสีกับพื้นยางสังเคราะห์ดัง เอี๊ยดอ๊าด ประสานไปกับเสียงหวดลูกขนไก่ที่ดังก้องกังวานราวกับเสียงประทัด มันเป็นซิมโฟนีแห่งความดุดันที่ดังกระหึ่มอยู่ภายในอาคารยิมเนเซียมขนาดใหญ่ของสนามกีฬาเขต

อากาศภายในยิมเนเซียมค่อนข้างอบอ้าวแม้จะเปิดพัดลมระบายอากาศตัวยักษ์ กลิ่นของสเปรย์ฉีดแก้ปวด กลิ่นน้ำมันมวยที่ร้อนระอุ และกลิ่นเหงื่อของนักกีฬาวัยรุ่น ลอยคละคลุ้งผสมปนเปกันจนกลายเป็น ‘กลิ่นของการแข่งขัน’ ที่รินรดาคุ้นเคยและหลงใหลมาตั้งแต่เด็ก

ทว่าวันนี้... ความรู้สึกของเธอกลับต่างออกไปจากทุกครั้ง

รินในชุดกีฬาเสื้อคอปกสีเหลืองสลับดำ ซึ่งเป็นสีประจำ ‘สโมสรสายฟ้า’ นั่งตัวเกร็งอยู่บนอัฒจันทร์ไม้ด้านข้างสนาม เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อที่สโมสรแจกให้ฟรี มันมีขนาดใหญ่กว่าไซส์จริงของเธอไปหนึ่งเบอร์ ทำให้ช่วงไหล่ดูตกเล็กน้อย แต่รินก็จัดการยัดชายเสื้อใส่ในกางเกงกระโปรงสีดำอย่างทะมัดทะแมง

เมื่อก่อน ตอนที่เธอยังเป็นตัวแทนของโรงเรียนสตรีชื่อดัง เธอจะมีเต็นท์พักนักกีฬาติดแอร์ มีสปอนเซอร์แจกน้ำดื่มมียี่ห้อ มีรุ่นน้องคอยพัดลมให้ แต่ในวันนี้ ฐานะนักกีฬาอิสระ(ที่เพิ่งได้สังกัดสโมสรเล็กๆ) เธอมีเพียงกระเป๋าไม้แบดมินตันใบเก่า และ...

แปะ!

ความเย็นจัดประทับลงบนแก้มใสจนรินสะดุ้งสุดตัว เด็กสาวหันขวับไปมอง ก็พบกับถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งแช่น้ำอัดลมสีดำที่มัดปากถุงด้วยหนังยางวงสีแดง ถูกยื่นมาแนบแก้มเธอโดยฝีมือของ 'ผู้จัดการส่วนตัวหน้าตาย'

"นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มต้อนรับวันสารทจีนเลยนะครับ คุณรินรดา" เขตต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเขียวขี้ม้าทับเสื้อยืดสีขาว ปลดกระดุมบนสองเม็ดดูสบายๆ แต่ที่ขัดกับลุคพนักงานร้านเช่าวิดีโอคือ บนบ่าของเขาสะพายกระเป๋าเป้ใบเขื่องที่อัดแน่นไปด้วยผ้าขนหนู สเปรย์แก้ปวด ขวดน้ำ และลูกขนไก่สำรอง

"ฉันไม่ได้หน้าซีดสักหน่อย! แอร์มันเย็นต่างหาก!" รินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ รับถุงน้ำอัดลมมาดูดดับกระหาย "แล้วนี่นายไปซื้อมาจากไหนเนี่ย หน้าโรงยิมมีขายด้วยเหรอ"

"รถเข็นลุงหน้าประตูทางเข้านั่นแหละครับ ถุงละห้าบาท ประหยัดกว่าไปซื้อน้ำอัดลมกระป๋องข้างในตั้งเยอะ" เขตต์ทิ้งตัวลงนั่งบนอัฒจันทร์ข้างๆ เธอ สายตาคมกริบกวาดมองลงไปยังสนามแข่งขันทั้งแปดคอร์ทที่กำลังทำการแข่งขันในรอบแรกของรุ่นอื่นๆ "มือสั่นขนาดนี้... ตื่นสนามเหรอครับ?"

รินก้มมองมือตัวเองที่กำลังสั่นน้อยๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ ยอมรับความจริง

"นิดหน่อยน่ะ... ก็ฉันไม่เคยลงแข่งในนามสโมสรนี่นา พอไม่มีป้ายชื่อโรงเรียนแปะอยู่ที่หลัง มันก็รู้สึกโหวงๆ เหมือนตัวเองตัวเล็กลงยังไงก็ไม่รู้... นายดูพวกนั้นสิ"

รินพยักพเยิดหน้าไปทางฝั่งตรงข้ามของยิมเนเซียม

ที่ตรงนั้น... คือจุดรวมพลของนักกีฬาจาก 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' โรงเรียนคู่แข่งและอดีตเป้าหมายที่รินเคยอยากย้ายไปเรียน

นักกีฬาทุกคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตวอร์มสีขาวขลิบทองดูหรูหรา มีโค้ชและผู้ช่วยนับสิบคนคอยดูแล และที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มนั้นคือ 'พิม' หรือพิมชนก

พิมกำลังยืนฟังแผนการเล่นจากโค้ชดนัย ใบหน้าเรียวเล็กของเธอเรียบตึง เยือกเย็น และเต็มไปด้วยสมาธิที่แผ่รังสีข่มขวัญคู่แข่งไปทั่วบริเวณ แม้ว่าเมื่อคืนก่อน รินจะเพิ่งได้คุยกับ 'หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้' ในห้องแชท Pirch98 จนรู้สึกสงสารและเห็นใจเพื่อนนิรนามจับใจ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง พิมชนกก็ยังคงเป็นไอดอลและกำแพงสูงตระหง่านที่รินต้องข้ามไปให้ได้อยู่ดี

ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตา พิมเบือนหน้ามาทางอัฒจันทร์ฝั่งที่รินนั่งอยู่

ดวงตาของเด็กสาวทั้งสองคนประสานกันกลางอากาศ พิมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอฉายความประหลาดใจแวบหนึ่งที่เห็น 'คุณหนูรินรดา' ผู้ถูกยุบชมรม สามารถหาทางกลับมายืนอยู่ในทัวร์นาเมนต์นี้ได้สำเร็จ ในขณะที่รินเชิดหน้าขึ้น ริมฝีปากบางเม้มแน่น ยืดหลังตรงเพื่อประกาศให้คู่แข่งรู้ว่า เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อยอมแพ้

พิมไม่ได้ยิ้มหรือทักทาย เธอเพียงแค่ดึงสายตาเกรี้ยวกราดกลับไปที่คอร์ทแบดมินตันตามเดิม

"คู่แข่งของคุณ... ดูน่ากลัวสมคำร่ำลือนะครับ" เขตต์เอ่ยทำลายความเงียบ เขาเองก็มองเห็นการปะทะทางสายตาเมื่อครู่นี้ "รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนน้ำอัดลมในถุงผมแทบจะแข็งเป็นน้ำแข็ง"

"ใช่ไหมล่ะ... พิมน่ะเก่งมากๆ เลยนะ" รินตอบเสียงแผ่ว ความมั่นใจลดลงไปอีกระดับ "ตอนที่อยู่สโมสรสายฟ้า โค้ชชัยก็สอนเทคนิคให้ฉันเยอะก็จริง แต่ฉันมีเวลาซ้อมเต็มรูปแบบแค่สัปดาห์ละสามวันเอง... พอมาเห็นการเตรียมตัวของพวกนั้นแล้ว ฉันแอบกลัวว่าหยาดเหงื่อของฉันมันจะยังไม่พอ"

เขตต์ละสายตาจากฝั่งสตรีศรีพัฒนา หันมามองผู้หญิงตัวเล็กๆ ข้างกาย ที่ตอนนี้ความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งแบบคุณหนูกำลังถูกความหวาดหวั่นกัดกิน

ชายหนุ่มไม่ได้พูดปลอบประโลมด้วยคำหวานหู เขาเพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต หยิบนาฬิกาจับเวลาดิจิทัลสีดำขึ้นมา แล้วกดปุ่ม ติ๊ด "รินรดา... หันมามองนี่"

รินหันไปมองหน้าจอเล็กๆ ที่ตัวเลข 00:00:00 กำลังกะพริบ

"คุณจำได้ไหมว่า ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขบนหน้าจอนี้มันเดินไปแล้วกี่ชั่วโมง?" เขตต์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงราวกับเสาเข็ม "คุณวิ่งสปรินต์สลับฟุตเวิร์กบนพื้นปูนสากๆ ไปทั้งหมดสี่ร้อยยี่สิบรอบ... คุณตีลูกขนไก่พลาสติกขาดไปแปดสิบห้าลูก......"

เขตต์เงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้าง

"คุณอาจจะไม่มีแอร์เย็นๆ ไม่มีสปอนเซอร์หลักแสน... แต่หยาดเหงื่อทุกหยดของคุณที่รดลงบนลานใต้ทางด่วนนั่น ผมเป็นคนจับเวลาและนั่งดูมันมาด้วยตาตัวเอง... เพราะฉะนั้น อย่ามาดูถูกหยาดเหงื่อของตัวเองเด็ดขาด"

ชายหนุ่มเคาะปลายนิ้วลงบนหน้าผากเนียนของเธอเบาๆ หนึ่งที ป๊อก! เหมือนที่เคยทำเพื่อเรียกสติ

"คุณเก่งกว่าที่คุณคิดนะครับ ยัยตัววุ่น"

สัมผัสแผ่วเบานั้นเหมือนสวิตช์ไฟที่เปิดให้ความมุ่งมั่นในหัวใจของรินสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ความกังวลและความกลัวมลายหายไปราวกับหมอกที่ถูกแสงแดดแผดเผา รินมองใบหน้าเรียบเฉยของผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่ไม่เคยสัญญาว่าจะให้ดาวให้เดือน แต่กลับเป็นคนที่มอบ 'ความเชื่อมั่น' ที่ทรงพลังที่สุดให้เธอเสมอ

รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นน้ำมันมวยรอบตัวกลับมาหอมหวานอีกครั้ง ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้เขตต์รู้สึกว่า วันนี้เขาตื่นเช้ามาแบกกระเป๋าหนักๆ นี่คุ้มค่าแล้ว

"อืม! เข้าใจแล้ว... ฉันจะไม่ยอมให้เวลาที่นายอุตส่าห์มานั่งตบยุงเฝ้าฉันซ้อมต้องสูญเปล่าแน่ๆ!" รินกำหมัดแน่น

"หมายเลข 045 รินรดา จากสโมสรสายฟ้า และ หมายเลข 088 จากชมรมทหารอากาศ ลงประจำที่คอร์ทหมายเลข 3 !" เสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงดังขึ้นก้องยิมเนเซียม

"ถึงคิวฉันแล้ว" รินลุกขึ้นยืน คว้าไม้แบดมินตันคาร์บอนไฟเบอร์คู่ใจออกมาจากกระเป๋า

เขตต์ผุดลุกขึ้นตาม เขาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาพาดบ่าตัวเองไว้ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบลูกอมรสโคล่าออกมาหนึ่งเม็ด ยัดใส่มือเธอ

"กินซะ น้ำตาลจะช่วยให้สมองแล่น... แล้วก็... ชนะให้ได้ล่ะ" เขตต์พูดเสียงแผ่ว แต่แฝงไปด้วยแรงซัพพอร์ตเต็มเปี่ยม

รินแกะลูกอมเข้าปาก รสหวานซ่ากระจายไปทั่วลิ้น เธอยิ้มกว้างให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินลงสู่สนามแข่งขัน

คอร์ทหมายเลข 3 สว่างไสวด้วยแสงสปอตไลต์ คู่แข่งของรินในรอบแรกเป็นเด็กสาวร่างสูงใหญ่จากชมรมทหารอากาศ ท่าทางทะมัดทะแมงและมีพละกำลังล้นเหลือ ทันทีที่กรรมการให้สัญญาณเริ่มเกมและโยนเหรียญเสี่ยงทาย รินก็ได้เป็นฝ่ายเสิร์ฟก่อน

ป๊อก!

เสียงไม้กระทบลูกดังกังวาน รินเสิร์ฟลูกโด่งลึกไปถึงท้ายคอร์ท คู่แข่งถอยหลังไปตั้งรับก่อนจะกระโดดตบลูกสวนกลับมาด้วยความเร็วและความแรงที่น่ากลัว ลูกขนไก่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมาทางซ้ายของริน

แต่รินไม่ได้ลนลาน... ในหัวของเธอได้ยินเสียง ติ๊ด ของนาฬิกาจับเวลา และภาพลานปูนฝุ่นเขรอะที่สอนให้เธอรู้จักการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุด

เอี๊ยด! รินสไลด์เท้าซ้ายไปด้านหลัง ย่อเข่าลงต่ำ แล้วตวัดไม้แร็กเก็ตงัดลูกขนไก่ที่เกือบจะถึงพื้นให้ลอยโด่งกลับไปหยอดหน้าเน็ตอย่างสวยงาม

คู่แข่งชะงัก เบรกตัวหัวทิ่มเพื่อพุ่งมารับลูกหยอด แต่ก็ช้าเกินไป ลูกขนไก่ตกลงบนพื้นไม้ปาร์เก้ฝั่งตรงข้ามอย่างนิ่มนวล

"หนึ่งต่อศูนย์! 045เป็นฝ่ายนำ!" กรรมการขานคะแนน

บนอัฒจันทร์ด้านข้าง โค้ชชัยจากสโมสรสายฟ้าพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วของริน ในขณะที่เขตต์... ชายหนุ่มเพียงแค่ยืนกอดอกพิงราวกั้นเหล็ก มุมปากของเขากระตุกยิ้มบางๆ อย่างภูมิใจ

เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้คู่แข่งจะมีพละกำลังมหาศาล แต่รินใช้ความฉลาดและความคล่องตัวที่ถูกเคี่ยวเข็ญมาจากผู้จัดการหน้าตาย ดึงจังหวะให้คู่แข่งต้องวิ่งหน้าตั้งไปทั่วคอร์ท รินอ่านเกมขาด เธอหลอกหน้าไม้ว่าจะหยอด แต่กลับตบอัดไปท้ายคอร์ท จนคู่แข่งเสียจังหวะล้มลุกคลุกคลาน

"สิบสี่ต่อแปด! แมตช์พอยต์!"

เสียงหอบหายใจของรินดังเป็นจังหวะ เหงื่อไหลโทรมกายจนเสื้อสีเหลืองชุ่มโชก แต่ดวงตาของเธอยังคงลุกโชน เธอเหลือบสายตาไปมองที่ข้างสนาม เขตต์ยืนอยู่ที่เดิม เขายกมือขวาขึ้นมา ชูนิ้วชี้ขึ้นฟ้าเป็นสัญลักษณ์ที่รู้กันสองคน... 'แต้มเดียว ปิดเกมซะ'

รินพยักหน้า เธอโยนลูกขนไก่ขึ้นฟ้าแล้วตวัดไม้เสิร์ฟลูกสั้น คู่แข่งพุ่งเข้ามางัดลูกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ลูกขนไก่ลอยโด่งขึ้นมากลางคอร์ท... เป็นลูกลอยที่หวานหมูที่สุด

รินไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ เด็กสาวกระโดดลอยตัวขึ้นสูงกลางอากาศ ร่างกายบิดโค้งดั่งคันศร ก่อนจะฟาดไม้แร็กเก็ตลงมาสุดแรงเกิด

เปรี้ยง!!

ลูกขนไก่พุ่งตัดอากาศราวกับกระสุนปืน อัดกระแทกลงบนเส้นขอบสนามฝั่งตรงข้ามอย่างไร้ที่ติ!

"สิบห้าต่อแปด! 045 รินรดาจากสโมสรสายฟ้า เป็นผู้ชนะในเกมที่สอง และผ่านเข้ารอบต่อไป!"

เสียงนกหวีดเป่ายาวจบการแข่งขัน รินชูแขนทั้งสองข้างขึ้นฟ้า ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจจนสุดเสียง เธอหันไปจับมือกับคู่แข่งและกรรมการ ก่อนจะรีบวิ่งเหยาะๆ ตรงดิ่งมาที่ข้างสนาม

เขตต์ยืนรออยู่ตรงนั้น เขายื่นผ้าขนหนูสีขาวผืนสะอาดส่งให้เธอ พร้อมกับขวดน้ำเกลือแร่ที่เปิดฝารอไว้แล้ว

"ทำได้ดีครับ ยัยตัววุ่น" เขตต์เอ่ยชมสั้นๆ น้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตาอบอุ่นเหลือเกิน

รินรับผ้าขนหนูมาซับหน้า หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข "บอกแล้วไงว่าฉันจะชนะ! เป็นไงล่ะ ฝีมือนักกีฬาของนายเจ๋งใช่ไหมล่ะ!"

"ก็แค่รอบแรกครับ อย่าเพิ่งเหลิง หนทางยังอีกยาวไกล... รีบดื่มน้ำแล้วไปพักยืดกล้ามเนื้อซะ บ่ายนี้คุณยังมีแข่งรอบสองอีก" เขตต์ดับฝันคุณหนูอย่างรวดเร็ว ทำเอารินปากยู่ ย่นจมูกใส่

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังต่อปากต่อคำกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังพวกเขา

"ฟุตเวิร์กดีขึ้นนี่... รินรดา"

รินและเขตต์หันไปมองพร้อมกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของรินค่อยๆ เลือนหายไป

คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือ พิมชนก ไอดอลและคู่แข่งหมายเลขหนึ่งของเธอ พิมในชุดแจ็กเก็ตสีขาวขลิบทองยืนกอดอก มองรินด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

"แต่ถ้าจะใช้ลูกไม้ตบหยอดสลับท้ายคอร์ทแบบนี้ในรอบลึกๆ ล่ะก็... มันตื้นเขินเกินไปนะ" พิมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ เพราะถ้าเราเจอกัน... ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอได้กระโดดตบสบายๆ แบบเมื่อกี้แน่"

รินเม้มริมฝีปากแน่น บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที เธอรู้ว่าพิมไม่ได้พูดขู่ แต่พิมพูดความจริง ระดับของพวกเธอยังห่างชั้นกันอยู่มาก

รินกำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามประสาคนไม่ยอมใคร แต่ทว่า... ร่างสูงของเขตต์กลับก้าวเข้ามาขวางระหว่างกลางของเด็กสาวทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบ

เขตต์ไม่ได้พูดจาหาเรื่อง เขาเพียงแค่มองหน้าพิมชนกด้วยสายตาเรียบสนิท ก่อนจะหันกลับมาจับไหล่รินเบาๆ

"ไปพักเถอะครับ คุณรินรดา พลังงานของคุณมีไว้ใช้ในสนาม... ไม่ใช่เอามาใช้นอกเกม" เขตต์พูดเสียงดังกังวานพอให้พิมได้ยินชัดเจนทุกคำ "เรามีเป้าหมายที่ต้องโฟกัส... และเราจะไปเจอกันที่นั่นแน่นอนครับ"

พิมชะงักไปเล็กน้อย เธอมองหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าที่ดูเหมือนจะเป็นคนดูแลริน แววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวต่อดีกรีนักกีฬาทีมชาติของเธอเลยสักนิด พิมแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังแคมป์ของโรงเรียนสตรีศรีพัฒนา

รินมองตามแผ่นหลังของพิมไป หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งกลัว และ... ลึกๆ แล้ว เธอก็ยังนึกถึงความบอบช้ำของ 'หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้' ในโลกออนไลน์เสมอ

"นี่เขตต์..." รินเงยหน้ามองชายหนุ่มตัวสูงข้างๆ

"ครับ?"

"ฉันจะต้องเก่งขึ้นให้ได้... ฉันจะต้องไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของคอร์ทเดียวกับพิม... ในฐานะคู่แข่งที่สูสีที่สุดให้ได้เลย" รินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป แต่มันคือคำปฏิญาณ

เขตต์มองประกายไฟในดวงตาคู่นั้น ริมฝีปากของเขาคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางๆ

"ครับ... ผมเชื่อว่าคุณทำได้" เขตต์หยิบกระเป๋าไม้แบดขึ้นมาสะพาย "และผมก็จะยืนจับเวลาคุณอยู่ตรงนี้แหละ... จนกว่าจะถึงวินาทีนั้น"

ชัยชนะก้าวแรกได้ถูกบันทึกไว้แล้ว ท่ามกลางกลิ่นน้ำมันมวยและการแข่งขันที่ดุเดือด เส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของรินรดา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น โดยมีผู้จัดการส่วนตัวหน้าตาย คอยก้าวเดินเคียงข้างไปในทุกๆ ก้าว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 23: หยาดเหงื่อหยดที่ห้าสิบ และหมูกระทะเยียวยาใจ

    1 ตุลาคม 2540 (ช่วงบ่าย)ร่างเล็กๆ ของรินรดาลอยขนานไปกับพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์ แขนขวาที่กำไม้แบดมินตันเหยียดออกไปจนสุดช่วงแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่ที่พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดั่งมัจจุราชถ้าลูกนี้ตกพื้น... ทุกอย่างที่พยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด!ป๊อก!!ปลายหน้าไม้ที่พันด้วยกริปเทปสีเหลืองสดใส ช้อนเข้าที่หัวจุกก๊อกของลูกขนไก่ก่อนที่มันจะสัมผัสพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! ลูกพลาสติกสีขาวถูกงัดให้ลอยโด่งข้ามตาข่ายกลับไปตกถึงท้ายคอร์ทฝั่งตรงข้าม รินไถลตัวไปกับพื้นจนเกิดรอยไหม้จางๆ ที่หัวเข่า แต่เธอก็ใช้มือซ้ายยันพื้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา"สี่สิบ!"เสียงขานจำนวนลูกของโค้ชดนัยดังก้อง ยิมเนเซียมที่เคยมีเสียงซุบซิบนินทา บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางคอร์ท นักกีฬาสตรีศรีพัฒนาที่นั่งล้อมวงดูอยู่ เริ่มเผลอกลั้นหายใจและลุ้นไปกับความอึดของเด็กสาวไร้สังกัดคนนี้อย่างลืมตัว"อีกสิบลูก! อย่าช้า!" โค้ชดนัยให้สัญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคนเปิดฉากบุกต่อทันที"สี่สิบเอ็ด!""สี่สิบสอง!"สิบลูกสุดท้ายคือนรกบนดินอย่างแท้จริง ขาทั้งสองข้างของรินหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 22: กระดาษคำตอบ และด่านทดสอบรับน้องใหม่

    1 ตุลาคม 2540เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังในห้องพักครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิม นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สองมือกำกระโปรงสีกรมท่าของตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้คือวันฟังผลสอบวัดระดับ... การสอบที่เธอใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ขลุกตัวอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ ท่องศัพท์และแก้สมการจนดึกดื่น โดยมี 'ติวเตอร์หน้าตาย' คอยเอาไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเวลาเธอสัปหงก"รินรดา..." ครูวัยกลางคนสวมแว่นตาทรงตาแมวขยับกระดาษคำตอบสองแผ่นในมือ ทอดสายตามองเด็กสาวผ่านเลนส์หนาเตอะ "เธอรู้ใช่ไหมว่าเกณฑ์การรับย้ายกลางเทอมของเราคือ 80% สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ... ซึ่งมันสูงมากสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชามาโดยตรง""ท... ทราบค่ะอาจารย์" รินตอบเสียงสั่นครูฝ่ายวิชาการถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนกระดาษใบแจ้งผลคะแนนสีขาวมาตรงหน้าเธอรินกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองตัวเลขที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินในช่องคะแนน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 21: ถ้ำเสือสตรีศรีพัฒนา และติวเตอร์หน้าตาย

    23 กันยายน 2540ประตูเหล็กดัดสีทองสลักชื่อ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' สูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินรดาในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมยืนกำสายกระเป๋าจาคอปแน่น เธอเงยหน้ามองยอดโดมของอาคารเรียนสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่าและหรูหราสมกับเป็นโรงเรียนสตรีอันดับต้นๆ ของประเทศเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วก้าวเท้าเดินผ่านป้อมยามเข้าไป จุดหมายของเธอไม่ใช่ห้องธุรการ แต่เป็นอาคารยิมเนเซียมปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานทัพของทีมแบดมินตันที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไป ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและเสียงฝรองเท้าเอี๊ยดอ๊าดก็ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส รินกวาดสายตามองคอร์ทยางสังเคราะห์สี่สนามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นักกีฬาหญิงในชุดเสื้อขาวขลิบทองกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น โชคดีที่วันนี้ 'พิมชนก' น่าจะไปรายงานตัวที่แคมป์ทีมชาติ รินจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจตั้งแต่ก้าวแรก"หนู... มาหาใคร"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง รินหันขวับไปมอง ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดวอร์มเต็มยศและมีนกหวีดคล้องคอ... 'โค้ชดนัย' หัว

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 20: สมุดพกสีแดง และเป้าหมายที่ชื่อ 'สตรีศรีพัฒนา'

    22 กันยายน 2540เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ดังก้องแข่งกับเสียงข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำจากโทรทัศน์จอแก้วรินรดาในชุดนักเรียนที่ยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติวันแรก ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูบ้านอย่างระมัดระวังที่สุด เธอพยายามย่องปลายเท้าให้เบาหวิวเหมือนแมว หวังจะลอบขึ้นบันไดไปอาบน้ำโดยไม่ให้ใครเห็นทว่า... แสงไฟจากโคมไฟระย้ากลางห้องนั่งเล่นที่สว่างจ้า และร่างของผู้เป็นแม่ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาล ก็ดับฝันของเธอลงทันที"ไปไหนมา รินรดา"น้ำเสียงของแม่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟามี 'สมุดพก' สีแดงของโรงเรียนวางหลาอยู่ พร้อมกับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายวิชาการรินสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระเป๋าไม้แบดมินตันไว้ด้านหลัง "เอ่อ... รินไปทำรายงานบ้านแพรวมาค่ะแม่ ฝนตกหนัก รถก็เลยติด...""รายงานวิชาอะไรล่ะ ที่ต้องใช้ไม้แบดมินตันกับรองเท้าผ้าใบน่ะ" แม่สวนกลับทันควัน ดวงตาของผู้ผ่านโลกมามากกว่าฉายแววดุดัน "เมื่อเย็นแม่โทรไปหาแม่ของแพรว เขาบอกว่าแพรวกลับมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว... เลิกโกหกแม่ได้แล้วริน!"แม่หยิ

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 19: ยางสังเคราะห์ที่เย็นเฉียบ และเลนส์กล้องที่ถูกปัดฝุ่น

    20 กันยายน 2540แสงสว่างจ้าจากสปอตไลต์นับสิบดวงบนเพดานยิมเนเซียมของศูนย์ฝึกแบดมินตันแห่งชาติ ส่องกระทบพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์สีเขียวเข้มจนขึ้นเงา เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ส่งเสียงครางกระหึ่ม พ่นลมเย็นเฉียบออกมาจนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างน่าขนลุก มันช่างแตกต่างจากความอบอ้าวและฝุ่นควันของลานปูนใต้ทางด่วนราวกับอยู่คนละโลกแต่สำหรับรินรดา... ความหนาวเหน็บที่แท้จริง ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวต่างหาก"รินรดา! สปีดเท้าช้าไปแล้ว! ลูกฟีดเซ็ตนี้เพิ่งจะลูกที่ห้าสิบเองนะ! ถ้าหมดแรงแค่นี้จะไปสู้กับพวกจีนพวกอินโดฯ ได้ยังไง!"เสียงตวาดก้องของโค้ชทีมชาติชุดเยาวชนดังทะลุเสียงหวดลูกขนไก่ รินสกัดกลั้นความเหนื่อยล้า กัดฟันสปริงข้อเท้าพุ่งตัวไปรับลูกที่โค้ชรัวฟีด (ป้อนลูก) ข้ามเน็ตมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ลูกขนไก่นับร้อยลูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นฝั่งของเธอ เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แคมป์เยาวชนทีมชาติไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่นขายของ ที่นี่รวบรวมแต่หัวกะทิจากทั่วประเทศ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเบียดแย่งโควตาต

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 18: จดหมายเชิญเข้าแคมป์ และความเงียบในร้านเช่าวิดีโอ

    15 กันยายน 2540สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่รินรดาคว้าแชมป์เขตท่ามกลางพายุคำวิจารณ์ ข่าวคราวหน้าหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ซาลงไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยข่าวเศรษฐกิจที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกสั่งปิดเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง ชีวิตของเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปีกลับเข้าสู่ความสงบ (ที่เจือด้วยความวุ่นวายของแก๊งเพื่อน) อีกครั้งแต่ในบ่ายวันศุกร์นี้ มีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป"รินรดา นั่งลงก่อนสิ"โค้ชชัย โค้ชร่างท้วมใจดีแห่งสโมสรสายฟ้า พยักหน้าเรียกเด็กสาวให้เข้าไปในห้องพักโค้ชที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและน้ำมันมวย รินในชุดนักเรียนค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร"หนูทำได้ดีมากนะในแมตช์ที่ผ่านมา... โค้ชรู้ว่าหนูต้องเจอกับความกดดันหนักหนาแค่ไหน ทั้งเรื่องในสนามและเรื่องข่าวนอกสนาม แต่หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจของหนูแข็งแกร่งพอ" โค้ชชัยระบายยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวตีตราสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เลื่อนข้ามโต๊ะมาตรงหน้าเธอรินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ "นี่คือ...""โควตาพิเศษสำหรับแชมป์เขต" โค้ชชัยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ "ทางสมาคมฯ กำลังจะเปิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status