LOGIN“ทำไมไม่ปลุกผม จะกลับทำไมไม่บอก โน้ตก็ไม่ทิ้งไว้ให้แล้วทำไมไม่เอาเงินไปด้วยทั้งที่ผมก็วางไว้ให้บนกระเป๋าคุณแล้ว” ภคิณเอ่ยเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคน ทว่าคนฟังนั้นเรากับถูกจู่โจมเข้าอย่างจัง ดวงหน้าสวยที่ตกแต่งเอาไว้อย่างบางเบา กลับแดงระเรื่อขึ้น อาย… หรือโกรธกันแน่นะอารมณ์นี้ นับพรเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ หัวใจเธออยู่ไม่สงบเท่าไหร่นัก ก็ให้ตายสิ ผู้ชายคนแรก คนเดียว วันไนท์สแตนด์ของเธออยู่ ๆ ก็มาอยู่ตรงหน้า แถมเป็นหนึ่งในคนของบริษัทที่ดูแล้วท่าทางจะตำแหน่งสูง ดูจากที่พนักงานของบริษัทที่ปฏิบัติต่อเขา นี่เขาคงจะไม่คิดมาจ่ายค่าตัวกันตรงนี้หรอกนะ
View Moreทำลูกเป็นมั้ยคะ…
ทำลูกให้หน่อยได้มั้ย…
หอมจัง...
กลิ่นหอมสะอาดแบบนี้นี่มันกลิ่นอะไรกันนะ ไม่คุ้นเลย
เดี๋ยวนี้เป็นเอามากถึงขั้นฝันเห็นผู้ชายเลยหรือเนี่ยเรา
หลังจากนับพรสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ดวงตาคู่สวยไล่มองไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดกับใบหน้าคมที่บอกได้เลยว่าเจ้าของดวงหน้านั้นหล่อเข้าขั้นเทพมากกว่าที่นับพรเคยพบมา ริมฝีปากหนาได้รูปชวนหลงใหล จนเจ้าตัวอดรู้สึกไม่ได้ว่าภาพฝันตรงหน้านี้นั้นช่างเหมือนมีตัวตนอยู่จริง
‘มีตัวตนอยู่จริงงั้นเหรอ เดี๋ยวนะ...’
นับพรยั้งมือของตนไว้ไม่ทัน จึงทำให้เผลอไปสัมผัสดวงหน้าคมที่กำลังหลับสบายอย่างมีความสุขที่อยู่ตรงหน้า จนหน้าหล่อขยับเล็กน้อยเมื่อถูกกวนขณะหลับ
เฮ้ย! นี่มันคนจริงๆ นี่หว่า อย่าบอกนะว่าเราทำมันจริงๆ
‘ตายแล้วนับพร แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ’ เธอต่อว่าตัวเองในใจ เนื่องจากไม่อยากส่งเสียงออกไปเกรงว่าจะทำให้คนตรงหน้าตื่นขึ้นมา
ภาพทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนค่อยๆ ฉายชัดเจนขึ้นในหัวจนใบหน้าสวยเริ่มแดงระเรื่อกับเรื่องน่าอาย ที่เจ้าตัวได้ทำลงไป
ตอนนี้นับพรยังไม่พร้อมจะสู้หน้าชายหนุ่มตรงหน้าจริงๆ
ร่างบางค่อยๆ ลุกลงจากเตียง พยายามขยับตัวให้น้อยที่สุดด้วยกังวลว่าคนข้างกายจะตื่นขึ้นมาก่อนที่เธอจะทันได้หายตัวไป
“ซี๊ด... เจ็บ”
ไม่ทันลุกได้ถนัด เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบทั้งรู้สึกหน่วงๆ ตรงช่วงล่างอย่างบอกไม่ถูก นับพรอดทนกับความแปลกแปลบนั้น แล้วค่อยๆ ลุกไปจัดการกับตัวเอง
ในขณะที่รีบแต่งตัว เก็บข้าวของเพื่อจะรีบออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่สายตาเหลือบไปเห็นเงินวางอยู่บนกระเป๋าเป้ใบเล็กใบสวยของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะที่อยู่ข้างหัวเตียงอีกที
“รวยมากสินะ วางเงินทิ้งเรี่ยราดแบบเนี๊ย เดี๋ยวก็เก็บใส่กระเป๋าไปซะเลยนี่” คนสวยบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วรีบออกจากห้องสวยหรูนั้นไป โดยที่ไม่ได้หยิบเงินบนกระเป๋าไปอย่างที่พูด
พอออกมาจากโรงแรมมาแล้ว นับพรเดินไปเอารถที่จอดไว้ยังฝั่งของผับ ก่อนจะโทรหาเพื่อนรักทันทีด้วยความเป็นห่วง
เมื่อคืนเธอเป็นคนขับรถไปรับเพื่อนมาด้วย แล้วตกลงกันว่าไอ้เพื่อนตัวดีจะขับกลับให้ แต่สุดท้ายกลายเป็นนับพรทิ้งให้เพื่อนกลับเอง
ตรู้ด ตรู้ด ...
“แกหายไปไหนมาวะนับ เมื่อคืนฉันออกไปคุยโทรศัพท์แค่แป๊บเดียวเองนะ กลับมา แกก็ไม่อยู่แล้ว” ไข่มุกรับสายเพื่อนคนสวยทันทีที่สัญญาณดังเพียงแค่ 2 ครั้ง
“กะ ก็... ไม่มีอะไรหรอกแก เมื่อคืนเมามากไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ไปตื่นอยู่ที่ห้องแล้ว” นับพรตอบเสียงตะกุกตะกัก ด้วยว่าไม่รู้จะบอกกับเพื่อนยังไงดี
จริงอยู่ที่ไข่มุกเองก็รู้เรื่องที่นับพรตั้งใจจะทำแต่เพื่อนรักของเธอก็ดูจะไม่เห็นด้วยสักเท่าไรเพราะเป็นห่วงกลัวว่าอาจจะมีปัญหาตามมา
“แกแน่ใจนะว่าไม่มีอะไร”
“แน่ใจดิ ฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปมีเรื่องล่ะ เมาขนาดนั้น กลับห้องถูกนี่ก็นับว่าบุญหัวแล้วปะวะ ว่าแต่แกเถอะ เมื่อคืนกลับไง ฉันขอโทษนะที่กลับมาก่อนน่ะ”
“เออๆ ไม่ต้องมาห่วงฉันหรอกฉันไม่ได้เมาขนาดแก แค่แกไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ไข่มุกชั่งใจอยู่เพียงชั่วอึดใจจึงตัดสินใจพูดออกมา
“แก... ฉันกลัวใจแกจริงๆ นะ กลัวว่าแกจะไปทำอย่างที่พูดจริงๆ อะ” ฝันที่นับพรจะไปทำลูกกับคนแปลกหน้า “อย่าเลยนะแกเชื่อฉันเหอะ ถ้ามันจะมีเดี๋ยวถึงเวลาก็มีเองแหละ”
“แต่นี่เราก็25กันแล้วนะเว้ย อีกอย่างฉันก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้เวลาเห็นแม่เล่นกับเด็กๆ แถวบ้าน เล่นกับหลานๆ ที่บ้านน่ะ ฉันรู้นะเว้ยว่าแม่แกอยากมีหลานแต่แกดันมามีลูกคนเดียวแบบฉันที่ยังเป็นแบบนี้อีก”
กลัวความรัก...
“เอาน่าแก อย่าเพิ่งคิดมาก ว่าแต่สรุปวันนี้เอาไงจะกลับไปบ้านหาแม่เลยไหมหรืออาทิตย์นี้จะไม่ไป” ไข่มุกเอ่ยถามเพื่อนคนสวยเพราะรู้ดีว่าเพื่อนของเธอนั้นจะกลับบ้านแทบทุกอาทิตย์ด้วยความเป็นห่วงแม่
“ไปสิแก ไม่ไปเดี๋ยวคุณหญิงเขาจะน้อยใจเอา หลานก็ไม่มีปัญญามีให้เขาก็ต้องเสนอหน้าตัวเองเนี่ยแหละไปให้เขาเห็นบ่อยๆ งั้นเดี๋ยวฉันขับรถก่อนนะแก ไว้ค่อยคุยกัน”
“เคแก ขับรถดีๆ นะ”
หลังจากวางสายเพื่อนรัก นับพรจึงขับรถกลับไปที่ห้องทันทีเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
คนสวยเก็บของไปพลางคิดถึงเรื่องที่เธอคุยกับเพื่อนรักก็อดที่จะรู้สึกแย่ไม่ได้
เธอกลัวความรัก จึงทำให้เธอไม่กล้าที่จะคบกับใครจริงจังจนถึงขั้นแต่งงานมีลูก มีหลานให้แม่
ครอบครัวของเธอเหลือกันเพียงสองคนแม่ลูกส่วนพ่อของเธอเสียไปนานแล้วด้วยโรคภัยไข้เจ็บ
นับพรเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว แม้เธอจะมีลูกพี่ลูกน้องและทุกคนต่างก็มีลูกๆ กันแล้ว ทำให้ครอบครัวของเธอดูไม่เงียบเหงาสักเท่าไร หลานๆ เองก็เป็นเด็กน่ารักทุกคนและแม่ของเธอก็รักและเอ็นดูหลานๆ มาก
แต่เธอรู้ดีว่าแม่ของเธอยังคาดหวังลูกที่จะเกิดจากเธอด้วย อีกทั้งตัวของนับพรเองก็อยากที่จะมีลูกเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน
หากแต่ความรักครั้งเก่าที่ผ่านมาทำให้เธอเจ็บปวดและเสียหลักกับชีวิตไปพักใหญ่ กว่าเธอจะกลับมาเป็นตัวของตัวเองและมีความสุข มีเสียงหัวเราะแบบนี้ได้อีกก็ใช้เวลาเป็นปี
หลังจากกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งนับพรบอกกับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายหัวใจของเธอได้อีก
ครั้งนั้นที่เธอเสียใจไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่ทุกข์ใจ แต่แม่และพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ของเธอเองก็ทุกข์ใจไม่แพ้กัน ทุกคนต่างเป็นห่วงเธอซึ่งเธอเองก็รู้ดี
และคนเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เธอกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง
**ต่อให้ฉันหวั่นไหว ฉันก็ไม่บอก
จะไม่บอกเธอว่ารัก ฉันไม่บอก
เธอไม่ต้องมา งอแง รักเธอ ก็ไม่บอก
ว่าเธอคือคนในฝัน ฉันไม่บอก
เธอไม่ต้องมา วอแว ไม่ต้องเลย**(เพลง วอแว // ศิลปิน วอร์ วนรัตน์ รัศมีรัตน์)
เสียงเพลงเรียกเข้าของนับพรดังขึ้นพร้อมหน้าจอขึ้นชื่อของคนที่ทำให้เธอเห็นแล้วต้องยิ้มหวานออกมา ‘หญิงแม่’
“สวัสดีค่ะ นับพร โสภณวัฒน์ รับสายค่ะ สอบถามข้อมูลด้านไหนดีคะ” นับพรรับสายเลียนแบบพนักงานคอลเซนเตอร์ตามสายงานที่เธอทำอยู่
“ก็จะถามแค่ว่ากลับบ้านหรือเปล่าคะ หรือว่าลืมไปแล้วว่ายังมีแม่อยู่” คนเป็นแม่ตอบกลับลูกสาวคนสวยแบบเดียวกับที่ลูกสาวเธอพูดมาเช่นกัน
“หูย แรงอะ ได้ข่าวว่าลูกสาวกลับบ้านแทบทุกอาทิตย์หรือเปล่าคะ”
“ก็ไม่เคยโทรมาบอกใครจะไปรู้ละคะว่าอาทิตย์นี้จะกลับไหม หลานถามหาหลายรอบแล้วไปรับปากอะไรไว้ล่ะ นี่ก็ตื่นมารอกันแต่เช้าแล้ว”
“ก็แค่บอกว่าถ้าวันหยุดนี้ตื่นเช้าได้ก็จะพาไปเที่ยว ใครจะไปรู้ว่าจะตื่นกันได้จริงๆ เห็นปกติวันหยุดทีไรนอนดึกตื่นสายกันตลอดนี่คะ นี่หนูใกล้ถึงแล้วค่ะ แม่จะฝากซื้ออะไรเข้าไปไหม” นับพรเอ่ยถาม เพราะแม่ของเธอชอบฝากซื้อของเข้าร้านทุกครั้งที่เธอกลับบ้าน
บ้านของเธอเป็นร้านค้าขายของชำในหมู่บ้าน ขนาดร้านไม่ได้ใหญ่โตมากมายแต่ก็พอที่จะจุนเจือครอบครัวได้
“ยังไม่ต้องหรอก ไว้มาเช็กของก่อนแล้วค่อยออกไปซื้อตอนพาหลานๆ ออกไปเถอะ ดูแล้วยังไงวันนี้ก็ไม่ยอมอยู่บ้านกันแน่ๆ ขับรถดีๆ ล่ะ”
“รับทราบค่าาา”
[ไงมึง คุณนับอาการดีขึ้นแล้วเหรอวะ]“เออ ยาหมดฤทธิ์ไปละ ตอนนี้หลับอยู่ ว่าแต่เรื่องไอ้ทนุเป็นไงมั่งวะ”[กูเอาตัวส่งตำรวจไปละ ดีนะที่เมื่อคืนมันไม่เอาลูกน้องมาด้วย เลยจับมันง่ายหน่อย แล้วตอนนี้ก็ได้หลักฐานครบ พร้อมเอาผิดมันได้ละ]“เออ ถ้าหลักฐานพร้อมแล้วก็ดำเนินคดีกับมันได้เลย” ไม่ต้องพูดอะไรกันมากมายแทนไทก็รู้ดีว่า เรื่องนี้ไม่มียอมความทุกกรณีที่ผ่านมาทนุรับสินบนจากลูกค้าเพื่ออนุมัติสินเชื่อรายใหญ่ทั้งที่ไม่ผ่านเงื่อนไข ตกแต่งตัวเลขบัญชีเพื่อยักยอกเงินของแผนกอีกทั้งยังมีเรื่องคาวๆ ที่ทนุแอบกินเด็กในแผนกของตัวเองหากใครไม่สมยอมก็จะทำแบบเดียวกันกับที่ทำกับนับพร แต่ดีว่าคนรักของเขารอดมาได้จริงอยู่ว่าภคิณเองก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงมามากมาย แต่เขาต่างจากทนุตรงที่เขาไม่เคยขืนใจใคร ไม่เคยคิดจะถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ใครอย่างที่ไอ้ทนุมันทำและเมื่อเขาเจอกับนับพรแล้ว เขาก็เลิกที่จะมีวันไนท์สแตนด์ไปเลย เพราะสำหรับภคิณแล้วนับพรเพียงคนเดียวก็เติมเต็มเขาจนไม่รู้สึกขาดอีกต่อไป[เออมึง ส่วนพนักงานที่ชื่อเมย์อะ มึงจะเอายังไง]“ใครทำเมียกู กูก็ไม่เอาไว้ทั้งนั้น”[ไล่ออกพร้อมใส่รายชื่อลงในแบล็กลิสแจ้งกับทุกธนา
“นับ ไอ้นับ แกไหวมั้ยวะ คุณภคิณช่วยไอ้นับด้วยค่ะ” ไข่มุกที่เห็นท่าทางทุรนทุรายของเพื่อนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะไม่คุ้นชินกับเรื่องพวกนี้ แต่เธอก็พอจะดูออกว่าเพื่อนตัวเองโดนยาอะไร“ไอ้คิณ มึงหยุดก่อน ไปดูคุณนับเร็ว ไอ้คิณ!” แทนไทตะโกนเรียกเพื่อนรักที่กำลังขาดสติอยู่“มุก ช่วยนับด้วย นับไม่ไหวแล้วมุก นับร้อนอะมุก ช่วยนับด้วย” หลังจากที่ต้องอดทนและฝืนความต้องการมาสักพัก จนตอนนี้นับพรทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเธอนอนดิ้นทุรนทุราย แม้จะอายแต่เธอทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ทั้งที่พยายามอดทนต่อไปแต่มือเรียวก็เอาแต่จะปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองอย่างห้ามไม่ได้หลังจากเรียกสติกลับมาได้แล้ว ภคิณก็รีบพุ่งตัวเข้าหาคนรักทันที เขาสวมกอดเธอไว้แน่น ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามาช้ากว่านี้เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง“นับ นับ ไม่เป็นไรนะ นับใจเย็นก่อน ไปกับพี่นะคะ”“พี่คิณ นับร้อน นับไม่ไหวแล้วค่ะ พี่คิณช่วยนับด้วย ช่วยนับหน่อยนะคะ” เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของคนรัก นับพรก็ไม่จำเป็นต้องฝืนอีกต่อไป ตอนนี้เธอลืมความอายไปจนหมด“ไอ้แทนกูฝากเคลียร์ทางนี้ด้วยนะ” ภคิณไม่ลืมฝากฝังให้เพื่อนรักจัดการทุกอย่างต่อให้ เขาจะเช็กบิลกับไอ้ทนุทีเดียวหลัง
“คุณทนุ คุณมาที่นี่ได้ไง” ไม่คิดมาก่อนว่าเมย์กับทนุจะรู้จักกัน“ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ ก็นี่ห้องพี่เอง” ไม่แปลกที่นับพรจะไม่รู้จักห้องนี้ เพราะเขาซื้อที่นี่หลังจากที่เลิกกับเธอนานแล้ว“ฉันทำส่วนของฉันแล้ว คุณก็อย่าลืมทำตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ” เมย์หันไปทวงสัญญาที่ทนุให้ไว้ก่อนนี้“ไม่ต้องห่วงหรอก เธอได้นอนกับไอภคิณมันสมใจแน่ แต่มันจะเอาทำเมียมั้ยก็แล้วแต่ฝีมือเธอเองนะ”“นี่หมายความว่ายังไงอะเมย์ เธอทำแบบนี้ทำไม”หน้าตาตกใจและตื่นกลัวของนับพรแบบนั้น ทำให้เมย์รู้สึกพอใจไม่น้อย ไม่บ่อยนักหรอกที่เธอจะได้เห็นสีหน้าแบบนี้จากคนที่ทำอะไรก็ชนะเธอไปเสียหมด“เธอนี่มันโง่กว่าที่คิดนะ คิดหรือว่าฉันจะญาติดีกับเธอง่ายๆ ครั้งที่แล้วเธอรอดไปได้เพราะดันกินผิดแก้วหรอกนะ แต่ครั้งนี้ไม่ผิดแน่”เมย์ยังคงเจ็บใจไม่หายเพราะครั้งที่งานเอาท์ติ้งนับพรดันหยิบแก้วผิดไปก่อน ทำให้เธอต้องเป็นคนกินแก้วที่ใส่ยาปลุกเซ็กส์ไว้เอง สุดท้ายแล้วคืนนั้นเธอก็ต้องถวายตัวเองให้ทนุแทน“ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” เมื่อแน่ใจว่าเสียรู้คนทั้งสองเข้าให้แล้ว นับพรจึงอยากรีบชิ่งหนีออกจากที่นี่ให้ไวที่สุด แต่พอลุกขึ้นเพียงนิดก็รู้สึกเบลอๆ เคลิ้มๆ เหมือนจ
ภวัตรู้ภูมิหลังครอบครัวของนับพรเป็นอย่างดี ทำไมเขาจะไม่ตามสืบเรื่องราวของคนที่ลูกชายเขารัก หากในวันข้างหน้าลูกชายเขาจริงจังถึงขั้นตบแต่ง ผู้หญิงคนนี้จะต้องมายืนเคียงข้างลูกชายเขาเขาไม่ได้สนใจว่าคนที่ลูกเขารักชอบ จะร่ำรวยหรืออยากจน เขาเพียงอยากให้ลูกของเขาได้อยู่กับคนที่รักลูกเขาจริงๆ และเป็นกำลังใจที่ดีให้ลูกของเขาได้ เหมือนตอนที่เขาเลือกที่จะแต่งกับแม่ของลูกๆซึ่งประวัติของนับพรที่เขาได้รับรายงานมานั้นถือว่าดีในระดับหนึ่งแต่ถ้าจะให้รู้ลึกไปกว่านั้นก็ต้องสัมผัสด้วยตัวเอง แต่เขาก็เชื่อในสายตาของลูกชายตัวเองด้วยจึงไม่ได้เข้าไปวุ่นวายอะไรมากนัก“ยัยนีเล่าให้ฟังล่ะสิ” เป็นธรรมดาของพี่น้องที่มักจะฟ้องเรื่องของกันและกัน ภคิณจึงอดที่จะมุ่งเป้าไปที่นีไม่ได้“ลูกน้องพ่อก็มี ไม่ต้องรอให้ถึงมือยัยนีหรอก ว่าไง คนนี้จริงจังหรือเปล่า” นี่คือสิ่งที่เขาอยากได้ยินจากปากลูกชายตัวเองมากกว่า“พ่อไม่ถามหน่อยเหรอ เป็นลูกเต้าเหล่าใคร รวยมั้ย อะไร ยังไง” ภคิณแน่ใจว่าพ่อของเขาคงสืบมาแล้ว แต่นี่พ่อของเขาไม่คิดจะทักจะท้วงบ้างเลยหรือไงกัน“ไม่อะ ถ้าแกได้เขามาแล้ว เขาจะยากดีมีจน ยังไงแกก็ต้องหาเลี้ยงเขา เมียคนเด





