LOGIN15 สิงหาคม 2540
อีกเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น จะถึงวันเปิดสนามการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์เขตประจำปี 2540 บรรยากาศในช่วงกลางเดือนสิงหาคมยังคงอบอ้าว แม้จะมีเมฆฝนตั้งเค้าอยู่ไกลๆ แต่ความร้อนระอุใต้สะพานทางด่วนก็ยังทำเอาเสื้อยืดสีขาวของรินรดาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบลู่ไปกับสัดส่วนบอบบาง เด็กสาวกำลังซอยเท้าสลับฟันปลาไปมาตามเส้นชอล์กที่ขีดไว้บนพื้นปูนอย่างรวดเร็ว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นสลับกับเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังก้องไปทั่วลานร้าง "ช้าไปสามวินาที" เสียงทุ้มเรียบที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับเสียง ติ๊ด จากนาฬิกาดิจิทัลยี่ห้อคาสิโอ (Casio) สายยางสีดำบนข้อมือแกร่ง เขตต์ในชุดพนักงานร้านเช่าวิดีโอตัวเก่ง กำลังยืนกอดอกพิงเสาตอม่อทางด่วน สายตาจดจ้องอยู่ที่หน้าปัดนาฬิกาอย่างเคร่งครัด ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ รินทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้นปูนอย่างหมดสภาพ หอบเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ "แฮ่ก... แฮ่ก... นายจะบ้าเหรอเขตต์! ให้ฉันทำฟุตเวิร์กสลับวิ่งสปรินต์ไปกลับยี่สิบรอบเนี่ยนะ! โค้ชชัยยังไม่สั่งโหดขนาดนี้เลย!" "โค้ชชัยดูแลนักกีฬาในสโมสรตั้งยี่สิบคน เขาไม่มีเวลามาจ้ำจี้จ้ำไชคุณทุกจังหวะหรอกครับ" เขตต์ตอบหน้าตาย เดินถือกระติกน้ำแข็งใบจิ๋วเข้ามาหา "แต่ผมเป็น 'ผู้จัดการส่วนตัวตลอดชีพ' ที่รับค่าจ้างเป็นไอติมแล้ว ผมก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าจ้างสิครับ... อีกอย่าง คุณเป็นคนบอกเองว่าคู่แข่งอย่างพิมชนกมีความอึดและพละกำลังมหาศาล ถ้าคุณไม่รีบรีดเรี่ยวแรงออกมาตั้งแต่ตอนนี้ ถึงเวลาลงสนามจริง คุณได้โดนเขาตบจนวิ่งหอบแน่" คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอารินเถียงไม่ออก เธอยื่นมือไปรับผ้าเย็นและขวดน้ำเปล่าที่เขาเปิดฝาให้เรียบร้อยมาดื่มอึกใหญ่ แม้ปากจะบ่นว่าเขาเป็นผู้จัดการจอมเฮี้ยบ แต่ในใจลึกๆ รินกลับรู้สึกขอบคุณผู้ชายหน้าตายคนนี้เหลือเกิน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เขตต์ไม่เคยบ่นที่ต้องตื่นเช้ามาคุมเธอซ้อม ไม่เคยบ่นที่ต้องช่วยกวาดคอร์ทฝุ่นเขรอะ และที่สำคัญ... เขาเป็นคนเดียวที่คอยดึงสติไม่ให้เธอเหลิงเวลาที่ทำได้ดี และไม่ให้เธอท้อเวลาที่ซ้อมพลาด "อ่ะ... ให้พักห้านาทีครับ ก่อนจะเริ่มเซ็ตต่อไป" เขตต์พูดพลางทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นปูนข้างๆ เธอ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนลดลงเหลือเพียงไม่ถึงคืบ รินพยักหน้าหงึกหงัก วางขวดน้ำลง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเป้ หยิบเครื่องเล่นเทปพกพาหรือ 'ซาวด์อะเบาต์' (Soundabout) ยี่ห้อโซนี่สีเงินวาววับออกมา พร้อมกับตลับเทปคาสเซ็ตต์หน้าปก ‘วงออดี้’ กริ๊ก... รินกดปุ่มเปิดฝา ใส่ตลับเทปลงไปแล้วกดปุ่ม Play เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานดังลอดออกมาจากหูฟังฟองน้ำสีดำ เด็กสาวเสียบหูฟังข้างซ้ายเข้ากับหูของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าหูฟังข้างขวา แล้วยื่นไปจ่อที่ตรงหน้าเขตต์ "อะไรครับ?" เขตต์เลิกคิ้วมองสายหูฟังที่แกว่งไปมา "ก็พักเหนื่อยไง เอาไปฟังเร็ว เพลงนี้กำลังฮิตติดชาร์ตคลื่นฮอตเวฟเลยนะ แพรวเพิ่งเอามาให้ฉันเมื่อวาน" รินคะยั้นคะยอ เมื่อเห็นชายหนุ่มยังคงทำหน้าตายและไม่ยอมรับไป รินก็ตัดสินใจขยับตัวเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าเข้าไปหาเขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แล้วจัดการสวมหูฟังฟองน้ำข้างนั้นเข้าที่หูขวาของเขตต์ด้วยตัวเองซะเลย เขตต์ชะงักกึก ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากตัวของรินลอยมาแตะจมูก ใบหน้าหวานละมุนของคุณหนูจอมดื้อรั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตสุกใสของเธอมองตรงมาที่เขา พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวเสียยิ่งกว่าแสงแดดยามสาย "เป็นไง? เพลงสนุกใช่ไหมล่ะ!" รินถามเสียงใส ขยับศีรษะโยกย้ายไปตามจังหวะเพลง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าสายหูฟังที่เชื่อมต่อคนสองคนเอาไว้ กำลังดึงรั้งให้ระยะห่างของหัวใจลดน้อยลงไปทุกที เสียงกีตาร์ไฟฟ้าและเสียงร้องจังหวะโจ๊ะๆ ดังคลออยู่ในหูข้างขวาของเขตต์ แต่มันกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวใจของตัวเขาเองที่กำลังเต้นผิดจังหวะดังก้องอยู่ในอกข้างซ้าย ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอ พยายามเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนริ้วรอยสีแดงที่เริ่มพาดผ่านใบหูของตัวเอง เขาคือผู้ชายที่สูญเสียทุกอย่าง พ่อหนีหนี้ บ้านถูกยึด อนาคตพังทลาย โลกของเขามีแต่ความเงียบเหงาและเสียงด่าทอของเจ้าหนี้... แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ กลับกล้าดีดึงเขาเข้ามาในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี รอยยิ้ม และความอบอุ่นอย่างหน้าตาเฉย "ก็... งั้นๆ แหละครับ หนวกหูจะตาย" เขตต์แกล้งฟอร์มจัด ตอบเสียงเรียบตามฉบับพนักงานหน้าตาย แต่ก็ไม่ได้ดึงหูฟังออกแต่อย่างใด "ปากแข็งตลอด!" รินหัวเราะคิกคัก "นี่เขตต์... นายว่าเดือนหน้า ฉันจะทำได้ดีไหม? ฉันจะได้เจอพิมในรอบลึกๆ หรือเปล่า... ตอนนี้พิมคงกำลังซ้อมอยู่ที่คอร์ทไม้ติดแอร์เย็นฉ่ำ มีโค้ชประกบ มีสปอนเซอร์ดูแล... ส่วนฉัน..." รินก้มมองมือตัวเองที่มีรอยพลาสเตอร์ยาแปะอยู่หลายจุด "ฉันมีแค่ลานปูนฝุ่นเขรอะๆ กับผู้จัดการร้านเช่าวิดีโอหน้าหิน... บางทีฉันก็แอบกลัวนะ ว่าความพยายามของฉันมันจะสูญเปล่าในยุคที่ทุกอย่างมันต้องใช้เงินแบบนี้" ความสดใสเมื่อครู่จางหายไปเล็กน้อย รินที่กำลังพิงเสาตอม่อดูตัวเล็กลงถนัดตา เขตต์หันกลับมามองเธอ เขาสัมผัสได้ถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ในแววตานั้น ยุค IMF มันใจร้ายกับเด็กวัยรุ่นเกินไปจริงๆ มันบีบคั้นให้ทุกคนต้องโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควร ชายหนุ่มยกมือขึ้น เลื่อนสายหูฟังของตัวเองออกเล็กน้อยเพื่อให้ได้ยินเสียงของเธอชัดเจนขึ้น "คุณรินรดา..." น้ำเสียงของเขตต์นุ่มนวลลงอย่างประหลาด มันไม่ใช่เสียงดุๆ ของผู้จัดการจอมเฮี้ยบ แต่เป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะปกป้องความรู้สึกของเธอเอาไว้ "พื้นปูนฝุ่นเขรอะๆ นี่แหละ ที่สอนให้คุณรู้จังหวะฟุตเวิร์กที่แม่นยำที่สุด... และไอ้ผู้จัดการหน้าหินคนนี้ ก็เป็นคนที่เห็นคุณกระโดดตบลูกขนไก่จนเลือดสาดมานับครั้งไม่ถ้วน" เขตต์ขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโต "สปอนเซอร์ หรือแอร์เย็นฉ่ำ มันตีแบดมินตันแทนใครไม่ได้หรอกนะครับ... สิ่งที่จะทำให้คุณชนะพิมชนกได้ ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่คอร์ทหรูๆ... แต่เป็นสองมือของคุณ และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของคุณต่างหาก" คำพูดของเขาไม่ได้สวยหรูเหมือนบทกวี แต่มันซึมลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินอย่างจัง หยดน้ำตาแห่งความตื้นตันรื้นขึ้นมาที่ขอบตา เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวที่เกาะกินหัวใจเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น "นั่นสินะ..." รินคลี่ริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มหวานละมุน รอยยิ้มที่ทำให้เขตต์เผลอมองค้างไปชั่วขณะ "ขอบใจนะเขตต์... นายเนี่ย... ชอบมาพูดจาหล่อๆ ตอนที่ฉันกำลังหมดกำลังใจทุกทีเลย สงสัยฉันต้องขึ้นค่าจ้างจากไอติมแท่งเดียว เป็นสองแท่งแล้วล่ะมั้ง" "ถ้าจะขึ้นค่าจ้าง เปลี่ยนเป็นเลี้ยงหมูกระทะเฮียอ้วนแทนได้ไหมล่ะครับ ผมเบื่อไอติมแล้ว" เขตต์ตอบหน้าตายเช่นเคย แต่คราวนี้รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "ฝันไปเถอะ! กินของแพงเดี๋ยวก็อ้วนเป็นหมูหรอก!" เสียงหัวเราะและเสียงต่อปากต่อคำของทั้งคู่ดังประสานไปกับเสียงเพลงฮิตจากซาวด์อะเบาต์ ท่ามกลางบรรยากาศใต้ทางด่วนที่แสนธรรมดา แต่กลับเป็นความทรงจำที่พิเศษที่สุดของวัยเยาว์ ... ช่วงเย็นของวันเดียวกัน สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงจนถนนหน้าร้านเช่าวิดีโอและหนังสือการ์ตูนมุมตึกเจิ่งนองไปด้วยน้ำ รินในชุดนักเรียนกำลังนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นกระเบื้องยาง หันหน้าเข้าหาโต๊ะกระจกเตี้ยๆ โดยมีเขตต์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน มีกระดาษแฟกซ์แผ่นยาวที่เพิ่งถูกส่งมาจากสโมสรสายฟ้า มันคือ 'สายการแข่งขัน (Bracket)' ของรายการชิงแชมป์เขตประจำปี 2540 ที่ทุกคนรอคอย "ให้ตายสิ... มือฉันสั่นไปหมดแล้วเนี่ย" รินพึมพำขณะใช้นิ้วชี้ไล่ตามรายชื่อที่ถูกพิมพ์ด้วยหมึกสีดำจางๆ "รินรดา... รินรดา... อยู่ไหนเนี่ย" "สายบี... รอบแรกคุณเจอตัวแทนจากชมรมทหารอากาศครับ" เขตต์ชี้เป้าหมายให้ดูอย่างแม่นยำ "ถ้าคุณชนะรอบแรกและรอบสองได้... คุณจะเข้าไปรอในรอบแปดคนสุดท้าย" "แล้วพิมล่ะ? พิมอยู่สายไหน" รินรีบกวาดสายตาหาชื่อไอดอลและคู่แข่งคนสำคัญ นิ้วของเขตต์เลื่อนไปที่อีกฝั่งหนึ่งของกระดาษ แตะลงบนตัวอักษรที่พิมพ์ว่า 'พิมชนก (สตรีศรีพัฒนา)' ซึ่งอยู่ในตำแหน่งของมือวางอันดับต้นๆ ของรายการ "สายเอครับ..." เขตต์เงยหน้าขึ้นมองริน แววตาของเขาจริงจังขึ้น "พิมชนกอยู่คนละสายกับคุณ... นั่นหมายความว่า..." "หมายความว่า... ถ้าฉันไม่แพ้ใครเลย และพิมไม่แพ้ใครเลย..." รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก "...เราสองคน จะไปเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ" ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมร้านเช่าวิดีโอ มีเพียงเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสีดังก้องไปทั่ว รินจ้องมองชื่อของตัวเองที่อยู่ห่างจากชื่อของพิมชนกเพียงแค่เส้นตารางกั้น มันเป็นทั้งความน่าตื่นเต้น และความกดดันที่หนักอึ้งที่สุดในชีวิตเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปี รินนึกถึงข้อความในโปรแกรม Pirch98 เมื่อคืนก่อน นึกถึง 'หยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้' เพื่อนนิรนามที่บอกว่าครอบครัวกำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ถ้าหากพลาดแชมป์รายการนี้ ถ้าหยาดเหงื่อบนคอร์ทไม้คนนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ และกำลังลงแข่งในรายการเดียวกัน รินก็อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ว่า... ชัยชนะของเธอ อาจจะเป็นการเหยียบย่ำความฝันและปากท้องของใครสักคนให้จมดินลงไปอีกในยุค IMF นี้ "กลัวเหรอครับ?" เขตต์ถามทำลายความเงียบ สังเกตเห็นมือที่สั่นน้อยๆ ของเธอ รินส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อย "เปล่าหรอก... แค่รู้สึกว่า... รายการนี้มันมีคนแบกความหวังและความอยู่รอดเอาไว้เยอะจังเลยเนอะ... ถ้าฉันชนะ ฉันก็อาจจะไปทำลายอนาคตของใครสักคนเข้าก็ได้" เขตต์มองเห็นความสับสนและความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ในตัวของคุณหนูจอมหยิ่ง เขาเอื้อมมือข้ามโต๊ะกระจกไป วางฝ่ามืออุ่นๆ ของเขาลงบนหลังมือเล็กๆ ที่กำลังกำแน่นของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้ล่วงเกิน แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นและมั่นคง "คุณรินรดา ฟังผมนะ..." น้ำเสียงของเขตต์นุ่มลึกราวกับเสียงเชลโล่ "ในสนามกีฬา... ไม่มีใครทำลายชีวิตใครทั้งนั้นครับ ทุกคนที่เดินลงไปในสนาม ล้วนแบกรับภาระของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่คุณควรทำเพื่อเป็นการให้เกียรติคู่แข่ง... ไม่ใช่การอ่อนข้อ หรือสงสาร..." เขตต์บีบมือเธอเบาๆ เพื่อเรียกสติ "แต่เป็นการสู้ให้สุดใจ... สู้ด้วยหยาดเหงื่อทั้งหมดที่คุณซ้อมมาใต้ทางด่วนนั่น เพื่อพิสูจน์ว่าความฝันของคุณ ก็มีค่าไม่แพ้ความฝันของใครหน้าไหนทั้งนั้น... เข้าใจไหมครับ?" รินมองฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุมมือของเธอเอาไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่กำลังหนาวเหน็บ ขับไล่ความลังเลและความสับสนออกไปจนหมดสิ้น ผู้ชายคนนี้... เป็นดั่งเข็มทิศที่คอยชี้ทางสว่างให้เธอในวันที่หลงทางเสมอ เด็กสาวสูดลมหายใจลึก พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น "อืม... เข้าใจแล้ว ฉันจะชนะ! ฉันจะไปรอเจอพิมในรอบชิงให้ได้เลย คอยดูสิ!" รอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้าหวานอีกครั้ง เขตต์ค่อยๆ ปล่อยมือเธออย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะกลับไปสวมหน้ากากผู้จัดการจอมเฮี้ยบตามเดิม "ถ้าพูดได้แบบนั้น... พรุ่งนี้ก็มาซ้อมให้ตรงเวลาด้วยนะครับ วันนี้คุณวิ่งฟุตเวิร์กช้าไปสามวินาที พรุ่งนี้ผมจะบวกเพิ่มเป็นวิ่งสปรินต์สามสิบรอบ" "ตาบ้าเขตต์! ฉันเพิ่งจะซึ้งเมื่อกี๊เองนะเว้ย ขอถอนคำพูดที่ว่านายหล่อเท่ทันไหมเนี่ย!" เสียงโวยวายของรินและเสียงหัวเราะเบาๆ ของเขตต์ดังก้องไปพร้อมกับสายฝน การเตรียมตัวนับถอยหลังสู่การแข่งขันชิงแชมป์เขตได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า... การแข่งขันครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป1 ตุลาคม 2540 (ช่วงบ่าย)ร่างเล็กๆ ของรินรดาลอยขนานไปกับพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์ แขนขวาที่กำไม้แบดมินตันเหยียดออกไปจนสุดช่วงแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่ที่พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดั่งมัจจุราชถ้าลูกนี้ตกพื้น... ทุกอย่างที่พยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด!ป๊อก!!ปลายหน้าไม้ที่พันด้วยกริปเทปสีเหลืองสดใส ช้อนเข้าที่หัวจุกก๊อกของลูกขนไก่ก่อนที่มันจะสัมผัสพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! ลูกพลาสติกสีขาวถูกงัดให้ลอยโด่งข้ามตาข่ายกลับไปตกถึงท้ายคอร์ทฝั่งตรงข้าม รินไถลตัวไปกับพื้นจนเกิดรอยไหม้จางๆ ที่หัวเข่า แต่เธอก็ใช้มือซ้ายยันพื้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา"สี่สิบ!"เสียงขานจำนวนลูกของโค้ชดนัยดังก้อง ยิมเนเซียมที่เคยมีเสียงซุบซิบนินทา บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางคอร์ท นักกีฬาสตรีศรีพัฒนาที่นั่งล้อมวงดูอยู่ เริ่มเผลอกลั้นหายใจและลุ้นไปกับความอึดของเด็กสาวไร้สังกัดคนนี้อย่างลืมตัว"อีกสิบลูก! อย่าช้า!" โค้ชดนัยให้สัญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคนเปิดฉากบุกต่อทันที"สี่สิบเอ็ด!""สี่สิบสอง!"สิบลูกสุดท้ายคือนรกบนดินอย่างแท้จริง ขาทั้งสองข้างของรินหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน
1 ตุลาคม 2540เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังในห้องพักครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิม นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สองมือกำกระโปรงสีกรมท่าของตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้คือวันฟังผลสอบวัดระดับ... การสอบที่เธอใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ขลุกตัวอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ ท่องศัพท์และแก้สมการจนดึกดื่น โดยมี 'ติวเตอร์หน้าตาย' คอยเอาไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเวลาเธอสัปหงก"รินรดา..." ครูวัยกลางคนสวมแว่นตาทรงตาแมวขยับกระดาษคำตอบสองแผ่นในมือ ทอดสายตามองเด็กสาวผ่านเลนส์หนาเตอะ "เธอรู้ใช่ไหมว่าเกณฑ์การรับย้ายกลางเทอมของเราคือ 80% สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ... ซึ่งมันสูงมากสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชามาโดยตรง""ท... ทราบค่ะอาจารย์" รินตอบเสียงสั่นครูฝ่ายวิชาการถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนกระดาษใบแจ้งผลคะแนนสีขาวมาตรงหน้าเธอรินกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองตัวเลขที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินในช่องคะแนน
23 กันยายน 2540ประตูเหล็กดัดสีทองสลักชื่อ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' สูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินรดาในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมยืนกำสายกระเป๋าจาคอปแน่น เธอเงยหน้ามองยอดโดมของอาคารเรียนสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่าและหรูหราสมกับเป็นโรงเรียนสตรีอันดับต้นๆ ของประเทศเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วก้าวเท้าเดินผ่านป้อมยามเข้าไป จุดหมายของเธอไม่ใช่ห้องธุรการ แต่เป็นอาคารยิมเนเซียมปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานทัพของทีมแบดมินตันที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไป ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและเสียงฝรองเท้าเอี๊ยดอ๊าดก็ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส รินกวาดสายตามองคอร์ทยางสังเคราะห์สี่สนามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นักกีฬาหญิงในชุดเสื้อขาวขลิบทองกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น โชคดีที่วันนี้ 'พิมชนก' น่าจะไปรายงานตัวที่แคมป์ทีมชาติ รินจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจตั้งแต่ก้าวแรก"หนู... มาหาใคร"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง รินหันขวับไปมอง ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดวอร์มเต็มยศและมีนกหวีดคล้องคอ... 'โค้ชดนัย' หัว
22 กันยายน 2540เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ดังก้องแข่งกับเสียงข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำจากโทรทัศน์จอแก้วรินรดาในชุดนักเรียนที่ยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติวันแรก ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูบ้านอย่างระมัดระวังที่สุด เธอพยายามย่องปลายเท้าให้เบาหวิวเหมือนแมว หวังจะลอบขึ้นบันไดไปอาบน้ำโดยไม่ให้ใครเห็นทว่า... แสงไฟจากโคมไฟระย้ากลางห้องนั่งเล่นที่สว่างจ้า และร่างของผู้เป็นแม่ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาล ก็ดับฝันของเธอลงทันที"ไปไหนมา รินรดา"น้ำเสียงของแม่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟามี 'สมุดพก' สีแดงของโรงเรียนวางหลาอยู่ พร้อมกับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายวิชาการรินสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระเป๋าไม้แบดมินตันไว้ด้านหลัง "เอ่อ... รินไปทำรายงานบ้านแพรวมาค่ะแม่ ฝนตกหนัก รถก็เลยติด...""รายงานวิชาอะไรล่ะ ที่ต้องใช้ไม้แบดมินตันกับรองเท้าผ้าใบน่ะ" แม่สวนกลับทันควัน ดวงตาของผู้ผ่านโลกมามากกว่าฉายแววดุดัน "เมื่อเย็นแม่โทรไปหาแม่ของแพรว เขาบอกว่าแพรวกลับมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว... เลิกโกหกแม่ได้แล้วริน!"แม่หยิ
20 กันยายน 2540แสงสว่างจ้าจากสปอตไลต์นับสิบดวงบนเพดานยิมเนเซียมของศูนย์ฝึกแบดมินตันแห่งชาติ ส่องกระทบพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์สีเขียวเข้มจนขึ้นเงา เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ส่งเสียงครางกระหึ่ม พ่นลมเย็นเฉียบออกมาจนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างน่าขนลุก มันช่างแตกต่างจากความอบอ้าวและฝุ่นควันของลานปูนใต้ทางด่วนราวกับอยู่คนละโลกแต่สำหรับรินรดา... ความหนาวเหน็บที่แท้จริง ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวต่างหาก"รินรดา! สปีดเท้าช้าไปแล้ว! ลูกฟีดเซ็ตนี้เพิ่งจะลูกที่ห้าสิบเองนะ! ถ้าหมดแรงแค่นี้จะไปสู้กับพวกจีนพวกอินโดฯ ได้ยังไง!"เสียงตวาดก้องของโค้ชทีมชาติชุดเยาวชนดังทะลุเสียงหวดลูกขนไก่ รินสกัดกลั้นความเหนื่อยล้า กัดฟันสปริงข้อเท้าพุ่งตัวไปรับลูกที่โค้ชรัวฟีด (ป้อนลูก) ข้ามเน็ตมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ลูกขนไก่นับร้อยลูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นฝั่งของเธอ เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แคมป์เยาวชนทีมชาติไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่นขายของ ที่นี่รวบรวมแต่หัวกะทิจากทั่วประเทศ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเบียดแย่งโควตาต
15 กันยายน 2540สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่รินรดาคว้าแชมป์เขตท่ามกลางพายุคำวิจารณ์ ข่าวคราวหน้าหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ซาลงไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยข่าวเศรษฐกิจที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกสั่งปิดเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง ชีวิตของเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปีกลับเข้าสู่ความสงบ (ที่เจือด้วยความวุ่นวายของแก๊งเพื่อน) อีกครั้งแต่ในบ่ายวันศุกร์นี้ มีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป"รินรดา นั่งลงก่อนสิ"โค้ชชัย โค้ชร่างท้วมใจดีแห่งสโมสรสายฟ้า พยักหน้าเรียกเด็กสาวให้เข้าไปในห้องพักโค้ชที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและน้ำมันมวย รินในชุดนักเรียนค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร"หนูทำได้ดีมากนะในแมตช์ที่ผ่านมา... โค้ชรู้ว่าหนูต้องเจอกับความกดดันหนักหนาแค่ไหน ทั้งเรื่องในสนามและเรื่องข่าวนอกสนาม แต่หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจของหนูแข็งแกร่งพอ" โค้ชชัยระบายยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวตีตราสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เลื่อนข้ามโต๊ะมาตรงหน้าเธอรินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ "นี่คือ...""โควตาพิเศษสำหรับแชมป์เขต" โค้ชชัยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ "ทางสมาคมฯ กำลังจะเปิด







