Beranda / โรแมนติก / จาก 2540 ถึงนิรันดร์ / ตอนที่ 7: คอร์ทไม้ปาร์เก้ และผู้จัดการส่วนตัว(จำเป็น)

Share

ตอนที่ 7: คอร์ทไม้ปาร์เก้ และผู้จัดการส่วนตัว(จำเป็น)

Penulis: Wanderer
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-26 17:42:02

25 กรกฎาคม 2540

เสียงล้อรถเมล์บดไปบนถนนสุขุมวิทยามเช้าตรู่ไม่ได้ทำให้รินรดารู้สึกง่วงซึมเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หัวใจของเธอเต้นแรงและสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายจนรู้สึกร้อนผ่าวไปถึงปลายนิ้ว วันนี้คือวันชี้ชะตา... วันคัดตัวนักกีฬาอิสระของ 'สโมสรสายฟ้า'

รินนั่งอยู่บนเบาะริมหน้าต่างรถเมล์ปรับอากาศสาย 511 ขากางเกงวอร์มสีน้ำเงินเข้มขยับยุกยิกไปมาด้วยความตื่นเต้น เธอกระชับเสื้อแจ็กเก็ตวอร์มของโรงเรียนที่สวมทับเสื้อยืดคอกลมเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมอง 'ผู้ติดตาม' ที่นั่งกอดอกหลับตาพริ้มอยู่บนเบาะข้างๆ

เขตต์ในวันนี้สวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตยีนส์สีซีดที่ไม่ได้ติดกระดุม กางเกงยีนส์ขายาว และรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สเก่าๆ ที่ส้นสึกไปข้างหนึ่ง บนตักของเขามีกระเป๋าไม้แบดมินตันใบยักษ์ของเธอวางพาดอยู่ เขาดูเหมือนผู้จัดการส่วนตัวที่ถูกบังคับให้มาทำงานในวันหยุดพักผ่อนไม่มีผิด

"นี่เขตต์... นายหลับจริงๆ เหรอ" รินเอานิ้วชี้จิ้มท่อนแขนแข็งแรงของเขาเบาๆ

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ผมเพิ่งปิดร้านตอนห้าทุ่มครึ่ง และคุณโทรไปปลุกผมที่หอพักตอนหกโมงเช้าเพื่อลากผมขึ้นรถเมล์... ถ้าผมไม่หลับ ผมก็คงเป็นหุ่นยนต์แล้วล่ะครับ คุณหนูรินรดา"

"ก็ฉันตื่นเต้นนี่นา!" รินยู่หน้า "แล้วนายอุตส่าห์ลางานพี่ต้อม... เอ้ย เถ้าแก่คนใหม่มาได้ทั้งที ก็น่าจะทำหน้าให้มันสดชื่นหน่อยสิ วันนี้เป็นวันสำคัญของฉันนะ"

"ผมสลับกะกับน้องพาร์ทไทม์อีกคนต่างหากครับ ไม่ได้ลา" เขตต์แก้คำผิดหน้าตาย ก่อนจะขยับตัวนั่งตัวตรง "แล้วคุณน่ะ เลิกนั่งเขย่าขาเป็นเจ้าเข้าสักทีเถอะครับ รถมันสะเทือนจนผมเวียนหัวไปหมดแล้ว เก็บแรงไว้ไปกระโดดตบลูกขนไก่เถอะ"

รินพ่นลมหายใจออกทางจมูกฟึดฟัด แต่ก็ยอมหยุดเขย่าขาตามที่เขาบอก ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดจาหวานหูเอาใจเธอเลยสักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น การที่มีเขานั่งอยู่ข้างๆ แบกกระเป๋าใบหนักอึ้งให้เธอ มันกลับทำให้ความประหม่าที่มีลดลงไปได้อย่างน่าประหลาด

เมื่อรถเมล์จอดเทียบป้ายซอยสุขุมวิท 101 ทั้งสองคนก็เดินเท้าเข้าไปในซอยอีกประมาณห้าร้อยเมตร จนกระทั่งพบกับโกดังขนาดใหญ่หลังคาสังกะสีที่มีป้ายไม้ทาสีขาวเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงซีดๆ ว่า 'สโมสรแบดมินตันสายฟ้า'

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นของพื้นไม้ปาร์เก้ที่ถูกขัดเงา กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นน้ำมันมวย ก็ลอยมาปะทะจมูก เสียงรองเท้าผ้าใบเอี๊ยดอ๊าดดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง คอร์ทแบดมินตันมาตรฐานสี่สนามเรียงรายอยู่เบื้องหน้า แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สว่างจ้าทำให้บรรยากาศดูขลังและจริงจังกว่าคอร์ทใต้ทางด่วนของรินราวฟ้ากับเหว

"โห... คนเยอะกว่าที่คิดแฮะ" รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นนักกีฬาทั้งชายและหญิงในชุดกีฬาเต็มยศ นั่งวอร์มอัพและยืดเส้นยืดสายอยู่ริมสนามเกือบสามสิบคน

ในยุคที่วิกฤตเศรษฐกิจทำให้หลายโรงเรียนและสโมสรเล็กๆ ต้องยุบตัวลง นักกีฬาไร้สังกัดจำนวนมากจึงต้องมารวมตัวกันเพื่อแย่งชิงโควตาที่นั่งอันน้อยนิดในสโมสรที่ยังพอมีสายป่านยาวพอจะส่งพวกเขาเข้าแข่งชิงแชมป์เขต

"ไปลงทะเบียนสิครับ ยืนเหม่ออะไรอยู่" เขตต์ดันหลังเธอเบาๆ พลางสะพายกระเป๋าไม้แบดขึ้นบ่าอย่างรู้หน้าที่

รินเดินไปที่โต๊ะลงทะเบียน โค้ชผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมและมีนกหวีดคล้องคอ กำลังนั่งเช็กรายชื่ออยู่

"รินรดา... อ้อ ดาวเด่นจากสตรีฝั่งนู้นนี่เอง" โค้ชเงยหน้าขึ้นมองเธอผ่านเลนส์แว่น "ครูได้ยินข่าวเรื่องโรงเรียนหนูแล้ว น่าเสียดายนะ... แต่ที่นี่เราคัดกันที่ฝีมือล้วนๆ ไม่สนโปรไฟล์เก่า กติกาคือ แข่งแบบแพ้คัดออก เซ็ตเดียว 15 แต้ม ใครชนะทะลุไปถึงรอบสี่คนสุดท้ายได้ จะได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาในสังกัดของสโมสรสายฟ้า และได้สิทธิ์ลงแข่งชิงแชมป์เขตเดือนหน้า... พร้อมไหม?"

"พร้อมค่ะ โค้ช!" รินตอบเสียงฉะฉาน แววตาของเธอลุกโชนไปด้วยไฟนักสู้

เขตต์เดินตามรินไปหาที่ว่างบนอัฒจันทร์ไม้ริมสนาม เขาวางกระเป๋าลง รินรูดซิปเปิดออกแล้วหยิบไม้แบดมินตันคาร์บอนไฟเบอร์คู่ใจออกมา เธอถอดเสื้อแจ็กเก็ตวอร์มออก เผยให้เห็นเสื้อกีฬาแขนกุดสีขาวและกางเกงกระโปรงสีดำทะมัดทะแมง รินรวบผมที่เคยปล่อยสยายขึ้นเป็นหางม้าสูง เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่มุ่งมั่น

เขตต์มองภาพนั้นเงียบๆ เขาต้องยอมรับว่า เวลายัยตัววุ่นคนนี้ก้าวเข้าสู่โหมดนักกีฬา เธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้คนมองไม่อาจละสายตาได้เลยจริงๆ

"นายห้ามนั่งสัปหงกเด็ดขาดนะ" รินหันมาสั่งเขาพลางหมุนคอวอร์มอัพ "จับตาดูชัยชนะของฉันให้ดีล่ะ"

"ครับๆ จะเบิกตาดูให้กว้างที่สุดเลยครับ คุณผู้หญิง" เขตต์ตอบรับแกนๆ พลางหยิบหนังสือพิมพ์กีฬาที่พกมาด้วยขึ้นมาเปิดกางบังหน้า ‘แกล้งทำเป็นไม่สนใจ‘

...

การแข่งขันรอบคัดเลือกเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงกรรมการขานคะแนนและเสียงหวดลูกขนไก่ดังระงมไปทั่วโกดัง รินผ่านรอบแรกและรอบสองมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ฝีมือระดับตัวแทนโรงเรียนของเธอโดดเด่นกว่านักกีฬาสมัครเล่นคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ลูกตบที่แม่นยำและการฟุตเวิร์ก ที่พริ้วไหวทำให้โค้ชที่นั่งดูอยู่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

แต่ทว่า... อุปสรรคของจริงกำลังรอเธออยู่ในรอบที่สาม (รอบแปดคนสุดท้าย)

คู่แข่งของรินในรอบนี้คือ 'พี่ฟ้า' อดีตนักกีฬาเดินสายตัวท็อปที่อายุมากกว่ารินสามปี รูปร่างของฟ้าสูงใหญ่และมีกล้ามเนื้อช่วงแขนที่แข็งแรงกว่ารินมาก ทันทีที่กรรมการให้สัญญาณเริ่มเกม ฟ้าก็เปิดฉากบุกด้วยลูกตบที่รุนแรงและหนักหน่วงจนรินตั้งรับแทบไม่ทัน

ป๊อก! ลูกขนไก่พุ่งอัดลงบนพื้นไม้ปาร์เก้ฝั่งของรินด้วยความเร็วสูง รินพุ่งตัวไปรับจนเข่าไถลไปกับพื้น แต่ก็เอื้อมไม่ถึง

"เปลี่ยนส่ง! ฟ้าได้แต้ม... เจ็ดต่อสาม!" เสียงกรรมการขานคะแนน

รินยันตัวลุกขึ้นยืนหอบแฮ่ก เหงื่อไหลซึมเข้าตาจนแสบไปหมด การซ้อมบนพื้นปูนใต้ทางด่วนที่มีลมพัดตลอดเวลา ทำให้จังหวะการกะระยะลูกขนไก่ในคอร์ทปิดของเธอเพี้ยนไปเล็กน้อย ประกอบกับพละกำลังของคู่แข่งที่เหนือกว่า ทำให้รินเริ่มตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

เขตต์ที่นั่งกอดอกอยู่บนอัฒจันทร์ ลดหนังสือพิมพ์ในมือลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากัน เขามองเห็นความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นบนใบหน้าของริน เธอเริ่มใจร้อน พยายามจะตบสู้ด้วยแรงที่มี แต่ยิ่งออกแรงมากเท่าไหร่ ลูกก็ยิ่งติดเน็ตหรือออกหลังเส้นไปเท่านั้น

"สิบเอ็ดต่อห้า! ฟ้าเป็นฝ่ายนำ!"

รินเดินก้มหน้าไปเช็ดเหงื่อด้วยผ้าขนหนูที่ริมสนาม มือที่กำไม้แบดสั่นน้อยๆ เธอเหลือบมองไปที่อัฒจันทร์ เห็นเขตต์กำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก รินเม้มปากแน่น ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามา ถ้าเธอแพ้รอบนี้ ทุกอย่างที่ดิ้นรนมาคือจบสิ้น เธอจะไม่มีชื่อลงแข่งชิงแชมป์เขต และความฝันทีมชาติก็จะหลุดลอยไป

"ขอเวลานอกสองนาทีค่ะ!" รินยกมือขึ้นบอกกรรมการ ก่อนจะเดินโซเซกลับมาที่กระเป๋าของตัวเอง

เขตต์ผุดลุกขึ้นยืน เขาก้าวลงจากอัฒจันทร์มายืนตรงหน้าเธอ บดบังสายตาจากนักกีฬาคนอื่นๆ ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในถุงพลาสติก หยิบขวดน้ำเกลือแร่สปอนเซอร์ที่เพิ่งไปซื้อจากตู้แช่หน้าร้านมาเปิดฝา แล้วยื่นส่งให้เธอ

"ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว" เขตต์พูดเสียงเรียบ

รินรับขวดมาดื่มอึกใหญ่ น้ำตาแห่งความเจ็บใจรื้นขึ้นมาที่ขอบตา "พี่ฟ้าแข็งเกินไป... แรงตบเขาหนักมาก ฉันรับไม่ทัน จังหวะฟุตเวิร์กฉันก็เพี้ยนไปหมดเลย เขตต์... ถ้าฉันแพ้ล่ะ..."

เสียงของเธอสั่นเครือ ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า โลกภายนอกนั้นมีคนที่เก่งกว่าเธออยู่อีกมาก

เขตต์มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นไหว เขาไม่ได้ยกมือขึ้นลูบหัวปลอบโยน หรือพูดคำหวานหูแบบ 'ไม่เป็นไรนะ คุณทำดีที่สุดแล้ว' อย่างที่คนอื่นทำกัน

ชายหนุ่มเพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบลูกขนไก่พลาสติกสีเหลืองเยินๆ ที่เขาเก็บมาจากใต้คานทางด่วนเมื่อหลายวันก่อนขึ้นมา ชูมันไว้ตรงหน้าเธอ

"รินรดา..." น้ำเสียงของเขตต์ไม่ได้ดุดัน แต่หนักแน่นและทรงพลังพอที่จะดึงสติเธอให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว "คุณจำไอ้ลูกพลาสติกห่วยๆ นี่ได้ไหม?"

รินกระพริบตาปริบๆ มองลูกขนไก่สีเหลืองในมือเขา

"คุณเป็นคนตบไอ้ลูกนี่ อัดเข้ากลางหน้าผากผมด้วยความเร็วที่ผมมองแทบไม่ทัน... ทั้งๆ ที่ตอนนั้นลมใต้ทางด่วนพัดแรงจนฝุ่นเข้าตา ทั้งๆ ที่พื้นมันเป็นปูนซีเมนต์แข็งๆ ที่พร้อมจะทำให้เข่าคุณแหกได้ทุกเมื่อ"

เขตต์ขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาเสมอกัน

"คุณเอาชนะข้อจำกัดบ้าบอพวกนั้นมาได้หมดแล้ว... แล้วกะอีแค่พื้นไม้ปาร์เก้เรียบๆ ไม่มีลมพัด กับคู่แข่งที่ตัวใหญ่กว่านิดหน่อย คุณจะมาถอดใจยอมแพ้เอาตอนนี้เหรอ?"

คำพูดของเขาเหมือนมีดที่กรีดเอาความกลัวในใจเธอออกไปจนหมดสิ้น รินเบิกตากว้าง ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอหายไปราวกับปลิดทิ้ง

"คู่แข่งแรงเยอะกว่า ก็ไม่ต้องไปบ้าพลังตบสู้สิครับ... คุณมีฟุตเวิร์กที่เร็วกว่า มีความคล่องตัวกว่า ดึงให้เขาวิ่งสิ ทำให้เขาเหนื่อย คุณฉลาดกว่านี้นะ... ยัยตัววุ่น" เขตต์เคาะปลายนิ้วลงบนหน้าผากที่ชื้นเหงื่อของเธอเบาๆ หนึ่งที

สัมผัสนั้นแผ่วเบา แต่กลับส่งผ่านกระแสไฟฟ้าแห่งความมั่นใจแล่นปลาบไปทั่วร่าง รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นน้ำมันมวยและกลิ่นเหงื่อรอบตัวกลับมาหอมหวานอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองผู้ชายหน้าตายตรงหน้า ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและไฟนักสู้

"นั่นสินะ... ฉันลืมไปได้ยังไงว่าฉันเก่งแค่ไหน" รินคว้าไม้แบดมินตันขึ้นมากระชับแน่น "ขอบใจนะ... ที่เตือนสติ คุณผู้จัดการ"

"หมดเวลานอก! นักกีฬาประจำที่!" กรรมการเป่านกหวีดเรียก

รินหมุนตัวเดินกลับเข้าสู่สนาม แผ่นหลังของเธอเหยียดตรงและดูสง่างามยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขตต์ยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเดินกลับไปนั่งกอดอกบนอัฒจันทร์ตามเดิม

เกมในครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น รินเปลี่ยนสไตล์การเล่นไปอย่างสิ้นเชิง เธอเลิกใช้พละกำลังเข้าแลก แต่หันมาใช้เทคนิคหยอดหน้าเน็ต สลับกับการโยนลูกโด่งไปท้ายคอร์ท บังคับให้พี่ฟ้าต้องวิ่งหน้าตั้งกลับไปกลับมา

ฟุ่บ! เอี๊ยด! เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้นดังรัวเร็ว รินเคลื่อนไหวราวกับนักเต้นบัลเลต์บนคอร์ทไม้ เธออ่านทางลูกขาด และใช้ความคล่องตัวดักตีลูกตบของคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ พี่ฟ้าเริ่มหอบเหนื่อย เหงื่อท่วมตัว และเริ่มตีพลาดเพราะพละกำลังที่ถดถอย

"สิบสามเท่า! รินรดาตีเสมอ!"

ผู้ชมริมสนามเริ่มปรบมือและส่งเสียงเชียร์ให้กับความใจสู้ของเด็กสาวตัวเล็ก รินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เมื่อพี่ฟ้าตีลูกโด่งพลาดมาเข้าทางกลางคอร์ท รินกระโดดลอยตัวขึ้นสูงกลางอากาศ ง้างไม้แร็กเก็ตขึ้นสุดแขน

ในวินาทีที่รินรดาลอยอยู่กลางอากาศ หากใครที่อยู่ตรงนั้น ได้เห็นสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งบนอัฒจันทร์ เห็นเขากำลังจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา... สายตาของเขา มันราวกับเป็นคำที่บอกว่า 'ตบให้ยับ'

ป๊อก!!

รินตวัดข้อมือฟาดลูกขนไก่ลงไปอย่างสุดแรงเกิด ลูกพุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นตรง อัดลงบนเส้นขอบสนามฝั่งตรงข้ามอย่างแม่นยำ พี่ฟ้าพุ่งตัวไปรับแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว

"สิบห้าต่อสิบสาม! รินรดาเป็นฝ่ายชนะ!"

เสียงนกหวีดเป่ายาวจบเกม รินกำหมัดทั้งสองข้างชูขึ้นฟ้า ร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจจนสุดเสียง น้ำตาแห่งความปีติไหลรินลงมาอาบแก้ม เธอทำได้แล้ว! เธอผ่านเข้ารอบสี่คนสุดท้าย และได้เป็นนักกีฬาของสโมสรสายฟ้าอย่างเป็นทางการแล้ว!

...

ช่วงเย็นของวันนั้น ท้องฟ้ากรุงเทพฯ ถูกย้อมไปด้วยสีส้มอมชมพู รินและเขตต์เดินเคียงคู่กันออกมาจากซอยสุขุมวิท 101 ในมือของรินมีไอศกรีมแท่งรสส้ม ส่วนในมือของเขตต์มีไอศกรีมรสโคล่าที่เธอเป็นคนยัดเยียดให้เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะ

"โค้ชชัยบอกว่า สโมสรจะออกค่าสมัครและค่าเดินทางไปแข่งชิงแชมป์เขตให้ทั้งหมดเลยนะ! แถมยังให้ใช้คอร์ทซ้อมฟรีได้สัปดาห์ละสามวันด้วย! ดีใจสุดๆ ไปเลย!" รินพูดจ้อไม่หยุด รอยยิ้มของเธอสว่างไสวเสียยิ่งกว่าแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทาง

"ก็ยินดีด้วยครับ ถือว่าความดันทุรังของคุณประสบผลสำเร็จเสียที" เขตต์ตอบเสียงเรียบ พลางกัดไอศกรีมคำโต "แต่คุณก็ยังต้องไปกวาดคอร์ทใต้ทางด่วนซ้อมเองในวันที่สโมสรปิดอยู่ดีนั่นแหละ อย่าเพิ่งได้ใจไป"

"รู้แล้วน่า! แล้วนายก็ต้องไปกวาดเป็นเพื่อนฉันด้วย ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด" รินชี้ไม้ไอศกรีมใส่หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

เขตต์ส่ายหน้าเบาๆ "ผมเป็นพนักงานร้านเช่าวิดีโอนะครับ ไม่ใช่ทาสรับใช้ของคุณ"

"ไม่ทันแล้วย่ะ! วันนี้นายทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวได้ดีมาก เสิร์ฟน้ำตรงเวลา แถมยังพูดจาปลุกใจได้เท่สุดๆ ไปเลย" รินขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เงยหน้ามองสบตาเขาด้วยรอยยิ้มขี้เล่น "เพราะงั้น... ฉันขอแต่งตั้งให้นาย เขตต์... เป็นผู้จัดการส่วนตัวตลอดชีพของนักกีฬาแบดมินตัน รินรดา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!"

เขตต์ชะงักฝีเท้า เขาก้มลงมองผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้า ที่กล้าดีมาตีตราจองชีวิตเขาหน้าตาเฉย

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะพูดจาเหน็บแนมและเดินหนีไปแล้ว แต่ตอนนี้... ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่บดขยี้ทุกความหวัง การได้เดินอยู่ข้างๆ ผู้หญิงที่เปล่งประกายด้วยความฝันคนนี้ กลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่า... ชีวิตของเขายังมีค่าพอที่จะเดินต่อไป

"ตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวตลอดชีพ... เงินเดือนอ่ะ เท่าไหร่คุณหนู?" เขตต์แกล้งเลิกคิ้วถาม

"ไม่มีเงินเดือน! แต่มีไอศกรีมเลี้ยงทุกครั้งที่ชนะการแข่งเลยนะ เอาป่าว!" รินยื่นข้อเสนออย่างใจป้ำ

เขตต์มองรอยยิ้มนั้น ก่อนจะแค่นหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่หล่อเหลาและอบอุ่นที่สุดเท่าที่รินเคยได้ยิน ชายหนุ่มออกแรงเดินนำหน้าเธอไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ปิดบังเอาไว้ไม่มิดอีกต่อไป

"ก็ถือเป็นข้อเสนอที่ไม่เลว... งั้นก็รีบเดินเถอะ จะได้รีบกลับบ้านกัน"

รินยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ เธอรีบวิ่งเหยาะๆ ตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างหัวใจสองดวงกำลังถูกร่นให้แคบลงทีละนิด ท่ามกลางแสงไฟสีส้มของกรุงเทพมหานคร ในฤดูร้อนปี 2540 ที่พายุได้พัดผ่านไป และทิ้งความทรงจำที่สวยงามที่สุดเอาไว้ให้พวกเขาสองคน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 23: หยาดเหงื่อหยดที่ห้าสิบ และหมูกระทะเยียวยาใจ

    1 ตุลาคม 2540 (ช่วงบ่าย)ร่างเล็กๆ ของรินรดาลอยขนานไปกับพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์ แขนขวาที่กำไม้แบดมินตันเหยียดออกไปจนสุดช่วงแขน สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกขนไก่ที่พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมาดั่งมัจจุราชถ้าลูกนี้ตกพื้น... ทุกอย่างที่พยายามมาจะสูญเปล่าทั้งหมด!ป๊อก!!ปลายหน้าไม้ที่พันด้วยกริปเทปสีเหลืองสดใส ช้อนเข้าที่หัวจุกก๊อกของลูกขนไก่ก่อนที่มันจะสัมผัสพื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร! ลูกพลาสติกสีขาวถูกงัดให้ลอยโด่งข้ามตาข่ายกลับไปตกถึงท้ายคอร์ทฝั่งตรงข้าม รินไถลตัวไปกับพื้นจนเกิดรอยไหม้จางๆ ที่หัวเข่า แต่เธอก็ใช้มือซ้ายยันพื้นสปริงตัวลุกขึ้นยืนในพริบตา"สี่สิบ!"เสียงขานจำนวนลูกของโค้ชดนัยดังก้อง ยิมเนเซียมที่เคยมีเสียงซุบซิบนินทา บัดนี้เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กสาวที่ยืนอยู่กลางคอร์ท นักกีฬาสตรีศรีพัฒนาที่นั่งล้อมวงดูอยู่ เริ่มเผลอกลั้นหายใจและลุ้นไปกับความอึดของเด็กสาวไร้สังกัดคนนี้อย่างลืมตัว"อีกสิบลูก! อย่าช้า!" โค้ชดนัยให้สัญญาณรุ่นพี่ทั้งสองคนเปิดฉากบุกต่อทันที"สี่สิบเอ็ด!""สี่สิบสอง!"สิบลูกสุดท้ายคือนรกบนดินอย่างแท้จริง ขาทั้งสองข้างของรินหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหิน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 22: กระดาษคำตอบ และด่านทดสอบรับน้องใหม่

    1 ตุลาคม 2540เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาแขวนผนังในห้องพักครูฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา ดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของรินรดา มันดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเด็กสาวในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิม นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ สองมือกำกระโปรงสีกรมท่าของตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้คือวันฟังผลสอบวัดระดับ... การสอบที่เธอใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ขลุกตัวอยู่ในร้านเช่าวิดีโอ ท่องศัพท์และแก้สมการจนดึกดื่น โดยมี 'ติวเตอร์หน้าตาย' คอยเอาไม้บรรทัดเคาะโต๊ะเวลาเธอสัปหงก"รินรดา..." ครูวัยกลางคนสวมแว่นตาทรงตาแมวขยับกระดาษคำตอบสองแผ่นในมือ ทอดสายตามองเด็กสาวผ่านเลนส์หนาเตอะ "เธอรู้ใช่ไหมว่าเกณฑ์การรับย้ายกลางเทอมของเราคือ 80% สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ... ซึ่งมันสูงมากสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนกวดวิชามาโดยตรง""ท... ทราบค่ะอาจารย์" รินตอบเสียงสั่นครูฝ่ายวิชาการถอนหายใจยาว ก่อนจะเลื่อนกระดาษใบแจ้งผลคะแนนสีขาวมาตรงหน้าเธอรินกลั้นหายใจ หลับตาปี๋ไปชั่ววินาที ก่อนจะค่อยๆ หรี่ตาลงมองตัวเลขที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินในช่องคะแนน

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 21: ถ้ำเสือสตรีศรีพัฒนา และติวเตอร์หน้าตาย

    23 กันยายน 2540ประตูเหล็กดัดสีทองสลักชื่อ 'โรงเรียนสตรีศรีพัฒนา' สูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินรดาในชุดนักเรียนโรงเรียนเดิมยืนกำสายกระเป๋าจาคอปแน่น เธอเงยหน้ามองยอดโดมของอาคารเรียนสถาปัตยกรรมยุโรปที่ดูโอ่อ่าและหรูหราสมกับเป็นโรงเรียนสตรีอันดับต้นๆ ของประเทศเด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วก้าวเท้าเดินผ่านป้อมยามเข้าไป จุดหมายของเธอไม่ใช่ห้องธุรการ แต่เป็นอาคารยิมเนเซียมปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นฐานทัพของทีมแบดมินตันที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตนี้เมื่อผลักประตูกระจกเข้าไป ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศและเสียงฝรองเท้าเอี๊ยดอ๊าดก็ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัส รินกวาดสายตามองคอร์ทยางสังเคราะห์สี่สนามที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า นักกีฬาหญิงในชุดเสื้อขาวขลิบทองกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น โชคดีที่วันนี้ 'พิมชนก' น่าจะไปรายงานตัวที่แคมป์ทีมชาติ รินจึงไม่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจตั้งแต่ก้าวแรก"หนู... มาหาใคร"เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านข้าง รินหันขวับไปมอง ก็พบกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดวอร์มเต็มยศและมีนกหวีดคล้องคอ... 'โค้ชดนัย' หัว

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 20: สมุดพกสีแดง และเป้าหมายที่ชื่อ 'สตรีศรีพัฒนา'

    22 กันยายน 2540เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องของบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง ดังก้องแข่งกับเสียงข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำจากโทรทัศน์จอแก้วรินรดาในชุดนักเรียนที่ยับยู่ยี่และชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติวันแรก ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูบ้านอย่างระมัดระวังที่สุด เธอพยายามย่องปลายเท้าให้เบาหวิวเหมือนแมว หวังจะลอบขึ้นบันไดไปอาบน้ำโดยไม่ให้ใครเห็นทว่า... แสงไฟจากโคมไฟระย้ากลางห้องนั่งเล่นที่สว่างจ้า และร่างของผู้เป็นแม่ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาล ก็ดับฝันของเธอลงทันที"ไปไหนมา รินรดา"น้ำเสียงของแม่ราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟามี 'สมุดพก' สีแดงของโรงเรียนวางหลาอยู่ พร้อมกับจดหมายแจ้งเตือนจากฝ่ายวิชาการรินสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระเป๋าไม้แบดมินตันไว้ด้านหลัง "เอ่อ... รินไปทำรายงานบ้านแพรวมาค่ะแม่ ฝนตกหนัก รถก็เลยติด...""รายงานวิชาอะไรล่ะ ที่ต้องใช้ไม้แบดมินตันกับรองเท้าผ้าใบน่ะ" แม่สวนกลับทันควัน ดวงตาของผู้ผ่านโลกมามากกว่าฉายแววดุดัน "เมื่อเย็นแม่โทรไปหาแม่ของแพรว เขาบอกว่าแพรวกลับมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็นแล้ว... เลิกโกหกแม่ได้แล้วริน!"แม่หยิ

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 19: ยางสังเคราะห์ที่เย็นเฉียบ และเลนส์กล้องที่ถูกปัดฝุ่น

    20 กันยายน 2540แสงสว่างจ้าจากสปอตไลต์นับสิบดวงบนเพดานยิมเนเซียมของศูนย์ฝึกแบดมินตันแห่งชาติ ส่องกระทบพื้นคอร์ทยางสังเคราะห์สีเขียวเข้มจนขึ้นเงา เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ส่งเสียงครางกระหึ่ม พ่นลมเย็นเฉียบออกมาจนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างน่าขนลุก มันช่างแตกต่างจากความอบอ้าวและฝุ่นควันของลานปูนใต้ทางด่วนราวกับอยู่คนละโลกแต่สำหรับรินรดา... ความหนาวเหน็บที่แท้จริง ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มาจากบรรยากาศรอบตัวต่างหาก"รินรดา! สปีดเท้าช้าไปแล้ว! ลูกฟีดเซ็ตนี้เพิ่งจะลูกที่ห้าสิบเองนะ! ถ้าหมดแรงแค่นี้จะไปสู้กับพวกจีนพวกอินโดฯ ได้ยังไง!"เสียงตวาดก้องของโค้ชทีมชาติชุดเยาวชนดังทะลุเสียงหวดลูกขนไก่ รินสกัดกลั้นความเหนื่อยล้า กัดฟันสปริงข้อเท้าพุ่งตัวไปรับลูกที่โค้ชรัวฟีด (ป้อนลูก) ข้ามเน็ตมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพักป๊อก! ป๊อก! ป๊อก! ลูกขนไก่นับร้อยลูกเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นฝั่งของเธอ เหงื่อเม็ดโป้งไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แคมป์เยาวชนทีมชาติไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเล่นขายของ ที่นี่รวบรวมแต่หัวกะทิจากทั่วประเทศ ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการเบียดแย่งโควตาต

  • จาก 2540 ถึงนิรันดร์   ตอนที่ 18: จดหมายเชิญเข้าแคมป์ และความเงียบในร้านเช่าวิดีโอ

    15 กันยายน 2540สองสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่รินรดาคว้าแชมป์เขตท่ามกลางพายุคำวิจารณ์ ข่าวคราวหน้าหนังสือพิมพ์ค่อยๆ ซาลงไปตามกาลเวลา ถูกแทนที่ด้วยข่าวเศรษฐกิจที่บริษัทไฟแนนซ์ถูกสั่งปิดเพิ่มอีกหลายสิบแห่ง ชีวิตของเด็กมัธยมปลายวัยสิบแปดปีกลับเข้าสู่ความสงบ (ที่เจือด้วยความวุ่นวายของแก๊งเพื่อน) อีกครั้งแต่ในบ่ายวันศุกร์นี้ มีบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป"รินรดา นั่งลงก่อนสิ"โค้ชชัย โค้ชร่างท้วมใจดีแห่งสโมสรสายฟ้า พยักหน้าเรียกเด็กสาวให้เข้าไปในห้องพักโค้ชที่อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำและน้ำมันมวย รินในชุดนักเรียนค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสาร"หนูทำได้ดีมากนะในแมตช์ที่ผ่านมา... โค้ชรู้ว่าหนูต้องเจอกับความกดดันหนักหนาแค่ไหน ทั้งเรื่องในสนามและเรื่องข่าวนอกสนาม แต่หนูก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสภาพจิตใจของหนูแข็งแกร่งพอ" โค้ชชัยระบายยิ้มภูมิใจ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวตีตราสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เลื่อนข้ามโต๊ะมาตรงหน้าเธอรินก้มมองซองจดหมายนั้น หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ "นี่คือ...""โควตาพิเศษสำหรับแชมป์เขต" โค้ชชัยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ "ทางสมาคมฯ กำลังจะเปิด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status