Masuk“คุณไลลาเอารูปนี้มาจากไหนเหรอครับ?” เขาสงสัยที่เธอโชว์รูปที่เขาถ่ายร่วมกันกับเคย์เดนและเฮย์เดนสมัยยังเด็กมาได้ยังไง
“พอดีว่าไลลาไปเจอตอนหลงทางน่ะค่ะ คงจะเป็นของสำคัญมากเลยสินะคะไลลาต้องขอโทษด้วยที่หยิบมาโดยไม่ขออนุญาตคุณหมอ” หญิงสาวรีบขอโทษคนตรงหน้าทันทีเมื่อเห็นว่าเขามีสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย มาครับเราไปทานข้าวกันเถอะเดี๋ยวผมจะเล่าให้คุณไลลาฟังว่าแฝดผมอีกคนคือใคร” ชายหนุ่มยิ้มออกมาพร้อมกับชักชวนเธอไปทานข้าวด้วยกัน
“ค่ะ” เธอยิ้มตอบรับจากนั้นก็ทั้งสองก็เดินไปที่ห้องครัวทันที ภาพแรกที่เห็นอาหารบนโต๊ะเธออึ้งมากเพราะทุกอย่างมันดูน่ากินเสียจนเจ้าตัวต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลืมตัวก็ไม่คิดว่าไอ้การชอบทำอาหารกินเองของเอเดนจะสามารถรังสรรค์เมนูได้ยังดีเหมือนภัตตาคารแบบนี้
“ผมไม่รู้ว่าคุณไลลาชอบทานอะไรก็เลยเดา ๆ เอาน่ะครับ” เอเดนทำการลากเก้าอี้ออกให้กับไลลานั่ง
“นี่คุณหมอทำเองเหรอคะ?”
“ใช่ครับ”
“ว้าว คุณหมอนี่สุดยอดมากเลยค่ะทั้งเก่งเรื่องการรักษาคนแถมยังเก่งเรื่องทำอาหารด้วย โห้ มีแต่อาหารหรู ๆ ทั้งนั้นเลยโชคดีของไลลาจริง ๆ ค่ะ” เธอนั่งลงพร้อมกับกล่าวชื่นชมเขาไม่หยุด จนคนทำที่ได้ยินจะตัวลอยอยู่แล้ว
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ชายหนุ่มก้มหน้าพร้อมกับขยับแว่นขึ้นแก้เขิน
“แหม่ ไม่ต้องถ่อมตนหรอกค่ะ ยอมรับมาเถอะว่าตัวเองเก่ง คิก” เธอพูดพลางยิ้มร่า เธอคิดว่าตัวเองนั้นแสร้งทำแต่ทว่าแท้จริงแล้วบางครั้งมันออกมาจากใจจริง ๆ
“ขอบคุณครับ มื้อนี้ผมทำให้คุณไลลาทานพิเศษเลยนะครับหวังจะชอบนะ” เขากล่าวเพราะเมนูทั้งหมดไม่ใช่เมนูที่รักสุขภาพเลยสักจาน เนื่องจากเขาอยากทำให้ผู้หญิงที่ชอบก็เลยจัดให้เต็มที่เลยสำหรับมื้อนี้
“ขอบคุณมากเลยนะคะคุณหมอช่างใส่ใจจริง ๆ” หญิงสาวที่ได้ยินก็ยิ้มไม่หุบ เธอรู้ว่าที่เขาทำทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะนั้นก็ทำเพื่อเธอ
“มาครับ มาทานอาหารกันเถอะ”
“ค่ะ” เอเดนและไลลาก็เริ่มทานอาหารมื้อเย็นกัน ทานไปสักพักหญิงสาวสังเกตว่าชายหนุ่มไม่พูดเรื่องเฮย์เดนสักที เธอเลยตัดสินใจถามขึ้น
“คุณหมอว่าคือว่า…” เธอหันไปมองมองรูปถ่ายใบนั้นพลางสลับมองไปทางเขาเพื่อที่จะบ่งบอกว่าให้เขาเริ่มเล่าได้แล้ว
“อ้อ เอ่อ เกือบลืมไปเลยครับ คือว่าจริง ๆ แล้วพวกผมเป็นแฝดสามครับ เฮย์เดนเป็นพี่คนโต เคย์เดนเป็นพี่คนกลางส่วนผมเป็นน้องเล็กสุดน่ะครับ”
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนเหรอคะ?” ด้วยความอยากรู้เธอเลยถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา
“ผมก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกันครับ ปกติจะเจอเฮย์เดนแค่ปีละครั้งเอง”
“เจอกันช่วงไหนเหรอคะ?”
“เอ่อ…ช่วงที่ไปเยี่ยมหลุมศพคุณแม่น่ะครับ” หมอหนุ่มก้มหน้ามองพื้นในขณะที่พูด เวลาที่พูดถึงผู้เป็นแม่เมื่อเขาก็เสียใจขึ้นมาทุกครั้ง
“คุณหมอไลลาขอโทษจริง ๆ นะคะ” ร่างเล็กรีบเอ่ยคำขอโทษเมื่อรู้ว่าตัวเองเสียมารยาทเข้าให้แล้ว เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามารดาของสามแฝดจะเสียชีวิตไปแล้ว เธอรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเมื่อถามออกไปโดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นคำถามที่ทำร้ายจิตใจเขาเพราะดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าเขาเสียใจขนาดไหนเมื่อพูดถึงเรื่องแม่
“ไม่เป็นไรครับก็คุณไลลาไม่รู้นี่ เอาเป็นว่าทานต่อไปให้อร่อยเถอะครับ ว่าแต่อาหารถูกปากหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มเปลี่ยนสีหน้าที่ยิ้มแย้มทันที เข้าใจว่าเธอคงไม่ได้ตั้งใจเลยถามออกไปแบบนั้น เขาจึงไม่ถือสาอะไรเธอ
“กำลังจะพูดเลยค่ะว่ามันอร่อยมาก ๆ” เธอพูดไปตามความจริงที่ลิ้นได้ลิ่มรส หญิงสาวตักชิมทุกจานพบว่ามันอร่อยทุกเมนูเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าเอเดนจะทำอาหารออกมาอร่อยแบบนี้
“ขอบคุณครับ เห็นคุณไลลาชอบผมก็ดีใจ” หมอหนุ่มเผยรอยยิ้มขึ้นมา
“ไลลาชอบมากเลยค่ะ แบบนี้คงต้องฝากท้องไว้กับคุณหมอบ่อย ๆ แล้วค่ะ” เธอแกล้งพูด ๆ แบบนั้นแต่ทว่าเขานั้นกลับคิดจริง
“ด้วยความยินดีเลยครับคุณไลลา ผมพร้อมที่จะทำให้เสมอ” เอเดนเริ่มหน้าแดงขึ้น เขาจินตนาการว่าเธอมาทานอาหารกับตนด้วยกันทุกวันมันก็ทำให้เขาเสียอาการแล้ว หากเป็นแบบนั้นจริง ๆ เขาคงมีความสุขมาก
“ไลลาพูดเล่นเองน่ะค่ะ”
“แต่ผมพูดจริง ๆ นะครับ” ถึงเธอจะแค่พูดหยอกล้อแต่เขาก็จริงจัง อยากเป็นคนทำอาหารให้เธอทานทุกวัน หญิงสาวที่เห็นใบหน้าที่จริงจังของคนตรงหน้าแอบอึ้งเล็กน้อยไม่คิดว่าเขาจะคิดจริงจังขนาดนี้
“มันจะเป็นการรบกวนคุณหมอเปล่า ๆ น่ะค่ะ”
“ไม่เลยครับออกจะดีเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นโปรดมาทานข้าวกับผมทุกวันเถอะนะครับ” เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้เธอ ท่าทางที่ดีใจของเอเดนมันทำให้ไลลาเริ่มรู้สึกไม่ดีที่ต้องหลอกเขาแบบนี้
“กะ…ก็ได้” ท้ายที่สุดเธอก็ตอบตกลงเขาและนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกไลลา…
1 เดือนผ่านไป
เป็นเวลาหนึ่งแล้วที่ไลลามาสืบหาข้อมูลของสามแฝด เธอได้เก็บรวบรวมส่งให้กับเคย์ในทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นฐานลูกค้า ผู้รวมลงทุนต่าง ๆ เธอได้มันมาจากการที่ได้ทำงานเป็นเลขาของเคย์เดน หญิงสาวเริ่มที่จะเข้าใกล้สองหนุ่มมากขึ้นกลายเป็นว่าความรู้สึกของเธอในตอนนี้เริ่มเบี่ยงเบนมาทางพวกเขา เริ่มรู้สึกผิดไปทีละนิดกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ตอนนี้ ในขณะที่กำลังนั่งคิดทบทวนตัวเองอยู่นั้น
ติ๊ง
ลิฟต์ได้ทุกเปิดออกปรากฏร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยหญิงสาวคนนั้นก็คือไอยูลูกสาวของนักลงทุนรายใหญ่ของเคย์เดน
“สวัสดีค่ะคุณไอยู” หญิงสาวกล่าวคำทักทายหล่อน
“เคย์เดนอยู่ไหม?” หล่อนถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยชอบใจนักเพราะรู้สึกไม่ชอบไลลาเนื่องจากเธอเป็นเลขาของเคย์เดนและเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสระสวยอีก
“อยู่ค่ะเดี๋ยวดิฉันจะแจ้งให้บอสทราบนะคะว่าคุณไอยูมาหา” ทันทีที่หญิงกำลังลุกขึ้นเพื่อไปบอกกับเคย์เดนเธอก็ถูกหล่อนพูดตัดหน้าไปเสียก่อนว่า
“อยู่ก็อยู่สิจะไปเรียกให้เสียเวลาทำไมฮะ น่ารำคาญนั่งทำงานของเธอไปสิ!” หล่อนทำการตะคอกใส่ไลลาจากนั้นก็สะบัดก้นเดินไปเปิดประตูเข้าหาชายหนุ่มทันที
“ชิ!” ไลลาถึงกับเบะปากใส่ลับหลังไอยูเพราะหล่อนนั้นชอบทำนิสัยแย่ ๆ กับเธอไปหลายครั้งหลายหนแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นเลขาไอยูคงไม่มีทางทำแบบนี้เป็นซ้ำสองแน่ หญิงสาวได้อดทนอดกลั้น ตั้งใจทำงานของตัวเองต่อไปจนเลิกงาน
17.00
ไลลาจัดการเก็บข้าวของตัวเองเตรียมตัวที่จะกลับบ้านเนื่องจากทุกเย็นมีนัดกินข้าวกับหมอหนุ่มอย่างเอเดน ทันทีที่เธอกำลังลุกขึ้นนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเคย์เดนที่เดินออกมาหาเธอ
“คุณไลลาครับเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหม?” ประธานหนุ่มยังคงพยายามที่จะจีบและเอาใจเธอในทุกวัน แต่ทว่ามันกลับไม่ได้ผลเลยสักนิดเธอไม่สนใจเขาเลยแถมยังปฏิเสธที่จะกินข้าวเขาทุกครั้ง
“ไลลามีนัดทานข้าวกับคุณหมอแล้วค่ะขอโทษทีนะคะ” เธอพูดปฏิเสธเขาเหมือนกับทุกวันที่พูด
“ผิดนัดกับเอเดนสักวันไม่ได้เหรอครับ?” วันนี้เป็นวันพิเศษเขาอยากให้เธออยู่ด้วย
“เห็นทีจะไม่ได้ค่ะบอส ไปชวนผู้หญิงที่ชอบคุณ จะดีกว่านะคะ” สิ้นสุดคำพูดเธอก็เดินจากเขาไปในทันที
“ไลลา” เสียงเรียกชื่อของเคย์เดนดังตามหลังมาทว่าเธอกลับไม่สนใจ หญิงสาวไม่อยากเข้าใกล้เขาอีกแล้วตั้งแต่รู้ว่าเขาเป็นคนชอบเอาชนะโดยไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น เธออยากจะให้เขารับรู้บ้างว่าการแพ้มันรู้สึกยังไงโดยการเลือกเอเดน เธอได้แต่พูดในใจว่าทำไมในทุกเย็นต้องชวนเธอไปกินข้าวด้วยทุกครั้งทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ไปอยู่แล้ว ทำไปทำไมยังไงเธอก็ไม่มีทางใจอ่อนให้กับคนแบบนี้อยู่แล้ว…
ไลลาและเรกะรีบหันไปตามเสียงเรียก ก็พบกับเคย์และบรรดาลูกน้องอีกหลายสิบคน หญิงสาวดูตกใจมากที่เขามาอยู่ตรงนี้ “เคย์นายมาได้ยังไง!?” เธอลุกขึ้นยืนบังเรกะทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะทำอันตรายหล่อน “มาได้ยังไงอย่างนั้นเหรอไลลา ฉันก็สะกดรอยตามเธอมาไง พวกมึงจับตัวผู้หญิงคนนี้ขึ้นรถ” สิ้นสุดคำพูดเคย์ ลูกน้องนับสิบก็กรูเข้ามาพาตัวเรกะขึ้นรถสีดำทันที “กริ๊ด! คุณไลลา” หล่อนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “จะทำอะไรเธอปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรา” ไลลาทำท่าจะเข้าไปช่วยเรกะจากชายฉกรรจ์พวกนั้นแต่ก็ถูกเคย์คว้าแขนเอาไว้ “เธอต้องมากับฉันไลลา!” เคย์ลากตัวไลลาขึ้นรถไปอีกคัน “คุณไลลา!” “เรกะ!” สองสาวพยายามเอื้อมมือเพื่อจะแตะกันแต่ก็ถูกแยกออกจากกันด้วยเคย์และลูกน้องของเขาปึก! เคย์ทำการโยนไลลาเข้าไปในรถอย่างไม่ใยดีเพราะตอนนี้เขานั้นรู้สึกโมโหมาก ๆ “เคย์ อย่าทำอะไรเธอนะ! ถ้าจะทำก็มาทำฉันนี่” เธอรู้ว่าเขาโกรธที่หนีเขาไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร เธอเข้าใจ
“ไลลา!” เคย์เดนอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นไลลานอนแน่นิ่งอยู่บนตักของเรกะ “เรกะนี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” เฮย์เดนไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปถามเรกะทันทีด้วยท่าทีที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งร่างหนายังค่อย ๆ ย่อตัวลงและประคองศีษระหญิงสาวขึ้นซึ่งพบว่ามันเลือดออกอยู่ “ระ…เรกะไม่รู้เลยค่ะ เมื่อกี้คุณไลลาก็คุยกันอยู่ดี ๆ จู่ ๆ เธอก็เป็นลมแล้วตกบันไดปะไปค่ะ” เนื่องจากชั้นนี้ไม่มีห้องน้ำจึงได้ขึ้นไปใช้ห้องน้ำข้างล่างแถมลิฟต์ดันมาขัดข้อง สองสาวเลยจำใจต้องเดินลงไปและจังหวะที่เดินขึ้นไปเกือบจะถึงอยู่แล้ว ไลลาก็กลับหน้ามืดเป็นลมและตกบันไดไป “แล้วทำไมไม่ใช้ลิฟต์เล่าเรกะ” เฮย์เดนเริ่มหัวเสีย “ก็ลิฟต์มันเสียไงคะ…เฮย์เดน กริ๊ด! เลือด!” เรกะหล่อนตกใจจนแทบร้องกรีดเมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากหว่างขาของไลลา “เฮ้ย!” มาเฟียหนุ่มไม่รอช้ารีบช้อนตัวหญิงสาวขึ้นแล้วพาไปส่งที่โรงพยาบาลทันทีณ โรงพยาบาล “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” เอเดนรีบวิ่งตรงมาที่โรงพยาบาลในชุดเจ้าบ่าว พิธีแต่งงานยังไม่เสร็จสิ้นแต่หม
2 เดือนผ่าน ไลลาเธอถูก เอเดน เคย์เดนและเฮย์เดน ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ โดยสามแฝดจะบังคับให้มีเซ็กส์ด้วยทุกวันเวลา เช้า กลาง เย็นโดยไม่ได้หยุดพักสักวันเดียว บางครั้งก็ต้องมีอะไรพร้อมกันถึงสามคน บ้างก็สองและหนึ่งตามอารมณ์ของพวกเขา เธอถูกกระทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปมาเป็นเวลากว่าสองเดือน ทั้งยังถูกสามแฝดพูดทำร้ายจิตใจและหัวใจตลอดเวลาที่อยู่ด้วย ไลลาต้องทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ พวกเขาทำกับเธอเหมือนไม่มีหัวจิตหัวใจต้องการทำให้ไลลาอยู่อย่างตายทั้งเป็นราวกับ นรกบนดิน ก็ไม่ปาน “เฮย์เดนพอเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วให้ฉันได้พักบ้างเถอะ” หญิงสาวขอร้องมาเฟียหนุ่มให้เขาไม่ทำอะไรเธอ เนื่องจากตอนเช้าและตอนกลางวันก็ถูกเอเดนกับเคย์เดนจัดหนักมา “ทำไม เธอมันร่านนักไม่ใช่เหรอไลลาแค่มีอะไรกับฉันอีกคนมันจะเป็นอะไรไปฮ้ะ!?” ชายหนุ่มบีบข้อมือเธอแน่น แรงบีบมันสามารถทำให้เขาบีบข้อมือของเธอแหลกคามือได้ทีเดียว “โอ๊ย!” ไลลาอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะแรงบีบมหาศาลของเขามันแทบจะทำให้ข้อมือของเธอหักคามือเขาอยู่แล้ว “อย่ามาทำเป็นสำออย
ไลลาเดินออกมาจากบ้านเอเดนท่ามกลางฝนที่ตกและเสียงฟ้าร้องด้วย หัวใจที่แตกสลาย นึกแปลกใจที่ครั้งนี้ไม่ได้กลัวเสียงฟ้าร้องเลยแม้แต่นิด อาจเป็นเพราะมันเสียใจเกินกว่าที่จะกลัวสิ่งอื่นใด เขาเปลี่ยนไปมากเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแม้กระทั่งหัวใจ หญิงสาวมองกลับไปที่บ้านหมอหนุ่มก็พบว่าเขาไม่ได้ตามมา เอเดนคงอยากไล่เธอไปเต็มทีเพื่อจะอยู่กับคนรักของตัวเอง ในเมื่อไม่มีเยื่อใยให้กันขนาดนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อ “หนูจะไปไหน?” ร่างเล็กตัดสินใจเดินออกไปจากโครงการบ้านและเรียกแท็กซี่เนื่องจากว่าเธอไม่มีรถ “พาหนูไปที่นี่ทีนะคะลุง” เธอบอกไปยังสถานที่ที่ต้องการไปให้กับคนขับแท็กซี่ “ได้เลยแม่หนู” พอลุงแกรับปากรถก็เคลื่อนไปทันที พอแท็กซี่คันนั้นขับออกไปก็ปรากฏร่างของเอเดนที่ถือร่มตามมา เขาตั้งใจจะตามเธอกลับไปทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว1 ชั่วโมงต่อมา “แม่หนูเอาร่มไหม?” ลุงแท็กซี่ยื่นร่มให้กับไลลาที่กำลังลงจากรถ “ไม่เป็นไรค่ะลุงถึงบ้านคนรักหนูแล้ว อ่านี่ค่ะเงินไม่ต้องทอนนะคะ” เธอยื่นเงินให้กับคนขับแท็กซี่พร้อมกับ
1 ปีผ่านไป หนึ่งปีที่หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายในวันนั้น ไลลาเธอยังคงรู้สึกผิดต่อสามแฝดไม่มีวันลืม เธอคิดว่าจะสามารถลืมทั้งสามคนได้หมดใจ แต่ทว่าแท้จริงแล้วเธอกลับคิดถึง โหยหา พวกเขาแทบทุกวันจนเธอต้องทนทุกข์ทรมานเป็นระยะเวลาหนึ่งปี เธอเจ็บปวดจนไม่มีความสุขและไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปจนนำพาให้หญิงสาวเกิดภาวะเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นมา เคย์ที่เห็นก็รู้สึกทุกข์ใจไปด้วย เขาหมดหนทางกับการรักษาให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม ยายโมน่าแนะนำให้ไลลากลับไปหาคนรักทั้งสามของเธอ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอดีขึ้น แต่ไลลาก็กลับปฏิเสธว่าตนทำแบบนั้นไม่ได้เพราะตนได้ทำร้ายพวกเขาทั้งกายและจิตใจ คงไม่มีหน้าไปขอความรักจากพวกเขาหรอก เธอยืนยันที่จะไม่กลับไป ทว่ากลับต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้งเมื่อคิดทบทวนดูว่าแท้จริงแล้วเธออยากจะไปจากที่นี่มากกว่าอยู่เพราะหัวใจของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป ใช่แล้วหญิงสาวต้องกลับไปหาหัวใจตัวเองอีกครั้ง ไลลาตัดสินใจกลับไปหาคนรักทั้งโดยไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตน เธอจะยอมรับและอดทนไม่ว่าทั้งสามจะทำอะไรกับเธอและรับผลที่ตามเมื่อเจอพวกเขาณ บ้านเอ
สิ่งที่ไลลาคือเอเดน เคย์เดน เฮย์เดน ถูกจับมัดห้อยด้วยโซ่ในสภาพเปลือยจนหมด ทั้งใบหน้าและทั่วร่างกายของพวกเขามีรอยแผลเต็มไปหมดไม่ว่าจะรอยฟกช้ำดำเขียว รอยมีดกรีดตามลำตัวคนที่โดนเยอะมากก็คือเฮย์เดนที่มีร่องรอยจากมีดกรีดไปตั้งแต่หน้าอกจนถึงหน้าท้องมันเป็นแผลฉกรรจ์ ใบหน้าอันหล่อเหลาปูดบวมจนแทบจะจำไม่ได้เลยว่าเขาเป็นใคร “หยุดเดี๋ยวนี้นะเคย์!” หญิงสาวเดินมาบอกกับเคย์ให้ลูกน้องเขาหยุดเอาแซ่ฟาดหนามไปที่สามหนุ่มด้วยท่าทีที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “โอ้ว ไลลาถูกรู้เข้าจนได้สินะ หึ หึ” เคย์แสยะยิ้มโดยที่เขายังไม่สั่งลูกน้องให้หยุดฟาดไปที่ร่างกายของสามแฝด “สั่งให้ลูกน้องนายหยุดเดี๋ยวนี้เคย์!” ไลลากัดฟันพูดเธอโกรธเขามากที่ทำร้ายคนรักของเธอ โดยที่ตนเคยขอแล้วว่าอย่าได้ทำอะไรพวกเขา “มึงหยุดฟาดดิ้” “กำลังสนุกอยู่เลยครับนาย ขอฟาดอีกสักร้อยทีนะครับ” ชายร่างยักษ์พูดในขณะที่มือก็ใช้แส้หนามฟาดไปตามร่างกายของสามหนุ่มไม่ยัก “อ้ากกก!” ทันใดนั้นเอง ไลลาที่โมโหจนขีดสุดก็ได้ใช้มีดเหวี่ยงไปที่ชายร่างยักษ์จ
“อะ...ขอโทษค่ะ” ไลลารีบถอยห่างจากหมอหนุ่มทันทีเนื่องจากในขณะนี้ทั้งสอง ใกล้ชิด มากจนเอเดนถึงกับเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด “ไม่เป็นไรครับเชิญขึ้นเตียงได้เลยครับ” จากนั้นเขาเริ่มไล่อ่านประวัติของเธอทันที “คะ…ค่ะ” เธอที่รู้ว่าจะได้ขึ้นเตียงถ่างขาให้เขาตรวจดูส่วนลับของเธอ
3 ปีก่อนเกิดเหตุการณ์ ไลลาสาวสวยแสนสวยพราวเสน่ห์กำลังเดินสับเท้าด้วยความมั่นใจมุ่งหน้าไปที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อมาสมัครเป็นเลขา แน่นอนว่าเธอกำลังมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝงกับใครบางคนในบริษัทแห่งนี้อยู่ “เชิญคุณไลลาเข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ” พนักงานได้เรียกให้หญิงเข้าไป
ฉันรักผู้ชายสามคนในเวลาเดียวกัน มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่มันก็เป็นจริง ถึงฉันจะรักทั้งสามคนมากมายแค่ไหน พวกเราก็ไม่รักฉันเลย มันไม่แปลกหรอกที่จะเป็นแบบนั้นเพราะฉันเคยทรยศหักหลังพวกเขามาก่อน ฉันไม่น่าทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นลงไปเลย ความผิดทั้งหมดมันเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวไม่อาจโ







