Masuk“ทะ…ทานอาหารที่ห้องอย่างนั้นเหรอครับ?” หมอหนุ่มถึงกับพูดตะกุตะกัก ไม่นึกเลยว่าหญิงสาวจะชวนไปทานอาหารที่ห้อง
“ใช่ค่ะ ที่ห้องไลลาหรือว่าห้องของคุณหมอดีคะ?” ในใจเธอภาวนาขอให้เขาพาไปที่ห้องเขาทีเถอะเพราะไปห้องเธอคงไม่มีประโยชน์อะไร
“บ้านผมก็ได้ครับ ถ้าคุณไลลาไม่รังเกียจ”
“ไม่ค่ะ ไลลาไม่รังเกียจเลยออกจะยินดีเลยด้วยซ้ำ” เธอดีใจที่เขาเลือกพาไปที่บ้านของเขาเอง แบบนี้ก็เข้าทางเธอเลยเผื่อบางทีอาจจะมีข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เก็บมาก็ได้
จากนั้นชายหนุ่มก็เปลี่ยนเส้นทางเป็นเข้าบ้านตัวเองทันที ใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงบ้านของหมอหนุ่ม บ้านของเขามีขนาดใหญ่โตหรูหราตั้งอยู่ที่ท้ายโครงการเลยเนื่องจากเขาชอบความสงบและเป็นส่วนตัว
“เชิญครับคุณไลลา” เอเดนเดินไปเปิดประตูให้เธอพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง
“ขอบคุณค่ะ” เธอลงมาด้วยท่วงท่าทีสง่าเรียบร้อยพร้อมกับกวาดสายตาสายมองบ้านหลังใหญ่ไปทั่ว
“บ้านผมอาจจะดูเล็กไปสักหน่อยนะครับ” เขาพูดอย่างถ่อมตนแม้ว่าบ้านเขาจะใหญ่โตหรูหรามาก แต่ถ้าหากเทียบกับบรรดาพี่ ๆ มันดูเล็กทันที
“ใครว่าเล็กกันล่ะค่ะบ้านคุณหมอน่ะใหญ่มากเทียบกับไลลาที่อยู่แค่คอนโดเล็ก ๆ มันใหญ่มากเลยนะคะ” เธอแอบอิจฉาเขาเล็กน้อยที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่างไม่เหมือนกับเธอที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในบ้านเด็กกำพร้า แถมยังถูกเคย์ที่เป็นมาเฟียเก็บมาเลี้ยงให้ฝึกโหดอีก เธอโทษโชคชะตาที่ไม่ยุติธรรมกับเธอเอาเสียเลย
“โอ้วขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบอะไรแบบนั้นเลย ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ” เขารีบเอ่ยคำขอโทษทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยน
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“เชิญเข้าบ้านครับคุณไลลา” ชายหนุ่มไม่รอช้าเขาเอ่ยชวนหญิงสาวเข้าบ้านในทันที
ภายนอกบ้านที่ดูดีมีราคาแล้วภายในยิ่งกว่านั้น มันทั้งสวย หรูหราสะอาดสะอ้าน หอมสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์เอ่ยล้วนลงตัวไปซะทุกอย่าง
“บ้านคุณเอเดนสะอาดเรียบร้อยจังเลยนะคะ” เธอเอ่ยชม ไม่ยักจะรู้ว่าจะเขาเนี้ยบยังภายในบ้านขนาดนี้
“ขอบคุณครับเพราะผมชอบความสะอาดเลยจ้างแม่บ้านให้มาทำความสะอาดทุกวัน”
“อ้อ อย่างนั้นเหรอคะ” เธอแอบสะดุ้งเล็กน้อยที่เขาเป็นรักความสะอาดมากขนาดนี้ แตกต่างไปจากเธอที่ทำความสะอาดห้องสามสี่วันต่อครั้ง นึกดีใจที่เขาไม่เลือกไปคอนโดของเธอ ไม่งั้นมีหวังเธอได้อายแน่
“คุณไลลานั่งรอผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ มื้อนี้ผมจะเป็นคนทำอาหารให้ทานเอง” เอเดนอาสาทำอาหารให้เองเพราะว่าหมอหนุ่มเป็นคนที่ชอบทำอาหารทานเองมาก ไม่เพียงแค่รักความสำอาดอย่างเดียวเท่านั้นเขายังเป็นคนที่รักสุขภาพ ฉะนั้นแต่ล่ะมื้อต้องได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ที่สุด
“คุณหมอทำอาหารเป็นอย่างนั้นเหรอคะ?” เธอถามด้วยความแปลกใจ
“เป็นสิครับแล้วผมก็ชอบทำกินเองด้วย”
“ว้าว คุณหมอเก่งมากเลย ไลลาทำอาหารไม่เป็นเลยด้วยซ้ำค่ะ แบบนี้อายจัง” ร่างเล็กทำท่าทีอาย ซึ่งเธอก็อายเขาจริง ไม่ว่าจะเรื่องความสะอาด การทำอาหารเขาล้วนทำมันได้ดีกว่าเธอทั้งนั้น ในเรื่องอาหารเธอไม่ได้เรื่องเลยขนาดทอดไข่ยังไหม้ ต้มมาม่ายังเส้นแข็งบ้างก็อึด
“ไม่เป็นไรครับ เรื่องการทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรเลยฉะนั้นคุณไลลาอย่าคิดมากเลยนะครับ” เดี๋ยวนี้คนส่วนมากที่ทำอาหารกันไม่เป็นมันก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมแล้วเพราะสมัยนี้ทุกอย่างสะดวกสบายขึ้นเยอะ หิวก็แค่สั่งออนไลน์หรือไม่ก็ออกไปหากินตามร้านอาหารทั่วไป แต่เพราะเขาเป็นคนที่รักสุขภาพเลยต้องทำกินเอง
“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ”
“ครับ งั้นคุณไลลานั่งรอผมที่ห้องโถงก่อนนะครับ เอ่อ ลืมถามไปว่ากลับดึกใช่ไหมครับ?” ชวนเธอมากินข้าวที่บ้านก็ลืมถามซะสนิทเลยว่าสามารถกลับดึกได้ไหมเผื่อพรุ่งนี้เธอมีทำงานอาจจะเลือกเมนูที่ทานง่ายและงดดื่มแอลกอฮอล์ในมื้อนี้
“กลับดึกได้ค่ะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของไลลา”
“โอ้ว ดีเลยครับพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดของผมเหมือนกันเลย บังเอิญจังเลยนะครับ”
“นั่นสิคะ บังเอิญอะไรขนาดนี้กันน้าหรือว่าเราจะ…” ไลลาพูดเพียงเท่านั้นให้เขาได้จินตนาการเองว่าเหมือนอะไร
“คะ…ครับ” ชายหนุ่มถึงกับเขินหน้าแดงเธอคงจะหมายถึงเหมือนกับเนื้อคู่กัน ทุกครั้งที่เขินเขามักจะก้มหน้าลงแล้วขยับแว่นตัวเองขึ้น จนไลลาเริ่มจำได้ว่าแบบนี้มันแสดงว่าเขินอาย
“คิก คุณหมอไปทำอาหารเถอะค่ะ ไลลารอได้” เธอส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้คนตรงหน้า ทำเอาเขาหัวใจเต้นแรกพยักหน้าอย่างไวและรีบเดินเข้าครัวทันที ไลลาที่เห็นถึงกับยิ้มอย่างลืมตัวในความเขินอายของหมอหนุ่ม พอรู้ตัวเธอก็หุบยิ้มอย่างไวและเตือนใจตัวเองว่าไม่ควรคล้อยตามกับผู้ที่ถือว่าเป็นศัตรูของเคย์แบบนี้
1 ชั่วโมงผ่านไป
ร่างเล็กพยายามสำรวจทุกมุมของบ้านหลังนี้อย่างแนบเนียน ทว่าเธอกลับไม่เจออะไรที่พอเป็นข้อมูลเลย เธอเลยคิดว่าเขาคงไม่เก็บข้อมูลสำคัญพวกนี้ไว้ในบ้านหรอกมั้ง ในขณะนั้นเองสายตาของหญิงสาวก็ได้สะดุดเข้ากับถ่ายใบหนึ่ง มันเป็นเด็กชายฝาแฝดสามคนที่ยืนถ่ายรูปด้วยกัน เธอรู้ในทันทีว่ารูปถ่ายของเด็กทั้งสามคนนี้คือ เอเดน เคย์เดนและเฮย์เดนนั่นเองสามคนนี้ในรูปถ่ายน่าจะอายุราว ๆ เจ็ดขวบได้ เธอมองไปที่รูปนั้นก่อนที่จะยิ้มออกมา จะไม่ให้ยิ้มได้ยังไงในเมื่อทั้งสามมีหน้าตาที่เหมือนกันมาก ๆ เอเดนที่ตอนเด็กใส่แว่นตอนนี้เขาก็ใส่แว่นตา เธอสามารถรู้ว่าใครเป็นใคร แต่ที่ทำให้เธอสนใจมากที่สุดนั่นก็เฮย์เดนคนพี่สุด ในรูปเขาดูเป็นเด็กที่สายตาดุดันแข็งกร้าวน่ากลัวมาก ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะโตมาเป็นคนอย่างไง จะว่าไปแล้วเธอยังไม่เคยเจอหน้าเฮย์เดนเลยสักครั้งเดียวทั้งที่รู้จักกับสองหนุ่มนี้เดือนหนึ่งแล้ว
อย่างว่าแหละเขาเป็นพี่คนโตแถมยังเป็นมาเฟียเหมือนกับเคย์ด้วย ข้อมูลทั้งหมดอาจจะอยู่ที่เขาก็ได้ แต่จะให้เธอไปเจอเฮย์เดนได้อย่างไรกันในเมื่อเธอไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับเขาเฮย์เดนเขาเป็นคนที่เข้าถึงยากมากที่สุด ไลลาคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี ในขณะเองก็เป็นจังหวะที่เอเดนทำอาหารเสร็จพอดี เขาจึงออกมาจากห้องครัวเพื่อเรียกให้เธอไปทานมื้อเย็นกัน
“คุณไลลา คุณไลลาครับ” ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวทั่วบ้านเพราะไม่เห็นเธออยู่ในห้องโถง ไลลาที่ได้ยินเสียงของหมอหนุ่มก็รีบคว้ารูปใบนั้นออกมาด้วยทันที เธอกำลังคิดหาวิธีว่าต้องทำยังไงให้ได้เพื่อที่จะได้เบาะแสของเฮย์เดนจาก ผู้ชายอ่อนโยน คนนี้ แม้ว่าจะต้องหลอกเขาก็ตามเธอต้องทำมันเนื่องจากมันเป็นงานของเธอ
“คุณหมอคะ ไลลามีเรื่องจะถามน่ะค่ะ” เธอเดินไปชายหนุ่มที่เดินตามหาเธอ
“คุณไลลาไปอยู่ไหนเหรอครับผมหาซะทั่วเลย”
“ขอโทษทีนะคะ พอทีว่าไลลาอยากเข้าห้องน้ำเลยเดินหาจนหลงน่ะค่ะ” เธออ้างพร้อมกับซ่อนรูปนั้นไว้ข้างหลังตัวเองไม่ให้คนตรงหน้าเห็น
“ขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้บอกทางไปห้องน้ำ” เขาโทษตัวเองที่ทำให้เธอหลงทางในบ้านของตัวเองเพราะมัวแต่เขินเมื่อกี้เลยรีบเดินเข้าห้องครัวด้วยความเร่งรีบเลยลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” หญิงสาวรีบส่ายหน้าตัวเองบ่งบอกว่าอย่าขอโทษเพราะมันไม่ใช่ความผิดอะไรของเขา
“ครับ อาหารเสร็จแล้วนะครับทานกันเลยไหม?” เอเดนอยากให้หญิงสาวทานฝีมือตัวเองจะแย่อยู่แล้ว
“ได้ค่ะ คือไลลามีเรื่องจะถามนิดหนึ่ง” พอพูดเสร็จเธอก็โชว์รูปที่หยิบมาด้วยให้เขาดูเพื่อที่จะถามอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับเฮย์เดน ทว่าเมื่อเอเดนเห็นนั้นเขาถึงกับ…
ไลลาและเรกะรีบหันไปตามเสียงเรียก ก็พบกับเคย์และบรรดาลูกน้องอีกหลายสิบคน หญิงสาวดูตกใจมากที่เขามาอยู่ตรงนี้ “เคย์นายมาได้ยังไง!?” เธอลุกขึ้นยืนบังเรกะทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะทำอันตรายหล่อน “มาได้ยังไงอย่างนั้นเหรอไลลา ฉันก็สะกดรอยตามเธอมาไง พวกมึงจับตัวผู้หญิงคนนี้ขึ้นรถ” สิ้นสุดคำพูดเคย์ ลูกน้องนับสิบก็กรูเข้ามาพาตัวเรกะขึ้นรถสีดำทันที “กริ๊ด! คุณไลลา” หล่อนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “จะทำอะไรเธอปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรา” ไลลาทำท่าจะเข้าไปช่วยเรกะจากชายฉกรรจ์พวกนั้นแต่ก็ถูกเคย์คว้าแขนเอาไว้ “เธอต้องมากับฉันไลลา!” เคย์ลากตัวไลลาขึ้นรถไปอีกคัน “คุณไลลา!” “เรกะ!” สองสาวพยายามเอื้อมมือเพื่อจะแตะกันแต่ก็ถูกแยกออกจากกันด้วยเคย์และลูกน้องของเขาปึก! เคย์ทำการโยนไลลาเข้าไปในรถอย่างไม่ใยดีเพราะตอนนี้เขานั้นรู้สึกโมโหมาก ๆ “เคย์ อย่าทำอะไรเธอนะ! ถ้าจะทำก็มาทำฉันนี่” เธอรู้ว่าเขาโกรธที่หนีเขาไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร เธอเข้าใจ
“ไลลา!” เคย์เดนอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นไลลานอนแน่นิ่งอยู่บนตักของเรกะ “เรกะนี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” เฮย์เดนไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปถามเรกะทันทีด้วยท่าทีที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งร่างหนายังค่อย ๆ ย่อตัวลงและประคองศีษระหญิงสาวขึ้นซึ่งพบว่ามันเลือดออกอยู่ “ระ…เรกะไม่รู้เลยค่ะ เมื่อกี้คุณไลลาก็คุยกันอยู่ดี ๆ จู่ ๆ เธอก็เป็นลมแล้วตกบันไดปะไปค่ะ” เนื่องจากชั้นนี้ไม่มีห้องน้ำจึงได้ขึ้นไปใช้ห้องน้ำข้างล่างแถมลิฟต์ดันมาขัดข้อง สองสาวเลยจำใจต้องเดินลงไปและจังหวะที่เดินขึ้นไปเกือบจะถึงอยู่แล้ว ไลลาก็กลับหน้ามืดเป็นลมและตกบันไดไป “แล้วทำไมไม่ใช้ลิฟต์เล่าเรกะ” เฮย์เดนเริ่มหัวเสีย “ก็ลิฟต์มันเสียไงคะ…เฮย์เดน กริ๊ด! เลือด!” เรกะหล่อนตกใจจนแทบร้องกรีดเมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากหว่างขาของไลลา “เฮ้ย!” มาเฟียหนุ่มไม่รอช้ารีบช้อนตัวหญิงสาวขึ้นแล้วพาไปส่งที่โรงพยาบาลทันทีณ โรงพยาบาล “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” เอเดนรีบวิ่งตรงมาที่โรงพยาบาลในชุดเจ้าบ่าว พิธีแต่งงานยังไม่เสร็จสิ้นแต่หม
2 เดือนผ่าน ไลลาเธอถูก เอเดน เคย์เดนและเฮย์เดน ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ โดยสามแฝดจะบังคับให้มีเซ็กส์ด้วยทุกวันเวลา เช้า กลาง เย็นโดยไม่ได้หยุดพักสักวันเดียว บางครั้งก็ต้องมีอะไรพร้อมกันถึงสามคน บ้างก็สองและหนึ่งตามอารมณ์ของพวกเขา เธอถูกกระทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปมาเป็นเวลากว่าสองเดือน ทั้งยังถูกสามแฝดพูดทำร้ายจิตใจและหัวใจตลอดเวลาที่อยู่ด้วย ไลลาต้องทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ พวกเขาทำกับเธอเหมือนไม่มีหัวจิตหัวใจต้องการทำให้ไลลาอยู่อย่างตายทั้งเป็นราวกับ นรกบนดิน ก็ไม่ปาน “เฮย์เดนพอเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วให้ฉันได้พักบ้างเถอะ” หญิงสาวขอร้องมาเฟียหนุ่มให้เขาไม่ทำอะไรเธอ เนื่องจากตอนเช้าและตอนกลางวันก็ถูกเอเดนกับเคย์เดนจัดหนักมา “ทำไม เธอมันร่านนักไม่ใช่เหรอไลลาแค่มีอะไรกับฉันอีกคนมันจะเป็นอะไรไปฮ้ะ!?” ชายหนุ่มบีบข้อมือเธอแน่น แรงบีบมันสามารถทำให้เขาบีบข้อมือของเธอแหลกคามือได้ทีเดียว “โอ๊ย!” ไลลาอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะแรงบีบมหาศาลของเขามันแทบจะทำให้ข้อมือของเธอหักคามือเขาอยู่แล้ว “อย่ามาทำเป็นสำออย
ไลลาเดินออกมาจากบ้านเอเดนท่ามกลางฝนที่ตกและเสียงฟ้าร้องด้วย หัวใจที่แตกสลาย นึกแปลกใจที่ครั้งนี้ไม่ได้กลัวเสียงฟ้าร้องเลยแม้แต่นิด อาจเป็นเพราะมันเสียใจเกินกว่าที่จะกลัวสิ่งอื่นใด เขาเปลี่ยนไปมากเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแม้กระทั่งหัวใจ หญิงสาวมองกลับไปที่บ้านหมอหนุ่มก็พบว่าเขาไม่ได้ตามมา เอเดนคงอยากไล่เธอไปเต็มทีเพื่อจะอยู่กับคนรักของตัวเอง ในเมื่อไม่มีเยื่อใยให้กันขนาดนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อ “หนูจะไปไหน?” ร่างเล็กตัดสินใจเดินออกไปจากโครงการบ้านและเรียกแท็กซี่เนื่องจากว่าเธอไม่มีรถ “พาหนูไปที่นี่ทีนะคะลุง” เธอบอกไปยังสถานที่ที่ต้องการไปให้กับคนขับแท็กซี่ “ได้เลยแม่หนู” พอลุงแกรับปากรถก็เคลื่อนไปทันที พอแท็กซี่คันนั้นขับออกไปก็ปรากฏร่างของเอเดนที่ถือร่มตามมา เขาตั้งใจจะตามเธอกลับไปทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว1 ชั่วโมงต่อมา “แม่หนูเอาร่มไหม?” ลุงแท็กซี่ยื่นร่มให้กับไลลาที่กำลังลงจากรถ “ไม่เป็นไรค่ะลุงถึงบ้านคนรักหนูแล้ว อ่านี่ค่ะเงินไม่ต้องทอนนะคะ” เธอยื่นเงินให้กับคนขับแท็กซี่พร้อมกับ
1 ปีผ่านไป หนึ่งปีที่หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายในวันนั้น ไลลาเธอยังคงรู้สึกผิดต่อสามแฝดไม่มีวันลืม เธอคิดว่าจะสามารถลืมทั้งสามคนได้หมดใจ แต่ทว่าแท้จริงแล้วเธอกลับคิดถึง โหยหา พวกเขาแทบทุกวันจนเธอต้องทนทุกข์ทรมานเป็นระยะเวลาหนึ่งปี เธอเจ็บปวดจนไม่มีความสุขและไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปจนนำพาให้หญิงสาวเกิดภาวะเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นมา เคย์ที่เห็นก็รู้สึกทุกข์ใจไปด้วย เขาหมดหนทางกับการรักษาให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม ยายโมน่าแนะนำให้ไลลากลับไปหาคนรักทั้งสามของเธอ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอดีขึ้น แต่ไลลาก็กลับปฏิเสธว่าตนทำแบบนั้นไม่ได้เพราะตนได้ทำร้ายพวกเขาทั้งกายและจิตใจ คงไม่มีหน้าไปขอความรักจากพวกเขาหรอก เธอยืนยันที่จะไม่กลับไป ทว่ากลับต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้งเมื่อคิดทบทวนดูว่าแท้จริงแล้วเธออยากจะไปจากที่นี่มากกว่าอยู่เพราะหัวใจของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป ใช่แล้วหญิงสาวต้องกลับไปหาหัวใจตัวเองอีกครั้ง ไลลาตัดสินใจกลับไปหาคนรักทั้งโดยไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตน เธอจะยอมรับและอดทนไม่ว่าทั้งสามจะทำอะไรกับเธอและรับผลที่ตามเมื่อเจอพวกเขาณ บ้านเอ
สิ่งที่ไลลาคือเอเดน เคย์เดน เฮย์เดน ถูกจับมัดห้อยด้วยโซ่ในสภาพเปลือยจนหมด ทั้งใบหน้าและทั่วร่างกายของพวกเขามีรอยแผลเต็มไปหมดไม่ว่าจะรอยฟกช้ำดำเขียว รอยมีดกรีดตามลำตัวคนที่โดนเยอะมากก็คือเฮย์เดนที่มีร่องรอยจากมีดกรีดไปตั้งแต่หน้าอกจนถึงหน้าท้องมันเป็นแผลฉกรรจ์ ใบหน้าอันหล่อเหลาปูดบวมจนแทบจะจำไม่ได้เลยว่าเขาเป็นใคร “หยุดเดี๋ยวนี้นะเคย์!” หญิงสาวเดินมาบอกกับเคย์ให้ลูกน้องเขาหยุดเอาแซ่ฟาดหนามไปที่สามหนุ่มด้วยท่าทีที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “โอ้ว ไลลาถูกรู้เข้าจนได้สินะ หึ หึ” เคย์แสยะยิ้มโดยที่เขายังไม่สั่งลูกน้องให้หยุดฟาดไปที่ร่างกายของสามแฝด “สั่งให้ลูกน้องนายหยุดเดี๋ยวนี้เคย์!” ไลลากัดฟันพูดเธอโกรธเขามากที่ทำร้ายคนรักของเธอ โดยที่ตนเคยขอแล้วว่าอย่าได้ทำอะไรพวกเขา “มึงหยุดฟาดดิ้” “กำลังสนุกอยู่เลยครับนาย ขอฟาดอีกสักร้อยทีนะครับ” ชายร่างยักษ์พูดในขณะที่มือก็ใช้แส้หนามฟาดไปตามร่างกายของสามหนุ่มไม่ยัก “อ้ากกก!” ทันใดนั้นเอง ไลลาที่โมโหจนขีดสุดก็ได้ใช้มีดเหวี่ยงไปที่ชายร่างยักษ์จ
“อะ...ขอโทษค่ะ” ไลลารีบถอยห่างจากหมอหนุ่มทันทีเนื่องจากในขณะนี้ทั้งสอง ใกล้ชิด มากจนเอเดนถึงกับเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด “ไม่เป็นไรครับเชิญขึ้นเตียงได้เลยครับ” จากนั้นเขาเริ่มไล่อ่านประวัติของเธอทันที “คะ…ค่ะ” เธอที่รู้ว่าจะได้ขึ้นเตียงถ่างขาให้เขาตรวจดูส่วนลับของเธอ
3 ปีก่อนเกิดเหตุการณ์ ไลลาสาวสวยแสนสวยพราวเสน่ห์กำลังเดินสับเท้าด้วยความมั่นใจมุ่งหน้าไปที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อมาสมัครเป็นเลขา แน่นอนว่าเธอกำลังมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝงกับใครบางคนในบริษัทแห่งนี้อยู่ “เชิญคุณไลลาเข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ” พนักงานได้เรียกให้หญิงเข้าไป
ฉันรักผู้ชายสามคนในเวลาเดียวกัน มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่มันก็เป็นจริง ถึงฉันจะรักทั้งสามคนมากมายแค่ไหน พวกเราก็ไม่รักฉันเลย มันไม่แปลกหรอกที่จะเป็นแบบนั้นเพราะฉันเคยทรยศหักหลังพวกเขามาก่อน ฉันไม่น่าทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นลงไปเลย ความผิดทั้งหมดมันเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวไม่อาจโ







