Masukณ บ้านเอเดน
เย็นวันนี้ก็เหมือนกับทุกวันที่เธอจะมาทานข้าวกับเอเดน แต่ทว่ามันกลับไม่ปกติเพราะตั้งแต่เปิดประตูเข้าบ้านมาเนื่องหมอหนุ่มได้จุดเทียนทั้งแต่หน้าประตูจนถึงห้องโถง ร่างเล็กที่เห็นก็ถึงกับอึ้งเล็กน้อย เธอค่อย ๆ ก้าวขาเดินไปที่โต๊ะเหมือนอย่างทุกเย็นพอไปถึงก็กลับอึ้งเข้าไปอีก บนโต๊ะมีอาหารมากมายเหมือนกับทุกครั้งแต่ทำไมวันนี้ทำกลับรู้สึกว่ามันพิเศษกันนะ การที่ชายหนุ่มเตรียมการแบบนี้มันทำให้เธอรู้สึกประทับใจขึ้นมาจนเผยรอยยิ้มออกมา ไลลายืนมองอาหารที่ถูกทำขึ้นมาประณีตได้สักพักจากนั้นชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นมา
“ไลลามาแล้วเหรอครับ?” เอเดนที่เดินไปหยิบแก้วไวน์มาถึงกับตกใจเล็กน้อยเพราะเธอมากก่อนเวลานัดตั้งสิบนาที
“เอเดน นี่มันอะไรกันคะทำไมคุณถึงได้ทำมันขึ้นมาเหมือนกับว่าวันนี้เป็นวันพิเศษอย่างนั้นเหรอคะ?” เธอเอ่ยถามเขาเสียงหวาน
“คือวันนี้เป็นวันเกิดของผมน่ะครับก็เลยจัดเตรียมทุกอย่างให้มันดูพิเศษหน่อย”
“วันเกิดของคุณ! ทำไมไม่บอกฉันล่ะคะฉันจะได้เตรียมของขวัญให้” ร่างเล็กเผลออุทานมาด้วยความตกใจเล็กน้อยที่เป็นวันเกิดของเขา ทำไมเขาถึงไม่บอกกันนะทั้งที่เป็นวันที่สำคัญขนาดนี้ เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่มีอะไรให้ในวันพิเศษเลย
“โอ้ว ไม่เป็นครับแค่คุณมาฉลองกับผมก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยทำให้ไลลาที่ได้ฟังถึงกับหน้าแดง
“ขะ…ของขวัญอะไรกันคะฉันไม่มีอะไรให้คุณเลย” เธอก้มหน้าพูดเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
“เชิญนั่งครับไลลา…ผมพูดจริง ๆ นะครับไม่ต้องมีของขวัญอะไรให้ผมก็ได้ขอแค่คุณอยู่กับผมเท่านั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว” เอเดนลากเก้าอี้ให้เธอนั่ง จากนั้นเขาก็กลับไปนั่งที่ของตัวเอง สิ่งที่เขาพูดกับเธอล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเขาในตอนนี้ก็คือไลลา
“คุณพูดจริง ๆ เหรอคะ?” หญิงสาวถึงกับสายตาเปล่งประกายลุกวาวขึ้นนึกว่าเขาพูดเล่นเสียอีก
“ผมพูดจริงครับไลลา” สายตาที่ส่งไปให้เธอมันบ่งบอกว่าเขาจริงจังมากแค่ไหน ไลลาที่มองเธอสามารถรู้ได้ทันทีว่ามันคือเรื่องจริงไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้น ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอมันก็เป็นเรื่องจริงเช่นเดียวกัน เธอทั้งรู้สึกดีและรู้สึกผิดในเวลาเดียวที่มีผู้ชายที่ดีขนาดนี้มาหลงรักเธอ
“อึก…สุขสันต์วันเกิดนะคะเอเดนพรุ่งนี้ฉันจะนำของขวัญมาให้กับคุณแน่นอน” เธอเอ่ย
“ไม่ครับ ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นนอกจากคุณ ไลลา” น้ำเสียงที่อ่อนโยนมันทำเอาคนฟังอย่างไลลาถึงอ่อนระทวย ยอมรับเลยว่าความรู้สึกของเธอมันไปแล้ว ไลลาไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้เลยว่าเธอหลงรักผู้ชายคนตรงหน้าเข้าให้แล้ว เธอรักที่เขาเป็นคนดี อ่อนโยน ใส่ใจในทุกเรื่อง ๆ ทุกอย่างที่เป็นเอเดนเธอหลงรักมันไปหมดสิ้น
“เอ่อ…” ไลลาถึงกับพูดไม่ออก
“หึ เชิญทานอาหารได้เลยครับไลลา มื้อนี้ผมตั้งใจทำมากเลยนะครับ” เขาเอ่ยแบบนั้น อันที่จริงเขาก็ตั้งใจทำอาหารทุกมื้อให้เธอแหละ เพียงแค่วันนี้มันอาจจะพิเศษกว่าวันไหน ๆ
“ถึงว่าทำไมบอสถึงชวนฉันไปทานข้าวด้วยกันนักที่แท้ก็เป็นวันเกิดนี่เอง” แอบรู้สึกผิดที่ปฏิเสธเขาอย่างไม่ใยดีไป เคย์เดนดูจะเสียใจแย่เอาเป็นว่าไปอวยพรวันเกิดเขาพรุ่งนี้ดีกว่า
“แต่คุณก็เลือกมาหาผมอย่างนั้นเหรอครับ?” ชายหนุ่มถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่ค่ะ ฉันเลือกมาหาคุณ” ไลลาตอบไปตรง ๆ ถึงจะรู้ว่าเป็นวันเกิดของทั้งสองเธอก็ยังเลือกที่จะมาฉลองกับเอเดนอยู่ดี
“!!!” ชายหนุ่มทั้งทึ้งและดีใจในเวลาเดียวกัน ไม่นึกเลยว่าเธอจะเลือกตัวเองมากว่าที่จะเลือกพี่ชายฝาแฝด
“เอเดนเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะเขากำลังตาค้างอยู่ตอนนี้หรือว่าเธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า
“เปล่าครับ ผมมีเรื่องจะบอกคุณและขอคุณครับไลลา” ในเมื่อเธอพูดชัดเจนขนาดนี้ เขาก็ต้องทำให้มันชัดเจนขึ้นเหมือนกัน หมอหนุ่มลุกขึ้นยืนจากนั้นเขาก็เดินไปหาเธอแล้วคุกเข่าลงตรงหน้า และเอื้อมไปจับมือเขาเธออย่างนุ่นนวล
“อะ…อะไรเหรอคะ?” เธอเขินจนหน้าแดงกับการกระทำของเขา ทำไมต้องคุกเข่าเหมือนจะแต่งงานด้วย ทั้งที่พูดออกมาก็ได้
“ผมรักคุณครับไลลา”
“!” หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้างไปกับคำสารภาพรักของหมอหนุ่ม
“ เป็นแฟนกันนะครับไลลา”
“!!!” เธอยังไม่ทันที่จะได้หายตกใจก็กลับต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม ทำไม ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด คนตรงหน้าคนนี้เขาเป็นถึงศัตรูของเคย์ที่เธอนับถือเป็นพี่ชายเชียวนะ แต่ทำไมหัวใจเธอถึงได้เต้นแรงกับชายคนนี้ ไม่นะ จะใจเต้นกับศัตรูไม่ได้
“มันคงจะเร็วไปสินะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร” เอเดนเข้าใจว่าที่ไลลาเงียบไปคือการปฏิเสธเขาอย่างสุภาพ เขาพูดปลอบตัวเองว่าตนคงขอเธอเป็นแฟนเร็วไป ชายหนุ่มทำเศร้าพร้อมกับลุกขึ้นไปด้วยท่าทีที่ผิดหวัง แต่ทว่า
หมับ!
มือเล็กกลับคว้ามือของเขาไว้ เอเดนรีบหันไปมองเห็นเธอในสภาพที่ใบหน้าที่แดงไปจนถึงใบหู เธอก้มหน้ามองพื้นด้วยความอายพร้อมกับพูดว่า
“ตะ…ตกลงค่ะ เป็นแฟนกันก็ได้” ไลลาตอบตกลงด้วยท่าทีที่เคอะเขิน
“ขอบคุณนะครับไลลา ผมดีใจที่สุดเลย” ด้วยความตื่นเต้นดีใจเลยเผลอตัวไปกอดคนตรงหน้าอย่างลืมตัวจนเธอสะดุ้ง
“!” เธอตัวแข็งทื่อเมื่อถูกกอดเพราะไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนกอดมาก่อน
“ขะ…ขอโทษครับผมดีใจไปหน่อย” ชายหนุ่มรีบผละออกจากหญิงสาวอย่างไวพร้อมกับก้มหน้าขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน
“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงเราก็เป็นแฟนกันอยู่แล้วการกอดกันถือว่าเป็นเรื่องปกติ” ถึงจะไม่เคยมีแฟนมาก่อนแต่เธอคิดว่าการกอดคงเป็นเรื่องธรรมดาของคู่รัก
“คะ…ครับ ยังไงผมก็ผิดที่ไม่ได้ขออนุญาตคุณก่อน” เขาอยากจะกอดโดยที่เธอเต็มใจไม่ใช่ฉวยโอกาสแบบนี้
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณอยากจะกอดฉันเมื่อไหร่ก็ได้ที่อยากจะกอดไม่ขออนุญาตหรอกค่ะ ฉันเต็มใจ ทำตามที่ใจคุณต้องการได้เลย” เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปฏิเสธชายตรงหน้าคนนี้ไม่ลงกัน ทั้งที่สมองสั่งให้ปฏิเสธไปซะให้สิ้นเรื่องเพราะตนมาทำงานให้เคย์ไม่ใช่มาหาแฟน แต่เธอไม่สามารถทำตามที่สมองสั่งการได้เลย ไลลาเลือกทำตามหัวใจตัวเองมากกว่าสมอง ในเมื่อมันเลยเถิดขนาดนี้แล้วก็ปล่อยไปตามที่หัวใจเรียกร้องดีกว่า
“ขะ…ขอบคุณนะครับไลลา ผมขอบคุณจริง ๆ ผมดีใจมากเลยครับ” เอเดนดีใจจนน้ำตาคลอ เขาดีใจมากจริง ๆ ที่เธอตกลงคบกับเขา ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะมีคนรักเหมือนกับคนอื่นเขาแบบนี้ ทำไมการได้มีความรักมันถึงทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจขนาดนี้ มีความสุขจริง ๆ
“ฉันก็ขอบคุณเหมือนกันค่ะที่คุณรักฉัน” หญิงสาวส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม รอยยิ้มครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอยิ้มออกมาจากใจไม่ใช่การแสดงแสแสร้งเหมือนที่ทำทุกครั้งที่ผ่านมา
“ผมขอกอดคุณได้ไหมครับ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ได้แน่นอนอยู่แล้วสิคะเอเดน” เธออ้าแขนรับเขาที่ทำกำลังกอดเธอ
เอเดนสวมกอดไลลาอย่างอ่อนโยน เขาส่งมอบความรักที่มีต่อเธอผ่านการกอด หญิงสาวถึงกับเคลิ้มไม่เคยคิดมาอ้อมกอดจากคนรักทำจะทำให้หัวใจเป็นสุขได้ขนาดนี้ มันทั้งอบอุ่น รู้สึกสงบ เธอแนบใบหน้าตัวเองไปกับอกแกร่งเธอมีความคิดว่าอยากจะกอดเขาไปนาน ๆ
ไลลาและเรกะรีบหันไปตามเสียงเรียก ก็พบกับเคย์และบรรดาลูกน้องอีกหลายสิบคน หญิงสาวดูตกใจมากที่เขามาอยู่ตรงนี้ “เคย์นายมาได้ยังไง!?” เธอลุกขึ้นยืนบังเรกะทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะทำอันตรายหล่อน “มาได้ยังไงอย่างนั้นเหรอไลลา ฉันก็สะกดรอยตามเธอมาไง พวกมึงจับตัวผู้หญิงคนนี้ขึ้นรถ” สิ้นสุดคำพูดเคย์ ลูกน้องนับสิบก็กรูเข้ามาพาตัวเรกะขึ้นรถสีดำทันที “กริ๊ด! คุณไลลา” หล่อนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “จะทำอะไรเธอปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ เธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรา” ไลลาทำท่าจะเข้าไปช่วยเรกะจากชายฉกรรจ์พวกนั้นแต่ก็ถูกเคย์คว้าแขนเอาไว้ “เธอต้องมากับฉันไลลา!” เคย์ลากตัวไลลาขึ้นรถไปอีกคัน “คุณไลลา!” “เรกะ!” สองสาวพยายามเอื้อมมือเพื่อจะแตะกันแต่ก็ถูกแยกออกจากกันด้วยเคย์และลูกน้องของเขาปึก! เคย์ทำการโยนไลลาเข้าไปในรถอย่างไม่ใยดีเพราะตอนนี้เขานั้นรู้สึกโมโหมาก ๆ “เคย์ อย่าทำอะไรเธอนะ! ถ้าจะทำก็มาทำฉันนี่” เธอรู้ว่าเขาโกรธที่หนีเขาไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร เธอเข้าใจ
“ไลลา!” เคย์เดนอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นไลลานอนแน่นิ่งอยู่บนตักของเรกะ “เรกะนี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” เฮย์เดนไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปถามเรกะทันทีด้วยท่าทีที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งร่างหนายังค่อย ๆ ย่อตัวลงและประคองศีษระหญิงสาวขึ้นซึ่งพบว่ามันเลือดออกอยู่ “ระ…เรกะไม่รู้เลยค่ะ เมื่อกี้คุณไลลาก็คุยกันอยู่ดี ๆ จู่ ๆ เธอก็เป็นลมแล้วตกบันไดปะไปค่ะ” เนื่องจากชั้นนี้ไม่มีห้องน้ำจึงได้ขึ้นไปใช้ห้องน้ำข้างล่างแถมลิฟต์ดันมาขัดข้อง สองสาวเลยจำใจต้องเดินลงไปและจังหวะที่เดินขึ้นไปเกือบจะถึงอยู่แล้ว ไลลาก็กลับหน้ามืดเป็นลมและตกบันไดไป “แล้วทำไมไม่ใช้ลิฟต์เล่าเรกะ” เฮย์เดนเริ่มหัวเสีย “ก็ลิฟต์มันเสียไงคะ…เฮย์เดน กริ๊ด! เลือด!” เรกะหล่อนตกใจจนแทบร้องกรีดเมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากหว่างขาของไลลา “เฮ้ย!” มาเฟียหนุ่มไม่รอช้ารีบช้อนตัวหญิงสาวขึ้นแล้วพาไปส่งที่โรงพยาบาลทันทีณ โรงพยาบาล “แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เกิดอะไรขึ้นกับเธอ” เอเดนรีบวิ่งตรงมาที่โรงพยาบาลในชุดเจ้าบ่าว พิธีแต่งงานยังไม่เสร็จสิ้นแต่หม
2 เดือนผ่าน ไลลาเธอถูก เอเดน เคย์เดนและเฮย์เดน ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ โดยสามแฝดจะบังคับให้มีเซ็กส์ด้วยทุกวันเวลา เช้า กลาง เย็นโดยไม่ได้หยุดพักสักวันเดียว บางครั้งก็ต้องมีอะไรพร้อมกันถึงสามคน บ้างก็สองและหนึ่งตามอารมณ์ของพวกเขา เธอถูกกระทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ไปมาเป็นเวลากว่าสองเดือน ทั้งยังถูกสามแฝดพูดทำร้ายจิตใจและหัวใจตลอดเวลาที่อยู่ด้วย ไลลาต้องทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ พวกเขาทำกับเธอเหมือนไม่มีหัวจิตหัวใจต้องการทำให้ไลลาอยู่อย่างตายทั้งเป็นราวกับ นรกบนดิน ก็ไม่ปาน “เฮย์เดนพอเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วให้ฉันได้พักบ้างเถอะ” หญิงสาวขอร้องมาเฟียหนุ่มให้เขาไม่ทำอะไรเธอ เนื่องจากตอนเช้าและตอนกลางวันก็ถูกเอเดนกับเคย์เดนจัดหนักมา “ทำไม เธอมันร่านนักไม่ใช่เหรอไลลาแค่มีอะไรกับฉันอีกคนมันจะเป็นอะไรไปฮ้ะ!?” ชายหนุ่มบีบข้อมือเธอแน่น แรงบีบมันสามารถทำให้เขาบีบข้อมือของเธอแหลกคามือได้ทีเดียว “โอ๊ย!” ไลลาอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะแรงบีบมหาศาลของเขามันแทบจะทำให้ข้อมือของเธอหักคามือเขาอยู่แล้ว “อย่ามาทำเป็นสำออย
ไลลาเดินออกมาจากบ้านเอเดนท่ามกลางฝนที่ตกและเสียงฟ้าร้องด้วย หัวใจที่แตกสลาย นึกแปลกใจที่ครั้งนี้ไม่ได้กลัวเสียงฟ้าร้องเลยแม้แต่นิด อาจเป็นเพราะมันเสียใจเกินกว่าที่จะกลัวสิ่งอื่นใด เขาเปลี่ยนไปมากเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแม้กระทั่งหัวใจ หญิงสาวมองกลับไปที่บ้านหมอหนุ่มก็พบว่าเขาไม่ได้ตามมา เอเดนคงอยากไล่เธอไปเต็มทีเพื่อจะอยู่กับคนรักของตัวเอง ในเมื่อไม่มีเยื่อใยให้กันขนาดนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อ “หนูจะไปไหน?” ร่างเล็กตัดสินใจเดินออกไปจากโครงการบ้านและเรียกแท็กซี่เนื่องจากว่าเธอไม่มีรถ “พาหนูไปที่นี่ทีนะคะลุง” เธอบอกไปยังสถานที่ที่ต้องการไปให้กับคนขับแท็กซี่ “ได้เลยแม่หนู” พอลุงแกรับปากรถก็เคลื่อนไปทันที พอแท็กซี่คันนั้นขับออกไปก็ปรากฏร่างของเอเดนที่ถือร่มตามมา เขาตั้งใจจะตามเธอกลับไปทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว1 ชั่วโมงต่อมา “แม่หนูเอาร่มไหม?” ลุงแท็กซี่ยื่นร่มให้กับไลลาที่กำลังลงจากรถ “ไม่เป็นไรค่ะลุงถึงบ้านคนรักหนูแล้ว อ่านี่ค่ะเงินไม่ต้องทอนนะคะ” เธอยื่นเงินให้กับคนขับแท็กซี่พร้อมกับ
1 ปีผ่านไป หนึ่งปีที่หลังจากผ่านเรื่องเลวร้ายในวันนั้น ไลลาเธอยังคงรู้สึกผิดต่อสามแฝดไม่มีวันลืม เธอคิดว่าจะสามารถลืมทั้งสามคนได้หมดใจ แต่ทว่าแท้จริงแล้วเธอกลับคิดถึง โหยหา พวกเขาแทบทุกวันจนเธอต้องทนทุกข์ทรมานเป็นระยะเวลาหนึ่งปี เธอเจ็บปวดจนไม่มีความสุขและไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปจนนำพาให้หญิงสาวเกิดภาวะเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นมา เคย์ที่เห็นก็รู้สึกทุกข์ใจไปด้วย เขาหมดหนทางกับการรักษาให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม ยายโมน่าแนะนำให้ไลลากลับไปหาคนรักทั้งสามของเธอ มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอดีขึ้น แต่ไลลาก็กลับปฏิเสธว่าตนทำแบบนั้นไม่ได้เพราะตนได้ทำร้ายพวกเขาทั้งกายและจิตใจ คงไม่มีหน้าไปขอความรักจากพวกเขาหรอก เธอยืนยันที่จะไม่กลับไป ทว่ากลับต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้งเมื่อคิดทบทวนดูว่าแท้จริงแล้วเธออยากจะไปจากที่นี่มากกว่าอยู่เพราะหัวใจของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป ใช่แล้วหญิงสาวต้องกลับไปหาหัวใจตัวเองอีกครั้ง ไลลาตัดสินใจกลับไปหาคนรักทั้งโดยไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตน เธอจะยอมรับและอดทนไม่ว่าทั้งสามจะทำอะไรกับเธอและรับผลที่ตามเมื่อเจอพวกเขาณ บ้านเอ
สิ่งที่ไลลาคือเอเดน เคย์เดน เฮย์เดน ถูกจับมัดห้อยด้วยโซ่ในสภาพเปลือยจนหมด ทั้งใบหน้าและทั่วร่างกายของพวกเขามีรอยแผลเต็มไปหมดไม่ว่าจะรอยฟกช้ำดำเขียว รอยมีดกรีดตามลำตัวคนที่โดนเยอะมากก็คือเฮย์เดนที่มีร่องรอยจากมีดกรีดไปตั้งแต่หน้าอกจนถึงหน้าท้องมันเป็นแผลฉกรรจ์ ใบหน้าอันหล่อเหลาปูดบวมจนแทบจะจำไม่ได้เลยว่าเขาเป็นใคร “หยุดเดี๋ยวนี้นะเคย์!” หญิงสาวเดินมาบอกกับเคย์ให้ลูกน้องเขาหยุดเอาแซ่ฟาดหนามไปที่สามหนุ่มด้วยท่าทีที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “โอ้ว ไลลาถูกรู้เข้าจนได้สินะ หึ หึ” เคย์แสยะยิ้มโดยที่เขายังไม่สั่งลูกน้องให้หยุดฟาดไปที่ร่างกายของสามแฝด “สั่งให้ลูกน้องนายหยุดเดี๋ยวนี้เคย์!” ไลลากัดฟันพูดเธอโกรธเขามากที่ทำร้ายคนรักของเธอ โดยที่ตนเคยขอแล้วว่าอย่าได้ทำอะไรพวกเขา “มึงหยุดฟาดดิ้” “กำลังสนุกอยู่เลยครับนาย ขอฟาดอีกสักร้อยทีนะครับ” ชายร่างยักษ์พูดในขณะที่มือก็ใช้แส้หนามฟาดไปตามร่างกายของสามหนุ่มไม่ยัก “อ้ากกก!” ทันใดนั้นเอง ไลลาที่โมโหจนขีดสุดก็ได้ใช้มีดเหวี่ยงไปที่ชายร่างยักษ์จ
3 ปีก่อนเกิดเหตุการณ์ ไลลาสาวสวยแสนสวยพราวเสน่ห์กำลังเดินสับเท้าด้วยความมั่นใจมุ่งหน้าไปที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อมาสมัครเป็นเลขา แน่นอนว่าเธอกำลังมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแอบแฝงกับใครบางคนในบริษัทแห่งนี้อยู่ “เชิญคุณไลลาเข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ” พนักงานได้เรียกให้หญิงเข้าไป
ฉันรักผู้ชายสามคนในเวลาเดียวกัน มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่มันก็เป็นจริง ถึงฉันจะรักทั้งสามคนมากมายแค่ไหน พวกเราก็ไม่รักฉันเลย มันไม่แปลกหรอกที่จะเป็นแบบนั้นเพราะฉันเคยทรยศหักหลังพวกเขามาก่อน ฉันไม่น่าทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นลงไปเลย ความผิดทั้งหมดมันเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวไม่อาจโ
“อะ...ขอโทษค่ะ” ไลลารีบถอยห่างจากหมอหนุ่มทันทีเนื่องจากในขณะนี้ทั้งสอง ใกล้ชิด มากจนเอเดนถึงกับเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด “ไม่เป็นไรครับเชิญขึ้นเตียงได้เลยครับ” จากนั้นเขาเริ่มไล่อ่านประวัติของเธอทันที “คะ…ค่ะ” เธอที่รู้ว่าจะได้ขึ้นเตียงถ่างขาให้เขาตรวจดูส่วนลับของเธอ