เข้าสู่ระบบ“ฉันไม่ไป อย่ามายุ่งกับฉัน” ไพรหอมปฏิเสธพันศึกด้วยน้ำเสียงแข็งๆ ท่าทีของเธอเหมือนลูกแมวจนตรอก เลยได้แต่ขู่ฝ่อๆ แต่ไม่น่ากลัวสักนิด
“หนี้สินมากมาย เธอจะเอาปัญญาที่ไหน” น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งกร้าว ดวงตาหรี่มองเธออย่างดูถูก
“ฉะ... ฉันขอหาเงินก่อนได้ไหม ขอให้คุณผัดผ่อน และขอบคุณที่คุณช่วยจัดงานศพให้ยาย” เธออ้อนวอนเขา ยกมือขึ้นไหว้ปรกๆ ได้สติเมื่อเผลอทำเสียงแข็งกับเขาไปก่อนหน้า เธอไม่ควรก้าวร้าวหรือว่าเขารุนแรง ถ้าเขาโกรธขึ้นมา เธออาจจะโดนเขาหักคอเอาได้
“ได้... ฉันให้เวลาเธอสามวัน ถ้าเธอไม่เอาเงินมาคืนฉัน ฉันจะจัดการเธออย่างสาสม” ประโยครับคำสั้นๆ ของเขาเหมือนจะทำให้เธอยิ้มออก แต่ประโยคต่อมา ทำให้เหมือนโดนผลักตกนรกทั้งเป็น
“สามวัน!!! ฉันขอเวลาหน่อยได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงตกใจ สามวันเธอจะไปหาเงินที่ไหนมาคืนเขา
“ฉันให้แค่สามวัน ถ้าไม่มีก็เตรียมตัวเก็บของไปอยู่กับฉันได้เลย” พันศึกยื่นคำขาด ก่อนจะผลักร่างเล็กจนล้ม
“โอ๊ย!” เธอร้องเสียงหลง กุมสะโพกเอาไว้ แต่เขาไม่ไยดีหรือคิดจะช่วย เดินจากไปพร้อมกับลูกน้องอีกเป็นพรวน
ไพรหอมร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก บางทีเธอก็อยากตาย เกิดมาทำไมก็ไม่รู้ เป็นภาระให้ยาย แม่ก็ไม่ต้องการ ยายต้องมาป่วยเพราะส่งเสียเธอเล่าเรียน เธอเรียนไม่ค่อยเก่งขอทุนเรียนดีไม่ได้ พอขอทุนยากจนก็มีคนมาใส่ร้ายว่าเธอมีความประพฤติไม่เหมาะสม มั่วผู้ชาย เธอไม่รู้ว่าใครไปฟ้องอาจารย์ แต่เธอไม่เคยทำตัวแบบนั้น นักเรียนชายในโรงเรียนชอบหาเรื่องลวนลามเธอ แม้แต่ครูพละก็มองเธอตาหวานเยิ้ม เธอกลัวผู้ชายทุกคนและผู้ชายที่ทำให้เธอกลัวที่สุดก็คือเขา “พันศึก หาญวรกร”
เด็กสาวกลับบ้านด้วยความเศร้าหมอง เธอคิดว่าจะลองไปสมัครงานดู ทำอะไรก็ได้แล้วแต่เค้าจะจ้าง น่าจะมีงานให้เธอบ้าง
“ยายจ๋า เป็นกำลังให้หอมด้วยนะจ๊ะ หอมเหนื่อยล้า ท้อแท้เหลือเกิน” เธอจุดธูปไหว้ยาย ขอให้ท่านปกป้องคุ้มครองเธอด้วย เธอเริ่มกลัวที่จะอยู่คนเดียว สายตาของผู้ชายในหมู่บ้านทำให้เธอผวา
ไพรหอมนอนกอดตัวเองแล้วร้องไห้จนหลับไป ในฝันเธอฝันว่ายายมาหา ท่านให้เธอนอนหนุนตัก ร้องเพลงกล่อมเธอเหมือนเด็กๆ เด็กสาวนอนหลับไปทั้งรอยยิ้ม ภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาจากผู้ชายที่ไม่ประสงค์ดีหายไปเพราะมีคนคอยปกป้องดูแลเธออยู่ แต่เธอไม่รู้...
ไพรหอมไปสมัครงานอย่างใจคิด เฒ่าแก่ร้านขายของรับเธอเข้าทำงาน ให้ช่วยขายของยกของ แล้วแต่เขาจะสั่ง แม้งานที่ทำจะเหนื่อย แต่ก็เป็นน้ำพักน้ำแรง ได้มาด้วยความสุจริต เธอจึงภูมิใจกับมัน ระยะทางที่ไกลทำให้เธอต้องปั่นจักรยานไปตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะเปิดร้านก็แปดโมง เธอมาทันเวลาพอดี ทำงานช่วยทุกคนอย่างแข็งขัน ไม่มีบ่นไม่มีพัก ขอแค่มีข้าวกิน มีเงินไว้ใช้หนี้ก็พอแล้ว
“หนูหอมกินข้าวกับไข่ต้มอีกแล้วเหรอนี่ เมื่อวานก็ไข่ต้ม ไม่อยากกินของดีๆ หรือไง” เสี่ยเล้งเจ้าของร้านคอยสอดส่ายสายตามองลูกจ้างคนใหม่ตาเป็นมัน ไพรหอมเองก็คอยระวังตัว เธอพยายามอยู่ใกล้ๆ เจ๊หงส์เจ้าของร้านเอาไว้ ถึงจะโดนจิกด่าก็ไม่เป็นไร ขอแค่ไม่อยู่ใกล้เสี่ยเล้งก็พอ เพราะเธอไม่ไว้วางใจสายตานั้น อีกอย่างเจ๊หงส์เองก็ดูขี้หึงเอาการ ถ้าอยากทำงานอยู่ที่นี่อย่างเป็นสุข เธอต้องไม่ทำให้เจ๊หงส์โกรธหรือไม่พอใจ และถ้าอยากปลอดภัยจากเสี่ยลามก เธอก็ต้องยอมให้เจ๊หงส์โขกสับและอยู่ใกล้ๆ เจ้แกให้มากที่สุด เพราะเจ๊หงส์คือเกราะคุ้มภัยจากผู้ชายทั้งหลายได้ดีทีเดียว ใครเข้าใกล้เธอ โดนตวาดหมด
“หนูชอบกินแบบนี้ค่ะ” วันนี้เจ๊หงส์ออกไปทำธุระข้างนอก เธอพยายามไม่เข้าใกล้เสี่ยเล้ง แต่ก็เลี่ยงได้ยากเพราะอีกฝ่ายคอยแต่จะเข้ามากะลิ้มกะเหลี่ยเธออยู่ตลอดเวลา
“แต่ฉันอยากให้หนูได้กินอาหารดีๆ นี่นา ดูผิวพรรณของหนูสิ สวยหมดจด มาทำงานงกๆ แบบนี้เหนื่อยแย่ ยอมเป็นเมียฉันไหม รับรองว่านั่งกินนอนกิน มีบ้านมีรถ ไม่ต้องมาตรากตรำให้เหนื่อยแบบนี้แน่นอน” เสี่ยเล้งเสนอเงินและความสุขสบายให้เด็กสาว ร้อยทั้งร้อยอยากสบาย ไม่อยากทำงานงกๆ ให้เหนื่อย เขาเชื่อแบบนั้น
“หนูชอบทำงานสุจริตมากกว่าค่ะ” เธอถอยหนี มองอย่างหวาดระแวง หาทางหนีทีไล่เมื่อเห็นสายตาน่าขยะแขยงของเสี่ยใหญ่
“จะทำทำไมให้เหนื่อย แค่มาเป็นของเสี่ย รับรองเลยว่าจะไม่ให้ลำบาก มือของหนูจะได้ไม่หยาบกร้าน” เสี่ยเล้งตรงเข้ากอดรัด ตะโบมจูบอย่างหื่นกระหาย เขามองเด็กสาวมาหลายวันแล้ว รูปร่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู สวยหวานหมดจด ผิวพรรณ กลิ่นกาย จนอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของเด็กสาวคนนี้เพียงผู้เดียว ติดว่าเมียคู่ทุกข์คู่ยากของเขาคอยกีดกันเอาไว้ แต่วันนี้ถือว่าเป็นวันของเขา ทางสะดวกเพราะหล่อนออกไปทำธุระข้างนอก
“ปล่อยนะเสี่ย ปล่อยหนูนะ!” ไพรหอมดิ้นรนอย่างตกใจ เธอหยิบแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะทุบศีรษะของเสี่ยเล้งเต็มแรง
“โอ๊ย นังตัวดี พูดดีๆ ไม่ฟังใช่ไหม” เสี่ยเล้งกุมหัวที่โดนแจกันฟาดด้วยความเจ็บ เลือดไหลนองออกมาตามง่ามนิ้วทำให้เสี่ยใหญ่ตกใจ ดวงตาวาวโรจน์เพราะไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธคนอย่างเขาและทำร้ายกันขนาดนี้มาก่อน
“อะไรกัน! เสี่ยเป็นอะไร” เจ๊หงส์กลับมาพอดี รีบเอ่ยถามเมื่อเห็นสามีกุมศีรษะมีเลือดไหลซึมออกมาตามง่ามมือ สีหน้าเจ็บปวดของสามีทำให้เจ๊หงส์มองอย่างเป็นห่วงระคนตกใจ
“นังตัวดีนี่สิจะขโมยของ พอฉันจับได้มันเอาแจกันฟาดหัวฉัน” เสี่ยเล้งชี้ไปยังไพรหอม ตวาดด่าว่าโดยการปั้นน้ำเป็นตัวเพราะต้องการให้ตัวเองพ้นผิด
“จริงเหรอนังหอม แกคิดจะขโมยของอย่างนั้นเหรอ” คราวนี้เจ๊หงส์หันไปมองไพรหอมตาวาว ตวาดแว๊ดสีหน้าขึงโกรธน่ากลัว
“นะ... หนูเปล่านะคะเจ้ หนูไม่ได้ทำแบบนั้น” ไพรหอมสะดุ้งเมื่อสบตากับเจ๊หงส์ เธอหวาดกลัวจริงๆ เพราะในเวลานี้เจ๊หงส์ที่เคยคิดว่าแค่ขี้บ่นจุกจิกจู้จี้กลับมองเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ คนเราเวลาโมโห ทำอะไรก็ได้โดยไม่ยั้งคิด
“พอโดนจับได้ว่าขโมยของ มันก็ยังยั่วยวนฉัน จะให้ฉันปล่อยมันไป แล้วไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร แต่ฉันไม่เล่นด้วย มันเลยโกรธ ฟาดฉันขนาดนี้ แถมยังทำท่าจะหนีด้วย” เสี่ยเล้งใส่ไฟภรรยา หงส์เป็นคนขี้หึง ได้ยินแบบนั้นก็จิกหัวไพรหอมออกไปหน้าร้าน ก่อนจะตบไม่ยั้ง เพียะๆๆๆ
“หนูไม่ได้ทำนะเจ๊ อย่าทำหนูเลย โอ๊ย!” ไพรหอมยกมือไหว้ปรกๆ แรงของเจ๊หงส์เยอะมาก เธอสู้ไม่ไหวเลยโดนตบจนหน้าบวม ซีกแก้มมีแต่รอยฝ่ามือ ล้มหัวซุกหัวซุนก็ถูกจิกหัวกลับมาตบอีกเพื่อระบายความโกรธ
“นังเด็กร่าน มีคนเตือนฉันแล้วว่าอย่ารับแกเข้าทำงาน มาทำงานแค่ไม่กี่วัน แกก็มายั่วผัวฉันอย่างนั้นเหรอ หน็อย... อีเด็กเวร แถมยังคิดจะขโมยของอีก อดอยากมากหรือไง สารรูปอย่างแกไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับหรอก แกไสหัวไปเลย อย่ามาอยู่เป็นเสนียดร้านฉัน ไป๊! แล้วอย่าให้เห็นหน้าอีกนะ ไม่งั้นแกตายแน่ อีไพรหอม!”
เจ๊หงส์ไล่ไพรหอมเหมือนหมูเหมือนหมา ก่อนจะเอาน้ำใส่ถังมาสาดใส่ ไพรหอมเสื้อผ้ามอมแมม เปียกมะลอกมะแลก ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร้องไห้จนตาบวม ส่วนเสี่ยเล้งมองอย่างสะใจ ในขณะที่ลูกน้องคนอื่นกำลังทำแผลให้ เสี่ยใหญ่คิดหยามเหยียด ปฏิเสธใครไม่ปฏิเสธ มาปฏิเสธคนอย่างเขา มันต้องเจอแบบนี้ หลังจากนี้คงยอมเขาง่ายๆ คนตัณหาจัดยังคิดจะเอาไพรหอมมาเป็นเมียน้อยเมียเก็บอยู่เช่นเดิม
“ต้องขอบคุณคุณพันศึกมากถึงจะถูกค่ะ พี่เองน่ะได้รับคำสั่งมาอีกทีหนึ่ง ตั้งแต่อยู่บ้านของคุณท่านเขมิกาแล้วนะคะ”“โห... พี่อาพันศึกสั่งคนอื่นไปทั่วเลยเหรอคะนี่”“ก็ตอนที่หอมโดนทำร้าย พี่นี่แหละรีบไปบอกคุณพันศึก ท่านเลยไปช่วยน้องหอมได้ทัน เพราะท่านให้พี่คอยดูแลหอมอยู่ตลอด ตอนนั้นพี่ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมต้องดูแลหอมขนาดนั้น แต่ตอนหลังมารู้ว่าคุณพันศึกสงสัยในความสัมพันธ์ของหอมกับคนในครอบครัว”ไพรหอมฟังแล้วอมยิ้ม พันศึกถึงจะร้ายๆ ไปบ้าง ห่ามๆ ไปบ้าง แต่เขาก็รักเธอ พอพูดถึงคำว่ารัก หัวใจของเธอก็รู้สึกอ่อนหวานเหลือเกิน...ไพรหอมชะเง้อคอมองสามีกับลูกสาวตัวน้อยอย่างใจจดจ่อ วันนี้เป็นวันภาคภูมิใจของทุกคนในครอบครัว รวมถึงตัวเธอด้วย เมื่อเธอสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่ตัวเองใฝ่ฝัน จู่ๆ เพื่อนๆ พยาบาลก็ตีวงออกไปเป็นวงล้อม ทำให้เธอมองอย่างแปลกใจ แล้วป้ายไฟ ดอกไม้ก็ถูกชูขึ้นรอบๆ เธอมองภาพนั้นอย่างตกตะลึง หันมาอีกครั้ง พันศึกก็ยืนอยู่ตรงหน้า เธอยิ้มเขินเมื่อเห็นเขา ไม่คิดว่าเขาจะโรแมนติกขนาดนี้“แต่งงานกับอานะไพรหอม อารักเธอ ขอให้อาดูแลเธอตลอดชีวิต ในเมื่อสิ่งที่เธอต้องการได้บรรลุแล้ว คราวนี้ก็แต่งงานกับอ
พันศึกพาเธอไปพักที่บ้านของเขาในกรุงเทพฯ แม้เขาต้องทำงานก็จะเดินทางไปกลับ เดือนเพ็ญคอยช่วยเลี้ยงลูกสาวตัวน้อย ถ้าวันไหนพันศึกอยู่บ้านเขาก็จะไปส่งเธอเรียนเป็นแบบนี้ทุกๆ วัน แม้จะกลับมาจากมหาวิทยาลัยด้วยความเหนื่อยล้าเพียงใด เธอก็มีความสุขทุกครั้งที่เห็นหน้าลูก จันทร์แจ่มนั้นขอมาดูแลเธอที่กรุงเทพฯ ช่วยดูแลบ้านและช่วยเดือนเพ็ญอีกคน ทำให้ที่บ้านดูไม่เหงาจนเกินไปภาพที่ลูกสาวตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนอกกว้างของสามีทำให้เธอยิ้มทั้งน้ำตาแทบจะทุกครั้งด้วยความตื้นตันใจ บางครั้งลูกสาวตัวน้อยก็เหนื่อยหลับอยู่บนพุงของบิดา ปากยังเลอะขนมอยู่ก็มี ภาพนั้นทำให้เธอปิดปากแล้วกลั้นสะอื้นเบาๆ มันอบอุ่นอ่อนหวานและเติมเต็ม พันศึกไม่เคยรบกวนเวลาเธอทำการบ้าน ทำรายงาน หรืออ่านหนังสือสอบ แต่เขาจะเคาะประตู เอานมอุ่นๆ มาให้ และพาลูกมาเล่นสักพัก ก่อนพาลูกน้อยเข้านอน ทุกอย่างเขาจัดการหมด ไม่ให้เธอต้องรับภาระอันใดให้ต้องวุ่นวายใจเลยสักครั้งช่วงปิดเทอมเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมากๆ เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่เธอได้อยู่กับครอบครัวเต็มที่ พันศึกจะพาเธอและลูกน้อยเดินทางไปดูงานบ้าง เที่ยวพักผ่อนบ้าง กลับไปเยี่ยมญาติคนอื่นๆ บ้า
อุ้งมือใหญ่กระชับสะโพกสอบเอาไว้ก่อนจะคลึงเบาๆ ได้ยินเสียงหวานซ่านซ่าร้องครางแผ่วระรวย แรงกำหนัดพุ่งขึ้นสูงด้วยความกระสันปรารถนา กลิ่นกายหนุ่มสาวอบอวลชวนให้หลงใหล วินาทีแรกที่เสียดสีกันหลังจากฝังแน่นหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก่อเกิดความเสียวซ่านจับจิตจับใจ ผิวเนื้อกระด้างเสียดสีกับซอกสวาทฉ่ำหวานนุ่มละมุน แรงตอดรัดและการถูไถเหมือนจังหวะหวามไหวที่ขับเคลื่อนไปอย่างไม่อาจรั้งรอไพรหอมกดมือลงบนหน้าท้องแกร่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปดูดเม้มเขาหนักๆ พันศึกถึงกับครางหน้าเริด เขากระแทกสะโพกสอบขึ้นไปรับแรงรักจากกายสาวอย่างหนักหน่วง ร่างอิ่มที่สวมครอบบนตัวนั้นกระเด้งขึ้นลงสั่นสะท้าน อกอวบอิ่มสั่นไหวยั่วยวนสายตานัก ไพรหอมโอบรัดทรวงสาวก่อนจะป้อนให้ถึงริมฝีปากร้อนๆ ของสามี เขากลืนกินอย่างหิวกระหาย ก่อนจะพลิกร่างของเธอลงไปอยู่ด้านล่าง“อาชอบแบบนี้... ที่สุด” พันศึกจับขาเนียนของเธอพาดบ่า ก่อนจะกระแทกกระทั้นสะโพกเข้าออกหนักหน่วงให้สมกับการรอคอยที่หิวกระหาย“อื้อ...” ไพรหอมร้องครางเสียงสะท้าน เธอจิกมือกับที่นอนด้วยความรัญจวนใจ กลิ่นกายที่เสพสมเสียดสีคละคลุ้งไปทั่วเตียงนอนกว้าง พันศึกกระชับสะโพกผายเอาไว้แล้วยกหยัดขึ้น
“อยากให้เดินได้เร็วๆ จัง” พันศึกแตะมือเล็กๆ ของลูกสาวตัวน้อย ก่อนที่จะมีสัมผัสตอบรับจากมือเล็กๆ กำนิ้วใหญ่ๆ ของเขาเสียแน่น“ลูกกำมืออาด้วยค่ะ” ไพรหอมมองแล้วอมยิ้ม“ลูกหน้าตาเหมือนอายังกับถอดแบบออกมาเลย” พันศึกพูดอย่างภาคภูมิใจ“ดีแล้วค่ะ เค้าบอกว่าผู้หญิงหน้าตาเหมือนแม่จะอาภัพ เหมือนหอมกับแม่ไงคะ อาภัพตั้งแต่เด็ก ยายหนูหน้าตาเหมือนพ่อน่ะดีแล้วค่ะ” เธอพูดแล้วอมยิ้ม“จะหน้าตาเหมือนใครไม่รู้ล่ะ ใครทำให้ลูกสาวของอาเสียใจ มันโดนยิงไส้แตกแน่”“อาน่ะ หวงลูกสาวทั้งที่แกยังเด็กอยู่เลยนะคะ” เธอหัวเราะเบาๆ“ก็อาไม่เคยมีลูกสาวนี่นา”“จะเคยมีได้ไงคะ ก็ไหงบอกว่าเพิ่งเคยมีลูกมีเมีย” เธอหัวเราะกับคำพูดของเขา“อยากนอนกอดเธอกับลูกแบบนี้ทุกวันจังไพรหอม” พันศึกโอบกอดลูกน้อยพาดมือไปถึงเอวคอดของภรรยา“เดี๋ยวก็ต้องเอาแกไปนอนเปลค่ะ เดี๋ยวเราสองคนก็ทับลูกแบนแต๊นแต๋” เธอว่าแล้วหัวเราะเบาๆ“หอม...” จู่ๆ เขาก็เรียกเสียงหวาน ไพรหอมรู้สึกหัวใจเต้นรัวเร็ว“คะ” เธอขานรับเป็นคำถาม มองสบตาร้อนแรงของเขา“มีลูกอีกหลายๆ คนนะ” เขาโน้มร่างสูงมาจุมพิตหน้าผากของเธอ“หอมเพิ่งออกจากโรงพยาบาลนะคะ ต้องให้ครบเดือนก่อน” เธอตอบหน้า
“ตาไม่เคยนิ่งดูดาย ตารักยายหนู แม่หนูและหนู ที่ตาทำลงไปไม่ได้จะทำเพื่อตัวเองแต่จะทำเพื่อตัวหนูเอง ถ้าไอ้หมอนี่มันไม่รักหนูแต่ยอมให้หนูตาย หนูก็จะได้ตัดใจจากมันไง อีกอย่างตาเองก็อยากพิสูจน์น้ำใจลูกผู้ชายของมันว่าจะรักหลานของตาขนาดไหน”“ขอบคุณคุณตามากนะคะ”“คราวนี้คงไม่ลังเลแล้วสิ” เสี่ยวิชัยพูดแบบนั้น ไพรหอมพยักหน้ารับ ทำให้ทุกคนเข้าใจเสี่ยใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะพันศึกที่นึกขอบคุณเสี่ยวิชัยเช่นกัน เพราะไพรหอมเองก็ยังลังเลว่าเขารักเธอจริงหรือเปล่า เหมือนเธอเองก็มีบางอย่างยังไม่มั่นใจในตัวเขา พอเสี่ยวิชัยจัดฉากนี้ขึ้นมาและพิสูจน์ถึงความจริงใจของเขาที่ยอมตายแทนเธอได้ ไพรหอมก็ไม่มีอะไรติดใจอีก เขาเองก็ได้พิสูจน์ให้เธอและทุกคนได้รู้ว่าเขารักเธอและจะดูแลเธอตลอดไป แม้แต่ชีวิตก็สละเพื่อเธอได้เสี่ยวิชัยยิ้มให้หลานสาว เพราะว่านจันทร์ผู้เป็นบุตรสาวเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างละเอียด เขาจึงอยากให้หลานสาวได้พิสูจน์จิตใจของสามี จะได้ไม่มีอะไรตะขิดตะขวงใจกันอีก และเขาก็อยากพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายและความรักที่พันศึกมีต่อหลานของเขาด้วย“หอมอยากเห็นหน้าลูก” เสียงของไพรหอมทำให้ทุกคนหัวเราะ เรื่องร้ายๆ ผ่านไปแล
“ไพรหอม!” พันศึกเองก็โดนกันเอาไว้จากคนของเสี่ยวิชัย“แค่เงินอย่างเดียวไม่ได้เว้ย เด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกมึงต้องกราบตีนกูก่อน” เสี่ยวิชัยพูดขึ้น ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องจัดการค้นตัว ไม่พบอาวุธ และเตะจนพันศึกและเพื่อนๆ คุกเข่าลงตรงหน้า“อาพันศึก”“กราบตีนกูก่อน ขอโทษกูด้วย พวกมึงนี่คอยกวนโอ๊ยกูตลอด” เสี่ยวิชัย เอาปลายกระบอกปืน ลูบไปตามใบหน้าของคู่แข่งทางธุรกิจ ก่อนจะตบด้วยปลายกระบอกปืน“โอ๊ยๆๆ” พันศึกและเพื่อนๆ ร้องด้วยความเจ็บ ก่อนจะเงยหน้ามองเสี่ยวิชัยอย่างเคียดแค้น“เกลียดกูก็เกลียดไป แต่พวกมึงต้องกราบตีนกู ถ้าไม่อยากให้นังนี่ตาย” เสี่ยวิชัยมองอย่างเหนือกว่า ยิ้มเยาะสะใจเป็นบ้า รอโอกาสนี้มานานแล้ว“ก็ได้ ถ้ามึงจะยอมปล่อยเมียกู” พันศึกยอมกราบเสี่ยวิชัย คนอื่นๆ จึงยอมด้วย“ไม่นะอาพันศึก จะแค้นอะไรกันนักหนา” ไพรหอมถามทั้งน้ำตา ปกติพันศึกเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเอามากๆ ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แต่เพราะเธอเขายอมถึงขนาดนี้เลยเหรอ“ทำให้หายแค้นไง” เสี่ยวิชัยตอบ ก่อนจะดึงร่างอวบไปนั่งบนเก้าอี้ และล็อกตัวเอาไว้ “ปิดตานังหนูนี่ซะหน่อยก็ดี อาจจะไม่อยากเห็นภาพหวาดกลัว” “ลำดับต่อไป เพื่อให้หายแค้
เขาช่างอบอุ่น อ่อนโยนและใจดี แต่สุดท้ายเธอก็แค่มโนเอาแค่นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริง เธอเห็นขุนพลขยี้หัวลูบหัวประภา กอดรัดอย่างรักใคร่ก็นึกอิจฉา และเพิ่งรู้ว่าทั้งประภาและประภพไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ท่านก็รักเหมือนลูกตัวเองการดูแลคุณเขมิกาเป็นสิ่งที่เธอมีความสุขที่สุด หลังจากนั้นก็เป็นการช่วยงานบ้านที่เธอทำ
มันอ่อนโยนกว่าครั้งแรก มือของเขานวดเฟ้นทรวงอกนุ่ม ได้ยินเสียงครางของเธอด้วยความรัญจวน เขาก็ตัดสินใจกระแทกสะโพกเข้าหาจนมิดเม้นไพรหอมกรีดร้องสุดเสียง เธอจิกเล็บกับแผ่นหลังของเขา ร่างกายหยัดขึ้นหาเขาโดยอัตโนมัติ ก่อนจะมองเขาตาโต ส่ายหน้าไปมา ได้แต่ถอยสะโพก ดันตัวไปด้านหลัง จนไปติดกับหัวเตียง เขารุกรา
“ถ้าเบื่อเมื่อไหร่ รีบบอกฉันนะคะ ฉันจะได้ไปซะให้ไกลๆ แล้วหนี้สินทั้งหมดเป็นอันหมดสิ้น” เธอเชิดคางพูดขึ้น หากจนมุม ทุกคนก็ต้องหันหน้าสู้ เธอเองก็เหมือนกัน การเป็นคนอ่อนแอไม่ได้ทำให้เธอมีชีวิตอยู่รอดได้ คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่รอดบนโลกอันโหดร้ายใบนี้“อยากปลดหนี้เร็วๆ ก็ปรนนิบัติฉันให้ดีสิ
จิตใจของเธอเลื่อนลอยและปวดหนึบไปหมดเธอคิดว่าขืนอยู่ที่นี่ต่อไป อาจจะโดนฆ่าหมกป่าตายแน่ๆ เพราะได้รับสายตาอาฆาตแค้นจากคนในหมู่บ้าน เธอนั่งเบียดไปกับประตูรถ มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่น่ารังเกียจตั้งแต่เด็กคือโดนล้อว่าแม่เป็นผู้หญิงหากิน เป็นนางบำเรอ เป็นเมียเก็บเสี่ย ท้องไม่มีพ่อทั้งแม่ทั้งลูก







