Se connecterเช้าวันถัดมา ม่านหน้าต่างที่ปลิวเบาๆยามที่ลมพัดเข้ามา แสงอาทิตย์ส่องกระทบกับแหวนที่อยู่บนนิ้วของเธอ ปลุกร่างบางให้ตื่นและมีอีกวงที่อยู่บนนิ้วของชายหนุ่มเช่นกัน มันคือแหวนคู่กัน เมื่อคืนเธอหลับไปด้วยความอ่อยเพลีย คงเป็นเขาที่สวมให้เธอ ร่างเปื่อยเปล่าของเธอที่อยู่ใต้ผ้าห่มหนา ตอนนี้มีแขนของใครคนหนึ่งพาดไว้ที่เอว ส่วนหัวของเธอก็หนุนแขนของเขาอีกข้าง ใบหน้างามยิ้มกว้างออกมาเมื่อรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช้ภาพลวงตา ชายในความฝันอันแสนยาวนางของเธอ ปรากฎตัวขึ้นในชีวิตจริง "อื้อ~ ที่รักจะรีบตื่นไปไหนกัน"เสียงทุ้มเอ่ยอู้อี้บอกหญิงสาว ก่อนจะดึงคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอด"คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ"คำสรรพนามที่ชายหนุ่มใช้ทำให้เธออดถามเขาอีกครั้งไม่ได้"ที่รักไง ผมเห็นคนสมัยนี้เรียกกันเยอะแยะ ยังมีอีกนะ ตัวเอง เบบี๋ อ้วน หมูของเค้า คุณอยากใช้คำไหนดี ผมให้ลูกน้องหาข้อมูลทำเป็นรายงานเชียว"ซูอันเพ่ยเอ่ยพลางจุมพิตไปที่หน้าผากเนียน และเรียวปากบาง"Morning Kiss (มอร์นิ่งคิส) ครับ""อย่าบอกว่านี่คุณก็ให้ลูกน้องหาข้อมูลทำเป็นรายงานมาด้วย"จ้าวอิงอิงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ"ก็ผมฝันนานกว่าคุณ อยู่ท
"ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ แล้วยังเรียกผู้ชายเข้าไปอีกเยอะแยะ ที่ผมบอกคุณจำไม่ได้เลยเหรอ"ซูอันเพ่ยบ่นหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ ถึงตอนนี้จะเข้าใจกันแล้วแต่ก็ไม่ลืมเรื่องก่อนหน้า"ก็ฉัน.....ฉัน....."จ้าวอิงอิงมีท่าทีอ้ำอึ่งไม่รู้จะตอบยังไง ตอนนั้นมันเมาจริงๆปฏิเสธไม่ได้ด้วยแต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไร ปากหนาที่มองเธอมากนานบรรจงจุมพิตที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ไล่มาที่แก้มสองข้าง ปากหนาประกบจูบที่ปากเรียวอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ความคิดถึงของเขามันท่วมท้นเหลือเกิน กลิ่นแอลกอฮอร์ชั้นดีคลุ้งทั่วทั้งปากของหญิงสาว กลิ่นยังไม่จางหายไปกลับถูกแทนด้วยลิ้นอุ่นของชายหนุ่ม ความหอมหวานของสุราที่เธอมอบให้ทำให้เขาชวนเคลิบเคลิ้ม จ้าวอิงอิงจูบตอบชายหนุ่มอย่างไม่ประสา นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ใจและนึกเอ็นดูเธอ ใบหน้าคมเลื่อนริมฝีปากมาที่ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมที่เขาชื่นชอบจนพอใจ ไม่ว่าตอนนี้หรือในความฝันนั้นกลิ่นของเธอก็ยังคงเป็นกลิ่นหอมเดิม กลิ่นหอมที่เขาชื่นชอบและเฝ้าโหยหา จ้าวอิงอิงหายใจถี่รัว มือหนาที่อยู่ไม่เป็นสุขเริ่มสอดเข้ามาในร่มผ้า หญิงสาวเคลิบเคลิ้มกับรสรักที่เขามอบให้กว่าจะรู้ตัว ร่างกาย
"น้องชาย นายหล่อมากจริงๆ"จ้าวอิงอิงจับใบหน้าคมขณะที่กำลังอุ้มเธออยู่ในอ้อมกอด เดินขึ้นไปชั้นสองของคฤหาสน์ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งโมโหเธอเข้าไปกว่าเดิม เมามายจนไม่ได้สติ จำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร หากว่าคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่เขาเธอจะเป็นยังไง เป็นผู้หญิงทำไมไม่ดูแลตัวเองให้ดี หรือพอกลับมาอยู่โลกนี้ก็ลืมคำพูดของเขาไปหมดแล้วเหรอตุบ!ซูอันเพ่ยวางเธอลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะถอดสูทตัวนอกของตัวเองออก ยืนเท้าเอวมองร่างเล็กด้วยสายตาผิดหวัง ท่าทีของชายหนุ่มเช่นนี้ ทำให้จูเฟิงเหยาที่เมาอยู่ มองเห็นเขาเป็นภาพซ้อนของคนผู้หนึ่งในชุดเกราะ ก่อนใบหน้างามจะมีน้ำใสไหลออกมาอย่างทนไม่ได้ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ทำให้นางใจกล้า "บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าท่านเป็นอะไรกับเขา ท่านเป็นอะไรกับเขา"จ้าวอิงอิงลุกจากเตียงกว้างเดินมาหาชายหนุ่ม มือเรียวจับเข้าที่คอเสื้อของชายหนุ่มอย่างหาเรื่อง จนร่างใหญ่ที่ไม่ทันตั้งตัวเดินเซถอยหลังไปล้มตัวที่โซฟาด้านหลัง ชายหนุ่มนั่งลงโดยมีหญิงสาวยืนคร่อมอยู่เหนือตัวเอง มืออีกข้างของเธอกำมัดแน่นข่มขู่เขาให้ตอบเธอ"เหมือนใคร!"ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาว "......"ร่างบางนิ่งไป ใบหน้างามเริ่มแปรเปล
กริ๊ง! กริ๊ง!เสียงแก้วชนกันเสียงดัง พร้อมกับเพลงที่ดังสนุกสนาน จ้าวอิงอิงกับหน่ายซินมาฉลองให้กับความสำเร็จ ที่หญิงสาวได้งานแรกในชีวิต เธอมั่นใจว่าที่ผ่านการสัมภาษณ์ในครั้งนี้เพราะความสามารถตัวเอง หน่ายซินแอบไปดูคะแนนการสัมภาษณ์มาให้แล้ว ไม่มีคะแนนของซูอันเพ่ย แต่เป็นคะแนนจากกรรมการอีกสามคน พบว่าคะแนนรวมเธอได้เป็นอันดับที่สอง มิใช่การให้แบบส่งๆแต่มีข้อความระบุว่าเธอชนะได้อย่างไร นั่นก็เท่ากับว่าช่วยล้างมนทิล หากมีใครว่าเธอเข้าไปเพราะเพื่อนเป็นหลานของเจ้าของบริษัท"เพื่อนของฉันเก่งที่สุด อ่าว~ชน!"หน่ายซินเอ่ยพลางชนแก้วกับหญิงสาว ทั้งสองดื่มกันมาสองชั่วโมงแล้ว แอลกอฮอร์ถึงแม้จะไม่มากแต่หากกินเข้าไปเยอะขนาดนี้ ก็ทำให้เมาได้เหมือนกับหญิงสาวทั้งสองคนตอนนี้ ภายในห้องส่วนตัวไม่มีคนอื่นมาด้วย บรรยากาศดูเหงาแปลกๆ"นี่อิงอิง เธอว่ามันดูเหงาไปไหม"หน่ายซินพูดด้วยน้ำเสียงเมามาย"ก็เรามีกันแค่นี้ เราคบกันอยู่สองคนไงเพื่อนรัก""ถ้างั้นต้องหาคนมาเพิ่มหน่อย""หาจากไหนเหรอ""ดูพี่ดีๆไอน้อง"แป๊ะๆหน่ายซินเอ่ยจบก็ตบมือสองที ประตูห้องถูกเปิดออกตามมาด้วยผู้ชายหน้าตาดี หน้าอกแน่น หน้าท้องเต็มไปด้วยมัดกล้
หนึ่งเดือนผ่านไปจ้างอิงอิงพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังเรียกสติตนเองได้ ในมือถือเอกสารข้อมูลส่วนตัว หลายวันก่อนเธอมายื่นข้อมูลสมัครงานเอาไว้อยากที่พูดไว้เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว เพียงไม่กี่วันก็ได้รับสายให้เธอเข้ามาสัมภาษณ์งาน พยัคฆ์เมฆากรุ๊ป เป็นบริษัทส่งออกเหล็กทุกชนิด เป็นบริษัทใหญ่ระดับต้นๆของประเทศ หากเธอได้ทำงานที่นี่อนาคตของเธอคงเติบโตได้ไกลและดีมากแน่ๆ"อิงอิงมาแล้วเหรอ"หน่ายซินในชุดพนักงานบริษัทแปลกตาไปจากทุกวัน เดินมารอเพื่อนสาวตั้งนานแล้วเข้ามาทักทาย"ซินซิน ฉันตื่นเต้น"จ้าวอิงอิงบอกเพื่อนสาว นี่คืองานแรกและเป็นการสัมภาษณ์งานครั้งในชีวิตของเธอ"ไม่ต้องห่วง คุณอาใจดีจะตาย"หน่ายซินเอ่ยปลอบเพื่อนสาวก่อนจะดึงมือเธอเข้าไปด้านใน ที่ชั้นสองของบริษัทบนจอทีวีใหญ่ ฉายภาพหญิงสาวที่เดินทางมาถึงบริษัทแล้ว ในมือหนาถือถ้วยชาเล็กๆแทนกาแฟที่คนอื่นชอบดื่ม"ท่านประธานได้เวลาแล้วค่ะ"เลขาหน้าห้องเข้ามาตามผู้เป็นนาย ถึงเธอจะแปลกใจที่เขาถึงขั้นสัมภาษณ์พนักงานตำแหน่งเล็กๆด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม อาจเพราะจ้าวอิงอิงคนนี้เป็นเพื่อนของคุณหน่ายซินก็ได้ ภายในห้องประชุมสัมภาษณ์งานจ้าวอิงอิงนั่
"คุณอา"หน่ายซินเดินเข้าไปทักทายชายผู้นั้นทันทีแต่สายตาคมหันมามองจ้าวอิงอิงที่ยืนอยู่กับที่ หญิงสาวเหม่อลอยไปชั่วขณะ บนโลกใบนี้มีคนที่เหมือนในความฝันขนาดนี้เลยเหรอ เขาคือแม่ทัพอันเพ่ยที่เพียงแค่ตัดผมสั้นเปลี่ยนลุคการแต่งตัว หรือเป็นเพียงแค่คุณอาของหน่ายซินกันแน่ "จ้างอิงอิง เธอเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมทำของตกแบบนี้"หน่ายซินเดินเข้ามาหาเพื่อนก่อนจะก้มลงเก็บกระเป๋าให้"โทษทีวันนี้เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ กระเป๋าเลยหลุดมือ"จ้างอิงอิงเอ่ยพลางรับกระเป๋าจากเพื่อนมา ก่อนจะถูกดึงตัวให้เดินไปที่หน้าชายหนุ่ม ร่างสูงมองคนตัวเล็กที่มีท่าทีประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา"ชื่อจ้าวอิงอิงอย่างนั้นเหรอ"เสียงทุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยถามหญิงสาว เธอพยักหน้างึกตอบเขาแทน "เหมือนมาก แม้แต่เสียงก็เหมือนมากๆ" หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจ ชายหนุ่มพยักหน้าตอบก่อนจะเดินนำเข้าไป ทั้งคู่ถูกพามาที่ห้องผู้บริหาร หญิงสาวรู้สึกเกร็งเล็กน้อย เขารู้ว่าเพื่อนสาวฐานะร่ำรวย แต่ก็ไม่เคยคลุกคลีกับที่บ้านของเพื่อนสาวเท่าไหร่ หญิงสาวเอาแต่จ้องใบหน้าคมที่กำลังสั่งงานลูกน้อง เพราะอยากดูให้ชัดๆว่าใช่เขาหรือไม่ แต่ก็พบว่าเขาเหมือนคนๆเดียวกันกับแม่ทัพอั
"เรื่อง.../ เมื่อคืน...."ทั้งคู่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน หลังบรรยากาศเงียบไปจนชวนอึดอัด"ข้าขอพูดก่อนเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางยกมือ ตอนนี้ในใจของนางร้อนรนเพราะกลัวว่าเขาจะคิดว่านางจ้องจะให้เขารับผิดชอบ ในยุคนี้หากได้ร่วมเตียงกันแล้วก็ต้องแต่งเข้าเรือนเท่านั้น จะเข้าไปเป็นฮูหยินหรืออนุค่อยว่ากันอีกที แต่ส
เช้าวันถัดมาแสงอาทิตย์ช่วงยามซื่อ ส่องลอดหน้าต่างเข้ามากระทบเปลือกตาหนาของซูอันเพ่ยที่หลับอยู่ มือหนายกขึ้นปิดตาตนเองก่อนจะค่อยๆขยี้ตาเบาๆ ร่างกายของเขาอ่อนเพลียเนื่องด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อคืน กว่าพิษร้ายนั้นจะหมดก็ปาเข้าปลายยามอิ่น เขารู้สึกสงสารหญิงสาวจับใจ พิษในกายของนางถูกถอนไปจนหมด
ชีวิตแม่ทัพใหญ่ต้องนำทัพออกศึกทุกคราอยู่แล้ว ทุกสนามรบ ทุกศึกสงคราม สามารถเอาชีวิตของเขาไปได้หรือแม้กระทั่งนอนหลับในเรือนก็ตาม บิดาของเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่สละชีพในสนามรบ คนที่จากไปเหลือเพียงเถ้ากระดูกส่งกลับจวน ส่วนคนที่ยังอยู่กลับเหมือนตายนับครั้งไม่ถ้วน เพราะความทรมานในใจที่เกิดขึ้น เขาจึงสัญญากั
"บอกนามของเจ้ามา"เสียงเข้มเอ่ยถาม ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตัวรีบเล็กทันที นี่ใช่หรือไม่ที่เขาเรียกกันว่าความน่าเกรงขามเปล่งออกมา ทำให้ผู้คนสยบราบคาบเพียงแค่ใช้สายตาและน้ำเสียง หญิงสาวยังคงเงียบหากบอกไปแล้วเขาคงตามสืบเรื่องของนางเป็นแน่ จนในที่สุดก็คงจะรู้ว่านางเป็นสตรีที่หนีการสมรสออกจากจวนตระกูลเจียง แ







