เข้าสู่ระบบ"เงินติดตัวสักเหรียญข้าก็มิมีให้หนีออกไป ชีวิตข้าอนาถขนาดนี้เชียวหรือ" นักศึกษาภาควิชาวัสดุ หลุดเข้าไปอยู่ในยุคจีนโบราณที่กำลังเกิดสงคราม ในร่างของ 'จูเฟิงเหยา' สตรีผู้ถูกลืม บ้า สติเลอะเลือน จึงถูกขังไว้ในจวนมิให้ออกไปไหน เนื่องด้วยเกรงว่าจะขายหน้า นางถูกมองว่าไร้ค่ายิ่งกว่าบ่าวรับใช้ในเรือนเสียอีก เข้าไปอยู่ในร่างได้เพียงสามวันก็จะถูกส่งตัวไปเป็นสนมคนที่ยี่สิบสามขององค์ชายบ้ากาม เพียงเพราะนางหน้าตางดงาม ทางเดียวที่นางทำได้คือหนีออกจากตระกูลซะ กลายเป็นคนเร่ร่อน ในโลกที่ไม่มีความเจริญการเอาตัวรอดอย่างเดียวที่คิดได้ตอนนั้นคือ หลบซ่อนอยู่ในโรงตีเหล็ก 'ซูอันเพ่ย' แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นกำลังประสบปัญหาเรื่องอาวุธ ดาบที่ทหารใช้ไร้ประสิทธิภาพจนเกือบพ่ายแพ้ศึกให้ศัตรู กำลังตามหาช่างฝีมือตีดาบ ผู้ใดจะคิดว่าวิชาความรู้ที่นางเรียนมา สามารถใช้ต่อรองกับเขาเพื่อมีชีวิตรอดต่อไปได้ "นางเป็นเพียงสตรีไร้ค่าท้ายจวนเท่านั้นขอรับท่านแม่ทัพ อ่านเขียนก็มิได้ คำพูดคำจาก็ฟังมิรู้เรื่อง" "หากนางไร้ค่า ไร้ความสามารถอย่างที่เขาล้ำลือ คงมิหนีออกจากเรือนตัวเปล่าเช่นนี้ แววตาของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ"
ดูเพิ่มเติมดวงจันทร์สีทองส่องสว่างทั่วท้องฟ้ายามราตรี รายล้อมไปด้วยดวงดาวเปร่งแสงระยิบระยับจนน่าหลงไหล ยามค่ำคืนที่เคยเงียบสงบวันนี้กลับครึ้มครื่นดูแปลกตาไป เห็นทีหมู่ดาววันนี้คงมีคู่แข่งคือโคมไฟ ที่ล่องลอยไปทั่วทั้งท้องนภาทำให้ผู้พบเห็นต่างตราตรึงในใจอย่างไม่อาจลืม
"ขอให้ฉันจงกลับไป ขอให้ฉันจงกลับไป ขอให้ฉันจงกลับไป" เสียงหวานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในมุมอับลับตาคน ร่างบางที่สวมทับเสื้อผ้าเก่าๆซ่อมซ่อ สูงราวร้อย 168 กว่าเซนติเมตรยืนกุมมืออธิฐานเมื่อโคมไฟในมือลอยไปบนท้องฟ้า ร่างบางหลับตาปรี่อย่างเอาจริงเอาจัง ในใจของนางร้อนรนจนออกมาทางสีหน้า ขนตางอนยาวค่อยๆขยับเผยให้เห็นดวงตาหวานสีน้ำตาล ในใจของนางเต้นรั่วจนแทบหยุดลมหายใจ "เหอะ! เหอะๆ" จูเฟิงเหยาส่งเสียงเยาะเย้ยตนเองออกมาในลำคอ แววตาผิดหวังทันทีที่ลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆจนเต็มตาแล้ว ใบหน้าของนางสิ้นหวังและบู้บี้จนแทบดูไม่ได้ "เหตุใดถึงยังอยู่ที่นี่อีก ฉันอยากกลับบ้าน" หญิงสาวร้องออกมาอย่างฝืนไม่อยู่ เสียงของนางดังขึ้นอย่างยอมรับความจริงไม่ได้ เมื่อหลายวันก่อนนางเกิดอุบัติเหตุจู่ๆก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้ หญิงบ้าที่ถูกกักขังในสวนท้ายจวน การแต่งตัวของคนที่นี้ คำพูดคำจาอีกทั้งการแต่งกายก็เหมือนกับหลุดมาจากซีรี่ส์จีนโบราณ นางแค่ขับรถจักยานยนชนฟุตบาตเบาๆเท่านั้น คงไม่ถึงกลับตายหรอกมั้ง ถึงอย่างนั้นหากตายก็ช่วยส่งไปเกิดใหม่มิได้หรือ ไม่ใช่เข้ามาอยู่ในร่างใครอื่นเช่นนี้ "เขามีแต่ตายแล้วได้ไปเกิดในอนาคต นี่ฉันดั้นย้อนมาในอดีตเหรอเนี้ย~" สถานที่ที่นางอยู่มีทางเข้าและทางออกที่เดียวและถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา หากรู้วิธีสะเดาะกลอนแล้วอย่างไร ในเมื่อหนีออกไปได้ก็ถูกผู้คุ้มกันหน้าประตูข้างนอกโยนเข้ามาอยู่ดี หญิงสาวมองกำแพงหินที่สูง 3 เมตรเหมือนอย่างกรงขังก็ถอนหายใจ ดีที่แห่งนี้ไม่มีผู้คนวุ่นวายมีเพียงนางแค่ผู้เดียวก็ดีมากหนัก อย่างน้อยกรงขังแห่งนี้กว้างขวางพอให้นางไม่เหงามากหนัก "นางบ้า ขนมไหว้พระจันทร์ของเจ้า" เสียงของบ่าวรับใช้บุรุษที่หน้าประตูส่งเสียงเรียกหญิงสาว ก่อนจะปิดเอาไว้เช่นเดิน ผู้คนทำเหมือนางนางเป็นตัวประหลาด ติดโรคร้ายมิกล้าเข้าใกล้ นางเป็นแค่สตรีสติเลอะเลือน มิได้จะทำร้ายใครสักหน่อย ความทรงจำของร่างนี้ไหลเข้ามาจนนางสลบไปสองวัน วันนี้ก็เข้าวันที่สามแล้ว หญิงสาวเดินไปเอาขนมไหว้พะรจันทร์ตรงประตู แก๊ก! เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งข้างหลังหญิงสาวขณะที่ก้มเอาขนมที่มาวางไว้ให้ ดวงตางามเบนสายไปมองผู้มามั้ย ในความทรงจำบอกไว้ว่าสตรีผู้นี้คือมารดาของนาง อนุคนสุดท้ายและมีฐานะต่ำสุดนาม 'เยียนถิง' นางเดินเข้ามาหาหญิงสาวด้วยท่าทีอ่อนโยนกว่าผู้อื่น สายตาเด็มไปด้วยความห่วงใยค่อยๆเข้ามาลูบหัวนาง จูเฟิงเหยามองตาปริบๆในขณะที่ปากก็กัดขนมไปเต็มปากคำใหญ่ สลบไปนานจนไม่ได้กินอะไรมาสองวันเต็ม ทำให้หิวโสเช่นนี้ "โถ่ว~ เหยาเออร์ลูกแม่ ไปนั่งทานดีๆเถิด" เยี่ยนถิงไม่เอ่ยเปล่าจับจูงดึงมือบุตรสาวให้เข้าไปนั่งในเรือน หญิงสาวเดินตามไปด้วยท่าทีงงงวยด้วยไม่รู้จะทำตัวเช่นไร ในปากและมือยังคงมีขนมไหว้พระจันทร์อยู่ หญิงสาวนิ่งเงียบมองดูมารดาของร่างนี้ ที่ไล่สายตามองเรือนที่รกร้าง สกปรกและเต็มไปด้วยฝุ่น "เจ้าลำบากมากเป็นแน่ สาวใช้บอกว่าเจ้าไม่แตะต้องอาการมาสองวันแล้ว กินขนมเยอะๆเถิด" 'ข้ามิได้ไม่อยากกิน ข้าสลบไปต่างหาก' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจตอบกลับไป "เรือนเจ้าสกปรกเช่นนี้ไว้วันหลังแม่จะมาทำความสะอาดให้นะลูก" เยี่ยนถิงเอ่ยไปน้ำตาคลอไปด้วยสงสารบุตรสาวตนเอง หญิงสาวเกิดจากมารดาที่เป็นอนุต่ำต้อยที่อดีตเคยเป็นบ่าวรับใช้ไม่พอ พอเกิดมาแล้วถึงแม้ใบหน้างดงามแต่สติกลับเลอะเลือน ทำได้เพียงซ้อนนางไว้ที่เรือนท้าจวน มิให้เป็นขี้ปากชาวบ้านให้ต้องอับอาบ เนื่องจากบิดาเป็นถึงขุนนางขั้นสามอยู่ในกรมกลาโหมนาม 'เจียงอันสือ' "......." 10 เหรียญภู่ทองแดง เท่ากับ 1 เหรียญภู่เงิน 100 เหรียญภู่เงิน เท่ากับ 1 เหรีญภู่ทอง 1 ไร่ เท่ากับ 1 หมู่ เท่ากับ 60 เฟิน .......... 1 เค่อ คือ15 นาที 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง 1 ชั่วยามมี 8 เค่อ 1วันมี 100 เค่อ 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น. ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น. ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น. ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น. ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น. ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น. ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น. ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น. ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น. ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น. ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น. ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น. วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว ——————————เช้าวันถัดมา ม่านหน้าต่างที่ปลิวเบาๆยามที่ลมพัดเข้ามา แสงอาทิตย์ส่องกระทบกับแหวนที่อยู่บนนิ้วของเธอ ปลุกร่างบางให้ตื่นและมีอีกวงที่อยู่บนนิ้วของชายหนุ่มเช่นกัน มันคือแหวนคู่กัน เมื่อคืนเธอหลับไปด้วยความอ่อยเพลีย คงเป็นเขาที่สวมให้เธอ ร่างเปื่อยเปล่าของเธอที่อยู่ใต้ผ้าห่มหนา ตอนนี้มีแขนของใครคนหนึ่งพาดไว้ที่เอว ส่วนหัวของเธอก็หนุนแขนของเขาอีกข้าง ใบหน้างามยิ้มกว้างออกมาเมื่อรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช้ภาพลวงตา ชายในความฝันอันแสนยาวนางของเธอ ปรากฎตัวขึ้นในชีวิตจริง "อื้อ~ ที่รักจะรีบตื่นไปไหนกัน"เสียงทุ้มเอ่ยอู้อี้บอกหญิงสาว ก่อนจะดึงคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอด"คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ"คำสรรพนามที่ชายหนุ่มใช้ทำให้เธออดถามเขาอีกครั้งไม่ได้"ที่รักไง ผมเห็นคนสมัยนี้เรียกกันเยอะแยะ ยังมีอีกนะ ตัวเอง เบบี๋ อ้วน หมูของเค้า คุณอยากใช้คำไหนดี ผมให้ลูกน้องหาข้อมูลทำเป็นรายงานเชียว"ซูอันเพ่ยเอ่ยพลางจุมพิตไปที่หน้าผากเนียน และเรียวปากบาง"Morning Kiss (มอร์นิ่งคิส) ครับ""อย่าบอกว่านี่คุณก็ให้ลูกน้องหาข้อมูลทำเป็นรายงานมาด้วย"จ้าวอิงอิงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ"ก็ผมฝันนานกว่าคุณ อยู่ท
"ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้ แล้วยังเรียกผู้ชายเข้าไปอีกเยอะแยะ ที่ผมบอกคุณจำไม่ได้เลยเหรอ"ซูอันเพ่ยบ่นหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ ถึงตอนนี้จะเข้าใจกันแล้วแต่ก็ไม่ลืมเรื่องก่อนหน้า"ก็ฉัน.....ฉัน....."จ้าวอิงอิงมีท่าทีอ้ำอึ่งไม่รู้จะตอบยังไง ตอนนั้นมันเมาจริงๆปฏิเสธไม่ได้ด้วยแต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไร ปากหนาที่มองเธอมากนานบรรจงจุมพิตที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ไล่มาที่แก้มสองข้าง ปากหนาประกบจูบที่ปากเรียวอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ความคิดถึงของเขามันท่วมท้นเหลือเกิน กลิ่นแอลกอฮอร์ชั้นดีคลุ้งทั่วทั้งปากของหญิงสาว กลิ่นยังไม่จางหายไปกลับถูกแทนด้วยลิ้นอุ่นของชายหนุ่ม ความหอมหวานของสุราที่เธอมอบให้ทำให้เขาชวนเคลิบเคลิ้ม จ้าวอิงอิงจูบตอบชายหนุ่มอย่างไม่ประสา นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ใจและนึกเอ็นดูเธอ ใบหน้าคมเลื่อนริมฝีปากมาที่ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมที่เขาชื่นชอบจนพอใจ ไม่ว่าตอนนี้หรือในความฝันนั้นกลิ่นของเธอก็ยังคงเป็นกลิ่นหอมเดิม กลิ่นหอมที่เขาชื่นชอบและเฝ้าโหยหา จ้าวอิงอิงหายใจถี่รัว มือหนาที่อยู่ไม่เป็นสุขเริ่มสอดเข้ามาในร่มผ้า หญิงสาวเคลิบเคลิ้มกับรสรักที่เขามอบให้กว่าจะรู้ตัว ร่างกาย
"น้องชาย นายหล่อมากจริงๆ"จ้าวอิงอิงจับใบหน้าคมขณะที่กำลังอุ้มเธออยู่ในอ้อมกอด เดินขึ้นไปชั้นสองของคฤหาสน์ ทำให้ชายหนุ่มยิ่งโมโหเธอเข้าไปกว่าเดิม เมามายจนไม่ได้สติ จำไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร หากว่าคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ตอนนี้ไม่ใช่เขาเธอจะเป็นยังไง เป็นผู้หญิงทำไมไม่ดูแลตัวเองให้ดี หรือพอกลับมาอยู่โลกนี้ก็ลืมคำพูดของเขาไปหมดแล้วเหรอตุบ!ซูอันเพ่ยวางเธอลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะถอดสูทตัวนอกของตัวเองออก ยืนเท้าเอวมองร่างเล็กด้วยสายตาผิดหวัง ท่าทีของชายหนุ่มเช่นนี้ ทำให้จูเฟิงเหยาที่เมาอยู่ มองเห็นเขาเป็นภาพซ้อนของคนผู้หนึ่งในชุดเกราะ ก่อนใบหน้างามจะมีน้ำใสไหลออกมาอย่างทนไม่ได้ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ทำให้นางใจกล้า "บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าท่านเป็นอะไรกับเขา ท่านเป็นอะไรกับเขา"จ้าวอิงอิงลุกจากเตียงกว้างเดินมาหาชายหนุ่ม มือเรียวจับเข้าที่คอเสื้อของชายหนุ่มอย่างหาเรื่อง จนร่างใหญ่ที่ไม่ทันตั้งตัวเดินเซถอยหลังไปล้มตัวที่โซฟาด้านหลัง ชายหนุ่มนั่งลงโดยมีหญิงสาวยืนคร่อมอยู่เหนือตัวเอง มืออีกข้างของเธอกำมัดแน่นข่มขู่เขาให้ตอบเธอ"เหมือนใคร!"ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาว "......"ร่างบางนิ่งไป ใบหน้างามเริ่มแปรเปล
กริ๊ง! กริ๊ง!เสียงแก้วชนกันเสียงดัง พร้อมกับเพลงที่ดังสนุกสนาน จ้าวอิงอิงกับหน่ายซินมาฉลองให้กับความสำเร็จ ที่หญิงสาวได้งานแรกในชีวิต เธอมั่นใจว่าที่ผ่านการสัมภาษณ์ในครั้งนี้เพราะความสามารถตัวเอง หน่ายซินแอบไปดูคะแนนการสัมภาษณ์มาให้แล้ว ไม่มีคะแนนของซูอันเพ่ย แต่เป็นคะแนนจากกรรมการอีกสามคน พบว่าคะแนนรวมเธอได้เป็นอันดับที่สอง มิใช่การให้แบบส่งๆแต่มีข้อความระบุว่าเธอชนะได้อย่างไร นั่นก็เท่ากับว่าช่วยล้างมนทิล หากมีใครว่าเธอเข้าไปเพราะเพื่อนเป็นหลานของเจ้าของบริษัท"เพื่อนของฉันเก่งที่สุด อ่าว~ชน!"หน่ายซินเอ่ยพลางชนแก้วกับหญิงสาว ทั้งสองดื่มกันมาสองชั่วโมงแล้ว แอลกอฮอร์ถึงแม้จะไม่มากแต่หากกินเข้าไปเยอะขนาดนี้ ก็ทำให้เมาได้เหมือนกับหญิงสาวทั้งสองคนตอนนี้ ภายในห้องส่วนตัวไม่มีคนอื่นมาด้วย บรรยากาศดูเหงาแปลกๆ"นี่อิงอิง เธอว่ามันดูเหงาไปไหม"หน่ายซินพูดด้วยน้ำเสียงเมามาย"ก็เรามีกันแค่นี้ เราคบกันอยู่สองคนไงเพื่อนรัก""ถ้างั้นต้องหาคนมาเพิ่มหน่อย""หาจากไหนเหรอ""ดูพี่ดีๆไอน้อง"แป๊ะๆหน่ายซินเอ่ยจบก็ตบมือสองที ประตูห้องถูกเปิดออกตามมาด้วยผู้ชายหน้าตาดี หน้าอกแน่น หน้าท้องเต็มไปด้วยมัดกล้
"เรื่อง.../ เมื่อคืน...."ทั้งคู่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน หลังบรรยากาศเงียบไปจนชวนอึดอัด"ข้าขอพูดก่อนเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางยกมือ ตอนนี้ในใจของนางร้อนรนเพราะกลัวว่าเขาจะคิดว่านางจ้องจะให้เขารับผิดชอบ ในยุคนี้หากได้ร่วมเตียงกันแล้วก็ต้องแต่งเข้าเรือนเท่านั้น จะเข้าไปเป็นฮูหยินหรืออนุค่อยว่ากันอีกที แต่ส
เช้าวันถัดมาแสงอาทิตย์ช่วงยามซื่อ ส่องลอดหน้าต่างเข้ามากระทบเปลือกตาหนาของซูอันเพ่ยที่หลับอยู่ มือหนายกขึ้นปิดตาตนเองก่อนจะค่อยๆขยี้ตาเบาๆ ร่างกายของเขาอ่อนเพลียเนื่องด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อคืน กว่าพิษร้ายนั้นจะหมดก็ปาเข้าปลายยามอิ่น เขารู้สึกสงสารหญิงสาวจับใจ พิษในกายของนางถูกถอนไปจนหมด
"นำน้ำแข็งมาให้ข้า!"ซูอันเพ่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะไปนั่งลงพิงพนังหน้าห้องอาบน้ำ ตอนนี้ร่างกายของเขาก็ทรมานเช่นกัน ดูเหมือนว่ายาจะออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว เช่นไรเขาเป็นบุรุษก็น่าจะทนได้มากกว่านาง แต่ความทรมานนี้กลับยิ่งรุนแรงขึ้นเลยๆ ไม่รู้เลยว่าตอนนี้นางจะทรมานมากเพียงใด"เฟิ่งเย่วเก่งกาจเรื่องพิษเจ
ชีวิตแม่ทัพใหญ่ต้องนำทัพออกศึกทุกคราอยู่แล้ว ทุกสนามรบ ทุกศึกสงคราม สามารถเอาชีวิตของเขาไปได้หรือแม้กระทั่งนอนหลับในเรือนก็ตาม บิดาของเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่สละชีพในสนามรบ คนที่จากไปเหลือเพียงเถ้ากระดูกส่งกลับจวน ส่วนคนที่ยังอยู่กลับเหมือนตายนับครั้งไม่ถ้วน เพราะความทรมานในใจที่เกิดขึ้น เขาจึงสัญญากั


















ความคิดเห็น