Masukณ เมืองอี้โจว
บ้านตระกูลเฉิน กลิ่นหอมกรุ่นจากกำยานหอมที่ถูกจุดขึ้นภายในห้องนอนอันมีร่างไร้วิญญาณของอดีตขุนพลหนุ่มแห่งต้าถัง นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงนอนมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว นับตั้งแต่ลมหายใจที่หลุดลอยไปเมื่อครั้งเสวียนจงฮ่องเต้มาเยือนและสั่งให้ขุนพลหนุ่มคร่าชีวิตตัวเองเพื่อสังเวยความผิด ชีวิตต้องชดใช้เมื่อกระทำความผิด เมื่อแลกแล้วด้วยชีวิตสิ่งที่ได้กลับมาคือ หมดสิ้นแล้วบุญคุณนี้ที่มีต่อกัน ใบหน้าหล่อเหลาขาวซีดราวกระดาษ ซากศพที่นอนสงบนิ่งโดยไร้สิ้นลมหายใจ นอกจากไม่เน่าเปื่อยย่อยสลายส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงด้วยผลของการกลืนรากทารกสวรรค์ก่อนสิ้นลม แม้จะไม่สามารถช่วยชีวิตให้รอดตายขึ้นมาได้ แต่สามารถรักษาสภาพของศพให้ดำรงคงอยู่ต่อไปเช่นนี้ตราบชั่วกาล เป็นสุดยอดความลับอย่างหนึ่งของสมุนไพรวิเศษที่ไม่มีใครล่วงรู้แม้กระทั่งจ้าวเทียนอี้ก็เช่นกัน ฮุ่ยคังยืนมองร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นนายด้วยดวงตาที่แสนเศร้าสร้อย เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่พ่อบ้านคนซื่อคอยดูแลและรักษาสภาพศพนายท่านของตนมาโดยตพระราชวังต้าหมิงกงห้องเตรียมพระประสูติกาล “พระโอรส!” หมอหลวงชูทารกเพศชายตัวใหญ่ไม่แพ้คนแรกให้องค์กุ้ยเฟยได้ทอดพระเนตร ท่ามกลางสายตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติที่ได้ให้กำเนิดสายเลือดตระกูลจ้าวได้ถึงสองคน “ลูกแม่! ลูกรักของแม่!” ลี่เซียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเป็นยิ่งนัก ด้วยเพราะเสียโลหิตจากการคลอดฝาแฝดถึงสองคนจนทำให้อ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าสวยซีดเซียวและอ่อนเพลียอย่างยิ่งยวด ก่อนจะสิ้นสติไปทันใด ท่ามกลางการเฝ้าระวังของเหล่าหมอหลวงที่เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา “พระนางสลบไปแล้ว เร็วเข้าตรวจชีพจร” หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยสั่งการหมอหญิงทันใด ก่อนจะได้ยินหมอหญิงตอบกลับมา “ชีพจรของพระนางเต้นอ่อนมากเลยเจ้าค่ะ” หัวหน้าหมอหลวงนิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ทรงประสูติพระโอรสติดๆ กันถึงสองพระองค์ เสียพระโลหิตมากมายยิ่งนัก อีกทั้งพระโอรสฝาแฝดก็ทรงแข็งแรงสมบูรณ์อย่างยิ่งยวด ทำให้พระนางมีพระอาการตกเลือดเป็นแน่ เร็วเข้ารีบนำสมุนไพรสำหรับขั
ณ เมืองอี้โจวบ้านตระกูลเฉิน กลิ่นหอมกรุ่นจากกำยานหอมที่ถูกจุดขึ้นภายในห้องนอนอันมีร่างไร้วิญญาณของอดีตขุนพลหนุ่มแห่งต้าถัง นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงนอนมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว นับตั้งแต่ลมหายใจที่หลุดลอยไปเมื่อครั้งเสวียนจงฮ่องเต้มาเยือนและสั่งให้ขุนพลหนุ่มคร่าชีวิตตัวเองเพื่อสังเวยความผิด ชีวิตต้องชดใช้เมื่อกระทำความผิด เมื่อแลกแล้วด้วยชีวิตสิ่งที่ได้กลับมาคือ หมดสิ้นแล้วบุญคุณนี้ที่มีต่อกัน ใบหน้าหล่อเหลาขาวซีดราวกระดาษ ซากศพที่นอนสงบนิ่งโดยไร้สิ้นลมหายใจ นอกจากไม่เน่าเปื่อยย่อยสลายส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงด้วยผลของการกลืนรากทารกสวรรค์ก่อนสิ้นลม แม้จะไม่สามารถช่วยชีวิตให้รอดตายขึ้นมาได้ แต่สามารถรักษาสภาพของศพให้ดำรงคงอยู่ต่อไปเช่นนี้ตราบชั่วกาล เป็นสุดยอดความลับอย่างหนึ่งของสมุนไพรวิเศษที่ไม่มีใครล่วงรู้แม้กระทั่งจ้าวเทียนอี้ก็เช่นกัน ฮุ่ยคังยืนมองร่างไร้วิญญาณของผู้เป็นนายด้วยดวงตาที่แสนเศร้าสร้อย เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่พ่อบ้านคนซื่อคอยดูแลและรักษาสภาพศพนายท่านของตนมาโดยต
ห้องเตรียมพระประสูติกาล ภายในพระตำหนักจินหลง “กรี๊ดดดด!!!” เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจนสุดเสียง “อุแว้! อุแว้! อุแว้!” เสียงของทารกแรกเกิดแผดดังขึ้นตามมาติดๆ ทารกตัวน้อยขนาดใหญ่ ผิวขาวอมชมพู ปากแดงจัด ตะเบ็งเสียงร้องออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง หมอหลวงต่างส่งเสียงออกมาพร้อมกันด้วยความดีใจกันถ้วนหน้า “พระโอรสพ่ะย่ะค่ะ... องค์กุ้ยเฟย” หัวหน้าหมอหลวงเอ่ยพร้อมยกพระโอรสตัวใหญ่มหึมาให้โฉมงามได้ชื่นชม “ลูกชายของข้า! ในที่สุดข้าก็ได้ลูกชายให้ท่านพี่แล้ว... อะ... โอ๊ยย...” ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวไปมาทันที เมื่ออาการเจ็บปวดแปลบพลันบังเกิดขึ้นอีกครา “เหล่าหมอหลวงรีบตรงเข้าไปช่วยตรวจพระอาการทันใด พร้อมเสียงแห่งความตื่นเต้นเอ่ยขึ้น “ยังมีอีกคน! องค์กุ้ยเฟยพระครรภ์แฝด!! รีบไปรายงานฝ่าบาทเร็วเข้า” หัวหน้าหมอหลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างยิ่งยวด พร้อมส่งสัญญาณให้หมอหลวงที่เป็นหญิงรีบเข้ามาดูแลและเริ่มต้นทำคลอดอีกครั้ง ในขณะเดียวกันทางด้านนอกพระต
พระตำหนักจินหลง ม้วนไม่ไผ่สลักด้วยอักขระโบราณบนแผ่นไม้ดังกล่าว ร้อยด้วยเชือกที่ทำจากหนังวัวม้วนไว้อย่างเป็นระเบียบผูกด้วยเส้นไหมสีทองถูกนำมาวางลงตรงหน้าของโฉมงามบนโต๊ะทรงงานของเสวียนจงฮ่องเต้ พระหัตถ์หนาค่อยๆ คลี่ม้วนไม่ไผ่ดังกล่าว ซึ่งมันคือหนังสือหรือตำราในสมัยยุคโบราณก่อนที่จะมีการคิดค้นการทำกระดาษขึ้นมาแทนการใช้ไม้ไผ่หรือวัสดุที่สามารถจารึกตัวอักษรลงไปได้ ดวงตาคู่สวยมองคัมภีร์จากสวรรค์ซึ่งอุดมไปด้วยคุณวิเศษแก่แผ่นดินมากมายอย่างยิ่งยวด ทว่าเบื้องบนลิขิตให้ผู้ครอบครองดูแลรักษาคัมภีร์นี้คือจ้าวเทียนอี้ สามีอันเป็นที่รักของนางเพียงหนึ่งเดียวที่จะมีชีวิตเป็นอมตะเท่านั้น ก่อนจะได้ยินเสียงของเสวียนจงฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งกับโฉมงาม “นี่ก็คือคัมภีร์อมตะ... เจ้าลองพิจารณาสิว่าสามารถอ่านอักขระที่จารึกลงบนแผ่นไม้ไผ่นี้ได้หรือไม่” พระองค์รับสั่งถามพลางทอดพระเนตรใบหน้าแสนสวยที่กำลังมองคัมภีร์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกดีใจอย่างยิ่งยวดที่มีโอกาสได้เห็นอีกครั้งหลังจากได้เห็นเป็นครั้งแรกเมื่อปีก่อน ครั้งที่เทียนอี้สามีของนางได้เก็บคัมภีร์นี้ซ่อนไว้
สี่เดือนผ่านไปพระตำหนักไป๋เฟิ่ง จางลี่เซียนในเวลานี้กำลังนั่งอ่านหนังสือโบราณอยู่ภายในหอหนังสือตะวันออก ร่างอรชรของโฉมงามซึ่งอายุครรภ์จริงเลยกำหนดคลอดมานานร่วมเดือน จนตอนนี้ลูกน้อยในท้องมีอายุสิบเดือนเศษๆ ในขณะที่ภายในวังหลวงล่วงรู้ว่าจางกุ้ยเฟยอายุครรภ์ครบเก้าเดือนแล้วและเลยกำหนดคลอดมาพอสมควรไม่มีทีท่าว่าจะมีพระประสูติกาลแต่อย่างใด เหตุการณ์เมื่อครั้งเว่ยฮองเฮามีพระประสูติกาลก่อนหน้านั้น ทำให้บรรดาหมอหลวงและกองงานพระราชวังเตรียมความพร้อมสำหรับการมีพระประสูติกาลของจางกุ้ยเฟยเอาไว้อย่างพร้อมเพรียงตามคำพระบัญชาขององค์ฮ่องเต้ ด้วยพระองค์ทรงเป็นกังวลการมีพระประสูติกาลของกุ้ยเฟยคนงามเป็นยิ่งนัก ด้วยเกรงว่าจะทรงมีอันตรายจนถึงแก่พระชนม์ชีพดั่งเช่นเว่ยฮองเฮาประสบ และยิ่งเลยกำหนดคลอดมานานกว่าครึ่งเดือนเช่นนี้ทำให้เสวียนจงฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงและเป็นกังวลหนักมากขึ้นไปกว่าเดิม คอยประทับอยู่ใกล้ๆ กุ้ยเฟยคนงามไม่ห่างทั้งทิวาและราตรีเพื่อคอยเฝ้าดูแลมิให้นางคลาดสายพระเนตรไปได้เลย “ทำ
พระตำหนักไป๋เฟิ่ง ร่างงามที่บัดนี้กำลังอุ้ยอ้ายด้วยกำลังตั้งครรภ์จริงเข้าสู่เดือนที่หก หน้าท้องที่เคยแบนราบบัดนี้ยื่นออกมา มิหนำซ้ำครรภ์ของนางมีขนาดใหญ่กว่าปกติ จนหลายต่อหลายคนตั้งสังเกตว่ากุ้ยเฟยคนงามอาจจะตั้งพระครรภ์แฝดเข้าให้เสียแล้ว ตำราเล่มเขื่องอยู่ในมือเรียวสวย และเป็นตำราที่เขียนด้วยตัว หนังสือโบราณที่ไม่สามารถมีผู้ใดอ่านออกได้ แต่ลี่เซียนสามารถอ่านอักขระโบราณนั้นได้ทุกตัว ด้วยเพราะได้กำไลหยกที่สวมใส่ติดข้อมือของนางช่วยทำให้อ่านตำราโบราณได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่นำหนังสือโบราณสัมผัสกับกำไลหยกหลังจากนั้นก็สามารถอ่านตำราที่เขียนด้วยภาษาโบราณได้ทันที เป็นสิ่งที่เซียนหนุ่มเพิ่งเปิดเผยให้ลี่เซียนล่วงรู้ และนางเฝ้ารอคอยโอกาสที่จะนำคัมภีร์อมตะกลับคืนมาให้ได้ ในเมื่อเสวียนจงฮ่องเต้กำลังครอบครองคัมภีร์อยู่ในขณะนี้ นางจะต้องหาวิธีทำให้พระองค์มอบคัมภีร์อมตะมาให้นางโดยไม่ต้องลังเลแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเอง ประตูห้องบรรทมก็เปิดออกกว้างพร้อมการปรากฏพระวรกายขององค์ฮ่องเต้ ซึ่งมีสีพระพักตร์ไม่ดีเอาเสียแล้ว ทันทีที่ทรงทอด พระเนตรโ







