Masukเมื่อหยวนซีต้าเกอข้างบ้านคือรักแรก คู่แข่งคือหญิงสาวที่แสนเรียบร้อย หลี่ลี่อิงจึงต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นกุลสตรีที่เพรียบพร้อม แต่ไม่ว่าอย่างไร 'หานหลิงหลิง' ที่มีกิริยาอ่อนช้อยกว่ากำลังนำอยู่หนึ่งก้าว นางจึงต้องงัดสารพัดวิธีมาออดอ้อนขอความรัก แม้จะต้องปลอมเป็นบุรุษเข้าไปร่วมเสี่ยงภัยด้วยกันกับเขาก็ตาม "ข้าจะทำทุกอย่างให้ 'ต้าเกอ' กลายเป็น 'เหล่ากง' ให้จงได้" วีรกรรมอ้อนขอความรักของดรุณีน้อยนามหลี่ลี่อิงจะเป็นเช่นไร ต้องตามลุ้นใน "ดรุณีน้อยอ้อนรัก"
Lihat lebih banyakบ้านสกุลเยี่ยที่อยู่ติดกันกำลังจัดงานเลี้ยงดื่มน้ำชาเล็กๆ ที่สวนหลังบ้าน หลี่ลี่อิงติดตามบิดาของตนไปด้วยความตื่นเต้น หมายจะเจอหน้าเยี่ยหยวนซีพี่ชายข้างบ้านที่แสนอ่อนโยน
“พี่หยวนซี” หลี่ลี่อิงร้องเรียกเขาเสียงดังเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดินตรงมาต้อนรับ
“สำรวมหน่อยลี่อิง นี่ไม่ใช่บ้านของเรา” หลี่หลงบอกแก่บุตรสาววัยสิบหนาวที่ตื่นเต้นทุกครั้งยามพบกับพี่ชายวัยสิบหกหนาวข้างบ้าน
“เชิญท่านอาไปที่ศาลาริมน้ำด้านนั้น ท่านพ่อและท่านลุงหานรอท่านอยู่” หนุ่มน้อยวัยสิบหกหนาวพูดด้วยความสุภาพ แล้วหันไปยิ้มให้กับเด็กหญิงตัวน้อย
“พี่หยวนซี ข้าอยากให้ท่านพาไปชมปลาที่สระอีกได้หรือไม่” หลี่ลี่อิงบอกด้วยน้ำเสียงที่สดใส
“ได้สิ แต่ว่าต้องรออีกสักครู่ เจ้าไปนั่งกินขนมกับท่านอาก่อน หากข้าทำธุระเสร็จแล้วจะเรียกเจ้าให้ไปดูปลาด้วยกันดีไหม”
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะรอนะเจ้าคะ” หญิงสาวตัวน้อยบอกด้วยน้ำเสียงที่เจื้อยแจ้วแล้วยอมเดินไปกับบิดาแต่โดยดี
หลี่ลี่อิงมาเที่ยวเล่นที่นี่อยู่บ่อยครั้ง ตระกูลหลี่ ตระกูลเยี่ยและตระกูลหาน ทั้งสามตระกูลใหญ่ในเมืองต้าถงเป็นมิตรต่อกันและมีการพูดคุยอยู่บ่อยครั้งถึงเรื่องการหมั้นหมายลูกสาวของสองตระกูลให้แก่บ้านสกุลเยี่ยที่มีลูกชายเพียงคนเดียว ซึ่งเด็กน้อยนั้นคาดหวังว่าผู้ที่ถูกเลือกนั้นจะเป็นตัวเอง
หานหลิงหลิง หรือที่บิดานางเรียกว่าหลิงเอ๋อร์ เป็นเด็กสาววัยสิบสามหนาวที่ดูเรียบร้อยและเก่งงานบ้านงานเรือน อีกสองปีนางก็จะเข้าสู่พิธีปักปิ่นและสามารถออกเรือนได้แล้วจึงทำให้เด็กน้อยอย่างหลี่ลี่อิงอดที่จะกังวลไม่ได้
“คารวะท่านลุงเยี่ย คารวะท่านลุงหาน” เด็กน้อยย่อตัวคารวะด้วยท่าทีที่สุภาพและอ่อนน้อม แต่หากเทียบกับกิริยาอันอ่อนช้อยที่หานหลิงหลิงลุกขึ้นคารวะบิดาของตนก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดในใจไม่ได้
“คารวะท่านอาหลี่” หานหลิงหลิงพูดเสียงเบา ท่าทีอ่อนช้อยจนเด็กหญิงรู้สึกหมั่นไส้
“ตอนนี้หลิงเอ๋อร์กำลังเรียนดีดพิณ ฝีมือพอใช้ได้ทีเดียว ครั้งหน้าข้าจะให้นางบรรเลงให้ฟัง” หานชิงเทียนพูดชมบุตรสาวแก่สหายทั้งสอง
“แล้วลี่อิงเล่า เจ้าทำอะไรได้แล้วบ้าง” เยี่ยฟู่ตงถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเอ็นดู
“ยังไม่ได้เรียนเลยเจ้าค่ะ ข้าชอบการต่อสู้มากกว่า” หลี่ลี่อิงตอบอย่างฉะฉานเรียกเสียงหัวเราะให้แก่ผู้ใหญ่ทั้งสามเป็นอย่างมาก
“อยู่ในสำนักคุ้มกันกับบิดาเจ้า เจ้าก็คงคุ้นเคยแต่กับเรื่องนี้สินะ”
“เจ้าค่ะท่านลุงเยี่ย ข้าอยากเก่งอย่างท่านพ่อจะได้คุ้มกันสินค้าไปต่างเมืองได้” หลี่ลี่อิงตอบแล้วยิ้มกว้าง จริงๆ แล้วเพราะเยี่ยหยวนซีไปฝึกปรือวิชาต่อสู้กับบิดาของนางอยู่บ่อยครั้ง นางจึงชอบนั่งดูเขาต่างหาก
“เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง ต้องเรียนงานบ้านงานเรือนมิใช่หรือ หากเจ้าไม่รังเกียจข้าจะช่วยสอนให้” หานหลิงหลิงบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเอ็นดู
“ใช่ เป็นเด็กผู้หญิงต้องเรียนงานบ้านงานเรือนถึงจะถูก” หานชิงเทียนพูดขึ้นมา ภูมิใจในตัวบุตรสาวที่เพียบพร้อม ในขณะที่หลี่หลงมองลูกสาวตัวน้อยด้วยความกังวล
บ้านสกุลหลี่เปิดสำนักคุ้มกัน คนในบ้านส่วนใหญ่จึงมีแต่ผู้ชาย อีกทั้งหลี่ลี่อิงก็ดูไม่สนใจงานบ้านงานเรือนเลยสักนิด ร่ำร้องแต่จะฝึกวิชาการต่อสู้จนเขาเองก็เหนื่อยใจ
เยี่ยหยวนซีเดินเข้ามาแล้วส่งยิ้มให้กับเด็กน้อย แล้วหันไปสบตากับหานหลิงหลิงที่นั่งก้มหน้าเอียงอายอยู่ข้างบิดา เขาเองก็พึงใจในความอ่อนหวานของเด็กสาวอยู่ไม่น้อย แต่นางยังเด็กเกินที่เขาจะแสดงความรู้สึกด้วย
แม้รู้อยู่ว่าบิดานั้นหมายจะให้เด็กสาวมาเป็นสะใภ้และตนเองก็พึงพอใจตัวหานหลิงหลิงมากแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ได้ทำตามความฝันของตนก็ยังไม่อยากออกเรือนไปในช่วงเวลานี้
“พี่หยวนซี ท่านเสร็จธุระหรือยัง” หลี่ลี่อิงถามด้วยความตื่นเต้น
“ท่านอา ข้าขอพาลี่อิงไปชมปลาในสระทางด้านนั้นได้หรือไม่” เขาขออนุญาตจากหลี่หลงด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
หลี่หลงพยักหน้าอนุญาตแล้วหันไปบอกบุตรีตัวน้อย “ไปสิลี่อิง”
“พาหลิงเอ๋อร์ไปด้วยสิ” หานชิงเทียนบอกแก่เด็กหนุ่ม
“หลิงหลิงเจ้าอยากไปหรือไม่” เยี่ยหยวนซีหันไปถามนางตามมารยาท
“เจ้าค่ะ” เด็กสาวตอบด้วยท่าทีงดงาม แล้วลุกขึ้นเดินตามทั้งคู่ไปยังสระน้ำที่อยู่ใกล้ๆ
“พี่หยวนซี พรุ่งนี้ท่านจะไปฝึกวิชาหมัดที่สำนักคุ้มกันหรือไม่” เด็กหญิงถามแล้วจูงมือกับพี่ชายใจดีเดินไปด้วยกันโดยมีหานหลิงหลิงเดินตามมา
“ไปสิ แต่ข้าเริ่มฝึกดาบแล้วนะ มันอันตราย เจ้าไม่ต้องตามไปดูหรอก” เขาพูดแล้วหันไปดูหานหลิงหลิงที่เดินตามมาแล้วยิ้มให้แก่นาง
“แต่ข้าชอบดูท่านฝึกวิชาป้องกันตัว ข้าเองก็อยากฝึกบ้าง”
“เจ้าเก่งแล้ว คราก่อนก็ต่อยลูกของหัวหน้าเฉินจนเลือดกำเดาไหลเลยไม่ใช่หรือ” เขาหมายถึงคนของสำนักที่เป็นหัวหน้าขบวนคุ้มกัน
“ระหว่างให้ข้าเก่งหมัดมวยกับเก่งงานบ้านงานเรือน พี่หยวนซีชอบให้ข้าเป็นแบบไหนมากกว่า” หลี่ลี่อิงถามอย่างใคร่รู้
“ข้าชอบที่เจ้าเก่งหมัดมวย จะได้ไม่มีใครมารังแกเจ้าได้ เวลาที่ข้าได้ยินวีรกรรมของเจ้าจากท่านอาหลี่ ข้ารู้สึกเอ็นดูเหลือเกิน” เยี่ยหยวนซีพูดชมนางเพื่อเอาใจเด็กหญิง แต่หารู้ไม่ว่ามันทำให้หลี่ลี่อิงฝังใจว่าเขาชอบสตรีที่แข็งแกร่งมากกว่าสตรีที่อ่อนแออย่างหานหลิงหลิง
ในขณะที่เด็กหนุ่มหันหลังกลับไปมองเด็กสาวที่เดินตามหลังมาเป็นระยะ แล้วส่งสายตาห่วงใยให้จนหานหลิงหลิงแก้มแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
**********************
เยี่ยฟู่ตงเป็นคหบดีค้าข้าวที่มีชื่อเสียงในเมืองต้าถง บางครั้งต้องเดินทางไปค้าข้าวยังต่างเมืองจึงต้องว่าจ้างสำนักคุ้มกันของสกุลหลี่อยู่บ่อยครั้ง เขาจึงจำเป็นต้องเรียนวิชาป้องกันตัว เพื่อที่เขาจะสานต่อกิจการจากบิดาและอยากกำจัดกลุ่มโจรป่าที่สังหารปู่ของตนเมื่อสามปีที่แล้วขณะเดินทางไปยังเมืองจี้เฉิน
ตอนนี้เยี่ยหยวนซีกำลังฝึกการใช้ดาบ หลี่ลี่อิงนั่งดูเขาด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข ท่วงท่ารำดาบพื้นฐานของเขานั้นดูอย่างไรก็ยังไม่เข้าขั้น แต่ในสายตาของเด็กสาวมันช่างเป็นท่วงท่าที่งดงามเหลือเกิน
“คุณหนู นายหญิงให้มาเรียกเจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงหญิงรับใช้คนสนิทมาตามเด็กน้อยไปเรียนงานบ้าน
“ข้าไม่ไป” เด็กหญิงปฏิเสธเสียงแข็ง
“คุณหนูไปเถิดนะเจ้าคะ ครั้งนี้นายหญิงบอกว่าหากไม่ไปจะมาตามด้วยตนเอง แล้วจะกักบริเวณคุณหนูด้วย”
หลี่ลี่อิงทำหน้ามุ่ย มองพี่ชายข้างบ้านที่ฝึกซ้อมอย่างตั้งใจ ไม่อยากออกไปจากตรงนี้เลย
“ข้าไม่อยากเรียนงานบ้านนี่ พี่หยวนซีไม่ชอบผู้หญิงอ่อนแอ”
เสี่ยวชิงดูออกว่าเด็กหญิงมีใจให้กับเยี่ยหยวนซี จึงออกอุบายหลอกล่อให้ยอมตามกลับไปที่เรือนใหญ่
“แต่หากหญิงสาวผู้นั้นเก่งทั้งการต่อสู้และเก่งงานบ้านไปด้วย คุณหนูว่าคุณหนูจะได้เปรียบคนอื่นหรือไม่เจ้าคะ คิดดูนะเจ้าคะหากคุณชายเยี่ยชอบคนที่ต่อสู้เก่ง แต่นายท่านเยี่ยอยากได้สะใภ้ที่เก่งงานบ้านงานเรือน อย่างไรคุณชายเยี่ยก็ต้องเชื่อฟังบิดาแน่”
“ไม่ต้องมาหลอกล่อข้าหรอกเสี่ยวชิง ข้าไม่หลงกลเจ้า” หลี่ลี่อิงบอกอย่างรู้ทัน แต่ในใจก็แอบเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย
“คุณหนูอายุยังน้อยนัก ยังไม่รู้หรอกเจ้าค่ะว่าโลกของผู้ใหญ่ การเชื่อฟังบิดามารดานั้นเป็นเรื่องใหญ่ รักใครชอบใครหากบิดามารดาไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ไม่มีวันสมหวังหรอกเจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงพยายามพูดให้คุณหนูของตนเปลี่ยนใจ
เด็กหญิงหันกลับมามองที่หญิงรับใช้คนสนิทแล้วส่ายหัวปฏิเสธอย่างแน่วแน่ เพราะยึดคำพูดของเยี่ยหยวนซีเท่านั้น อีกทั้งยังเด็กจึงมีความคิดที่ต่อต้าน คิดว่าเสี่ยวชิงแค่พูดหว่านล้อมตนเองเท่านั้นจึงปฏิเสธออกไป “เจ้ากลับไปบอกท่านแม่ หากจะกักบริเวณข้า ข้าก็จะอดข้าวให้ตายไปเลย”
“คุณหนู” เสี่ยวชิงเรียกด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะเดินกลับไปรายงานนายหญิงของตนด้วยความผิดหวัง
**********************
หกปีผ่านไปบัดนี้สำนักคุ้มกันสกุลหลี่นั้นมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากภายใต้การดูแลของเยี่ยหยวนซีและเยี่ยลี่อิงที่ช่วยกันทำให้สำนักนั้นเจริญรุ่งเรืองไป พร้อมๆ กับการค้าขายของสกุลเยี่ยที่มีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันกับต่างเมืองโดยมีสำนักคุ้มกันสกุลหลี่เป็นผู้นำส่งสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจสองสามีภรรยากำลังนั่งอยู่ในสวนบ้านสกุลหลี่ เพราะเยี่ยลี่อิงมักจะพาลูกๆ ตามสามีมาดูแลที่สำนักอยู่เสมอ“ท่านพ่อท่านแม่ ลูกอยากเล่นต่อสู้ดาบไม้เช่นเดียวกับต้าเกอ” เด็กหญิงวัยสามขวบวิ่งเข้ามาฟ้องบุพการีของตน ครั้นพี่ชายไม่ให้ตนเล่นด้วย“หนิงเอ๋อร์เจ้าจะทำเช่นนั้นเหมือนกับต้าเกอได้เช่นไรเล่า” เยี่ยหยวนซีดุบุตรีเบาๆ ไม่อยากให้นางเล่นเยี่ยงเด็กผู้ชาย“ท่านพี่ ปล่อยให้ลูกได้ทำตามที่อยากทำเถิด” เยี่ยลี่อิงบอกแก่สามีแล้วหันไปยิ้มด้วยความอ่อนโยนกับเด็กหญิงตัวน้อย“ไปเล่นกับต้าเกอของเจ้าเถิด” นางพูดเอาใจบุตรีคนเล็กที่อยากเล่นกับพี่ชายของตน“ต้าเกอ ท่านแม่อนุญาตให้ข้าเล่นดาบไม้กับท่านแล้ว” เด็กหญิงวิ่งไปหาพี่ชาย ร้องตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“เทียนหมิง เจ้าเบามือกับหนิงเอ๋อร์ด้วย” ผู้เป็นมารดาร้องบอกแล้ว
เยี่ยลี่อิงตื่นมาด้วยอาการเวียนศีรษะในตอนเช้า นางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเหมือนจะล้มลงทำให้เยี่ยหยวนซีต้องรีบรับตัวภรรยาเอาไว้“ฮูหยินเจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่”“ข้าเวียนหัวนิดหน่อย เมื่อคืนคงจะพักผ่อนน้อย คงไม่ได้เป็นอะไรมาก”“เจ้าพูดเช่นนี้ทำให้ข้ารู้สึกผิดที่ทำให้เจ้าไม่ได้นอน” เยี่ยหยวนซีพูดออกมาเพื่อหยอกล้อให้นางยิ้มเยี่ยลี่อิงยิ้มแล้วส่ายหน้าให้แก่สามีก่อนที่จะรู้สึกว่าห้องหมุนแล้วทำให้ทรงตัวไม่อยู่“ฮูหยินข้าว่าอาการเจ้าไม่ดีแล้วนอนพักเสียหน่อยเถิด” สามีหนุ่มกล่าวอย่างเป็นกังวลกับท่าทางที่ดูไม่ดีนักของนาง“ยิ่งนอนข้าก็ยิ่งเวียนหัว ให้ข้าลุกเดินยังจะดีกว่า” นางตอบแล้วรู้สึกไม่สบายปั่นป่วนในท้องพานอยากอาเจียนแต่ก็อาเจียนไม่ออก“เจ้านอนพักอยู่นี่ อย่าออกไปไหนอย่าดื้อกับข้า ข้าจะให้คนออกไปตามหมอให้มาดูเจ้า” เยี่ยหยวนซีเดินออกไปเรียกหาคนรับใช้ที่หน้าห้องเสี่ยวชิงที่ตามมาดูแลคุณหนูของตนรีบเดินเข้ามาในทันที“มีอะไรหรือเจ้าคะคุณชายเยี่ย”“เสี่ยวชิงเจ้ารีบไปตามหมอมาดูอาการของลี่อิงด่วน นางเวียนหัวและลุกไม่ขึ้น” เยี่ยหยวนซีบอกด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนเป็นห่วงภรรยาของตนเป็นอย่างมาก“เจ้าค่ะ” เสี่ยว
เมื่อเยี่ยหยวนซีเดินทางกลับมาถึงในครั้งนี้ไม่ได้มีของฝากอันใดมาให้แก่ภรรยาเหมือนอย่างเช่นเคย เพราะเมืองที่ตนเดินทางไปค้าขายนั้นเป็นแค่เมืองชนบทธรรมดา ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเป็นพิเศษแต่นั่นมันกลับทำให้เยี่ยลี่อิงรู้สึกว่าสามีของตนเปลี่ยนไปจึงได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้ เพราะตอนนี้ตนเองอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของสามีจึงต้องวางตัวเป็นสะใภ้ที่ดีเพื่อไม่ให้เสียชื่อของสกุลหลี่ของตนจนถึงในยามค่ำคืนเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง เยี่ยลี่อิงก็เข้านอนแล้วหันหลังให้แก่สามี เมื่อเยี่ยหยวนซีกลับเข้าห้องก็พบว่าภรรยานั้นได้นอนไปก่อนแล้ว เขาจึงขยับไปนอนข้างๆ แล้วสะกิดที่ต้นแขนของนางเบาๆ เพื่อที่จะขอเติมเต็มความปรารถนาของตนที่คั่งค้างมาหลายวัน“ฮูหยินเจ้าหลับแล้วหรือ”ฮูหยินน้อยนอนนิ่งไม่ตอบอันใดแก่เขาทำให้เยี่ยหยวนซีนั้นยังคงออดอ้อนและเว้าวอนนางด้วยสัมผัสและคำพูดที่อ่อนหวานต่อไป“ฮูหยินข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน รู้หรือไม่การเดินทางครั้งนี้ข้าฝันถึงเจ้าแทบทุกคืน ในความฝันข้าแทบจะกลืนกินเจ้าไปทั้งตัว กลับมาครั้งนี้ข้าจะทำตามความฝันของข้า เจ้าพร้อมแล้วหรือไม่” เขาถามแล้วพลิกตัวนางกลับมาหาตน ทำให้นางลืมตาขึ้นมองหน้าเขารู้ส
เยี่ยลี่อิงติดตามสามีมาที่บ้านสกุลหลี่ หมายจะดูเขาวางแผนที่จะออกเดินทางไปต่างเมืองด้วยขบวนสินค้าที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้และพยายามที่จะขอติดตามไปด้วย“ท่านพี่ข้าไปด้วยไม่ได้จริงๆ หรือ”“ไม่ได้หรอกฮูหยิน ข้ารู้ว่าเจ้าอยากช่วยแต่อย่าลืมว่าตอนนี้เจ้าเป็นสะใภ้สกุลเยี่ยแล้ว สิ่งเดียวที่เจ้าควรทำคือดูแลปรนนิบัติท่านพ่อท่านแม่รอข้ากลับมา หากเจ้าเหงาก็กลับมาเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าได้ เรือนอยู่ติดกันเพียงแค่นี้”“ลี่อิงเจ้าออกเรือนไปแล้วเป็นสะใภ้สกุลเยี่ยแล้ว เจ้าก็อย่าทำให้สกุลหลี่ขายหน้าด้วยการทำตัวเช่นนี้ หัดเป็นผู้ใหญ่เสียทีเถิด” หลี่หลงบอกแก่บุตรสาวของตน ถึงแม้จะออกเรือนไปแล้วแต่ก็ยังคงดื้อรั้นอยู่เช่นเคยเยี่ยลี่อิงมีสีหน้าสลดลงไป แต่ก็พยายามทำความเข้าใจในเหตุผลเหล่านั้นแล้วยิ้มออกมา“เจ้าค่ะท่านพ่อ” นางรับปากบิดาของตน“พรุ่งนี้ข้าต้องออกเดินทางแต่เช้า ข้าต้องรีบกลับไปพักผ่อน เรากลับกันเถอะฮูหยิน” เยี่ยหยวนซีหันไปชวนฮูหยินของตน เยี่ยลี่อิงกล่าวลาบิดาก่อนที่จะเดินตามสามีกลับไปที่บ้านสกุลเยี่ย“ฮูหยิน วันนี้เจ้าดื้อรั้นกับข้าอีกแล้ว ไม่ควรเอ่ยเช่นนั้นต่อหน้าพ่อของเจ้าด้วย เจ้าก็รู้ว่าท่านห

















