Masukจักรพรรดิหนุ่มประทับนิ่งฟังด้วยความตั้งใจ คำกราบทูลของจ้าวเทียนอี้ตรงกับอัครเสนาบดีเฒ่าอย่างไม่น่าเชื่อแล้วนี่พระองค์จะทรงเชื่อผู้ใดกันแน่
“ที่แท้ก็มีห้าสกุลใหญ่ที่ออกตามหาคัมภีร์อมตะเหมือนกับข้า แล้วทำไมเจ้าจึงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังเหตุใดต้องรอให้ข้าถามเจ้าเสียก่อน” รับสั่งอย่างคลางแคลงพระทัย จ้าวเทียนอี้ยืนนิ่งไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้น “กระหม่อมต้องขอประทานอภัยฝ่าพระบาทด้วยพ่ะย่ะค่ะ ที่มิได้เล่าเรื่องนี้ให้ทรงทราบเพราะก็เพิ่งล่วงรู้ได้เพียงไม่นานจากท่านชวดที่เพิ่งจากไป ประกอบกับเพิ่งกลับมาจากการปราบกบฏและฝ่าบาทถูกลอบวางยาพิษ จึงทำให้ลืมถวายรายงานไปพ่ะย่ะค่ะ” เสวียนจงฮ่องเต้พยักพระพักตร์ขึ้นลงติดๆ กันเมื่อได้ฟังเช่นนั้น “ก็สมเหตุสมผลช่วงนั้นมันช่างวุ่นวายมากจริงๆ” รับสั่งออกมาเบาๆ หากแต่ก็ยังไม่หายคลางแคลงใจอยู่ร่ำไปก่อนจะรับสั่งถามในสิ่งที่ทรงค้างคาอยู่ในพระทัยตลอดเวลา “จริงสิ! ตอนที่ข้าถูกวางยาพิษหัวหน้าหมอหลวงบอกกับข้าว่า เจ้าเป็นผู้นำสมุนไพรมาให้หมอหลวงเคี่ยวยาเพื่อทำให้ข้าฟื้นสติกลับคืนมท่ามกลางความงุนงงและสงสัยของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ มีเพียงองค์ฮ่องเต้เท่านั้นที่ทรงยินดีอย่างยิ่งยวดเมื่อพบนางอันเป็นที่รักของพระองค์ ทรงกอดรัดร่างงามแนบแน่นแทบจะกลืนหายเข้าไปภายในพระวรกายก็ว่าได้ “ปะ... ปล่อย... ปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดเพคะ... อย่าทรงกอดรัดเช่นนี้” ลี่เซียนบอกกับพระองค์พร้อมใช้สองแขนกลมกลึงดั่งลำเทียนพยายามดันพระวรกายออกไปจากโฉมงาม “จะผลักไสข้าทำไมในเมื่อข้าเป็นพระสวามีของเจ้านะ” รับสั่งย้ำเตือนโฉมงาม หากแต่ลี่เซียนก็ยังคงพยายามดันร่างงามของนางให้หลุดพ้นจากการกกกอดของพระองค์อยู่ร่ำไป “หม่อมฉันหาใช่พระสนมนางในของฝ่าบาทอีกต่อไปแล้วนะเพคะ สถานภาพพร้อมยศศักดิ์ทุกอย่างที่ทรงประทานให้กับหม่อมฉันหมดสิ้นไปพร้อมกับลมหายใจที่สูญสิ้นไปแล้ว หม่อมฉันฟื้นขึ้นมาพร้อมกับชีวิตใหม่ที่หวนกลับคืนมา อีกทั้งตอนนี้ก็ได้แต่งเข้าสกุลจ้าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” คำกล่าวของโฉมงามทำให้เสวียนจงฮ่องเต้ชะงักงันขึ้นมาทันใด “อะไรนะ! เจ้าแต่งเข้าสกุลจ้าวอย่างนั้นเหรอ นี่หมายความว่าเจ้ากับเทียนอี้เข้าพิธีแต่งงานด้วยกันแล้วสิ”
ยามจื่อ อาชาหลากสีมากมายกำลังวิ่งฝ่าความมืดมิดในยามรัตติกาล มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกนอกเมืองอี้โจว จุดประสงค์เพื่อไปบ้านสกุลเฉิน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านอดีตเจ้าเมืองอี้โจวมาก่อนในสมัยจักรพรรดิถังเกาจง และหนึ่งในอาชาที่กำลังวิ่งนำหน้ามุ่งตรงไปบ้านสกุลเฉินคือ จักรพรรดิองค์ปัจจุบันซึ่งเสด็จเพื่อพิสูจน์ความฝันที่ทรงทอดพระเนตรโฉมงามในหัวใจยังมีชีวิตอยู่และที่สำคัญนางพำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ เพียงไม่นานอาชามากมายวิ่งมาถึงบ้านหลังใหญ่ท่ามกลางหุบเขาตั้งสูงตระหง่านอยู่ทางเบื้องหลังและมีสายน้ำพาดผ่านไหลเอื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา โคมไฟซึ่งจุดเพื่อทำให้นอกบ้านได้รับแสงสว่างมิให้มืดมิดแลดูน่ากลัวในยามวิกาลบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่า ภายในบ้านมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ม้าตัวใหญ่มหึมาสีดำสนิทขลิบสีน้ำตาลตรงแผงขนคอของมัน ก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ป้ายสกุลเฉินติดอยู่ตรง หน้าประตูอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมราวกับว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด “นี่น่ะเหรอบ้านสกุลเฉิน ช่างตรงกับที่ข้าฝันยิ่งนัก ช่างแม่นยำอะไรเช่นนี้” รับสั่งพึมพำออกมาเบาๆ เมื่
ในขณะเดียวกัน ร่างอวบของพี่เลี้ยงคนซื่อหงลี่อิงกำลังยืนกระหืดกระหอบอยู่ด้านนอกประตูบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจที่เห็นทั้งภายในและภายนอกของบ้านมีแสงสว่างจากโคมไฟปรากฏให้เห็นอยู่ แทนที่จะมืดมิดดั่งที่นางคิดเอาไว้แต่แรก “ทำไมบ้านถึงยังเหมือนมีคนอยู่อีกนะ พ่อบ้านฮุ่ยคังไปแจ้งข่าวให้คุณหนูได้ทราบตามที่ข้าสั่งไว้หรือเปล่ากันเล่ารูปการณ์จึงออกมาเป็นเช่นนี้” ลี่อิงรำพึงออกมาเบาๆ จังหวะเดียวกับบานประตูบ้านถูกเปิดออกอย่างช้าๆ และร่างสันทัดของพ่อบ้านชราก็โผล่ออกมาพอดี “ลี่อิง! เจ้ากลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอ” ฮุ่ยคังเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อเห็นพี่เลี้ยงคนซื่อยังอยู่ดีมีสุขไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด “นี่เจ้ากลับมาด้วยความปลอดภัยไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฮูหยินท่านเป็นกังวลใจมาก ไม่ยอมหลบหนีออกจากบ้านตามที่เจ้าสั่งให้ข้าบอกแม้แต่น้อยเลยนะ” ลี่อิงตาเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “อะไรนะ! คุณหนูยังไม่ยอมหนีไปอีกเหรอ แล้วนายท่านล่ะ!... นายท่านกลับมาจากหาสมุนไพรบนยอดเขาหรือยัง” ลี
ภายในโรงเตี๊ยม บรรดาทหารองครักษ์ซึ่งอยู่ในคราบชาวบ้าน ต่างเดินตรงไปยังห้อง พักส่วนพระองค์ของถังเสวียนจงฮ่องเต้ในค่ำคืนนี้ด้วยมีข่าวเร่งด่วนเพื่อกราบทูลให้ทรงทราบ ทันทีที่เหล่าองค์รักษ์มาถึงหน้าประตู หนึ่งในนั้นเอ่ยส่งสัญญาณลับอันเป็นที่รู้กันภายในทันทีหากต้องติดต่อในยามวิกาล “มัจฉาแหวกว่ายทวนน้ำ” ทันทีที่รหัสลับเอ่ยออกไป ภายในห้องพักปรากฏแสงสว่างขึ้นมาโดยพลัน บานประตูเปิดออกพร้อมพระวรกายสูงใหญ่ทรงยืนตรงหน้าประตู “มีข่าวด่วนอะไรมารายงานข้า!” รับสั่งถามออกไปทันที พร้อมหันพระวรกายกลับเข้าไปภายในห้องพักโดยมีร่างของบรรดาทหารองครักษ์ทยอยเข้ามาภายในห้องดังกล่าว “กราบทูลฝ่าบาท เสี่ยวเอ้อร์ของทางโรงเตี๊ยมมาแจ้งข่าวให้ทราบว่า พบศพหยุนซีนอนตายอยู่กลางถนนขณะเดินกลับมาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้พ่ะย่ะค่ะ” พระขนงเข้มขมวดเข้าหากันทันใดเมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น “นางตายแล้วอย่างนั้นรึ! แล้วล่วงรู้สาเหตุการตายหรือเปล่า” รับสั่งถามออกไปทันที “ศพถูกปิ่นปักผมแทงเข้าที่หน้าอกจนมิดเลยพ่ะย่ะค่ะ แต่
โฉมงามกล่าวพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อนางได้ใคร่ครวญและตัดสินใจเลือกที่จะอยู่รอเสวียนจงฮ่องเต้ ดีกว่าจะต้องหลบหนีแล้วถูกตามล่าจนพลิกแผ่นดินก็ว่าได้ “ขืนกลับไปวังหลวงเกิดต้องถูกจำคุกอยู่แต่ในคุกหลวง หรือมีพระบัญชาจองจำคุณหนูให้อยู่แต่ภายในตำหนักเย็นไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ชีวิตแบบนั้นคุณหนูของบ่าวจะต้องเผชิญกับมันทันทีที่ฝ่าบาทเสด็จมาถึงที่นี่ และถ้าหากทรงล่วงรู้ว่าคุณหนูกลายเป็นฮูหยินของนายท่านแล้ว บ่าวไม่อยากจะคิดเลย ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ เจ้าค่ะ” พี่เลี้ยงคนซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาด หวั่นเป็นยิ่งนัก “มันคือเรื่องจริงที่ต้องเผชิญ แม้ว่าข้าจะผ่านการไหว้ฟ้าดินกับฝ่าบาทมาแล้วก็ตาม แต่เพราะเหตุการณ์ที่ทำให้ข้าตายจึงทำให้การแต่งงานในครั้งนั้นไม่สมบูรณ์ ข้ามีวิธีเอาตัวรอดลี่อิงไม่ต้องห่วงข้า ถึงอย่างไรเสียชีวิตข้านับจากนี้ต่อไป ถ้าไม่ถูกจองจำอยู่ในคุกหลวงก็ต้องถูกจองจำอยู่ที่ตำหนักเย็น เจ้าต่างหากที่ควรจะหนีไปเพราะถ้าหากอยู่กับข้าจะพลอยทำให้ลำบากไปกับข้าด้วย รีบหนีไปบ้านเกิดของเจ้าเสียเถอะ” ประโยคสุดท้ายโฉมงามหันไปกล่าวกับพี่เลี้ยงคนซื่อด้วยความห่วงใย
ในขณะเดียวกัน ณ บ้านสกุลเฉิน “ฮูหยินขอรับ! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” เสียงของฮุ่ยคังดังมาก่อนตัว จนทำให้ลี่เซียนซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนเพราะมีอาการปวดหัวและวิงเวียนศีรษะมาตั้งแต่ช่วงเช้ารู้สึกตัวขึ้นมาโดยพลัน ร่างอรชรลุกจากเตียงก่อนจะเดินโซซัดโซเซเพื่อไปเปิดประตูให้กับพ่อบ้านคนซื่อที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนในขณะนี้ “มีอะไรอย่างนั้นเหรอ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ร้องเรียกหาข้าจนดังไปทั่วบ้านเช่นนี้” โฉมงามเอ่ยถามด้วยความแปลกใจพลางสังเกตสีหน้าของพ่อบ้านวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยอาการร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด “แล้วนี่ไปซื้อของในเมืองมาทำไมจึงเห็นเจ้าเพียงคนเดียว ลี่อิงไปไหน!” ลี่เซียนถามหาพี่เลี้ยงคนซื่อของนางทันทีและเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ “คือว่าลี่อิงนางยังคงอยู่ในตัวเมืองอี้โจวขอรับฮูหยินไม่ได้กลับมาด้วย แต่ให้บ่าวรีบกลับมารายงานให้นายท่านกับฮูหยินรีบหลบหนีออกไปจากบ้านสกุลเฉินก่อนจะมีอันตราย” คำกล่าวของฮุ่ยคังทำให้โฉมงามขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันทั







